พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 288 การมาถึงอย่างกะทันหันของตั๋งโต๊ะ
บทที่ 288 การมาถึงอย่างกะทันหันของตั๋งโต๊ะ
ฝั่งอ้วนเสี้ยวแข็งข้อกับพวกเตียวเหยียงและเตียวต๋งสองคนอย่างสุด ๆ แล้ว ไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้ใคร
คนที่ต้องทนทุกข์ทรมานมากที่สุดคงไม่พ้นองค์ชายทั้งสอง บนลำคอถูกดาบแหลมคมจ่ออยู่ตลอด องค์ชายใหญ่เล่าเปียนนั้นแย่ที่สุด ถึงขนาดมีเลือดไหลออกมาแล้ว!
กุบกับ กุบกับ กุบกับ
เสียงสนั่นดังมาแต่ไกล ทำลายสถานการณ์แข็งข้ออันตึงเครียด ก่อนแผ่นดินจะเริ่มสั่นสะเทือน ทุกคนในบริเวณนั้นรู้ดีว่าเป็นทหารม้า!
เตียวเหยียงกับเตียวต๋งดีใจมาก สิ่งที่พวกเขาขอมากที่สุดในตอนนี้คือเล่าเจี้ยงมาโดยเร็วที่สุด! เมื่อขุนพลพิทักษ์มาถึง ก็สามารถมอบองค์ชายในมือให้เขาได้ เชื่อว่าด้วยมิตรภาพระหว่างเตียวเหยียงกับเล่าเจี้ยง ต้องช่วยชีวิตพวกเขาได้แน่นอน
สิ่งสำคัญที่สุดคือเล่าเจี้ยงมีกองทัพที่แข็งแกร่ง เมื่อกองทัพทหารม้าออกโรง ใครในลกเอี๋ยงจะกล้าแข็งขืนกับเขา? แม้แต่เตียวเหยียงยังรู้สึกว่าสามารถกวาดล้างพวกอ้วนเสี้ยวคนทรยศพวกนี้ได้ในทันที
โฮจิ๋นตายแล้ว เล่าเจี้ยงต้องอยากก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแน่! หากอยากควบคุมอำนาจเพียงคนเดียว จะต้องได้รับความช่วยเหลือจากพวกเตียวเหยียง นี่คือเหตุผลที่หัวหน้าสิบขันทีมั่นใจว่าจะทำให้ขุนพลพิทักษ์ช่วยเขาได้!
เมื่อเทียบกับท่าทางดีใจของพวกเตียวเหยียงสองคน อ้วนเสี้ยวรู้สึกอนาถใจนัก ถึงขนาดมีสีหน้ากลัดกลุ้ม
หากพูดตรง ๆ กลุ่มของเล่าเจี้ยงกับโฮจิ๋นตะลุมบอนกันดั่งน้ำกับไฟ แม้กระทั่งการตายของแม่ทัพใหญ่ อ้วนเสี้ยวยังสงสัยว่าขุนพลพิทักษ์เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง!
นอกเหนือจากกลุ่มโฮจิ๋นแล้ว เล่าเจี้ยงกับตระกูลอ้วนของอ้วนเสี้ยวก็มีความบาดหมางกันมานาน เชื่อว่าหากอีกฝ่ายกุมอำนาจ วันดี ๆ ของตระกูลอ้วนต้องจบลงแน่!
หากเล่าเจี้ยงช่วยพวกเตียวเหยียงสองคน แล้วช่วยฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ จะต้องประสบความสำเร็จแน่ ถึงครานั้นตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ ใครจะกล้าไม่มอบให้?
เมื่อเจ้านั่นกลายเป็นแม่ทัพใหญ่ บวกกับทหารม้าและกองทัพอุทยานประจิมอันน่าสะพรึงกลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เกรงว่าต่อไปทั้งลกเอี๋ยงคงมีเพียงแค่เสียงเดียวที่สำคัญ!
จากเสียงที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ความยินดีและความกลัดกลุ้มก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทุกคนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ได้แต่รอการมาถึงของทหารม้าเท่านั้น
“ไม่ใช่ทหารม้าของเล่าเจี้ยง!”
โจโฉอุทานออกมาทำลายความคิดของทุกคน
“ไม่ใช่ทหารม้าของเล่าเจี้ยงงั้นรึ เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
อ้วนเสี้ยวมองไปยังทิศทางของทหารม้าซึ่งยังอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย โดยไม่รู้สึกว่ามีอะไรแตกต่างออกไป
โจโฉยื่นมือออกไปชี้ แล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ทหารม้าของเล่าเจี้ยงล้วนสวมชุดเกราะเหล็ก แต่ทหารม้าเหล่านี้ล้วนสวมชุดเกราะหนัง!”
“ธงนั่น… เหมือนจะเขียนว่า… ตั๋ง?”
“ตั๋ง…?”
