ผมเป็นเจ้าของโรงพยาบาลจิตเวชพิศวง - บทที่ 1188 เบาะแสของปรมาจารย์กระบี่
“พวกนายนี่รวดเร็วจริงๆ นะ?” หลินชีเยี่ยมองดูไป๋หลี่พั่งพั่งและเฉาเยวียนที่กำลังหัวเราะคิกคักอยู่หน้าโซฟา
แล้วกล่าวอย่างจนปัญญา “เพิ่งมาถึงยูโทเปียได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง ก็กลมกลืนเข้ากับที่นี่ได้อย่างสมบูรณ์แล้วเหรอ?”
หลังจากถูกหลินชีเยี่ยจับได้ ไป๋หลี่พั่งพั่งและเฉาเยวียนก็ย้ายจากห้องวีไอพีเอวันมาที่นี่ทันที ก่อนจะออกมาก็ไม่
ลืมที่จะหยิบเครื่องดื่มและผลไม้ในห้องมาด้วย
“ก็เบื่อๆ ไม่รู้จะทำอะไรน่ะ!” ไป๋หลี่พั่งพั่งเกาหัวแกรกๆ “เป็นเหล่าเฉาที่อยากมา ฉันก็แค่อยากอยู่ข้างๆ เขา
เพื่อปกป้องเขาหน่อย……”
เฉาเยวียนอ้าปากเหมือนจะแก้ตัวอีกสักสองสามประโยค แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
ในสถานการณ์เช่นนี้ คำอธิบายที่ฝืนใจทั้งหมดล้วนไร้ประโยชน์
“นี่ไม่ใช่ที่ลำดับเก้าหรอกเหรอ? คนคุ้นเคยเก่าแก่นี่นา!” ไป๋หลี่พั่งพั่งยิ้มพลางกล่าวด้วยความประหลาดใจ เขาจำ
เหอหลินได้ในทันที
“เป็นพวกนายนี่เอง” เหอหลินกล่าวพลางยิ้ม เขาก็จำคนทั้งคู่ได้เช่นกัน “ไหนๆ ก็มาแล้ว มาดื่มด้วยกันสักหน่อย
สิ”
ไป๋หลี่พั่งพั่งกับเฉาเยวียนนั่งลงอย่างว่าง่าย สี่คนนั่งล้อมโต๊ะ ยกแก้วดื่มด้วยกัน
“ดังนั้น การที่พวกนายมาที่ยูโทเปียครั้งนี้ ก็แค่มาเยี่ยมชมเท่านั้นเหรอ?” หลังจากทักทายกันครู่หนึ่ง เหอหลินจึง
ถามด้วยความสงสัย
หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “เปล่าครับ ครั้งนี้พวกเรามาเพื่อตามหาคน”
“ตามหาคน? ตามหาใครอยู่เหรอ?”
“โจวผิง”
“ปรมาจารย์กระบี่ต้าเซี่ย?” เหอหลินตกใจ “ไม่ใช่สิ ตอนนี้ควรเรียกว่าเซียนกระบี่แห่งโลกมนุษย์แล้ว……เขาไม่ได้
อยู่ที่โอลิมปัสหรอกเหรอ?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทั้งสามคนก็พร้อมใจกันตื่นตัวขึ้นมาทันที ถามว่า
“คุณรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนเหรอ?”
