พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่231 เมิ่งหนานอี้ อย่างไรเจ้าก็ต้องตาย!
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่231 เมิ่งหนานอี้ อย่างไรเจ้าก็ต้องตาย!
บทที่231 เมิ่งหนานอี้ อย่างไรเจ้าก็ต้องตาย!
เมิ่งซีโจวเก็บหมากขาวที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะใส่กลับลงไปในโถ สีหน้าคล้ายมิได้โกรธเคืองต่อการกลับคำของนางเลยแม้แต่น้อย
“เมื่อครู่ข้าก็เตือนเจ้าแล้ว เดิมพันไปก็แพ้เปล่า น่าเสียดาย แม้แต่ไม้พลองยังขวางหมาบ้าไว้ไม่ได้ จะเกลี้ยกล่อมสุนัขบ้าเยี่ยงเจ้าหาใช่เรื่องง่าย เจ้าอยากจะประลอง อยากจะเห่าหอน ข้าก็โอนอ่อน แต่เจ้ากลับแว้งกัดเสียได้ สันดานขี้ขลาดเยี่ยงเดรัจฉานชั้นต่ำข้างทาง ไร้การศึกษาไร้การอบรมมารยาทมิต่างจากสัตว์นรกมาเกิดจริงๆ”
“อ๊ากกกก!” ถูกตอกหน้าหลอกด่าเสียหายเยี่ยงนี้ เมิ่งหนานอี้ถึงกับอดรนทนไม่ได้ จนต้องกรีดร้องออกมาเยี่ยงคนเสียสติคลุ้มคลั่ง!
สุนัขบ้าอันใดกัน!
เดรัจฉานอันใดกัน!
สัตว์นรกกลับมาเกิดเชียวรึ!!!
เมิ่งซีโจว! เจ้าต่างหากที่เป็นสุนัขเดรัจฉาน สมควรต้องตกนรกหมกไหม้! ทั้งคิดจะแว้งกัดคน ทั้งเห่าหอนสะเปะสะปะ!
เพียงเห็นท่าทีของเมิ่งซีโจวที่เอาแต่สงบนิ่งราวเมฆาลอยลมไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้งยังแฝงแววเย้ยหยันอยู่เสมอเช่นนี้ เมิ่งหนานอี้ก็อัดอั้นจนตับไตไส้พุงปั่นป่วนไปหมด หรือว่าในใต้หล้านี้จะไม่มีเรื่องใดเลย ที่สามารถทำให้เมิ่งซีโจวโกรธเกรี้ยวได้ ไม่มีถ้อยคำใดที่เมื่อเอ่ยออกมาแล้ว จะทำให้นางถึงกับคลุ้มคลั่งเสียสติได้แล้วกระมัง?!
หรือว่านางไม่มีจุดอ่อนแม้สักจุดเดียวจริงๆ?
ชั่วพริบตานั้น เมิ่งหนานอี้ก็พลันนึกถึงทุกสิ่งในชาติก่อนหน้าขึ้นมาได้ นั่นมิใช่อาวุธชั้นยอดหรอกหรือ?
ตำแหน่งฮองเฮาใช่ว่าจะขึ้นมานั่งกันได้ง่ายๆ แม้แต่คนอย่างเมิ่งหนานอี้ หลังจากถูกขัดเกลาอยู่ในวังหลังเพียงสองปี ก็ยังถูกหลอมจนรู้เล่ห์รู้เหลี่ยมขึ้นมาได้ ตอนยังเป็นคุณหนูในห้องหอ นางมองไม่ออกว่าเมิ่งซีโจวมีสิ่งใดผิดแผก ทว่าเมื่อได้หวนกลับมาเกิดใหม่อีกครา ทุกอย่างกลับชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งนัก
เมิ่งซีโจวจะต้องเป็นผู้ที่ได้ย้อนกลับมาใช้ชีวิตอีกชาติหนึ่งอย่างแน่นอน
เมิ่งหนานอี้เพียงรู้สึกว่าน่าขัน คนที่เละเทะดุจโคลนตมกองหนึ่งอย่างนาง ยังมีความกล้าจะกลับมาใช้ชีวิตใหม่อีกชาติได้ ไม่หวนกลับมาแล้วร้องไห้ฟูมฟายแขวนคอตายเสียในทันที นับว่าหาได้ยากจริงๆ
หรือว่านางยังลิ้มรสความทุกข์ยากไม่พอ จึงเตรียมจะกลับมาชิมรสนั้นอีกทั้งชีวิตในชาตินี้?
ในชาตินี้ยามนี้ก็เช่นกัน เมิ่งซีโจวแตกต่างจากชาติภพก่อนที่นางเคยส่งตัวไปยังหอคณิกาลับตรงไหนกัน? นางยังคงเป็นปลาบนเขียงของตนอยู่ดี มิว่าจะเชือดจะสับ ตนย่อมสามารถทำได้ทั้งนั้น!
คิดมาถึงตรงนี้ เมิ่งหนานอี้ก็อดที่จะหัวเราะลั่นออกมาด้วยความลำพองใจไม่ได้ หลังจากหัวเราะจนพอใจแล้ว จึงค่อยยอมเปิดปาก เอ่ยแทงตรงเข้าสู่กลางใจของเมิ่งซีโจวทันที!
