ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 511 ไล่ล่า
บทที่ 511 ไล่ล่า
หลังจากเก็บกำไลสื่อสารไปแล้ว เฉินเฉียงก็ได้มองไปยังเหล่าผู้คนจากศิษย์และผู้อาวุโสจากสำนักเต๋าแห่งโลกปีศาจเบื้องล่าง
“หยานเสวี่ย ทางนี้เป็นยังไงบ้าง”
หยางเสวี่ยพยักหน้าก่อนจะพูดออกมา “ทางข้าได้พบสัตว์วิญญาณจำนวนมากแต่เหล่าผู้บ่มเพาะเหล่านี้ก็จัดการได้เป็นอย่างดี พวกเขารู้ว่าควรจะใช้พลังจิตตรวจสอบเช่นใดถึงรู้ว่าสัตว์ วิญญาณตัวใดนั้นไม่ใช่สัตว์คลั่ง”
แต่เพียงหยานเสวี่ยได้พูดจบลง เสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง
เมื่อหันไปดูก็พบว่าพวกมันเป็นสัตว์วิญญาณ แต่ดูเหมือนว่าพวกมันนั้นจะไม่ได้กล้าขยับตัวแต่อย่างใด
พวกมันคือกลุ่มของแมงมุมตัวใหญ่ยักษ์สี่สิบกว่าตัวเห็นจะได้ หลังจากตรวจสอบแล้ว เขาก็พบว่ามันเป็นสัตว์วิญญาณคลั่ง
อย่างไรก็ตาม พวกมันดูแตกต่างจากสัตว์วิญญาณคลั่งตัวอื่นที่พวกเคยเห็นก่อนหน้า เพราะพวกมันนอกจากจะมีปีกเหมือนสัตว์วิญญาณแมงมุมทั่วไปแล้ว ขาทั้งแปดของมันกลับดูเหมือนแท่งเหล ล็กกล้าและยังมีปีกอยู่ที่หลังของพวกมัน
มันเป็นปีกเหล็ก
ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นเป็นเหล็กสีข้างที่มีขนเป็นเหล็กปลายแหลมที่เรียงตัวต่อกันสองคู่ ยามที่ปีกของมันโบกสะบัดไปมานั้นก็ได้เกิดเสียงกรีดรับกันไปมาจนกลายเสียงที่ดูแปลก กหูแปลกตาอย่างที่สุด
เมื่อเห็นฉากนี้ทั้งเฉินเฉียงและหยานเสวี่ยต่างก็มองหน้ากันด้วยสายตาที่ตกตะลึง
นี่มัน….
หากว่าสิ่งนี้ได้ปรากฏอยู่บนโลก คนบนโลกจะเข้าใจสิ่งที่เห็นได้ในทันที
แต่นี่มันโลกปีศาจนะ
ที่นี่ไม่ควรจะมีสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์เช่นนี้
แต่ในตอนนี้ สิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าของพวกเขานั้นคือการหลอมรวมกันระหว่างสัตว์วิญญาณคลั่งและเทคโนโลยีล้ำยุค
สิ่งนี้สมควรจะถูกนำมาจากโลกโดยฮั่นจุย พร้อมกับเหล่านักวิจัยที่มีความสามารถด้านการผลิตแผ่นแก่นพลังงาน จึงได้กลายเป็นสัตว์คลั่งเหล่านี้
ฮั่นจุยมันจะบ้าไปถึงไหนกัน
มันทำได้ทุกอย่างจนกว่าจะท้าทายสวรรค์ได้เลยรึไงกัน
หากเป็นอย่างนี้ต่อไป อีกไม่นานโลกมนุษย์ก็จะต้องพบเจอกับไอ้พวกนี้
ไม่สิ
โลกมนุษย์จะไม่มีสิ่งนี้ปรากฏอยู่เป็นแน่
นั่นก็เพราะเทคโนโลยีของมนุษย์กลายพันธุ์และนักวิจัยที่ฮั่นจุยพามาที่นี่นี่หว่า
และยิ่งไปกว่านั้นคือสัตว์ปีศาจและมนุษย์กลายพันธุ์นั้นมีแนวคิดในการเกิดขึ้นที่แตกต่างกัน
นี่ทำให้โลกมนุษย์นั้นดูธรรมดาไปเลยด้วยซ้ำ
ถึงแม้บนโลกมนุษย์จะพอได้พบเจอนักรบซากศพอยู่บ้าง แต่พวกมันนั้นล้วนแล้วแต่เป็นอาวุธสงครามของมนุษย์กลายพันธุ์เพียงเท่านั้น
แต่ฮั่นจุยผู้นี้ได้หลอมรวมเอาทุกอย่างทั้งเทคโนโลยีของมนุษย์กลายพันธุ์เข้ากับหุ่นเชิดซากศพและสัตว์วิญญาณ พร้อมกับอะไรก็ได้ที่มันจะนึกออกจนทำให้ผู้คนต้องพบเจอกับภัยพิบัติ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนหลายต่อหลายครั้ง
ไอ้ตัวเวรตะไลนี้มันคิดจะล้างผลาญทั้งสองโลกเลยชัดๆ
เห็นได้ชัดเจนว่าฮั่นจุยนั้นมันคิดจะใช้สิ่งนี้เพื่อซื้อเวลาในการเปลี่ยนร่างของสามราชาจักรพรรดิให้กลายเป็นทหารรับใช้ของมัน
