พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 287 เข้าตาจน
บทที่ 287 เข้าตาจน
เง่าของเชื่อฟังคำสั่งเล่าเจี้ยงแล้วลงมือปลิดชีพโฮเบี้ยวจากด้านหลัง นี่ไม่เพียงสร้างความตื่นตะลึงให้กับทัพองครักษ์หลวง แม้แต่ฝั่งกองทัพอุทยานทิศประจิมยังตกใจมากด้วย
ขุนพลที่อยู่ข้างกายเล่าเจี้ยง จูล่ง เตียนอุย และกุนซือซุนฮิวล้วนมีสีหน้าเหลือเชื่อ
“แม่ทัพเง่าของ ลุกขึ้นเถิด”
เล่าเจี้ยงพลิกตัวลงจากหลังม้า ลงมาช่วยพยุงอีกฝ่ายที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น
“ขอบคุณขุนพลพิทักษ์”
เง่าของสุภาพมาก และยืนรอคำสั่งเล่าเจี้ยงอยู่ด้านข้าง
“นายท่าน ท่านโน้มน้าวแม่ทัพเง่าของได้ตั้งแต่เมื่อไร? ทำให้ข้านับถือมากจริง ๆ!”
ซุนฮิวลงจากหลังม้าด้วยเช่นกัน ก่อนเดินไปกุมมือเคารพ
เขาคุ้นเคยกับเง่าของผู้นี้อย่างมาก อีกฝ่ายเรียกว่าเป็นทหารผ่านสนามรบก็ไม่เกินจริง รับราชการในกองทัพมาโดยตลอด
“ฮ่า ๆ เรามิได้ตกลงอันใดกันมาก่อน ทว่าข้ารู้แม่ทัพเง่าเป็นคนจงรักภักดี ต้องไม่ปล่อยให้โฮเบี้ยวก่อความวุ่นวายแน่ ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยเขาอีกแรงหนึ่งเท่านั้น!”
เง่าของมองเล่าเจี้ยงด้วยสีหน้าเลื่อมใส ขณะเดียวกันก็กุมมือเอ่ยชม
“ขุนพลพิทักษ์สมเป็นขุนพลอันดับหนึ่งแห่งต้าฮั่นเราจริง ๆ สายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก ไม่เหมือนโฮเบี้ยวนั่น เมืองลกเอี๋ยงและพระราชวังวุ่นวายขนาดไหนแล้ว? เขายังฉวยโอกาสนี้สร้างความวุ่นวายอีก”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
นักท่องเวลาไม่เคยติดต่อกับเง่าของมาก่อน แต่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนดี ย่อมไม่ชอบโฮเบี้ยวที่หาผลประโยชน์จากความวุ่นวายแน่ อีกอย่างในประวัติศาสตร์ เง่าของก็เป็นคนฆ่าโฮเบี้ยวกับมือเอง!
ประกอบกับงออี้*[1] หลานชายของเง่าของได้ติดตามเล่าเอี๋ยนเข้าดินแดนปาสู่แล้ว นั่นเท่ากับว่าตระกูลงอหรือตระกูลเง่า ลงเรือลำเดียวกับตระกูลเล่าแล้ว
แม่ทัพใหญ่โฮจิ๋นถูกเล่าเจี้ยงสังหารได้ด้วยกลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดตามโฮเบี้ยวที่โง่เขลายิ่งกว่าโฮจิ๋นจะไปมีอนาคตอะไรได้? เง่าของรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องเลือกอะไร
“แม่ทัพเง่าของ เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป?”
เล่าเจี้ยงกำลังทดสอบเง่าของ ซึ่งเง่าของเองก็ย่อมรู้เรื่องนี้ จึงกุมมือแสดงจุดยืนของตัวเอง
“ตอนนี้ภายในเมืองลกเอี๋ยงขุนพลพิทักษ์มีตำแหน่งสูงสุด และยังได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาทมากที่สุด เง่าของย่อมรับใช้ขุนพลพิทักษ์!”
