พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 195 คนที่หายไปกลับมา
บทที่ 195 คนที่หายไปกลับมา
จากสนามรบถึงเมืองเหมยหยางห่างไปแค่ยี่สิบลี้ ทว่าตลอดที่เดินทางมากลับยากลำบากพิกลนัก
ไม่มีการคุกคามของกองทัพซีเหลียง ไม่มีอุปสรรคใด ๆ ความหย่อนยานทำให้กำลังของทหารฮั่นหมดเกลี้ยงแล้วจริง ๆ
ความเหนื่อยล้าทางร่างกายเช่นนี้รุนแรงกว่าที่เล่าเจี้ยงจินตนาการไว้มาก!
ทหารส่วนใหญ่แม้แต่แรงยืนก็ไม่มี บางคนถึงกับหลับไปทันที เรียกอย่างไรก็ไม่ตื่น ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเดินกลับเมืองยี่สิบลี้เลย
โชคดีในกองทหารม้ามีม้าศึกว่างจำนวนมาก บวกกับในกองทหารม้าหัวหอกคนหนึ่งรับผิดชอบสองคน จึงลากทหารราบเหล่านี้กลับไปได้ในที่สุด
เช่นนี้การเดินทางที่เดิมทีไม่ไกลนักกลับใช้เวลาไปเกือบสองชั่วยามจนฟ้ามืด!
พวกฮองตงเห็นกองทัพอยู่ไกล ๆ จวบจนพวกเล่าเจี้ยงมาถึงเมืองเหมยหยาง ก็มารอรับอยู่ก่อนแล้ว
“คารวะนายท่าน!”
กาเซี่ยง ซุนฮิว ฮองตง และเตียนอุยก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน พลางกุมมือต้อนรับเล่าเจี้ยงกลับเมือง
“ทุกท่านลำบากแล้ว กองทัพซีเหลียงมาโจมตีเมืองหรือไม่”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เตียนอุยหัวเราะเสียงดัง ความภาคภูมิใจเด่นหราอยู่บนใบหน้าแล้ว
“นายท่าน ท่านกุนซือหยั่งรู้ล่วงหน้า แค่กลยุทธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็หลอกกองทัพซีเหลียงให้ติดกับได้แล้ว! คราวนี้พี่น้องในกองพลเกาทัณฑ์ต้องสะใจเป็นแน่ เพราะยิงได้แม่นยำทุกดอก”
“ยังมีข้าด้วย! นายท่าน ข้าเป็นคนจับแม่ทัพของศัตรูเอง! ฮ่า ๆ ๆ จับเป็นด้วยนะ!”
เตียวอุ๋นที่อยู่ด้านหลังได้ยินคำพูดของเตียนอุยจึงรีบวิ่งไปด้านหน้า เบียดเข้าไปหาเล่าเจี้ยง
“จับใครได้หรือ!”
พฤติกรรมมุทะลุของเตียวอุ๋นนี้กระตุ้นความไม่พอใจของขุนศึกทวนคู่อย่างมาก แต่ก็ไม่คิดจะตอบใด ๆ
เตียนอุยไม่มีความรู้สึกดีกับแม่ทัพเตียวสักนิด และไม่คิดจะเคารพอีกฝ่ายเพียงเพราะตำแหน่งสูงกว่า ในใจของเขามีเจ้านายเพียงคนเดียวเสมอนั่นคือเล่าเจี้ยง
เดิมเตียวอุ๋นตัวไม่ใหญ่นัก เขาสูงไม่ถึงเจ็ดฉื่อด้วยซ้ำ เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเตียนอุยที่สูงกว่าเก้าฉื่อยังไม่ถึงหน้าอก อีกฝ่ายจึงทำได้แค่เงยหน้ามองขุนนศึกของแม่ทัพหลังเท่านั้น
แม้เตียนอุยคนนี้จะเป็นคนมุทะลุ กระนั้นก็เจ้าซื่อตรงมาก จึงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น เขาเงยหน้าขึ้นไม่แม้แต่จะชายตามองเตียวอุ๋น ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนกร่อยอยู่ที่เดิมทั้งอย่างนั้น
เตียวอุ๋นเป็นแม่ทัพปราชัย จึงไม่กล้าโกรธเตียนอุยที่ได้รับชัยชนะ เลยทำได้เพียงส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเล่าเจี้ยง
“เอ้อร์ไหล เจ้าจับใครได้?”
เล่าเจี้ยงทราบดี จึงถามออกไปตรง ๆ เขาเองก็อยากรู้เช่นกัน
เมื่อได้ยินแม่ทัพหลังออกปาก เตียนอุยเปลี่ยนสีหน้าเป็นร่าเริงทันที
“นายท่าน เขาบอกว่าเขาชื่อหลี่เหวินโหว นำทหารม้าตั้งหมื่นคนแน่ะ!”
