ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1076 มาถึงเทียนจิง
ตอนที่ 1076 มาถึงเทียนจิง
ที่สนามบิน จางอ้ายผิงได้ให้เจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่นทานอาหารกลางวันและพักผ่อนสักพัก ก่อนจะขึ้นเครื่องไปเทียนจิงในเวลาประมาณบ่ายสามโมง
เมื่อเวลาประมาณห้าโมงกว่า พวกเขาก็มาถึงสนามบินเทียนจิง
หลังจากเก็บสัมภาระแล้ว กลุ่มคนก็เดินไปที่ทางออก หลินเจียลี่พูดว่า “พี่เขย ถ้าพี่ไม่แจ้งคุณปู่ก่อนจะไม่มีใครมารับเรา งั้นฉันจะพาพี่ไปที่จุดขึ้นรถสองแถวของสนามบินก็แล้วกัน”
เธอมาที่เทียนจิงหลายครั้ง ซึ่งก็มีครั้งหนึ่งที่ไม่มีใครมารับเธอเลย เธอจึงไปขึ้นรถสองแถวของสนามบิน ทำให้เธอคุ้นเคยกับมันมาก
เจียงสี่ยวไป๋ยิ้ม “เราไม่จำเป็นต้องขึ้นรถมินิบัสหรอก เดี๋ยวก็มีคนมารับเราแล้ว”
หลินเจียลี่ที่ได้ยินเเบบนั้นก็ถามด้วยความประหลาดใจ “พี่ได้โทรหาคุณปู่หรือยัง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กลอกตาใส่เธอ “ถ้าไม่โทรหาคุณปู่ก็จะไม่มีใครมารับเราได้เลยเหรอ ? ”
“ผู้ช่วยเจียง มาถึงแล้วเหรอ ! ”
ขณะที่เขาพูด พวกเขาก็เดินมาถึงทางออกและทันทีที่ก้าวออกประตูมา เขาก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาและพูดด้วยความตื่นเต้น
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองชายหนุ่มแล้วพยักหน้า “ใช่ เสี่ยวเฉา ขอบคุณที่มารอนะ ! ”
ชายหนุ่มคนนี้ชื่อเฉาจื่ออัน เขาเป็นผู้จัดการของเจียงเจียกรุ๊ปสาขาเทียนจิง ซึ่งเขาก็เคยเจอกับเจียงเสี่ยวไป๋มาหลายครั้ง ตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋มาที่สำนักงานของเขา ซึ่งทุกครั้งก็ทำให้เขาประทับใจอย่างบอกไม่ถูก
เฉาจื่ออันพูดด้วยความตื่นเต้น “ฉันเองไม่คิดว่าผู้ช่วยเจียงจะจำฉันได้ พวกคุณขึ้นเครื่องมาเหนื่อย ๆ รถอยู่ข้างนอกพร้อมแล้วครับ ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็รีบไปทักทายหลินเจียอิน “สวัสดีครับประธานหลิน ! ”
สำหรับคนอื่นเขาไม่รู้จักเลย แต่ก็พยักหน้าให้ทุกคน
กลุ่มคนเดินตามเฉาจื่ออันไปที่ทางเดินหน้าอาคารผู้โดยสาร ซึ่งมีรถสีดำสามคันจอดรออยู่อย่างเรียบร้อย
หลินเจียลี่พูดด้วยความประหลาดใจ “พี่เขย พี่นี่เยี่ยมจริง ๆ ขนาดในเทียนจิงก็ยังมีรถมารับด้วย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหนในเทียนจิง ผู้จัดการเฉาก็จัดการให้ทั้งหมดแหละ”
เฉาจื่ออันกล่าวว่า “รถทั้งหมดที่ผมยืมมาเป็นของลูกค้า เมื่อลูกค้าได้ยินว่าประธานบริษัทของเรากำลังมาที่เทียนจิงและต้องการรถไปรับ พวกเขาก็รีบเสนอรถตัวเองทันที”
ณ ปัจจุบัน เจียงเจียกรุ๊ปมีอิทธิพลอย่างมากในแวดวงธุรกิจของเทียนจิง ดังนั้นจึงง่ายต่อการยืมรถ
เฉาจื่ออันรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นมากที่สามารถมาต้อนรับเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินที่สนามบินได้
เจียงเสี่ยวไป๋ขมวดคิ้วและพูดอย่างไม่พอใจว่า “คุณบอกลูกค้าว่าประธานมาเทียนจิงอย่างนั้นเหรอ ? ”
เฉาจื่ออันรู้สึกกระวนกระวายใจและรู้สึกแย่ขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดแบบนี้
แต่เขาไม่กล้าโกหก เขาจึงพูดออกมาอย่างกล้าหาญว่า “ผู้ช่วยเจียง ลูกค้าถามถึงเรื่องนี้ ผมก็เลยบอกเขาไป”
เจียงเสี่ยวไป๋เหลือบมองเขาแล้วพูดด้วยท่าทางใจเย็นว่า “พรุ่งนี้คุณกลับไปทำงานที่ชิงโจวซะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋โกรธในสิ่งที่เฉาจื่ออันทำมาก เพราะแผนการเดินทางของหลินเจียอินถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต
ไม่ใช่ว่าเขากังวลเรื่องอะไร
เป็นเพียงว่าในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา มันไม่สมควรที่จะเปิดเผยแผนการเดินทางของผู้บังคับบัญชาของคุณออกไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
โดยเฉพาะแผนการเดินทางของผู้บริหารสูงสุด !
