พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่122 ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อบุตรีที่รักของข้า!
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่122 ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อบุตรีที่รักของข้า!
บทที่122 ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อบุตรีที่รักของข้า!
ณ เรือนโยวหลาน จวนจงหย่งโหว
เวลานี้ ฮูหยินเมิ่งกำลังท่องอ่านจดหมายที่พ่อบ้านเพิ่งนำมาส่งให้
จดหมายฉบับนี้มาจากท่านอาจารย์เสวียนชิง ผู้เร้นกายบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าลึกบนเขาจงหนานที่ไกลออกไปนับพันลี้
นับตั้งแต่ที่ตัวเสนียดจัญไรเยี่ยงเมิ่งซีโจวกลับเข้าจวนมา หัวใจของฮูหยินเมิ่งก็ไม่เคยได้สงบลงอย่างแท้จริงอีกเลยแม้สักวันเดียว
วิชาสับเปลี่ยนดวงชะตานับเป็นศาสตร์แขนงที่ฝืนลิขิตฟ้า ทั้งยังอันตรายและเต็มไปด้วยความเสี่ยงอย่างที่สุด
นางจึงได้ส่งคนสนิทควบม้าเร็วออกไปในทันที ให้นำสารลับไปส่งให้ถึงมือของท่านอาจารย์เสวียนชิง เพียงเพื่อต้องการขอคำตอบที่แน่ชัดสักประการ
การสับเปลี่ยนดวงชะตาครานี้…สำเร็จแล้วหรือไม่
จดหมายตอบกลับฉบับแรกจากท่านอาจารย์เสวียนชิงนั้น ประหนึ่งอ่างน้ำเย็นจัดที่สาดลงมาจากฟากฟ้า โถมใส่ร่างของนางจนเย็นเยียบไปถึงกระดูก แม้บัดนี้เมื่อหวนนึกขึ้นมา ยังรู้สึกหนาวเหน็บเสียดแทงไม่หาย
มีเพียงอักษรไม่กี่คำว่า
“หากยังไม่สำเร็จ ดาราคลาดเคลื่อน กลุ่มดาวแปรผัน เค้าลางพลิกผันตลบครั้งรุนแรง อันตรายเกินหยั่งรู้”
คำว่า ‘หากยังไม่สำเร็จ’ เพียงสี่พยางค์นั้น ก็เสียดแทงลึกเข้าไปในหัวใจของฮูหยินเมิ่งอย่างเหี้ยมโหดแล้ว
นางสู้วางหมากอย่างรอบคอบมานานหลายปี ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ กระทั่งไม่สนศักดิ์ศรียอมเล่นสกปรกถึงขั้นที่ต้อง…ใช้วิธีต้องห้ามสารพัดอย่าง และสิ่งที่นางปรารถนา ก็มีเพียงขอให้ชะตาชีวิตของหนานหนานหลุดพ้นจากโซ่ตรวนแห่ง ‘ความเป็นรอง’ อันน่าชิงชังนี้ให้ได้ ให้นางได้มีชีวิตที่รุ่งเรืองมั่งคั่งราบรื่นตลอดภพนี้ และสามารถครองคู่กับคนที่นางรักจนเส้นผมหงอกขาว
ส่วนเมิ่งซีโจวผู้ขวางหูขวางตานางนั้น ท่านอาจารย์เสวียนชิงเคยพยากรณ์ไว้นานแล้วว่า ชะตาชีวิตของนางเต็มไปด้วยเคราะห์กรรม ทั้งชีวิตมีแต่ความทุกข์ระทม สุดท้ายย่อมต้องตายอย่างน่าอนาถไร้จุดจบที่ดี! เดิมทีนี่ควรเป็นบทสรุปที่แน่นอนดุจตอกตะปูลงแผ่นไม้ มิอาจคลอนแคลนได้สักนิด!
แต่ทว่า…ทุกสิ่งทุกอย่างกลับแปรเปลี่ยนไปหมดแล้ว
หมู่ดาวจะเกิดการแปรปรวนครั้งใหญ่อย่างนั้นรึ? แม้แต่ท่านอาจารย์เสวียนชิงผู้เป็นยอดเซียน มีทักษะหยั่งรู้ความลับแห่งฟ้าดิน ยังไม่อาจคาดเดาอนาคตต่อจากนี้ได้เชียวรึ?