เล่าเจี้ยงรอคำพูดนี้ของเง่าของอยู่พอดี ทัพองครักษ์หลวงสองหมื่นนายเป็นเป้าหมายที่พึงปรารถนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน เขาต้องขยายกองกำลังของตัวเองให้มากที่สุด
“ดี! แม่ทัพเง่าของมีคุณธรรมล้ำลึกจริง ๆ หลังจากลกเอี๋ยงอยู่ในความสงบแล้ว ข้าจะขอคุณงามความดีจากฮ่องเต้องค์ใหม่ให้กับแม่ทัพเง่าของแน่นอน!”
“ขอบคุณขุนพลพิทักษ์ยิ่งนัก”
เล่าเจี้ยงประคองเง่าของลุกขึ้น จากนั้นมองทัพองครักษ์หลวงที่อยู่ข้างหลัง
“แม่ทัพเง่าของ เจ้าบัญชาการองครักษ์หลวงเหล่านี้ได้หรือไม่?”
เง่าของตอบทันที
“ขุนพลพิทักษ์โปรดวางใจ พี่น้องในทัพองครักษ์หลวงจะเชื่อฟังคำสั่งของขุนพลพิทักษ์อย่างแน่นอน!”
ปกติโฮเบี้ยวไม่เคยไปค่ายเลย มักเป็นเง่าของที่ไปมาหาสู่กับพวกเขาเสียมากกว่า เง่าของมีอำนาจสูงมากในทัพองครักษ์หลวง ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กล้าสังหารโฮเบี้ยวอย่างเปิดเผยหรอก
“ดี! องค์ชายทั้งสองถูกเตียวเหยียงลักพาตัวไป ตอนนี้ถูกเตียวเหยียงพาออกจากลกเอี๋ยงแล้ว เจ้านำทัพองครักษ์หลวงติดตามข้าไปคุ้มกันองค์ชายด้วยกัน นอกนั้นรอฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ก่อนค่อยหารือกันก็ยังไม่สาย!”
“ขอรับ!”
เง่าของไม่มีข้อโต้แย้งใด ตอนนี้เขากระจ่างในจุดยืนของตัวเองแล้ว และติดตามต้นไม้ใหญ่อย่างเล่าเจี้ยงไปด้วยความเชื่อมั่น
…
ทางตอนเหนือของลกเอี๋ยง เตียวเหยียงกับเตียวต๋งยังคงพาองค์ชายใหญ่เล่าเปียนกับองค์ชายรองเล่าเหียบ หรือที่นักอ่านวรรณกรรมสามก๊กรู้จักกันในนามหองจูเปียนและหองจูเหียบหลบหนีอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ใกล้จะหนีถึงริมฝั่งแม่น้ำเหลืองแล้ว!
“ใต้เท้าเตียว เจ้าจะพาพวกเราไปไหน?”
องค์ชายเล่าเปียนตกใจจนงุนงงไปนานแล้ว รู้แค่ว่าต้องวิ่งหนีตามกันไป ทว่าองค์ชายเล่าเหียบกลับถามขันทีเตียวมาตลอดทาง
“ฝ่าบาท ด้านหลังล้วนเป็นกองทัพกบฏ ข้าจะพาฝ่าบาททั้งสองไปยังที่ปลอดภัย!”
“กบฏจากไหน แล้วไหนคือที่ที่ปลอดภัย?”
องค์ชายรองเล่าเหียบยังคงไม่ยอมแพ้ ยังตั้งมีข้อกังขาไม่หยุด
“ฝ่าบาทของข้า พระองค์หยุดถามก่อน เมื่อกลุ่มกบฏที่อยู่ข้างหลังเราตามทัน ทุกอย่างก็จบ!”
เตียวเหยียงมั่นใจแล้วว่าองค์ชายรองจะได้สืบทอดบัลลังก์ จึงไม่กล้ายั่วโทสะ
สถานการณ์ในตอนนี้อันตรายเกินไป! เดิมทีวางแผนจะรุดหน้าไปหาเล่าเจี้ยง ทว่ากองกำลังที่ไล่ตามด้านหลังไม่ให้โอกาสเลย เขาจึงทำได้เพียงหลบหนีไปทางใดทางหนึ่งเท่านั้น
“โอ๊ย!”