ดวงตาอ้วนเสี้ยวเบิกกว้าง ธงที่มีอักษร ‘ตั๋ง’ และทหารม้า เขาจินตนาการไม่ออกจริง ๆ ว่าเป็นใคร
ไม่นาน ทหารม้าก็ทะยานมาอยู่เบื้องหน้า อวดโฉมต่อทุกคน
“ตั๋งโต๊ะ เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่!?”
อ้วนเสี้ยวอยู่ในจวนแม่ทัพใหญ่มาหลายปีย่อมรู้จักตั๋งโต๊ะ อีกทั้งไม่ได้รู้สึกดีอะไรกับคนผู้นี้เลย
“ฮ่า ๆ ข้าได้รับคำสั่งจากแม่ทัพใหญ่ให้มาลกเอี๋ยงสังหารขันที ไม่ทราบว่าแม่ทัพใหญ่อยู่หรือไม่?”
ขณะกล่าว ตั๋งโต๊ะยังกุมมือคำนับผู้คนด้านล่าง และกวาดตามองใบหน้าพวกเขาไม่หยุด พบว่าไม่มีใครที่ตัวเองไม่รู้จักเลย
“แม่ทัพใหญ่ตายแล้ว! เขาถูกคนทรยศสองคนตรงหน้านี้สังหาร!”
อ้วนเสี้ยวชี้เตียวเหยียงกับเตียวต๋งที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยความโกรธ เขาแทบอยากตัดสองคนออกเป็นชิ้น ๆ เสียเดี๋ยวนั้น
“อะไรนะ! แม่ทัพใหญ่ตายแล้ว”
ตั๋งโต๊ะตกใจมาก โฮจิ๋นตายแล้วหรือ? แค่คืนเดียว ลกเอี๋ยงกลับเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้เชียว!
“เด็กสองคนนี้คือ?”
“นี่คือองค์ชายใหญ่เล่าเปียน นี่คือองค์ชายรองเล่าเหียบ”
ตั๋งโต๊ะมองไปตามอ้วนเสี้ยวชี้ คนหนึ่งร่ำไห้น้ำตานองจนดูน่าสังสารจับใจ อีกคนหนึ่งนับว่าสงบและจ้องทุกคนด้วยสายตากรุ่นโกรธ
“แม่ทัพตั๋งต๊ะเตรียมตัวรับใช้ฝ่าบาท หรือเลือกที่จะช่วยเหลือพวกกบฏ?”
อ้วนเสี้ยวมองไปที่ตั๋งโต๊ะอย่างประหม่า เขารู้ว่าอีกฝ่ายมีชื่อเสียงด้านความทะเยอทะยานดิบเถื่อน ตอนนี้โฮจิ๋นตายแล้ว ไม่รู้ว่าจะยังมีอะไรฉุดรั้งเขาได้อยู่หรือไม่!
“แน่นอนว่าข้ารับใช้ฝ่าบาท ข้าเป็นขุนนางภักดีแห่งต้าฮั่น จะทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร!”
ตั๋งโต๊ะโพล่งออกมาโดยไม่คิด เขามาจากเมืองฝูเฟิง เพียงเพื่อจะได้มีตำแหน่งในราชสำนัก เขาจะก่อกบฏอย่างไร้เหตุผลได้อย่างไร
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะพูดได้ดี! รีบกำจัดขุนนางชั่วเหล่านี้เสีย และข้าจะขอคุณงามความดีให้แม่ทัพตั๋งโต๊ะแน่นอน!” เตียวเหยียงแย่งมาอยู่หน้าพวกอ้วนเสี้ยว ถือตัวว่าเป็นขุนนางสำคัญ และพวกอ้วนเสี้ยวเป็นผู้ทรยศ
“หุบปากเสีย! ขันทีหน้าด้านเช่นเจ้าเพิ่งฆ่าแม่ทัพใหญ่ไป ยังคิดจะทำร้ายพวกเราอีก!”
อ้วนเสี้ยวคาดไม่ถึงเลยว่าหัวหน้าสิบขันทีเตียวใกล้จะตายอยู่แล้ว กลับยังกล่าววาจาปลุกปั่น ยิ่งน่าโมโหจริง ๆ
ตั๋งโต๊ะไม่ได้รีบตัดสินใจ แต่กลับมองไปรอบ ๆ จากนั้นก็ตระหนักถึงสถานะพิเศษของตัวเอง!
ฝั่งของเตียวเหยียงมีเพียงสองคน แต่ฝั่งของอ้วนเสี้ยวคาดว่าจะมีหลายร้อยจนถึงพันกว่าคน เมื่อตนเข้าร่วมฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็จะสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายแน่!
ตั๋งโต๊ะรู้อยู่แก่ใจ ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต้องการตัวเอง ดังนั้นจะตัดสินใจง่าย ๆ เลยไม่ได้
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ พวกอ้วนเสี้ยวก่อกบฏ หากท่านช่วยพวกเขา เมื่อขุนพลพิทักษ์เล่าเจี้ยงมา ท่านต้องคิดถึงผลที่ตามมาให้ดี!”