และคำพยากรณ์ภายหลังนี้ของท่านอาจารย์เสวียนชิง ก็ยิ่งทำให้นางประหนึ่งตกลงสู่ห้วงน้ำแข็ง หนาวเหน็บไปถึงขั้วกระดูก
เส้นทางชะตาระหว่างเมิ่งซีโจวกับเมิ่งหนานอี้ กลับพร่าเลือนดุจเส้นหมึกจาง พันเกี่ยวปะปนกันจนยุ่งเหยิง กลายเป็นความคลุมเครือโกลาหล ยากจะมองออกอีกต่อไปว่าจะเลี้ยวหันไปสู่ทิศทางใด
สิ่งเดียวที่ยังเห็นได้ชัดก็คือ ‘กระแสอำนาจ’ ของเมิ่งซีโจวนั้นกำลังพุ่งทะยานดุจหน่อไผ่แรกฝน โผล่พ้นดินแล้วเติบใหญ่ขึ้นทีละปล้องๆ ทั้งยังขึ้นแซงหน้าหนานหนานของนางไปแล้ว! แต่ที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าก็คือ แนวโน้มเช่นนี้ยังคงทวีความเร็วอย่างฉุดไม่หยุดด้วย!
ความไม่สบายใจที่มิเคยเกิดขึ้นมาก่อนสายหนึ่ง พลันฉกคว้าบีบกำหัวใจของฮูหยินเมิ่งไว้แน่นในชั่วพริบตา
กลเม็ดเล่ห์เหลี่ยมที่อนุหลิวกับอนุเสิ่นหยิบใช้นั้น รวมถึงหลายคราที่เมิ่งซีโจวดำเนินการสำเร็จตามแผน ถึงขนาดที่ว่าสามารถทำให้นางต้องโทษถูกสั่งกักบริเวณได้ ในสายตาของนางแล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นเพียงการดิ้นรนของตัวตลกบนเวทีเท่านั้น หากนางคิดจะพลิกกระดานหมากทวงหาความได้เปรียบกลับคืน ล้วนเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
แต่หนานหนานนี่สิ…
นั่นคือสายโลหิตหนึ่งเดียว ที่ฉินหลางชู้รักของนางทิ้งไว้ให้บนผืนพิภพแห่งนี้ หนานหนานจึงเป็นทั้งความคะนึงหา เป็นทั้งเสาค้ำยันหนึ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงให้นางยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้!
บนเส้นทางดวงชะตาของบุตรีผู้นี้ นางจะยอมให้เกิดความผิดพลาดแม้เพียงครึ่งส่วนมิได้!
ฉินหลางของนาง… บุรุษผู้ประหนึ่งจันทร์กระจ่างกลางราตรี ประหนึ่งสายลมเย็นในวันท้องนภาไร้เมฆา เพื่อปกป้องแม่ลูกคู่นี้ไว้ สุดท้ายกลับต้องพบจุดจบที่โหดเหี้ยมปานนั้น!
ร่างอาบชโลมด้วยโลหิต แหลกเหลวจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม… เพียงหวนคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเมื่อใด นางก็รู้สึกประหนึ่งมีมีดจำนวนนับพันเล่ม ค่อยๆเฉือนกรีดลงบนหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หนานหนานคือเลือดเนื้อเชื้อไขของฉินหลาง คือแสงสว่างที่นางยอมใช้ทั้งชีวิตที่เหลือปกป้องรักษาเอาไว้จนถึงที่สุด
ส่วนเมิ่งซีโจวน่ะรึ? กลับเป็นเพียงตำหนิมลทินโสมม ที่ฉกฉวยฐานะบุตรีสายหลักของหนานหนานไปอย่างหน้าด้านๆเท่านั้น! เป็นเพียงก้อนหินที่คอยกั้นขวางอนาคตอันเจิดจรัสของหนานหนาน!
นางจะต้องเตะก้อนหินที่ขัดหูขัดตานี้ออกไปให้พ้นทาง ทั้งยังต้องเตะไปให้ไกลแสนไกลด้วย ให้มันกระเด็นไปจมปลักอยู่ในคูน้ำโสโครกเหม็นเน่าชั่วนิจนิรันดร์กาล ไม่มีวันได้พลิกฟื้นขึ้นมาอีกชั่วชีวิต!