นี่คือสิ่งที่เฉินเฉียงและหยานเสวี่ยนึกขึ้นมาได้ในทันทีที่ทั้งสองได้เห็นแมงมุมยักษ์สี่สิบตัวนี้
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้บ่มเพาะบนโลกนี้ที่เคยได้พบเจอเจ้าสิ่งนี้
พวกเขาอยู่ในโลกปีศาจนี้มาชั่วชีวิต มีหรือที่พวกเขาจะได้พบเจอกับมนุษย์กลายพันธุ์ได้กัน
โดยเฉพาะกับปีเหล็กคู่นี้ มันอยู่เหนือกว่าจินตนาการของผู้คนไปไกลมันนัก
ไหนจะการที่มีปีกเหล็กงอกออกมาจากร่างของสิ่งมีชีวิตได้อีก
มันไม่ใช่แมงมุมยักษ์เพียงเท่านั้นรึไงกัน
ในเมื่อมันมีปีกคู่นั้นแล้วไม่ใช่ว่ามันจะทั้งวิ่งไปตามพื้นดินและบินไปทั่วท้องฟ้าเลยรึไงกัน
และไม่เพียงแค่มันจะบินได้เท่านั้น ความเร็วของมันนั้นยังรวดเร็วอย่างที่สุด แล้วคนเพียงสองขาจะไปสู้กับแมงมุมที่มีขาแปดได้ยังไง
ยังดีที่ไอ้ตัวแปดขาพวกนี้มีระดับเทียบเท่าเพียงแค่ระดับขุนพล แม้จะดูแปลกตาแต่พวกมันก็ไม่ได้ทรงพลังมากนัก
เพียงแต่ว่าการได้พบเจอสัตว์ที่พิลึกกึกกือแบบนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนต้องสะพรึงได้ในยามแรกเห็น
หลังจากการพบเจอกันอย่างไม่คาดคิดของสิ่งมีชีวิตทั้งสองกลุ่ม ทั้งสองฝั่งต่างถอยร่นกันออกไปคนละฝากจนกระทั่งเกิดช่องว่างระหว่างกลางโดยแบ่งออกเป็นสองฟากฝั่งอย่างชัดเจน
“ผอ. นั่นมันตัวห่าเหวอะไรกัน ทำไมแมงมุมในป่าโลกใต้ดินถึงมีปีกแบบนี้ได้ พวกมันไม่ใช่สัตว์วิญญาณหรอกรึ”
สำหรับเฉินเฉียงแล้ว แมงมุมกว่าสี่สิบตัวนี้สามารถถูกเขาฆ่าทิ้งได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือ
แต่สำหรับเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสจากสำนักเต๋าต่างๆเหล่านี้ เฉินเฉียงคิดว่าควรจะให้พวกเขานั้นเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับพวกมันเอาไว้ เพราะไม่ว่ายังไงก็ตาม ฮั่นจุยจะต้องสร้าง ไอ้ตัวพันธุ์นี้มาให้ทุกคนต้องเผชิญหน้าอีกมากมายหลายครั้งเป็นแน่
เมื่อคิดได้แบบนี้ เฉินเฉียงก็ไม่ได้คิดจะเร่งสังหารหุ่นเชิดซากศพสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์เหล่านี้แต่อย่างใด เขาได้อธิบายกับผู้คนแทน “ข้าจะขอเรียกเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้ว่าหุ่นเชิดสัตว ว์วิญญาณไปก่อนแล้วกัน”
“นั่นก็เพราะนอกจากเรื่องนี้แล้วพวกมันหาได้มีสิ่งใดพิเศษ”
“ปีกเหล็กบนหลังของพวกมันนั้นแม้จะดูน่ากลัวแต่มันก็ดีแค่กรีดกันไปมาเพียงเท่านั้น”
“นี่เป็นเทคนิคบ่มเพาะของโลกอีกเขตแดนหนึ่ง และในเขตแดนนั้นเรียกเทคนิคบ่มเพาะนี้ว่าพลังเหนือมนุษย์”
ถึงแม้ว่ามันจะดูน่าสะพรึงแต่พลังโจมตีของมันนั้นไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด
“คอยดูล่ะ”
เมื่อเฉินเฉียงพูดจบ ในมือของเขาก็ปรากฏธนูดำ พร้อมกับการที่เขาได้ปล่อยธนูไร้สีสันออกไปสองดอกเล็งไปยังหุ่นเชิดซากศพแมงมุมทะลุทะลวงพวกมันไป
เมื่อเหล่าศิษย์และผู้อาวุโสจากหลากหลายสำนักได้เห็นฉากนี้ก็ได้มีความกล้าขึ้นมาอย่างมาก
ในหมู่พวกเขานั้น มีคนหนึ่งที่เป็นผู้บ่มเพาะระดับราชา เมื่อเขาได้เห็นหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณแมงมุมตัวหนึ่งได้พุ่งตรงเข้ามาพร้อมปีกที่โบกสะบัด เขาก็ใช้ความกล้าทะยานเข้าหาพร้อ อมกวัดแกว่งดาบในมือ หั่นขาของมันไป
