พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร - ตอนที่ 24 ความแข็งแกร่งที่แท้จริง!
ไม่นานนัก เวลาก็ผ่านไปกว่าสองชั่วโมง ภายในสนามการต่อสู้จริงที่เจ็ด
การทดสอบของเหล่านักเรียนภายในสถาบันนักล่ามังกรยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ทว่าท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด ก็มีเหล่านักล่ามังกรรุ่นใหม่ไม่น้อยที่ต้องเปิดใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิต แสงสัญญาณสีแดงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นระยะ บ่งบอกถึงคำร้องขอความช่วยเหลือ
เจ้าหน้าที่ประจำสนามเคลื่อนตัวเข้าไปอย่างรวดเร็วเพื่อดึงตัวผู้ทดสอบออกจากพื้นที่อันตราย
พวกเขาส่วนใหญ่ต่อให้จะร่ำเรียนและฝึกฝนกันมาอย่างเข้มงวดมากเพียงใด ทว่าการพบเจอกับสัตว์อสูรมังกรในชีวิตจริงซึ่งแตกต่างไปจากตำราประวัติศาสตร์อย่างสิ้นเชิงนั้น ย่อมเป็นบททดสอบที่โหดร้ายกว่าที่คาดคิด
ในหน้ากระดาษ สัตว์อสูรมีเพียงคำอธิบายและภาพประกอบ
แต่ในสนามจริง กลิ่นคาวเลือด เสียงคำรามสะเทือนทรวง และแรงกดดันจากชีวิตที่ถูกคุกคาม ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่อาจถ่ายทอดผ่านตัวอักษรได้
ความหวาดหวั่น ความตื่นตระหนก ความประมาท หรือแม้แต่ความลังเลเพียงชั่วพริบตา
ทั้งหมดล้วนส่งผลให้หลายคนต้องพ่ายแพ้ต่อความเป็นจริงอันโหดร้าย
บางคนรอดมาได้อย่างหวุดหวิด บางคนต้องถูกพาออกจากสนามด้วยสีหน้าซีดเผือด
การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ปรานี
ขณะที่อาณาเขตส่วนใน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้มีสัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่งอาศัยอยู่ ความกดดันในอากาศกลับหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า ท่ามกลางดงของสัตว์อสูรมังกรที่แข็งแกร่ง ตัวของหวงเยี่ยได้บุกตะลุยเข้ามาโดยไร้ความลังเล
หอกเหล็กกล้าสีดำในมือสะท้อนประกายหม่น มือทั้งสองพริ้วไหวราวกับกำลังร่ายรำ ทุกการหมุนควงแฝงความแม่นยำถึงขีดสุด ออกกระบวนท่าหอกอย่างชำนาญดั่งสายฟ้าฟาด รวดเร็ว ฉับไว และหนักหน่วง
ในเวลานั้นเอง เบื้องหน้าเขาปรากฏร่างขนาดมหึมาของหมีมังกรสี่น้ำตาล
ลักษณะของมันสูงใหญ่กว่าสี่เมตร ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นหนา เส้นขนหนาทึบกลับแปรเปลี่ยนคล้ายเกล็ดมังกรชิ้นเล็กๆที่ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทำให้ผิวกายของมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผา ดวงตาสีเหลืองขุ่นจ้องมองมนุษย์ตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณดุร้าย
หมีมังกรสีน้ำตาลคำรามก้อง เสียงสะเทือนสะท้านไปทั่วพื้นที่โดยรอบ ก่อนจะยกอุ้งเท้าอันมหึมาฟาดลงมาอย่างรุนแรง
หวงเยี่ยที่เห็นก็พลิกตัวหลบอย่างเฉียบคม ฝ่าแรงลมที่พัดเฉี่ยวผ่านใบหน้าไปเพียงเสี้ยวอึดใจ
จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ระยะห่างที่ดูไกลกลับถูกย่นย่อในชั่วพริบตา
หอกในมือถูกง้างขึ้นเหนือไหล่
แล้วแทงออกไปอย่างฉับพลัน
เสียงลมหวีดร้องแหลมสูง ปลายหอกสั่นไหวจนเกิดภาพเบลอ ราวกับแตกแยกออกเป็นสามเงา
สามจุดโจมตีพุ่งเข้าปะทะร่างของหมีมังกรสีน้ำตาลอย่างรุนแรง
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
หมีมังกรแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างขนาดใหญ่ถอยหลังไปครึ่งก้าว ก่อนจะเหวี่ยงกรงเล็บกลับมาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง
หวงเยี่ยถอยตัวหลบอย่างฉับไว ดวงตาคมกริบจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของมัน
“แข็งแกร่งกว่าที่คิด!”