เสียงกรีดร้องดังมาจากด้านหลัง เตียวต๋งล้มลงกับพื้น แม้แต่องค์ชายใหญ่เล่าเปียนที่พามาด้วยก็ล้มลงกับพื้นเช่นกัน
องค์ชายเล่าเหียบสะบัดมือออกจากการกอบกุมของเตียวเหยียง แล้วรีบไปพยุงพี่ชาย
“เสด็จพี่ ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
“เจ็บ ข้าเจ็บเหลือเกิน” คราวนี้เล่าเปียนล้มแรงมาก บอบช้ำจนร้องไห้ออกมา “ไม่ไหวแล้ว ข้าวิ่งต่อไปไม่ได้แล้ว!”
เตียวต๋งเองก็ถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน กี่ปีมาแล้ว พวกเขาเคยวิ่งแบบนี้ที่ไหนกัน!
เตียวเหยียงถือโอกาสนี้รีบนั่งลงสูดหายใจครู่หนึ่ง
“ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ หากพวกอ้วนเสี้ยวไล่ตามเราทัน เราจะยังรอดหรือ? เราต้องรีบตามหาขุนพลพิทักษ์ให้เจอเร็วที่สุด!”
เตียวเหยียงกำลังจะลุก กลับรู้สึกว่าสองขาอ่อนล้า ไม่สามารถยันกายขึ้นได้เลย
“แย่แล้ว ข้าเดินไม่ได้แล้วเช่นกัน”
พวกเตียวเหยียงสองคนพยายามหลบหนีอย่างสุดกำลังท่ามกลางแรงกดดันจนไม่ทันสังเกตพละกำลังที่สูญไปเลย ครั้นเตียวต๋งล้มลงกับพื้น เตียวเหยียงนั่งพัก ความรู้สึกเหนื่อยล้าหมดแรงแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว!
“จบเห่! จบเห่แล้ว! เรายากจะหลบหนีแล้ว!”
เตียวเหยียงเศร้าสร้อย ไม่คิดเลยว่าจะมีจุดจบเช่นนี้
ในขณะนี้เอง มีเสียงฝีเท้ามากมายดังขึ้นไม่ไกล ไม่นาน โจโฉ อ้วนเสี้ยว และคนอื่น ๆ นำทหารไล่ตามมาทัน
เมื่อเตียวต๋งเห็นอ้วนเสี้ยวก็ตกใจกลัวทันที พลางรีบตะโกนใส่เตียวเหยียง
“เร็ว! จับองค์ชายทั้งสองเป็นตัวประกัน!”
“ไม่ได้! เราจะทำร้ายเบื้องสูงได้อย่างไร!”
เตียวเหยียงไม่เห็นด้วย เขายังเพ้อฝันกับการเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์อยู่
“ชีวิตใกล้จะไม่มีแล้ว เจ้ายังคิดมากอีก!”
เตียวต๋งไม่สนอะไรทั้งนั้น เขาดึงองค์ชายใหญ่ที่ร้องไห้น้ำตานองหน้ามาจ่อดาบลงบนลำคอ
เล่าเปียนที่เจ็บอยู่แล้วยิ่งหวาดกลัวเข้าไปใหญ่ และยิ่งร้องไห้ดังขึ้น เตียวต๋งสับสนว้าวุ่น จึงอดตีองค์ชายใหญ่อย่างแรงไปสองสามครั้งไม่ได้!
“หยุดนะ! กล้าดีอย่างไรทุบตีฝ่าบาท!”
อ้วนเสี้ยวพุ่งเข้ามาพร้อมถือดาบยาว และล้อมเตียวเหยียงกับเตียวต๋งไว้ทันที
“นี่! เจ้าจะทำอะไร!”
เตียวเหยียงเองก็ไม่สนใจอะไรมากเช่นกัน ดึงองค์ชายเล่าเหียบมาเป็นโล่ทันที
“ในฐานะคนรับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้องค์ก่อน เจ้าสองคนคิดทำร้ายโอรสของฝ่าบาทได้อย่างไร?”
โจโฉห้ามอ้วนเสี้ยวที่โกรธจัดไว้ ด้วยกลัวว่าพวกเตียวเหยียงสองคนจะทำร้ายองค์ชายตัวน้อยทั้งสอง
เตียวต๋งจ้องมองพวกอ้วนเสี้ยวด้วยโทสะ พลางส่งเสียงคำรามอย่างกราดเกรี้ยวออกมา
“ทั้งหมดเพราะเจ้าบีบบังคับนั่นแหละ! พวกเจ้าอำมหิตยิ่งนัก ไม่ยอมให้ทางรอดพวกเราเลยด้วยซ้ำ!”