ด้วยการที่หุ่นเชิดสัตว์วิญญาณแมงมุมนี้อยู่ในระดับขุนพลขั้นกลางเพียงเท่านั้น มันย่อมไม่อาจต้านทานการโจมตีจากผู้บ่มเพาะในระดับราชาขั้นต้นได้
อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่หุ่นเชิดสัตว์วิญญาณแมงมุมตัวนี้เป็นเพียงซากศพ มันนั้นหาได้มีความเจ็บปวดไม่ ต่อให้ขาของมันหายไปข้างก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อมันมากนัก
เมื่อศิษย์ระดับราชาขั้นต้นผู้นี้เห็นว่าดาบของตนไม่อาจทำอะไรหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณแมงมุมตัวนี้ได้ เขาก็ได้บิดตัวในอากาศหลบปีกที่อยู่บนหลังของมัน ก่อนที่จะตวัดดาบออกไปอี กครั้งและได้ตัดขาของมันไปอีกข้าง
เขาทำซ้ำๆกันอยู่หลายครั้งจนขาทั้งแปดของมันถูกตัดขาดจนหมดสิ้น แต่กระนั้น มันก็ยังบินได้บนท้องฟ้า พร้อมกับเสียงกรีดไปมาของเหล็กปลายแหลมทำให้มันดูน่าสะพรึงยิ่งกว่าเดิม
แต่ด้วยการที่ก่อนหน้านี้เขาลงมือสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง นี่ทำให้ศิษย์ระดับราชาขั้นต้นผู้นี้มีกำลังใจที่จะสู้ขึ้นอย่างมาก
และหลังจากได้โอกาส เขาก็ได้ทำการทะยานขึ้นฟ้าพุ่งตรงไปหาหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณแมงมุมที่บินอยู่ ถึงแม้เขาจะเกือบถูกแท่งเหล็กปลายแหลมจากปีกของมันทิ่มแทงอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ห หลบได้อย่างเฉียดฉิว จนในที่สุดก็โจมตีโดนมันได้
นี่คือความแตกต่างของพลังระหว่างระบบบ่มเพาะของโลกปีศาจและโลกมนุษย์
ถึงแม้พวกเขานั้นจะไม่มีโลกใบเล็กภายในร่าง แต่หากว่าผู้บ่มเพาะที่อยู่ในระดับราชาขุนพลมาสู้กับแมงมุมตัวนี้ก็ยังยากที่จะจัดการมันลงได้
ผลก็คือหลังจากเห็นว่าการโจมตีของตนสามารถต่อกรกับหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณได้อย่างง่ายดาย ศิษย์ที่มีระดับบ่มเพาะราชาขั้นต้นผู้นี้ก็หาโอกาสตวัดดาบของตนตัดปีกข้างหนึ่งของหุ นเชิดสัตว์วิญญาณแมงมุม
“แคร็กกกก” เสียงโลหะที่แตกหักได้ดังขึ้น
และเมื่อดูดีๆแล้ว เป็นดาบของศิษย์ที่มีระดับบ่มเพาะระดับราชาผู้นี้ที่หักสะบั้นลง
แต่ปีกของหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณแมงมุมนั้นหาได้เป็นอะไรไม่
เมื่อเทียบกันแล้ว ดูเหมือนว่าเทคนิคการหลอมอาวุธของโลกปีศาจจะยังคงห่างชั้นอยู่แหะ
แต่หากจะให้พูดกันตรงๆแล้ว มันไม่ใช่ว่าอาวุธของศิษย์ระดับราชาขั้นต้นผู้นี้อ่อนด้อยแต่อย่างใด
แต่เป็นเพียงมนุษย์กลายพันธุ์นั้นมีเทคโนโลยีที่เหนือล้ำ ยังไม่ต้องพูดถึงการทำแผ่นพลังงานที่เป็นต้นกำเนิดทักษะของปีกสีเงินนี้เลย ความแหลมคำของปีกสีเงินน้ำย่อมไม่ต่างจาก อาวุธชั้นยอดของโลกมนุษย์
ยังดีที่ดูเหมือนว่าศิษย์ระดับราชาผู้นี้จะมีประสบการณ์มากพอที่จะหลบการโจมตีที่ไล่หลังมาของหุ่นเชิดสัตว์วิญญาณแมงมุมตัวนี้ได้
เมื่อเห็นแบบนี้ เฉินเฉียงก็ได้นำกระบี่ยาวหนึ่งออกมา มันเป็นสินสงครามที่ได้มาจากมนุษย์กลายพันธุ์ที่เขาได้พบเจอเมื่อนานมาแล้ว และโยนไปให้ศิษย์ผู้นี้ในทันที
“รับมันไป ใช้มันฆ่าศัตรูของเจ้าซะ”