ทันทีที่เตียวเหยียงเอ่ยเช่นนี้ออกมา ทุกคนตกตะลึงทันที! เตียวเหยียงผู้นี้บ้าไปแแล้วหรือไร? จนถึงตอนนี้ยังกล้าขู่คนไปทั่วอยู่อีก
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตั๋งโต๊ะไม่เพียงแต่ไม่โกรธ กลับกันมีสีหน้าลังเลขึ้นมา
‘เล่าเจี้ยง’ สองคำนี้มีพลังอำนาจที่น่ากลัวจริง ๆ! นี่ยิ่งทำให้อ้วนเสี้ยวลำบากใจมากขึ้น!
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ ท่านอย่าไปฟังคำพูดบ้า ๆ เหล่านี้ เล่าเจี้ยงเป็นขุนพลพิทักษ์แห่งต้าฮั่น จะช่วยกบฏที่ลักพาตัวองค์ชายได้อย่างไร?”
ตั๋งโต๊ะพยักหน้า รู้สึกว่ามีเหตุผล ตอนนี้พวกเตียวเหยียงกระทำผิดอย่างร้ายแรง หนึ่งในสองคนที่พวกเขาลักพาตัวจะต้องเป็นโอรสสวรรค์! เล่าเจี้ยงยึดมั่นในชื่อเสียง จะช่วยขุนนางชั่วนี้ได้อย่างไร?
เตียวเหยียงได้ยินก็กระวนกระวายใจมาก ตอนนี้สายตาที่ตั๋งโต๊ะมองเขายิ่งมืดมนลงเรื่อย ๆ
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ! บอกตามตรง เล่าเจี้ยงเป็นคนให้พวกเราสังหารแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋น ท่านต้องคิดให้ดีแล้วค่อยตัดสินใจ!”
คำพูดของเตียวเหยียงทำให้ทุกคนตกใจอีกครั้ง ข่าวนี้เรื่องใหญ่จริง ๆ!
เล่าเจี้ยงยุยงเตียวเหยียงให้ฆ่าแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋น?
“เตียวเหยียง เจ้าบอกว่ามันเป็นพระบัญชาของฝ่าบาทมิใช่หรอกหรือ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“ข้า…”
เตียวเหยียงรู้สึกว่าตัวเองพูดผิด จึงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ขึ้นมาทันที
“ข้า… ข้าหมายถึงว่าฝ่าบาททรงรับสั่งให้เล่าเจี้ยงฆ่าโฮจิ๋น!”
“เหลวไหล! เมื่อครู่เจ้าพูดอยู่ว่าเล่าเจี้ยงให้เจ้าฆ่าแม่ทัพใหญ่ เจ้ารีบบอกความจริงข้ามาเดี๋ยวนี้!”
คำพูดของเตียวเหยียงกระตุ้นความโกรธของทุกคนในกลุ่มของโฮจิ๋นทันที คำสั่งของเล่าเจี้ยงหรือคำสั่งของพระเจ้าเลนเต้ ความแตกต่างนั้นมหาศาลมาก!
หากเป็นคำสั่งของพระเจ้าเลนเต้ โฮจิ๋นก็สมควรตาย เตียวเหยียงฆ่าเขาก็กล่าวได้ว่าเชื่อฟังคำสั่งของฮ่องเต้องค์ก่อน แต่เมื่อเป็นคำสั่งของเล่าเจี้ยง นั่นก็ไม่ต่างอะไรจากการก่อกบฏ!
ใช้การตายของพระเจ้าเลนเต้ทำร้ายแม่ทัพใหญ่คนปัจจุบัน นี่คิดจะทำอะไร?
หากเรื่องนี้ได้รับการยืนยัน ชื่อเสียงของเล่าเจี้ยงถูกทำลายแน่ จากขุนพลอันดับหนึ่งแห่งต้าฮั่น กลายเป็นขุนนางชั่วก่อกบฏทันที!
หลายปีมานี้ไปปราบกบฏนู่นทีนี่ที จนสุดท้ายตัวเล่าเจี้ยงก็กลายเป็นกบฏที่ใหญ่ที่สุดไปเสียเอง!
หากข่าวแพร่ออกไป คงทำให้คนหัวเราะเยาะ
“ข้า… ข้า…”
เตียวเหยียงสับสน เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อไป เพราะดาบยาวของอ้วนเสี้ยวมิอาจฝืนยั้งไว้ได้อีกต่อไปแล้ว!
ในตอนที่เตียวเหยียงกำลังจะล้มอยู่นั้นเอง ก็มีเสียงสนั่นดังมาแต่ไกล
“ใต้เท้าเตียว มีปากจะทานอะไรก็ได้ แต่จะกล่าววาจาส่งเดชไม่ได้”