“หุบปากเสียไอ้คนชั่ว! หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าสิบขันทีก่อความวุ่นวาย ต้าฮั่นเรามีหรือจะมาถึงจุดนี้!”
อ้วนเสี้ยวแทบอยากถือดาบไปสับเตียวต๋งเป็นชิ้น ๆ เสียเดี๋ยวนั้น แต่กลับไม่กล้าขยับเพราะรัชทายาทอยู่ในเงื้อมมือเตียวต๋ง
ในสายตาพวกอ้วนเสี้ยว องค์ชายใหญ่เล่าเปียนคือโอรสองค์โตของพระเจ้าเลนเต้ ย่อมต้องสืบทอดบัลลังก์ต่อ!
“เปิ่นชู อย่าเพิ่งวู่วาม จะให้เตียวเหยียงกับเตียวต๋งทำร้ายโอรสสวรรค์ไม่ได้!”
โจโฉกระซิบโน้มน้าวข้างหูอ้วนเสี้ยว ก่อนมองไปที่พวกเตียวเหยียงสองคน
“เมื่อก่อนท่านทั้งสองล้วนเป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้องค์ก่อนมากที่สุด หากวันนี้พวกท่านทำร้ายองค์ชาย จะไม่ทำให้ฮ่องเต้องค์ก่อนเจ็บปวดใจหรอกหรือ พวกท่านปล่อยองค์ชายทั้งสองก่อนได้หรือไม่ มีอะไรเราค่อยมาหารือกัน?”
“เจ้าฝันไปเถอะ!”
เตียวต๋งไม่ลังเลสักนิด ปฏิเสธโจโฉไปซึ่งหน้า
“หากอยากให้เราปล่อยองค์ชาย ง่ายมาก เรียกขุนพลพิทักษ์เล่าเจี้ยงมา! เราเชื่อใจแค่เขาเท่านั้น!”
เตียวเหยียงไม่อยากเผชิญหน้าแแบบนี้ตลอดไป จึงรีบเสนอเงื่อนไขของตัวเอง เตียวต๋งที่อยู่ด้านข้างก็พยักหน้ารัว ๆ เช่นกัน
ตอนนี้นอกจากเล่าเจี้ยง พวกเขาไม่อยากเชื่อใจใครแล้ว!
[1] งออี้ (吴懿) ขุนพลชาวเมืองตันลิว เป็นบุตรชายของสหายเล่าเอี๋ยน ผู้พาทั้งครอบครัวติดตามเล่าเอี๋ยนไปยังมณฑลเอ๊กจิ๋ว และรับใช้จนถึงรุ่นเล่าเจี้ยง (ในประวัติศาสตร์) เล่าเจี้ยงแต่งตั้งให้งออี้เป็นขุนพลองครักษ์ เมื่อเล่าเจี้ยงพ่ายแพ้ต่อเล่าปี่ งออี้จึงสวามิภักดิ์กับเล่าปี่และกลายเป็นขุนพลของจ๊กก๊ก โดย งอซี น้องสาวของงออี้ เคยสมรสกับพี่ชายเล่าเจี้ยงมาก่อน เมื่อสามีคนแรกตาย นางก็สมรสใหม่กับเล่าปี่ ทำให้งออี้กลายเป็นเครือญาติฝ่ายสะใภ้ทั้งของเล่าเจี้ยงและเล่าปี่ อีกทั้งตระกูลงอยังร่วมชะตากรรมกับตระกูลเล่าอยู่หลายชั่วอายุคน
สาเหตุที่แม่ทัพเง่าของไม่ใช่แซ่งอ คาดว่าเกิดจากความสูญหายของจดหมายเหตุสามก๊กของตันซิ่ว ทำให้ผู้แปลสามก๊กในสมัยนั้นไม่แน่ใจว่าเง่าของเป็นคนตระกูลงอ ด้วยหรือไม่ จึงจงใจแปลแซ่ให้ออกมาต่างกัน