พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 193 จูล่งแสดงอานุภาพอีกครา
บทที่ 193 จูล่งแสดงอานุภาพอีกครา
“แม่ทัพหลัง!”
เตียวอุ๋นเดินไปหาเล่าเจี้ยง พร้อมเสียงเรียกแฝงไปด้วยความตื้นตันใจ ขอโทษ ตำหนิตัวเอง และเสียใจระคนกันไป!
เขาชังตัวเองที่ตัดสินใจตามใจ ชังที่ละโมบในความสำเร็จ และชังว่าเหตุใดไม่เคารพเล่าเจี้ยงให้มากกว่านี้!
สุดท้าย ตัวตลกก็ยังเป็นตัวเองตลอดกาล และผู้กอบกู้ใต้หล้า ยังคงเป็นเล่าเจี้ยงเช่นเคย
แม่ทัพหลังไม่มีท่าทีถือตัวเหมือนผู้ชนะ แต่ให้รอยยิ้มที่อบอุ่นแก่เตียวอุ๋น
“แม่ทัพเตียวยินดีสู้รบกลุ่มกบฏร่วมกับข้าหรือไม่?”
คนฟังมีน้ำตาคลอหน่วย พยักหน้าหงึกหงัก ความใจกว้างของเล่าเจี้ยงทำให้เขาประทับใจจริง ๆ
“แม่ทัพหลัง! ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านต้องมาแน่ และจะนำพวกเราปราบพวกกบฏสำเร็จ!”
ซุนเกี๋ยนเองก้าวไปข้างหน้าด้วยท่าทางตื่นเต้นมากเช่นกัน แม้แต่น้ำเสียงยังสั่นเครือ
“เหวินไถ ยังมีแรงสู้กับพวกกบฏอยู่อีกหรือไม่”
เล่าเจี้ยงมีท่าทางเจือหยอกล้อเล็กน้อย พยัคฆ์กังตั๋งเห็นดังนั้นจึงหัวเราะลั่นออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ! แม่ทัพหลังโปรดวางใจ ซุนเกี๋ยนมีดีที่พละกำลังมากมาย!”
“พวกเราเองก็เหมือนกัน สามารถสู้ตายกับพวกกบฏได้ทุกเมื่อ!”
แม้แต่ตั๋งโต๊ะกับโจวเซิ่นก็ออกมาข้างหน้า และพากันยืนเคียงข้างแม่ทัพหลัง
เล่าเจี้ยงไม่คาดคิดเลยว่าในเวลาเช่นนี้ ทุกคนจะผูกพันกันดังเกลียวเชือก
หากรุดหน้าบุกทะลวงศัตรูด้วยความสามัคคีเช่นนี้ จะมีเหตุผลอะไรให้พ่ายอีก?
“ทหารทั้งหลาย! กล้าตามข้าสู้ตายกับพวกกบฏหรือไม่!”
ทหารฮั่นคล้อยตามไปกับบรรยากาศของผู้บังคับบัญชาและขุนพล พากันเลือดพลุ่งพล่านขึ้นมา และแทบอยากรุดเข้าไปฆ่าเสียเดี๋ยวนั้น
“สู้! สู้! สู้!”
“เฮ! เฮ! เฮ!”
เล่าเจี้ยงแสยะยิ้มมุมปาก รู้สึกมั่นใจมากขึ้น ก่อนแผดเสียงตะโกน
“ลั่นกลองรบ!”
สิ้นเสียง สนามรบเต็มไปด้วยเสียงกลองดังสนั่น
ตึง! ตึง! ตึง!
เล่าเจี้ยงเอียงหน้าเล็กน้อย ส่งสายตาให้จูล่งรีบรุดไปข้างหน้า
ขุนศึกรูปงามในเกราะขาวควบบนหลังม้า ถือทวนชี้ไปทางกองทัพซีเหลียง แค่คนเดียวกลับปลดปล่อยพลังอันน่าทึ่ง
“ข้าคือขุนพลใต้บัญชาแม่ทัพหลัง ผู้บัญชาการกองพลอาชานามจูล่ง! ใครจะกล้าออกมาตาย?”
เขาอหังการอย่างที่สุด ท้าให้ขุนพลของกองทัพซีเหลียงเข้ามาตาย
ความอวดดีนี้ทำให้กองทัพซีเหลียงโกรธจัด พวกเขาเป็นนักรบเผ่าเชียง จะปล่อยให้เด็กเหลือขอมาอวดโอหังอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร?
“อย่าได้กำเริบเสิบสานนักเลย! อู้กูหยวนจะเอาชีวิตเจ้าเอง!”
