พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 285 ควบคุมกองทัพอุทยานประจิม
บทที่ 285 ควบคุมกองทัพอุทยานประจิม
เล่าเจี้ยงไม่สงสารสภาพน่าสังเวชของเกียนสิดเลยสักนิด ตรงข้าม กลับลุกขึ้นเดินไปอยู่ตรงหน้าเขา
“ผู้บัญชาการเกียนสิด เดิมเราทั้งคู่ไร้ความแค้นต่อกัน ทว่าทำอย่างไรได้ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับ”
เกียนสิดนอนราบอยู่บนพื้น ในปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุด แต่กลับยังคงจ้องเล่าเจี้ยงด้วยความโกรธ
“ทะ… ทำ… ไมกัน”
เล่าเจี้ยงค่อย ๆ โน้มตัวลงมา ไม่มีวี่แววความเมตตาเลยแม้แต่น้อย
“ผู้บัญชาการเกียนสิด หากเจ้าไม่ตาย แล้วข้าจะควบคุมกองทัพอุทยานทิศประจิมได้อย่างไร?”
เกียนสิดยังคงไม่เข้าใจเจตนาของเล่าเจี้ยง ยังคงดิ้นรนถามไม่หยุด
“ฝะ… ฝ่าบาท… ไว้จะ… ใจเจ้าเช่นนี้… เพราะเหตุใดกัน”
เกียนสิดตื่นเต้นเกินไป เลือดที่อยู่ในปากจึงกระเซ็นมาโดนหน้าอีกฝ่าย
“ฮ่า ๆ”
เล่าเจี้ยงหาได้ขุ่นเคือง ซ้ำยังหัวเราะเบา ๆ ออกมาก่อนยกมือขึ้นเช็ดหน้า
“ข้าจัดให้เตียวเหยียงสังหารโฮจิ๋นแล้ว และข้ายังฆ่าเจ้าเพื่อควบคุมกองทัพอุทยานทิศประจิมอีก เจ้าว่าข้าทำเพราะเหตุใดกัน?”
“เจ้า แค่ก… แค่ก… แค่ก…”
เกียนสิดยกแขนขึ้นอย่างยากลำบาก พยายามคว้าเล่าเจี้ยง แต่น่าเสียดายอีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ
“ไอ้สารเลว เจ้า… เจ้า… ไอ้โจรชั่ว”
“โจรชั่ว? หึ ๆ เจ้าไม่รู้หรือ? ตั้งแต่โบราณมาแพ้เป็นเจ้า ชนะเป็นโจร ตอนนี้เจ้าอยู่ใต้ฝ่าเท้าข้า เจ้าก็คือโจร”
ขุนพลพิทักษ์สามารถควบคุมทุกคนได้อย่างอุกอาจ ในที่สุดก็สามารถแสดงความในใจได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวใคร
“ไอ้… โจรชั่ว…”
“ใช้หัวของเขาจัดระเบียบทหารทั้งค่าย”
เล่าเจี้ยงสั่งเตียนอุยด้วยเสียงราบเรียบ จากนั้นก็เดินตรงออกจากกระโจมผู้บัญชาการ
ฟึ่บ!
เตียนอุยไม่ได้สุภาพเท่าเจ้านาย เขามองเกียนสิดที่กำลังดิ้นรนก่อนตวัดง้าวลงอย่างไร้ความปรานี! ครั้นแสงง้าววาบผ่านนัยน์ตา หัวของคนบนพื้นก็หลุดจากบ่า
“นายท่าน กองทัพอุทยานทิศประจิมมารวมตัวกันเสร็จแล้ว ทหารหนึ่งมื่นหกพันนายอยู่ที่นี่หมดแแล้ว”
ซุนฮิวกับจูล่งเตรียมพร้อมเรียบร้อย และรวบรวมทหารทั้งหมดไว้รออยู่ที่สนามฝึก
เล่าเจี้ยงพยักหน้า ก่อนเอาหัวเกียนสิดจากมือเตียนอุยมายกขึ้นสูงเหนือหัว
“ทหารกองทัพอุทยานทิศประจิมทั้งหลาย ข้าคือขุนพลพิทักษ์เล่าเจี้ยง หรือก็คือผู้บัญชาการสูงสุดของพวกเจ้า วันนี้ฝ่าบาทสวรรคต เกียนสิดผู้บัญชาการกองทัพบนกลับคิดทำชั่ว พยายามก่อความวุ่นวาย โชคดีที่ข้าล่วงรู้ และสังหารเกียนสิดได้ทันท่วงที!”
