ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ - บทที่ 416 แม้แต่หมอที่เก่งที่สุดก็ไม่อาจให้คำมั่นสัญญาเช่นนี้ได้
- Home
- ปลดล็อคระบบแพทย์มือใหม่ยอดอัจฉริยะ
- บทที่ 416 แม้แต่หมอที่เก่งที่สุดก็ไม่อาจให้คำมั่นสัญญาเช่นนี้ได้
“ไม่ได้นะ ในกระเพาะของผู้ป่วยยังมีพิษเหลืออยู่อีกมาก นอกจากการเปลี่ยนถ่ายเลือดแล้ว เรายังต้องทำการกระตุ้นให้อาเจียน*[1] ด้วย” อิงซื่อจงพูดแบบนี้เพราะได้ทำการตรวจสอบแม่เฒ่าหูอย่างละเอียดทุกด้านแล้ว
“มาช่วยกันหน่อย”
เขาสั่งพยาบาลข้าง ๆ พยาบาลสองคนจึงรีบเข้ามาช่วยกันยกตัวหญิงชราขึ้น
เมื่อเขาเตรียมที่จะเริ่มทำการรักษา เขากลับพบปัญหาหนึ่ง นั่นก็คือตอนนี้แม่เฒ่าหูอยู่ในภาวะหมดสติ
การกระตุ้นให้อาเจียน จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยมีสติจึงจะสามารถทำได้
ขณะนั้นเอง เสียงของหานชิงอวี่ก็ดังขึ้นข้าง ๆ
“หมออิง ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะหมดสติไม่สามารถทำการกระตุ้นให้อาเจียนได้ แต่เราสามารถล้างกระเพาะแทนได้ครับ”
“ผู้ป่วยไม่มีสติ ไม่สามารถร่วมมือได้ ดังนั้นเราต้องใช้วิธีล้างกระเพาะด้วยสายยาง*[2]”
อิงซื่อจงเพิ่งเห็นหานชิงอวี่ เขานึกสงสัยว่าทำไมหานชิงอวี่ถึงได้มาร่วมการผ่าตัดในครั้งนี้
“คุณมาที่นี่ได้อย่างไร? เพิ่งเสร็จจากการผ่าตัดเคสนั้นไม่ใช่หรือไง ไม่ไปพักผ่อนหน่อยเหรอ?”
หานชิงอวี่ไม่ได้ปิดบัง เขาจึงอธิบายว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ จากนั้นจึงพูดว่า “คุณหูคิดว่ามันเป็นปัญหาจากแผนการผ่าตัดที่ผมจัดการไว้ ทำให้คุณท่านเข้าสู่ภาวะวิกฤต ผมก็เลยมาดูว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น”
“ไร้สาระ การได้รับพิษไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดหรอก แผนการผ่าตัดของคุณผมเองก็ได้ตรวจสอบแล้ว รักษาได้ถูกต้องแล้ว ขั้นตอนการรักษาไม่มีปัญหาใด ๆ คุณอธิบายให้คุณหูเข้าใจหน่อยเถอะ”
เมื่อพูดจบ อิงซื่อจงก็จัดการให้พยาบาลเตรียมอุปกรณ์ล้างกระเพาะด้วยสายยางให้หญิงชรา ตอนนี้พิษได้เข้าสู่กระแสเลือดของผู้ป่วยแล้ว เวลาจึงมีค่ามากสำหรับแพทย์อย่างพวกเขา
ไม่นานนัก อุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ถูกนำเข้ามาในห้องผ่าตัด
หูต๋ารู้สึกกังวลใจ ได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่ข้างนอก แต่ก็ไม่กล้าบุกเข้าไป ในขณะที่เหงื่อเริ่มซึมออกมาบนหน้าผาก
ภายในห้องผ่าตัด จู่ ๆ สัญญาณชีพ*[3] ของแม่เฒ่าหูก็ลดลง
อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่อยู่ในห้องไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก อิงซื่อจงเป็นหมอที่มีประสบการณ์สูงในโรงพยาบาลแห่งนี้ จึงรู้วิธีจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ได้เป็นอย่างดี
หานชิงอวี่นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขายืนอยู่นิ่ง ๆ โดยไม่ขยับเขยื้อน
“ไปเอาหนังสือยินยอมรับความเสี่ยงให้ญาติผู้ป่วยเซ็นที ญาติผู้ป่วยรออยู่ข้างนอกแล้ว”
ต่อให้ผู้ป่วยจะมีสถานะพิเศษเพียงใด แต่ขั้นตอนที่ควรทำก็ต้องทำ
พยาบาลรีบวิ่งไปที่ประตูและแจ้งข่าวนี้ให้หูต๋าทราบ พร้อมทั้งนำหนังสือยินยอมรับความเสี่ยงมาให้เขาเซ็น
เมื่อหูต๋าได้ยินว่าแม่ของเขากำลังอยู่ในอันตราย สีหน้าก็ยิ่งแย่ลง
“นี่พวกคุณทำอะไรกันแน่ แม่ของผมเข้าไปในห้องผ่าตัดตั้งนานแล้ว นี่คือคำตอบที่พวกคุณให้กับผมหรือไง?”