หา! หลี่เหวินโหว
ไม่เพียงแต่เล่าเจี้ยงที่ประหลาดใจ แม้แต่ทุกคนยังมีท่าทางไม่อยากจะเชื่อเลย
หลี่เหวินโหวคือใคร? เขาเป็นขุนพลและเป็นผู้บัญชาการของกองทัพซีเหลียง ทั้งยังเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดเสียด้วยซ้ำ!
ซึ่งกองกำลังบางส่วนในกองทัพซีเหลียงตอนนี้ แท้จริงแล้วเป็นทหารส่วนตัวของหลี่เหวินโหว เขาเหมือนกับเป่ยกงปั่วอวี้ เป็นผู้นำของกองกำลังชนกลุ่มน้อยแห่งแม่น้ำหวงสุ่ย
“แล้วทหารใต้บังคับบัญชาเขาเล่า?”
ครั้นเห็นท่าทางคาดหวังของเล่าเจี้ยง เตียนอุยก็หัวเราะเสียงดังอีกครั้ง
“ฮ่า ๆ ๆ นายท่าน ทหารม้าหมื่นคนบาดเจ็บล้มตายไปเกือบครึ่ง นอกจากคนส่วนน้อยที่หลบหนีไป ที่เหลือถูกจับเป็นเชลยทั้งหมด”
“ดีมาก”
เล่าเจี้ยงอดร้องตะโกนไม่ได้ เดิมทีกองทัพทางการรบพ่ายในสนามรบอยู่แล้ว หากกองทัพซีเหลียงสูญเสียทหารม้าไปอีกหมื่นนาย ศึกใหญ่ครานี้ไม่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่หรอกหรือ
“ลำบากกุนซือทั้งสองแล้ว หากไม่มีพวกเจ้า คงยากจะรักษาเมืองเหมยหยางไว้ได้”
แม่ทัพหลังเดินไปหากาเซี่ยงกับซุนฮิว และแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
เมืองเหมยหยางมีความสำคัญมาก หากเสียไป เสบียงและหญ้าทั้งหมดของกองทัพทางการจะหายไปด้วย ถึงครานั้นคงทำได้แค่ไปเฝ้ารักษาการณ์ที่เมืองเตียงอัน
แต่หากไร้เสบียงกับหญ้าแล้วไซร้ กองทัพและม้านับหมื่นจะกินอะไร!
หากไร้ซึ่งเสบียงและหญ้า แม้นเล่าเจี้ยงจะมีความสามารถน่าทึ่ง ก็ยากจะต่อต้านกับกองทัพซีเหลียงได้
“นายท่าน นี่คือแผนของเหวินเหอทั้งหมด ข้าน้อยมิกล้าแบ่งความดีความชอบด้วยหรอก”
ซุนฮิวปราศจากความริษยา เขายกย่องกุนซือปีศาจออกมากึ่งหยอกล้อ
“นายท่าน อย่าไปฟังกงต๋าพูดไร้สาระ ทุกคนที่นี่มีบทบาทสำคัญหมด”
กาเซี่ยงไม่คิดจะเอาหน้าผู้เดียว มักปัดความดีความชอบไปให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
เล่าเจี้ยงกดคางลงด้วยความพอใจ ความสามัคคีและความอ่อนน้อมถ่อมตนในหมู่ลูกน้องทำให้เขาสบายใจมาก
“แม่ทัพหลัง พวกทหารล้วนเหนื่อยล้าหมดแรงแล้ว รีบเข้าเมืองกันเถิด”
เมื่อเล่าเจี้ยงได้ยินน้ำเสียงแกมวิงวอนของเตียวอุ๋น ก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตกลงอย่างรวดเร็ว
จะอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก ตอนนี้กลับพูดด้วยน้ำเสียงถ่อมตัวขนาดนี้เชียวหรือ?
ดูเหมือนคราวนี้เตียวอุ๋นจะโดนเข้าอย่างจัง จนทำให้สูญเสียความมั่นใจไป หรือกล่าวอีกอย่างคือต่อไปจะยิ่งพึ่งพาตัวเองมากขึ้น
“รายงาน!”
ขณะที่ทุกคนกำลังจะก้าวเข้าประตูเมือง ก็ได้ยินเสียงเร่งรีบจากด้านหลัง ทำให้ทุกคนหนาวสะท้าน
“มีเรื่องอันใด หรือกลุ่มกบฏซีเหลียงยกทัพมาโจมตีอีกแล้ว?”