ทหารกองทัพอุทยานทิศประจิมตื่นตระหนกและเริ่มกระซิบกระซาบกันเอง อำนาจของเกียนสิดในกองทัพอุทยานทิศประจิมยังคงสูงมาก
“ทหารทั้งหลาย พวกเจ้ายังไม่กระจ่างอีกหรือ เดิมทีกองทัพอุทยานทิศประจิมอยู่ในสังกัดจวนขุนพลพิทักษ์ ส่วนเกียนสิดผู้นี้เก็บงำเจตนาชั่วร้ายมานาน และพยายามนำพวกทหารทำการก่อกบฏ!”
ทหารจำนวนมากมีท่าทางเข้าใจในทันที ดูเหมือนหลายคนไม่รู้ข่าวนี้เลย
“พี่น้องทั้งหลาย! ข้ารู้มานานแล้วว่าเราเป็นทหารใต้บังคับบัญชาขุนพลพิทักษ์ เพียงแต่เกียนสิดเอาแต่ปกปิดไว้ไม่พูดมาตลอด”
“ใช่ ใช่! เกียนสิดผู้นี้เดิมเป็นเพียงขันที เขาจะเป็นผู้บัญชาการกองทัพอุทยานทิศประจิมของเราได้อย่างไร!?”
“ข้าว่าแแล้วเชียว เจ้าขันทีผู้นี้มีเจตนาร้าย วางแผนคิดชั่วมานานแล้ว”
“พี่น้องทั้งหลาย หากครั้งนี้ไม่ใช่เพราะขุนพลพิทักษ์จัดการเกียนสิดทัน เราคงได้ติดตามคนทรยศนี้ก่อกบฏ!”
“ก่อกบฏ!? ข้าไม่อยากก่อกบฏ การก่อกบฏต้องถูกฆ่าล้างตระกูลเก้าชั่วโคตร!”
“ขุนพลพิทักษ์ช่วยชีวิตพวกเราไว้ พี่น้องทั้งหลาย เราควรภักดีต่อขุนพลพิทักษ์”
“…”
ไม่ต้องให้เล่าเจี้ยงพูดมาก กองทัพอุทยานทิศประจิมก็รวมเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่มีใครกังขาการภักดีเขาอีก
ขุนพลพิทักษ์ยินดีเป็นอย่างยิ่งจนอดพยักหน้าให้ซุนฮิวที่อยู่ด้านข้างไม่ได้ เขารู้ดี ทั้งหมดนี้ซุนฮิวเป็นคนเตรียมการแน่นอน
เล่าเจี้ยงโยนหัวของเกียนสิดไปด้านข้าง ก่อนชักดาบข้างเอวยกขึ้นสูง
“ทหารทั้งหลาย! ตอนนี้ลกเอี๋ยงกำลังประสบกับหายนะครั้งใหญ่ พวกเจ้ายินดีตามข้าไปกำจัดคนชั่วปราบโจรหรือไม่!?”
พวกทหารกองทัพอุทยานทิศประจิมยกอาวุธขึ้นพร้อมกัน พลางกู่ตะโกนตอบนายท่าน
“ยินดี! ยินดี! ยินดี!”
“ดี สมกับเป็นทหารของต้าฮั่น กับศัตรูที่ก่อกบฏ เราควรทำอย่างไร”
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
ไม่คิดเลยว่าหลังพูดไม่กี่คำ เล่าเจี้ยงก็กระตุ้นขวัญกำลังใจของกองทัพอุทยานทิศประจิมได้ ซุนฮิวมองนายท่านด้วยความชื่นชม
“ทหารทั้งหลาย ตามข้ามา!”
หลังเล่าเจี้ยงออกคำสั่ง ทหารหนึ่งหมื่นหกพันคนไม่มีลังเลตามเขามุ่งหน้าไปสู่เมืองลกเอี๋ยงทั้งหมด
…
ทางเหนือของเมืองลกเอี๋ยง ค่ายองครักษ์หลวง
โฮเบี้ยวนั่งกระวนกระวายอยู่ในกระโจมผู้บัญชาการ ตอนนี้มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ว บ้างก็ว่าพระเจ้าเลนเต้ตาย โฮจิ๋น ตาย เล่าเจี้ยงก่อกบฏ ในวังวุ่นวาย ใคร ๆ ก็ก่อกบฏ มั่วไปหมด!