“คุณไปบอกหมอข้างในว่าผมต้องการการยืนยันว่าการผ่าตัดจะสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเขาสัญญาได้ ผมก็จะเซ็นชื่อ”
พยาบาลสาวรู้สึกลำบากใจ นี่ไม่เป็นไปตามกฎ การผ่าตัดอาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การที่จะให้การันตีความสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้
แม้แต่หมอที่เก่งที่สุดก็ไม่อาจให้คำมั่นสัญญาเช่นนี้ได้
ถ้าให้คำมั่นสัญญาแล้วเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา การเป็นหมอก็แทบจะจบสิ้น
สถานการณ์ในยามนี้จึงเกิดความตึงเครียดขึ้นมา พยาบาลสาวยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าลำบากใจ จะไปหรืออยู่ต่อก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร
โชคดีที่ในช่วงเวลาสำคัญนี้ ฉินซานไห่ที่ได้ทราบข่าวเรื่องแม่ของหูต๋าก็รีบมาถึงสถานที่เกิดเหตุ
ต้องทราบว่าเมื่อต้นปีนี้ หูต๋าได้บริจาคเงินจำนวนมากให้กับทางโรงพยาบาล เงินก้อนนี้ถูกนำไปใช้ในการวิจัย เป็นเงินทุนโครงการที่สำคัญมาก และหูต๋ายังสัญญาว่าจะมีการสนับสนุนเพิ่มเติมอีกในอนาคต
ทางโรงพยาบาลจึงไม่สามารถสูญเสียผู้สนับสนุนรายสำคัญนี้ไปได้ เมื่อฉินซานไห่ทราบข่าวจึงรีบมาที่นี่ทันที
“คุณหู ใจเย็น ๆ ก่อน ผมจะเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ดูก่อน”
เมื่อหูต๋าเห็นฉินซานไห่ เขาจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าว ๆ
เขาคว้าแขนของฉินซานไห่ไว้แน่น ยืนกรานให้ฉินซานไห่รับประกันว่าการผ่าตัดจะสำเร็จลุล่วงร้อยเปอร์เซ็นต์
“คุณหู อย่าเพิ่งรีบร้อน ความรีบร้อนไม่ช่วยอะไร เชื่อใจผมสิ ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”
“หนังสือยินยอมรับความเสี่ยงนี้ต้องเซ็นก่อนครับ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถเริ่มการผ่าตัดได้ ดังนั้นอย่าเสียเวลาเลย คุณรู้ดีว่าโรงพยาบาลของเราจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยผู้ป่วย”
หลังจากที่ฉินซานไห่พยายามอธิบายอย่างใจเย็น หูต๋าจึงยอมเซ็นชื่อในหนังสือยินยอมรับความเสี่ยง
“รีบให้หมอเริ่มผ่าตัดเลยเถอะ อย่าเสียเวลา ต้องทำทุกอย่างเพื่อช่วยผู้ป่วย”
“คุณหู ไม่ต้องรออยู่ที่นี่หรอก การรักษาแม่ของคุณข้างในนั้นเป็นหน้าที่ของหมอที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาลเรา ถ้ามีข่าวอะไร ผมจะให้พวกเขาแจ้งให้คุณทราบทันที”
“ไปนั่งรอในสำนักงานกับผมดีกว่า”
เมื่อได้รับการรับรองจากฉินซานไห่ หูต๋าก็โล่งใจขึ้น และตามอีกฝ่ายไปยังห้องสำนักงานด้านบน
ระหว่างทาง หูต๋าก็เล่าความสงสัยเกี่ยวกับหานชิงอวี่ให้ฉินซานไห่ฟัง
“คุณฉิน ครั้งนี้อย่าหาว่าผมไม่ให้เกียรติคุณนะ หานชิงอวี่คนนั้นทำให้คนอื่นลำบากแล้ว แม่ของผมต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะการผ่าตัดที่ล้มเหลวของเขา”
“ใจเย็นๆ คุณหู ฟังผมก่อน”
“ผมได้ดูบันทึกการผ่าตัดแล้ว และเรามีวิดีโอการผ่าตัดอย่างครบถ้วน ผมสามารถบอกคุณได้เลยว่าการผ่าตัดคราวนั้นไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น หมอหานไม่ได้ทำผิดพลาดอะไรในระหว่างการผ่าตัดเลย”
ฉินซานไห่พูดความจริง ผู้ป่วยที่สำคัญเช่นนี้ ทางโรงพยาบาลย่อมต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากที่หานชิงอวี่ทำการผ่าตัดเสร็จ หัวหน้าแผนกหลายคนก็ได้ตรวจสอบวิดีโอและยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด ๆ ฉินซานไห่จึงกล้ารับประกันต่อหน้าหูต๋า
“เป็นไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นทำไมแม่ผมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?”