เตียวอุ๋นมองทหารอย่างกังวล ด้วยกลัวว่าทหารจะยืนยันคำพูดของเขา
“เรียนแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก ไม่ใช่กองทัพซีเหลียงบุกโจมตี แต่เป็นแม่ทัพตี่หยางกลับมาแล้ว ตอนนี้อยู่ข้างนอกขอพบท่านแม่ทัพ”
เตียวอุ๋นถอนหายใจออกมาเบา ๆ รู้สึกผ่อนคลายลง ทว่าตี่หยางหายตัวไปในช่วงเวลาวิกฤต ตนก็อยากรู้เช่นกันว่าเขาไปไหน
“ให้เขาเข้ามา”
ไม่นานร่างสูงใหญ่ก็เดินเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าเตียวอุ๋น คนผู้นี้ผมเพ้ากระเซอะกระเซิง ดูทุลักทุเลเป็นพิเศษ
“ข้าน้อยคารวะแม่ทัพเตียว”
เตียวอุ๋นไม่ได้ให้อีกฝ่ายลุกขึ้น แต่ขมวดคิ้วมุ่น
“แม่ทัพตี่ ก่อนหน้าที่ไล่ตามกองทัพซีเหลียง เหตุใดไม่เห็นเงาเจ้าเลย? เราสู้กับกลุ่มกบฏอย่างดุเดือดเลือดพล่าน แล้วเจ้าอยู่หนใด?”
เตียวอุ๋นไม่รู้เรื่องการทหารมากนัก แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ เมื่อย้อนคิดกลับไปตอนนี้ ทุกอย่างไม่สมเหตุสมผลมาก
ประการแรกตี่หยางโน้มน้าวให้เขายกทัพทั้งหมดไล่โจมตี จากนั้นสังหารนายพลเพิ่มขวัญกำลังใจ และถึงขั้นเอาชนะเป่ยกงปั่วอวี้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายเคยติดตามฮองฮูสงออกรบกับกองทัพซีเหลียง และเคยติดกับซุ่มโจมตีเช่นเดียวกับครั้งนี้ เหตุใดเขาถึงยุยงให้ตนไล่ตามไปอีก?
ว่ากันว่าผู้ตกอยู่ในสถานการณ์มักดูไม่ออก แต่ผู้ชมมักมองเห็นทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง ตอนนี้เตียวอุ๋นได้กระโดดออกจากม่านหมอกแล้ว ทุกอย่างชัดเจนอยู่ในหัวเขา
ตี่หยางคุกเข่าอยู่บนพื้น ไม่รู้ว่ามีสีหน้าอย่างไร ทว่าเหงื่อบนหน้าผากได้บ่งบอกถึงความประหม่า
“เรียนแม่ทัพเตียว ในระหว่างที่ข้าน้อยไล่ตามกลุ่มกบฏซีเหลียงก็โชคไม่ดีตกจากหลังม้า จนทำให้หมดสติไป! เมื่อข้าน้อยฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ไม่เห็นเงาของกองทัพใหญ่แล้ว ข้าน้อยวิ่งพล่านอยู่นาน ถึงกลับมาที่นี่!”
น้ำเสียงของตี่หยางเรียบนิ่งมาก ฟังไม่ออกเลยว่ามีพิรุธอะไรหรือไม่ ประกอบกับท่าทางทุลักทุเลของเขา แทบจะไม่มีปัญหาอะไร
เตียวอุ๋นมองอีกฝ่ายที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น ในใจก็ปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ
ตกจากหลังม้า? เรื่องนี้มันน่าเชื่อถือได้หรือ? ทว่าคำอธิบายนี้ก็มิอาจปฏิเสธไปเลยได้
เตียวอุ๋นชื่นชมความกล้าหาญของตี่หยางเป็นพิเศษ ทว่าเขาเป็นผู้ยุยงให้เกิดการรบพ่ายในครั้งนี้ จึงชวนให้เตียวอุ๋นไม่พอใจ
เตียวอุ๋นไม่แน่ใจ จึงทอดมองไปที่เล่าเจี้ยง หวังว่าแม่ทัพหลังจะให้คำแนะนำแก่เขาได้
เล่าเจี้ยงยิ้มเยาะออกมา ขณะที่กำลังจะพูด ก็ได้ยินกาเซี่ยงที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
“นายท่าน แม่ทัพตี่กล้าหาญ เขาตกจากหลังม้าหลังจากต่อสู้อันดุเดือดพอเป็นที่ยอมรับได้ ข้าน้อยว่าให้แม่ทัพรีบเข้าไปรักษาตัวในเมืองเถิด”
แม่ทัพหลังชะงักไปเล็กน้อย เขาสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเห็นด้วยกับคำพูดของกุนซือปีศาจ
“ใช่แล้ว แม่ทัพตี่สร้างผลงานไม่น้อย จงรีบกลับเข้าเมืองไปรักษา”