สิ้นเสียงคำราม ขุนพลจากกองทัพซีเหลียงคนหนึ่งก็ควบม้าออกมา คนผู้นี้ถือขวานยักษ์พุ่งตรงไปหาจูล่ง
“ตายซะ!”
อู้กูหยวนแผดเสียงคำราม แรงไม่มีผ่อนแม้แต่น้อย พริบตาเดียวก็มาถึงเบื้องหน้าขุนศึกรูปงามพร้อมขวานใหญ่ในมือยกขึ้นสูง
คล้ายกับจูล่งตกใจจนงงก็ไม่ปาน เขาไม่โต้ตอบอะไรเลย ปล่อยให้ขวานใหญ่จ่อที่หัวตัวเอง!
กองทหารฮั่นทั้งหมดต่างกลั้นหายใจ และเหงื่อตกแทนจูล่ง! หากขวานนี้สับลงไป จะรอดได้อย่างไร?
เมื่อเป่ยกงปั่วอวี้เห็นท่าทางของคู่ต่อสู้ก็มีความสุขทันใด หากอู้กูหยวนฆ่าจูล่งได้ ขวัญกำลังใจของกองทัพซีเหลียงก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
อู้กูหยวนโจมตีอีกฝ่ายด้วยกำลังทั้งหมด กระทั่งเห็นความตายอันน่าสังเวชของจูล่งอยู่เลือนราง!
แต่น่าเสียดาย พริบตาที่ขวานใหญ่จะต้องกาย จูล่งกลับหลบอย่างง่ายดาย พลางพลิกทวนในมือ แล้วแทงตรงเข้าที่หน้าอกอู้กูหยวนทันที
ฉึก!
เลือดสดไหลออกจากปากอู้กูหยวนทันที ความเจ็บปวดมหาศาลทำให้เขาพูดไม่ออก ได้เพียงกัดฟันมองจูล่ง
“อึก! อึก!”
จูล่งไม่แม้แต่ชายตามองอู้กูหยวน ทวนยาวยังคงสร้างความเจ็บปวดอยู่ในร่างอู้กูหยวน จากนั้นก็ชักออกมาอย่างแรง ปลิดชีพอู้กูหยวนไปทันที!
‘…’
สนามรบเงียบกริบทันที ก่อนที่กองทัพฮั่นจะส่งเสียงกู่ร้อง
“เฮ! เฮ! เฮ!”
“เฮ! เฮ! เฮ!”
“เฮ! เฮ! เฮ!”
จูล่งไม่มีท่าทางลำพองใจสักนิด ประหนึ่งเพิ่งบดขยี้มดแมลงตัวหนึ่งตายไปก็ไม่ปาน เพียงชี้ปลายทวนไปที่กองทัพซีเหลียงอีกครั้ง
“ยังมีใครกล้าเข้ามาตายอีกไหม!”
“จูล่งอย่าเพิ่งไป ก้ายคุนโต้วจะเอาชีวิตเจ้า!”
มีเสียงตะโกนหนึ่งดังขึ้น มีอีกคนออกมาจากกองทัพซีเหลียง ก้ายคุนโต้วถือกระบองหนามล่าหมาป่าด้วยท่าทางทรงพลังยิ่งนัก
“ไอ้ศัตรู จงตายเสีย!”
ก้ายคุนโต้วเต็มไปด้วยพลัง เขาคำรามพุ่งเข้าหาจูล่งพลางแกว่งอาวุธ
ขุนศึกรูปงามเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างเหยียดหยาม เขาไม่เห็นคนผู้นี้อยู่ในสายตาเลยสักนิด
ก้ายคุนโต้วเป็นนักรบชนเผ่าเชียง จะเคยถูกคนดูหมิ่นเช่นนี้ได้อย่างไร? จึงทุบกระบองหนามล่าหมาป่าในมือไปทางจูล่งอย่างเต็มกำลัง
เคร้ง!
เสียงกระทบกันดังขึ้นเสียดหู จูล่งใช้ปลายทวนต้านกระบองหนามล่าหมาป่าเอาไว้มั่น ไม่ว่าก้ายคุนโต้วจะใช้แรงแค่ไหน ก็มิอาจทุบลงมาได้
“แค่นี้หรือ”
จูล่งยกมุมปาก เผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นลดแรงตรงมือฉับพลัน ก้ายคุนโต้วไม่ทันตั้งตัวก็ล้มลงไปข้างหน้า
ขุนศึกรูปงามไม่คิดจะปล่อยจังหวะนี้ให้หลุดมือไป เขากวาดทวนยาว กระแทกคู่ต่อสู้ล้มลงจากหลังม้า
ก้ายคุนโต้วรู้ว่าตัวเองสู้ไม่ได้ จึงหนีไปหาเป่ยกงปั่วอวี้อย่างบ้าคลั่ง แม้แต่ม้าศึกก็ไม่เอา
“หยุดนะ!”