แรงแทงเมื่อครู่ไม่ได้ทะลุทะลวงเข้าไปลึกนัก เกล็ดซ้อนกันของมันแข็งแกร่งเกินกว่าสัตว์อสูรระดับแรกเริ่มหลายเท่า
หมีมังกรคำรามอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่ไม่สอดคล้องกับขนาดมหึมาของมัน
พื้นดินสั่นสะเทือนทุกครั้งที่มันก้าวเท้า
หวงเยี่ยหมุนหอกในมือเป็นวงกว้าง ปลายคมเหล็กสะท้อนแสงวาบ จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าปะทะโดยไม่ถอย ปลายหอกปะทะเข้ากับอกหนาของหมีมังกร เกล็ดกระจายเป็นเศษเล็กๆบางส่วน โลหิตสีเข้มซึมออกมาตามรอยแตก
หมีมังกรส่งเสียงคำรามยาว แววตาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
มันยกสองอุ้งเท้าขึ้นพร้อมกันแล้วฟาดลงมา
“ปังงงงงงงงงงง!”
หวงเยี่ยกระโดดถอยหลัง ฝ่าแรงลมที่กดทับลงมาจากเบื้องบน ฝุ่นและเศษหินพุ่งกระจายราวกับคลื่นระเบิด
เขาย่อตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะถีบพื้นพุ่งกลับเข้าไปอีกครั้ง
ปลายหอกสั่นไหวจนเกิดภาพซ้อนอีกครา เสียงฉีกขาดดังขึ้นพร้อมกันกับโลหิตที่พุ่งกระฉูด
หมีมังกรสะดุ้งถอยหลัง เสียงคำรามแปรเปลี่ยนเป็นแหบพร่าด้วยความตื่นตระหนก
ทว่าตัวของหวงเยี่ยไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาเปลี่ยนจังหวะทันที หอกถูกหมุนกลับอย่างรวดเร็ว แล้วแทงเฉียงขึ้นสู่ลำคอ
“ฉึก!”
ปลายคมเหล็กพุ่งผ่านช่องว่างของเกล็ดเข้าสู่จุดอ่อนอย่างฉับพลัน
“ฮะ.. โฮกกกก!”
เสียงคำรามสะเทือนดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทรุดลงกระแทกพื้นอย่างหนัก
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่ง ได้รับแต้มวิญญาณ 100 แต้มค่ะ】
หวงเยี่ยยืนอยู่ตรงหน้าร่างไร้ลมหายใจของหมีมังกรสีน้ำตาล
เลือดอุ่นยังคงไหลซึมลงสู่ผืนดินที่แตกร้าว กลิ่นคาวคละคลุ้งลอยอวลปะปนกับไอพลังวิญญาณที่ยังไม่ทันสลายไปกับสายลม
“สัตว์อสูรระดับหนึ่งพวกนี้แข็งแกร่งกว่านักล่ามังกรระดับเดียวกันอย่างชัดเจน!”
“ร่างกายที่แข็งแกร่ง พละกำลังที่รุนแรงและร้ายกาจ ทั้งยังมีความเร็วที่ผิดกับขนาดตัวอย่างลิบลับ!”
“ถึงจะสังหารมันได้ก็จริง แต่ข้าก็ต้องเสียเวลาไปอยู่ไม่น้อย!”