เพราะมันดูไม่เป็นส่วนตัว
หากให้คนแบบนี้มาทำหน้าที่ผู้จัดการประจำเมืองหลวง บอกตามตรงว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่วางใจเลย
เฉาจื่ออันรู้สึกสับสนขึ้นมาทันที เขาไม่คิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะย้ายเขาออกจากเทียนจิงกะทันหันแบบนี้
เทียนจิงเป็นเมืองหลวงเลยนะ !
ไม่เพียงแต่จะมีลูกค้ารายใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ปจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังมีการสร้างศูนย์กระจายสินค้าที่นี่อีกด้วย การเป็นผู้จัดการสำนักงานในเทียนจิงถือได้ว่าเป็นตำแหน่งที่สูงและมีโอกาสพัฒนาไปได้อีกในอนาคต
เขาไม่อยากถูกโยกย้ายกลับไปที่ชิงโจวแบบนี้
นอกจากนี้ เขาจะทำอย่างไรหากถูกโยกกลับไปที่ชิงโจว ?
เพราะการกลับไปทำงานอยู่ที่แผนกขายในฐานะหัวหน้างาน ก็ไม่ดีเท่ากับการเป็นผู้จัดการของสำนักงานในเทียนจิงอยู่ดี
“ผู้ช่วยเจียง ผมผิดไปแล้ว ! ”
“ให้โอกาสผมเถอะ แล้วผมจะระวังให้มากขึ้นครับ ! ”
เฉาจื่ออันรีบกล่าวขอโทษออกมาทันที เขาเหงื่อไหลออกมาบนหน้าผากทั้งที่อากาศแสนหนาวเย็น
เจียงเสี่ยวไป๋มองเขาอย่างลึกซึ้งและพูดด้วยท่าทางสงบ “ผู้จัดการเฉา หลังจากกลับไปที่ชิงโจวแล้ว ให้คุณเข้าคอร์สบริหารธุรกิจให้หนัก นี่จะเป็นผลดีสำหรับคุณในอนาคต”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็เดินขึ้นรถไป
เฉาจื่ออันถูกทิ้งให้รู้สึกกระวนกระวายอยู่ท่ามกลางสายลมหนาว
เขามองไปที่อาคารผู้โดยสารของสนามบินเทียนจิงด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนริมฝีปากของเขา
คนเราเมื่อทำอะไรผิด ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ทำ เพราะทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ
แม้ว่าเขาไม่เต็มใจที่จะรับผลของการกระทำนี้ แต่เขาก็รู้อยู่ว่าไม่มีทางทำอะไรได้ นอกจากต้องย้ายกลับไปที่ชิงโจว
เขาไม่กล้าแม้แต่จะคัดค้านออกมา เว้นแต่ว่าเขาจะลาออกจากเจียงเจียกรุ๊ปไป
ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกขอบคุณเจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋ให้เขากลับไปที่ชิงโจวเพื่อไปเรียนคณะธุรกิจที่บริษัทเปิดสอน เพื่อที่ในอนาคตเขาจะได้ไม่ทำอะไรผิดพลาดแบบนี้อีก
หลังจากสูดหายใจเข้าลึก ๆ เฉาจื่ออันก็เข้าไปในรถทันที
“ผู้ช่วยเจียง ผมผิดไปแล้ว ! ” หลังจากขอโทษอย่างจริงใจแล้ว เขาก็กล่าวว่า “หลังจากที่ผมออกจากเทียนจิงไป คุณสามารถขอให้กัวเต๋อหยุนมารับช่วงต่อจากผมได้”
“เพราะเขารู้งานของผมดี และรู้จักลูกค้าในเทียนจิงทุกคน มีความสามารถโดดเด่น และทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ทั้งยังมีความระมัดระวังและรอบคอบ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองเขาด้วยความประหลาดใจ เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเมื่อคุณกลับไปที่ชิงโจวแล้ว ก็ไปลงทะเบียนเรียนได้เลย ! ”
“”ขอบคุณผู้ช่วยเจียง ! ” เฉาจื่ออันกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ และถามว่า “คุณได้จัดเตรียมโรงแรมไว้แล้วหรือยัง ? ”