เป่ยกงปั่วอวี้เห็นจูล่งง้างธนูไล่หลังก็รีบตะโกนห้ามเสียงดัง น่าเสียดายการตวาดห้ามนี้ไม่ต่างอะไรกับธาตุอากาศเลยสักนิด
ลูกธนูพุ่งออกมาจากคันศรสามต้าน เร็วประหนึ่งฟ้าผ่าก็มิปาน ปักเข้ากลางหลังก้ายคุนโต้ว ลูกศรอันทรงพลังแทงทะลุร่างไป
ทั่วบริเวณเงียบสงบลงอีกหน กองทัพซีเหลียงตกตะลึง กองทัพฮั่นเองก็อึ้งจนพูดไม่ออกเช่นกัน
แม้แต่ซุนเกี๋ยนกับตั๋งโต๊ะก็ยังเบิกตากว้าง สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความนับถือ
เปียนจาง หันซุย และเป่ยกงปั่วอวี้ต่างตกใจ พวกเขาเหงื่อแตกพลั่ก ลูกธนูนี้ทำให้พวกเขาตกใจอย่างขีดสุด
พวกเขากลัวมาก กลัวว่ามันตกใส่หัวพวกเขา
ความสามารถของเล่าเจี้ยงไม่ธรรมดา ไม่คิดเลยว่าเขาจะมีลูกน้องที่มีความสามารถขนาดนี้อยู่ด้วย!
“จอมขมังธนู จูล่ง!”
ไทสูจู้แผดเสียงคำรามชื่นชม กองทัพฮั่นก็ตื่นเต้นขึ้นด้วยเสียงของไทสูจู้ ก่อนระเบิดเสียงคำรามอย่างน่าทึ่งออกมา
“เฮ! เฮ! เฮ!”
“เฮ! เฮ! เฮ!”
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
แม้มือกลองจะหมดแรง กระนั้นยังคงกัดฟันลั่นกลองเมื่อเผชิญกับอานุภาพที่พุ่งสูงขึ้นเช่นนี้
“ยังมีใครกล้าเข้ามาตายอีกไหม?!”
จูล่งยิ่งรบยิ่งกล้าหาญ ควงทวนยาวกวัดแกว่งยั่วยุกองกำลังซีเหลียงอย่างสบาย ๆ
อวดดี โอหัง อหังการ กำเริบเสิบสาน และบ้าคลั่ง!
จูล่งคนเดียวนั่งบนหลังอาชา เผชิญหน้ากับทหารม้าของกองทัพซีเหลียงนับหลายหมื่นอย่างไม่เกรงกลัว!
กลับมามองทางกองทัพซีเหลียง เปียนจาง หันซุย หรือแม้แต่เป่ยกงปั่วอวี้ พร้อมด้วยทหารม้านับหมื่นได้แต่ดูขุนศึกรูปงามอวดดี
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร กล้าทำอะไร หรือกล้าออกมาข้างหน้าเลย
“ไอ้พวกตัวกระจ้อยร่อย ในเมื่อไม่กล้าสู้กับข้า ยังไม่รีบยอมแพ้อีก!”
จูล่งคำรามอีกครั้ง เสียงดังดุจฟ้าร้องทำให้กองทัพซีเหลียงตกใจจนล่าถอย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในขบวนทัพทันใด!
“แม่ทัพหลัง นี่เป็นโอกาสที่สวรรค์มอบให้ ขอท่านแม่ทัพออกคำสั่งบุกโจมตีศัตรูด้วยเถิด!”
เมื่อซุนเกี๋ยนเห็นกองทัพซีเหลียงล่าถอยด้วยความโกลาหล จึงรีบขอคำสั่งจากเล่าเจี้ยง
นี่เป็นโอกาสดีครั้งหนึ่งในชีวิตจริง ๆ ขวัญกำลังใจของกองทัพซีเหลียงตกต่ำ ขบวนทัพอยู่ในความวุ่นวายอีกครั้ง หากบุกโจมตีตอนนี้ ต้องทำให้พวกเขาเสียหายหนักแน่
หากเข้าใจถูก บางทีอาจชนะด้วย!