“อาการของท่านเป็นอาการจากการได้รับพิษ การผ่าตัดคราวนั้นไม่มีความผิดพลาดแน่นอน แต่อาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นหลังจากที่กลับบ้านไป ซึ่งคุณเองก็อาจจะไม่รู้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หูต๋าก็ลุกขึ้นยืนทันที
“เป็นไปไม่ได้ หลังจากกลับบ้าน ผมก็อยู่กับแม่ตลอด ไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นแน่ ๆ”
ตอนนี้หูต๋าเริ่มใจเย็นลง ไม่ได้ตื่นตระหนกเหมือนตอนที่เพิ่งมาถึงโรงพยาบาล
หลังจากได้รับการปลอบจากฉินซานไห่ เขาก็ยอมให้หานชิงอวี่มีโอกาสพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเจ้าตัวอีกครั้ง
การผ่าตัดผ่านไปโดยไม่มีปัญหาใด ๆ
แม่เฒ่าหูพ้นจากอันตรายแล้ว แต่ยังคงอยู่ในอาการโคม่า ข่าวดีคือเนื่องจากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ไม่มีการล่าช้า พิษในร่างกายของหญิงชราจึงถูกกำจัดออกหมดแล้ว
เพียงแค่พักฟื้นให้ดี ไม่นานแม่เฒ่าหูก็จะฟื้นขึ้น
เมื่อได้ยินข่าวนี้ ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หูต๋ารีบไปที่ห้องผู้ป่วย เขาต้องเห็นด้วยตาตัวเองถึงจะวางใจ
และตอนนี้ฉินซานไห่ก็ตั้งใจจะเรียกหานชิงอวี่มาสอบถามข้อมูลบางอย่าง “ไปบอกหานชิงอวี่ให้มาที่ห้องผมหน่อย มีบางเรื่องที่ผมต้องสอบถามเขา”
ทางด้านหานชิงอวี่ที่เพิ่งได้รับข้อความจากคณบดีฉิน เขายังไม่ทันจะขยับไปไหน โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น
[1] กระตุ้นให้อาเจียน (Induced Vomiting) คือกระบวนการที่ทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาเพื่อขับสารพิษหรือสิ่งแปลกปลอมที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย กระบวนการนี้มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยรับสารพิษหรือยาที่เป็นอันตรายเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะในกรณีที่การดูดซึมสารพิษยังไม่เกิดขึ้นในระดับสูง
[2] การใช้สายยางเพื่อสวนล้างกระเพาะอาหาร (Gastric Lavage or Stomach Pumping) เป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ใช้ในการล้างกระเพาะอาหารของผู้ป่วยเพื่อขจัดสารพิษหรือสารอันตรายที่ผู้ป่วยรับเข้าไป กระบวนการนี้มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับสารพิษหรือยาเกินขนาด ซึ่งการล้างกระเพาะด้วยสายยางสามารถช่วยลดปริมาณสารพิษที่ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้
[3] สัญญาณชีพ (Vital Signs) เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของสภาพทางสรีรวิทยาของร่างกายมนุษย์ ใช้ในการประเมินสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วยและตรวจสอบการตอบสนองต่อการรักษา