ข่าวแต่ละอย่างประดังประเดเข้ามาในสมองโฮเบี้ยว ทำให้สติปัญญาที่ย่ำแย่อยู่แล้วยิ่งตกต่ำมากขึ้นไปอีก เขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
“ไม่ได้! ข้าต้องเข้าวัง ข้าอยากเห็นว่าในเมืองเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
โฮเบี้ยวมีลางสังหรณ์บางอย่าง ใครจะตายหรือไม่นั้นไม่สำคัญ แต่เขากลัวว่าพระเจ้าเลนเต้ตาย หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาพี่น้องตระกูลโฮต้องรีบแต่งตั้งกษัตริย์องค์ใหม่ ให้องค์ชายเล่าเปียนได้ขึ้นครองบัลลังก์
“ไม่ได้นะท่านขุนพลทหารม้ารถศึก! สถานการณ์ลกเอี๋ยงตอนนี้ยังไม่ชัดเจน หากว่าขันที พวกเล่าเจี้ยงก่อความวุ่นวาย ท่านแม่ทัพจะไม่โยนตัวเองลงไปติดกับดักหรอกหรือ?!”
เมื่อได้ยินคำโน้มน้าวของกุนซือ โฮเบี้ยวก็ชะงักฝีเท้าอีกครั้ง ตอนนี้ไม่มีข่าวเกี่ยวกับโฮจิ๋นทำให้เขากังวลเป็นพิเศษ
“เกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่ข้ากันแน่? ไยไม่มีข่าวที่แน่นอนเลย”
“เรียนท่านขุนพลทหารม้ารถศึก ตอนนี้มีข่าวลือไปทั่วทุกที่ว่าเตียวเหยียงและพวกขันทีก่อกบฏ หากแม่ทัพใหญ่เข้าวังจริงมันต้องเป็นหายนะแน่ ท่านต้องวางแผนล่วงหน้า!”
เมื่อกุนซือกล่าวเช่นนี้โฮเบี้ยวยิ่งตื่นตระหนกเข้าไปใหญ่ โฮจิ๋นเป็นแกนนำสำคัญและเสาหลักฝ่ายพระญาติ
หากโฮจิ๋นล้ม พวกเขาก็จะเละเทะทันที
“ท่านกุนซือ หากพี่ใหญ่ข้าตาย เราควรทำเช่นไร?”
“นี่…”
“ขุนพลทหารม้ารถศึกไม่ลองนำทัพเข้าวังดูเล่า หากสามารถสนับสนุนฮ่องเต้องค์ใหม่ได้ ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม”
“ต้องทราบว่าอยากได้ของดีก็ต้องเสี่ยง!”
กุนซือผู้นี้เป็นคนไร้ความสามารถคนหนึ่ง ในเวลาคับขันเช่นนี้กลับไม่มีความเห็นที่ดีเลย
โฮเบี้ยวหรี่ตาลง ในหัวขบคิดผลได้ผลเสียของแผนกุนซือไม่หยุด
แม้ขุนพลทหารม้ารถศึกจะมีตำแหน่งและอำนาจ กระนั้นก็เทียบกับแม่ทัพใหญ่ไม่ได้ แม่ทัพใหญ่เป็นคนคุมกองทหารทั้งหมดในใต้หล้าเชียวนะ
ผ่านไปเนิ่นนาน โฮเบี้ยวจึงชักดาบข้างเอวออกมา และแทงลงกลางโต๊ะ!
“ท่านพูดถูก อยากได้ของดีต้องเสี่ยง หากประสบความสำเร็จ นั่นมันคืออำนาจที่ไม่มีสิ้นสุด”
ในตอนที่โฮเบี้ยวตัดสินใจยกทัพเข้าลกเอี๋ยงอยู่นั้น นายพลคนหนึ่งก็บุกเข้ามา โฮเบี้ยวมองไป เป็นเง่าของ*[1] แม่ทัพตัวเองนั่นเอง
“แม่ทัพเง่าของ เกิดอะไรขึ้น? ไยจึงตระหนกเช่นนี้?”
เง่าของดูร้อนรนมาก เมื่อเห็นรอบ ๆ ไม่มีคนนอก ก็กุมมือรายงานโฮเบี้ยว
“ขุนพลทหารม้ารถศึก ฝ่าบาทสิ้นพระชนม์แล้ว เตียวเหยียงกำลังก่อความวุ่นวายในพระราชวัง แม่ทัพใหญ่ไม่ได้ตรวจสอบจึงถูกเตียวเหยียงสังหาร ตอนนี้อ้วนเสี้ยวได้นำกองทัพบุกเข้าวังไปแล้ว และกำลังสังหารพวกขันทีอยู่”
ดวงตาโฮเบี้ยวเบิกกว้าง ไม่คิดเลยว่าภายในเมืองลกเอี๋ยงจะวุ่นวายกว่าที่พวกเขาคิด จึงมั่นใจว่าจะเข้าวังเพิ่มขึ้น
“แม่ทัพเง่าของ เรามีทหารกี่คน?”
[1] เง่าของ หรือ งอของ (吳匡) แม่ทัพชาวตันลิว รับราชการอยู่ใต้แม่ทัพโฮจิ๋นในรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้