“ก็ไม่เชิงว่ารู้ทั้งหมด” เหอหลินวางแก้วเหล้าในมือลง แล้วพูดช้าๆ ว่า
“ประมาณครึ่งปีก่อนมั้ง? ฉันได้รับคำสั่งจากประธานให้ไปแฝงตัวในแวดวงผู้เลื่อมใสของโอลิมปัส
ตอนที่ฉันกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ที่นั่น บังเอิญได้เจอเขาเข้า ตอนนั้นเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำสกปรก แบกกล่องกระบี่
ไว้ เดินอยู่บนถนนแบบนั้น ทั้งหน้าตาและการแต่งกายดูแปลกแยกจากคนท้องถิ่นมาก
พูดตามตรง ก่อนหน้านี้ฉันก็ไม่เคยเห็นใบหน้าจริงของปรมาจารย์กระบี่ในต้าเซี่ยมาก่อน เลยจำไม่ได้ว่าเป็นเขา
และเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวตนเปิดเผย ก็เลยไม่ได้เข้าไปทักทาย
ตอนนั้นมีโจรกลุ่มหนึ่งปล้นผู้หญิงคนหนึ่งกลางถนนพอดี พวกมันเตะเธอล้มลง แล้วลักพาตัวลูกสาวอายุ 13 – 14
ปีของเธอไป…
พวกนายอาจจะไม่รู้ แวดวงผู้เลื่อมใสของโอลิมปัสวุ่นวายมาก เรื่องแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นเรื่องปกติ ในที่แบบนั้น
ไม่มีสิทธิมนุษยชน ศีลธรรม หรือกฎหมายอะไรเลย มันเป็นสวรรค์ของอาชญากรรมอย่างแท้จริง ผลก็คือเซียนกระบี่เห็น
เหตุการณ์นี้เข้า เขาก็เอานิ้วชี้แตะกล่องกระบี่เบาๆ แค่นั้น วินาทีถัดมาหัวของโจรพวกนั้นก็กระเด็นออกไปทันทีเลย”
เหอหลินมองดูหลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ที่กำลังตั้งใจฟังอย่างสนใจ จิบเหล้าเบาๆ ดวงตาฉายแววหวนคิดถึง “กระบี่
ของเขาเร็วมาก ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาในแวดวงผู้เลื่อมใสเลย แม้แต่ฉันยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เทพเจ้าโอลิมปัส
ที่คอยเฝ้าดูแวดวงผู้เลื่อมใสอยู่ตลอดเวลา ย่อมรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนของกฎเกณฑ์แห่งกระบี่ได้
หลังจากเซียนกระบี่ฆ่าคน ไม่ถึงครึ่งนาทีก็มีเทพเจ้าองค์หนึ่งจุติลงมา ก็คือโพไซดอนเทพแห่งมหาสมุทรของโอ
ลิมปัสที่รับผิดชอบดูแลแวดวงผู้เลื่อมใส
เทพแห่งมหาสมุทรองค์นี้ พอลงมือก็ปรากฏภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจ แม่น้ำนับหมื่นสายไหลย้อนขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่ยัง
ไม่ทันที่เขาจะเดินมาถึงตัวเซียนกระบี่ เซียนกระบี่ก็ตบกล่องกระบี่ทีหนึ่ง กระบี่เล่มหนึ่งก็พุ่งออกมาในชั่วพริบตา ฟันเทพ
แห่งมหาสมุทรขาดเป็นสองท่อน!!!”
หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ พากันสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
ในถิ่นของคนอื่น บอกว่าจะฆ่าเทพก็ฆ่าเลย มีแต่โจวผิงเท่านั้นที่มีความมั่นใจขนาดนี้ได้
“แล้วยังไงต่อ แล้วยังไงต่อ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งถามอย่างร้อนรน
“หลังจากเทพแห่งมหาสมุทรถูกฆ่า ก็มีเทพเจ้าโอลิมปัสอีกสององค์ลงมา แต่ก็ไม่ใช่เทพหลัก เซียนกระบี่ชักดาบ
ต่อสู้กับพวกเขาสักพัก แล้วก็ฆ่าทั้งสององค์พร้อมกัน…
ฉันเกิดมาทั้งชีวิต นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนฆ่าเทพ และยังง่ายดายขนาดนี้ มาคนเดียวก็ฆ่าคนเดียว มาสองคนก็
ฆ่าทั้งคู่ ตอนนั้นฉันถึงได้รู้ตัวว่า ชายที่มีรูปร่างหน้าตาธรรมดาคนนี้ก็คือเซียนกระบี่แห่งโลกมนุษย์ของต้าเซี่ย”
เหอหลินกระดกเหล้าในแก้วจนหมดในคราวเดียว ถอนหายใจยาว แล้วพูดต่อว่า
“เทพเจ้าสามองค์ถูกฆ่าติดต่อกัน ทางโอลิมปัสคงจะตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาแล้ว ตอนที่เทพหลัก
หลายองค์กำลังจะลงมา ไม่รู้ทำไม ท้องฟ้ามืดลงทันที ความมืดปกคลุมทั่วทั้งแวดวงผู้เลื่อมใส
จากนั้นก็มีเงาร่างมนุษย์ที่มีแสงดาวเรืองรองรอบตัวเดินออกมาจากขอบฟ้า คุยกับเซียนกระบี่สักพักแล้วเซียน
กระบี่ก็ตามเธอออกไปจากแวดวงผู้เลื่อมใส หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ฉันก็ไม่รู้แล้ว”
เมื่อเหอหลินพูดจบ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสนิท
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ค่อยๆ เค้นคำพูดออกมาประโยคหนึ่ง
“ปรมาจารย์กระบี่… โคตรเท่เลย!”
หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ สบตากัน แล้วโพล่งหัวเราะออกมา
“แต่ว่า พวกนายมาตามหาเซียนกระบี่ มีธุระด่วนอะไรเหรอ?” เหอหลินถามอย่างสงสัย
“ตอนนี้สถานการณ์ในหมอกไม่ค่อยดีนัก พวกเราอยากเชิญปรมาจารย์กระบี่กลับไปประจำการที่ต้าเซี่ย” หลินชี
เยี่ยตอบตามความจริง
“จริงด้วย ตอนนี้สถานการณ์ของต้าเซี่ยอันตรายมาก แค่สรวงสวรรค์อย่างเดียวอาจไม่สามารถปกป้องต้าเซี่ยได้
ทั้งหมด……แต่สิ่งที่ฉันรู้เป็นเรื่องเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนี้ยังไม่แน่ว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“ประธานจี้เนี่ยนบอกว่าเธอมีวิธีสืบหาร่องรอยของปรมาจารย์กระบี่ได้”
“หืม?” เหอหลินขมวดคิ้ว “หรือว่า……ก็ใช่ ที่นั่นน่าจะมีความหวัง”
“แล้วมันคือที่ไหนกันแน่?” เฉาเยวียนถามอย่างอยากรู้
“รายละเอียดรอให้ประธานมาบอกเองดีกว่า ตอนนี้ประธานน่าจะเพิ่งเรียนเสร็จและกำลังจะนอน รอเธอตื่นแล้ว
คงจะมาหาพวกนายเอง” เหอหลินถอนหายใจ “ปกติประธานต้องยุ่งทั้งเรื่องของสมาคมปีศาจ ทั้งการผลิตพิกเซลแถมยัง
ต้องเรียนอีก……เหนื่อยมากจริงๆ”
“ใช่แล้ว เธอก็ลำบากไม่น้อยเหมือนกัน”
ทั้งสี่คนพูดคุยกันไปพลางดื่มเหล้าในห้องวีไอพี รอจนกระทั่งบาร์เริ่มปิด พวกเขาจึงออกมา
พอเดินออกมาจากประตูใหญ่ พวกเขาก็เห็นร่างคุ้นตาคนหนึ่งเดินออกมาจากบาร์โฮสต์ฝั่งตรงข้าม
เส้นผมสีดำสนิทแซมด้วยเส้นสีเงินขาวบางๆ เธอคลุมผ้าคลุมไหล่ มือซ้ายถือขวดเหล้า มือขวายกสูงโบกมือให้กับ
ชายห้าหกคนที่ยืนเบียดกันอยู่หน้าประตูร้านอย่างตื่นเต้น
“ลาก่อน… อึก!……อีกสองสามวันจะมาดื่มกับพวกนายอีก!”
เธอหมุนตัวกลับมาอย่างโซเซ ยกขวดดื่มอีกอึก ใบหน้าแดงเรื่อเพราะเมาเล็กน้อย หยุดนิ่งมองไปที่ประตูบาร์ฝั่ง
ตรงข้ามถนน ตาหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังพยายามเพ่งมองให้ชัด
หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ ที่ยืนอยู่หน้าประตูบาร์เห็นใบหน้าคุ้นเคยนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที
เหอหลินเอามือยกขึ้นกุมหน้าผากเงียบๆ
จี้เนี่ยนมองเห็นร่างของพวกเขาชัดเจน ตาเบิกโพลงทันใด