“เมิ่งซีโจว ข้ารู้ดีว่าตัวเจ้านั้นเป็นเลิศด้านความจำ เรื่องราวทุกอย่างในชาติภพก่อน เจ้าคงจะจดจำได้แจ่มแจ้งหมดจดกระมัง? เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่า เมื่อครั้งที่อยู่หมู่บ้านเสี่ยวเหอ เจ้าเคยพบเจอเรื่องน่าขยะแขยงมามากมายเพียงใด แล้วจำได้หรือไม่ว่า ในหอคณิกาลับแห่งนั้น เจ้าเคยต้องรับแขกไปกี่มากน้อย…”
วาจายังมิทันสิ้นเสียง บ่าวไพร่ทั้งหมดก็ยังมิทันได้ตั้งตัว เมิ่งซีโจวก็ลงมืออย่างว่องไวปานสายฟ้าแลบ นางกระชากคอเสื้อของเมิ่งหนานอี้แล้วดึงเข้าหาตัว
“เพียะ! เพียะ!”
สองฝ่ามือสลับซ้ายขวาฟาดใส่ใบหน้าของเมิ่งหนานอี้อย่างไม่มียั้งแรง นางใช้กำลังเต็มสิบส่วน เสียงดังสนั่นจนภายในคุกประหนึ่งมีอัสนีบาตสองสายฟาดผ่าลงมา เหล่านางกำนัลที่เฝ้าอยู่ด้านหลังเมิ่งหนานอี้ ถึงกับยืนตะลึงงันประหนึ่งถูกตบเสียเอง ยามนี้พวกนางรู้สึกราวถูกฟ้าผ่าจนร้อนผ่าวทั้งนอกทั้งใน!
หลังจากหายตกใจ เหล่านางกำนัลต่างก็วิ่งกรูกันมารายล้อมเมิ่งหนานอี้ไว้ด้วยใบหน้าถอดสี
“นังไพร่ชั้นต่ำช่างบังอาจนัก! กล้าตบพระพักตร์ฮองเฮาเชียวรึ?! ดูท่าเจ้าคงไม่อยากจะมีหัวประดับไว้บนบ่าแล้วกระมัง?!”
ทว่าเมิ่งซีโจวกลับกระชากร่างของเมิ่งหนานอี้มาขวางไว้ตรงหน้าโดยตรง มือข้างหนึ่งกำข้อมือของเมิ่งหนานอี้ไว้แน่น อีกมือหนึ่งบีบลำคอของนางไว้
เมิ่งซีโจวเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าเย้ยหยัน
“กรูกันเข้ามาก็ดี เช่นนั้นก็เชิญมาดูเสียหน่อยว่า หัวสดใหม่กำลังอุ่นของฮองเฮานี้ พวกเจ้าต้องการสักหัวหรือไม่เล่า?”
แทบจะเป็นเพียงชั่วขณะที่ถูกคว้าตัวไว้ เมิ่งหนานอี้ก็ถูกบีบคอจนใบหน้าแดงก่ำ นางดิ้นรนอย่างสุดชีวิต รีบเปล่งเสียงแหบพร่าสั่งให้บ่าวไพร่ทั้งหลายถอยออกไปโดยเร็ว
ภายในใจของเมิ่งหนานอี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นจนฟันบนล่างขบกันแทบแตก
เหตุใดเมิ่งซีโจวถึงลงมือฉับไวถึงเพียงนี้!
นางยังมิทันได้ตั้งตัวหรือมองทันเสียด้วยซ้ำ รู้สึกตัวอีกทีกลับตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว!
นังแพศยาน่าตายตัวนี้! สันดานช่างต่ำช้าเกินทนนัก!
นาง เมิ่งหนานอี้…ยังไม่อยากตาย!
นางครุ่นคิดถ้อยคำอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยปาก ทว่าน้ำเสียงกลับมิอาจอ่อนลงได้แม้เพียงครึ่งส่วน จะให้นางไปวิงวอนเมิ่งซีโจว มิสู้ให้นางไปตายเสียตรงนี้ยังจะดีกว่า!
“เมิ่งซีโจว ตอนนี้ข้าเป็นถึงฮองเฮา! เจ้าฆ่าข้าแล้ว คิดหรือว่าตนเองจะยังมีชีวิตรอดออกไปได้?!”
มือของเมิ่งซีโจวที่วางอยู่บนลำคอของเมิ่งหนานอี้คลายลงเล็กน้อย ปลายนิ้วค่อยๆลูบไล้วนไปวนมาอยู่บริเวณลำคอของนาง คล้ายกำลังลูบไล้อย่างอ่อนโยน แต่ก็คล้ายกำลังเสาะหาจุดตายเจ็ดรูทวารของอสรพิษเช่นกัน
ทุกจุดที่ปลายนิ้วของเมิ่งซีโจวลากเลื่อนผ่านนั้น ล้วนทำให้เมิ่งหนานอี้ถึงกับขนลุกซู่ชูชันเป็นระลอก รู้สึกสั่นสะท้านตั้งแต่กระดูกสันหลังไปถึงหนังศีรษะ!
ในที่สุดเมิ่งซีโจวก็เอ่ยปาก น้ำเสียงทอดยาวเอื่อยเฉื่อย ราวกับกำลังแกว่งไกวอยู่บนชิงช้า
“อืมๆ~ อย่างไรเล่า? ข้าจะมีชีวิตรอดหรือไม่ จะลองดูสักคราย่อมมิเสียหายกระมัง? แต่ไม่ว่าอย่างไร กว่าจะถึงตอนนั้น ตัวเจ้าต่างหาก…ที่จะต้องตายก่อนแล้ว~”