“เพราะงั้นหลังจากนี้คงต้องเปลี่ยนแผนการณ์ คงได้เวลาที่จะใช้เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา ราชันย์พงไพรพิฆาตดาราแล้วละ”
ทันทีที่ความคิดสิ้นสุด เขาก็โยนหอกสีดำในมือทิ้งไปโดยไม่ลังเล
โลหะสีสนิทกระทบพื้นหินเกิดเสียงก้อง ก่อนจะกลิ้งไปหยุดอยู่ข้างซากหมีมังกร ราวกับอาวุธนั้นหมดความจำเป็นในห้วงเวลานี้
หวงเยี่ยขยับร่างกายของตนเองไปมา ไหล่และลำแขนผ่อนคลาย เส้นเอ็นที่ตึงเครียดจากการปะทะเมื่อครู่ถูกคลายออก เขาทำท่าทางเหมือนยืดเส้นยืดสาย แฝงด้วยจังหวะการเคลื่อนไหวที่ประณีต ทุกองศาของร่างกายปรับสมดุลอย่างแม่นยำ
นัยน์ตาสีฟ้าครามของเขาเริ่มเปล่งประกายวิญญาณสีม่วงเข้ม แสงนั้นลุกวาบขึ้นจากส่วนลึกของดวงตา
ขณะที่เบื้องหน้า ฝูงหมีมังกรสีน้ำตาลเข้มกว่าหกตนได้วิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง พื้นดินสั่นสะเทือนตามจังหวะฝีเท้า หนามแหลมบนสันหลังของพวกมันสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายดุดัน เขี้ยวคมขาวโพลนเผยออกมาพร้อมเสียงคำรามที่ก้องสะท้านไปทั่วทั้งอาณาเขต
พวกมันเห็นว่าพักพวกของตนเองถูกมนุษย์ฆ่าตาย ความโกรธเกรี้ยวพลันลุกโชนในดวงตาแดงก่ำ
ทว่าหวงเยี่ยกลับไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย
เขาเพียงแสยะยิ้ม ก่อนกางฝ่ามือออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“รากไม้พิฆาตดารา!”
คำประกาศดังขึ้นพร้อมกับการปะทุของเจตจำนงระดับราชา
ในวินาทีนั้น แขนของเขาแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ผิวหนังแตกออกเป็นเส้นใยแข็งแกร่ง เส้นเลือดกลายเป็นลวดลายคล้ายเถาวัลย์ ก่อนจะขยายตัวเป็นรากไม้ขนาดใหญ่ยาวกว่าหนึ่งเมตร สีม่วงเข้มราวกับกลืนกินแสงโดยรอบ
รากไม้เหล่านั้นอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณหนาแน่น มันขยายตัวออกและพุ่งออกไปดั่งแสงวาบ รวดเร็วเฉียบคมดุจสายฟ้า
หมีมังกรตนแรกยังไม่ทันยกกรงเล็บขึ้นป้องกัน รากไม้ก็แทงทะลวงลำตัวของมันจนทะลุออกทางด้านหลัง เลือดสีเข้มสาดกระจายกลางอากาศ ร่างมหึมาถูกยกสูงขึ้นราวกับของเล่นไร้น้ำหนัก
ตัวที่สอง ตัวที่สาม ตัวที่สี่
รากไม้สีม่วงทะลวงผ่านเกราะหนังหนาแน่นของพวกมันราวกับแทงทะลุผืนผ้า
กระดูกแตกหักดังกรอบแกรบสลับกับเสียงคำรามที่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงโหยหวน
หวงเยี่ยสะบัดแขนอย่างเฉียบขาด รากไม้พิฆาตดาราเหวี่ยงร่างมหึมาทั้งหมดออกไปพร้อมกัน ราวกับซากศพอันไร้ค่า ทะยานไปกระแทกพื้นหินเกิดแรงสั่นสะเทือนหนักหน่วง ฝุ่นดินฟุ้งกระจายเป็นม่านควันหนาทึบ
จากนั้นแขนของเขาก็แปรเปลี่ยนกลับเป็นแขนมนุษย์ปกติ เหมือนกับว่ารากไม้นั้นเป็นดั่งภาพลวงตายังไงยังงั้น
ความเงียบพลันเข้าครอบงำชั่วขณะ ก่อนที่เสียงมีเสน่ห์จากระบบจะดังขึ้นในจิตสำนึกของเขา
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่ง ได้รับแต้มวิญญาณ 100 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่ง ได้รับแต้มวิญญาณ 100 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่ง ได้รับแต้มวิญญาณ 100 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่ง ได้รับแต้มวิญญาณ 100 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่ง ได้รับแต้มวิญญาณ 100 แต้มค่ะ】
【สังหารสัตว์อสูรมังกรระดับหนึ่ง ได้รับแต้มวิญญาณ 100 แต้มค่ะ】
เสียงแจ้งเตือนดังต่อเนื่องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต้มคะแนนมากมายหลั่งไหลเข้าสู่ระบบกลืนกินมังกรอย่างรวดเร็ว
“ดะ.. ดีมาก!”
ความละโมบในคะแนนที่แรงกล้าปรากฏขึ้นชัดเจนบนใบหน้าที่เริ่มชั่วร้ายของเขา