ความรู้สึกถึงภัยคุกคามนี้ ทำให้ฮูหยินเมิ่งถึงกับต้องรีบยกพู่กันขึ้นเขียนจดหมายอย่างเร่งด่วน เพื่อส่งไปถึงท่านอาจารย์เสวียนชิง — จะทำเช่นไรจึงจะสามารถกดเมิ่งซีโจว ที่กำลังทะยานขึ้นสูงทุกวันให้พังพินาศลงได้อย่างสิ้นเชิง? จะทำเช่นไรจึงจะสามารถเปิดเส้นทางแห่งโชคชะตาให้หวนคืนสู่ครรลองที่ควรจะเป็น และทวงคืนทุกสิ่งที่ควรเป็นของหนานหนานกลับคืนได้?
ยามนี้ จดหมายบางเบาในมือของนาง ก็คือคำตอบจากท่านอาจารย์เสวียนชิง ความหวังทั้งหมดของนางล้วนอยู่ในจดหมายฉบับนี้ แต่ทว่าก็อาจกลับกลายเป็น… ความสิ้นหวังที่ลึกยิ่งกว่าเดิม
ฮูหยินเมิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครา กลิ่นหอมของไม้จันทน์ไหลซึมสู่ทรวงอก ทว่ากลับมิอาจปลอบประโลมความรู้สึกร้อนรุ่มกระวนกระวายภายในใจลงได้เลยแม้แต่น้อย
ครั้นคลี่จดหมายออกอ่าน สายตาของนางก็กวาดผ่านตัวอักษรดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ แต่กลับเห็นเพียงข้อความสั้นๆเพียงแค่สามบรรทัด!
กำจัดพยัคฆ์ต้องถอนเขี้ยว
ทำลายจิตวิญญาณต้องหักปัญญา
โอกาสหนึ่งในหมื่นถือว่ายังมีหวัง
หัวใจของฮูหยินเมิ่งพลันดิ่งวูบ
ถ้อยวาจาเพียงไม่กี่อักษรนี้ แม้จะมีอยู่เพียงน้อยนิด ทว่าทุกตัวอักษรกลับคมดุจมีด ทุกถ้อยประโยคแฝงนัยลึกซึ้ง หากก็ยังคลุมเครือราวหมอกเมฆบดบัง มิอาจหยั่งรู้ได้โดยง่าย!
ข้อนิ้วของฮูหยินเมิ่งที่บีบกำจดหมายนั้น ค่อยๆเปลี่ยนเป็นซีดขาวปนเขียวเพราะออกแรงบีบแน่นมากเกินไป ความรู้สึกคับแค้นชิงชังที่ยากจะเอื้อนเอ่ยสายหนึ่ง พลันพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ใจในบัดดล นางแทบอยากฉีกกระชากท่าทางสงบนิ่งที่ฝืนแสร้งรักษาไว้ให้แหลกเป็นผุยผง!
เมื่อก่อนยามได้อ่านคติพจน์ของท่านอาจารย์เสวียนชิง นางเพียงรู้สึกว่าทุกอักษรล้วนประหนึ่งไข่มุกล้ำค่า ลึกซึ้งพิสดารยากจะหยั่งถึง ทำให้ผู้คนเกิดทั้งความยำเกรงและทอดถอนใจด้วยความชื่นชม
แต่บัดนี้ ในห้วงเวลาคับขันดุจไฟลนคิ้ว เกี่ยวพันถึงชั่วชีวิตของหนานหนาน เขากลับยังคงรักษานัยยะอักษรดั่งทองคำ ทิ้งเพียงถ้อยปริศนาคล้ายบทคาถาให้ผู้อ่านต้องแปลความหมายเอาเอง!
นางร้อนอกร้อนใจจนแทบมอดไหม้อยู่แล้ว และเฝ้าวิงวอนถึงเพียงนี้ แล้วเหตุใดยังไม่อาจชี้แนะให้กระจ่างกว่านี้สักหน่อยเล่า? อย่างน้อยก็ให้ชัดเจนกว่านี้อีกสักขั้น?
หากเป็นพยัคฆ์ จะต้องถอนเขี้ยวซี่ใด?
หากเป็นเทพ ต้องทำเยี่ยงไรจึงจะพังทลายลงได้?
หากเป็นปัญญา จะหักจิตวิญญาณได้อย่างไร?
เสี้ยวความหวังที่ว่า ‘หนึ่งในหมื่น’ นี้ แท้จริงแล้วกำลังชี้ไปสู่หนทางใดกันแน่?!
หรือว่านางยังต้องเป็นดั่งผู้แก้ห่วงเก้าข้อ ต้องคอยเดาคอยโยนหินคลำทางต่อไป ทั้งยังต้องคอยเสี่ยงเดิมพันเอาเองอีกอย่างนั้นรึ?!