เฉาจื่ออันกล่าวขึ้นมาทันทีว่า “ทุกอย่างได้รับการจัดเตรียมแล้วครับ เราได้เตรียมโรงแรมเทียนจิงบนถนนฉางอันไว้ให้”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าด้วยความพอใจ เมื่อพิจารณาจากสภาพปัจจุบันแล้ว โรงแรมเทียนจิงก็เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในเทียนจิง และไม่ใช่สถานที่ที่คนทั่วไปจะสามารถเข้าพักได้
นอกจากนี้ โรงแรมเทียนจิงยังอยู่ใกล้กับจัตุรัสเทียนอันเหมิน ทำให้สามารถเดินเยี่ยมชมจัตุรัสเทียนอันเหมินได้สะดวก
หลังจากขับรถนานกว่าครึ่งชั่วโมง พวกเขาก็มาถึงถนนฉางอันในที่สุด เจียงไห่หยางและคนอื่นได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเทียนอันเหมินผ่านหน้าต่างรถ ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นเมาก
“นั่นคือเทียนอันเหมิน ! ”
“เยี่ยมมาก ในที่สุดฉันก็เห็นมันแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยพูดด้วยความตื่นเต้น
เจียงชานเม้มริมฝีปาก “หนูเคยขึ้นไปบนเทียนอันเหมินมาแล้วค่ะ!”
เจียงเสี่ยวเหลยพูดว่า “พรุ่งนี้ฉันก็จะเดินขึ้นไปเหมือนกัน”
“ฉันอยากถ่ายรูปให้เพื่อนร่วมชั้นทุกคนดูว่าฉันเคยมาที่เทียนอันเหมินแล้ว”
เจียงเสี่ยวหยูกล่าวว่า “ฉันก็อยากถ่ายรูปกับป้ายสถานที่สำคัญเยอะ ๆ เหมือนกัน ! ”
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน รถก็จอดที่ทางเข้าโรงแรมเทียนจิงแล้ว
เจียงเสี่ยวเหลยกล่าวว่า “สถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้กับเทียนอันเหมินมาก ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวกลับถึงห้อง ฉันว่าจะออกมาดูเลย ! ”
เขาไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นบนใบหน้าของเขาได้
เจียงชานกล่าวว่า “มันขึ้นอยู่กับว่าพ่อจะให้เรามากี่โมง”
“เพราะดูแล้วเราจะต้องกินข้าวกันก่อน”
“เป็ดย่างที่เทียนจิงก็อร่อยมากนะ หนูอยากกินเป็ดย่าง ! ”
เมื่อเทียบกับการไปดูจัตุรัสเทียนอันเหมินแล้ว เธอกังวลเรื่องของกินมากกว่า
เพราะถึงอย่างไรเธอก็เคยไปที่เทียนอันเหมินมาแล้ว แต่เธอเคยกินเป็ดย่างเทียนจิงแค่บนรถไฟเท่านั้น เธอไม่เคยได้ชิมเป็ดย่างเทียนจิงแบบต้นตำรับมาก่อน จึงอยากมีโอกาสนั้นสักครั้ง
เจียงเสี่ยวเหลยพูดว่า “กินอะไรก็ได้ที่เธอต้องการ กินเสร็จก็ไปเที่ยวต่อ”
หลังลงจากรถ เขาก็ลากกระเป๋าเดินทางไปที่เจียงเสี่ยวไป๋อย่างรวดเร็ว และพูดด้วยความตื่นเต้น “พี่รอง พวกเราขอไปเดินเล่นที่หน้าจตุรัสเทียนอันเหมินได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างไม่เป็นทางการ “เช็คอินก่อนแล้วไปกินมื้อเย็น แล้วพรุ่งนี้ว่างทั้งวัน นายจะไปเทียนอันเหมินเมื่อไหร่ก็ได้”
อ่า !
มันเหมือนกับที่เจียงชานพูดทุกประการ !
เจียงเสี่ยวเหลยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
“พ่อคะ หนูอยากกินเป็ดย่าง ! ” เจียงชานเหลือบมองเจียงเสี่ยวเหลยอย่างภาคภูมิใจและหันไปพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยรอยยิ้ม
“ได้สิ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบตกลง “คืนนี้เราจะไปภัตตาคารฉวนจูเต๋อเพื่อกินเป็ดย่างกัน ! ”