พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 308 จูล่ง ปะทะ ลิโป้
บทที่ 308 จูล่ง ปะทะ ลิโป้
ครั้นได้ยินลิโป้เรียกชื่อท้าตัวเองรบ เล่าเจี้ยงพลันแสยะยิ้มมุมปาก ก่อนโยนดาบใหญ่ในมือให้พลทหาร
ให้เขาไปสู้หนึ่งต่อหนึ่งกับลิโป้เนี่ยนะ? ตลกแล้ว! สิ้นคิดกว่าฆ่าตัวตายอีก!
ไม่! ข้าได้คิดเช่นนั้นนะ เล่าเจี้ยงไม่คิดออกรบด้วยตัวเองอยู่แล้ว
“ไอ้หน้าอ่อน คิดจะประมือกับนายข้างั้นหรือ? เจ้าเนี่ยนะ ช่างไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเลย!”
ไม่ต้องให้เล่าเจี้ยงได้เปลืองน้ำลายเอง เตียนอุยก็โต้กลับแทนให้แล้ว
ลิโป้ถูกเตียนอุยกล่าววาจาสร้างความอัปยศให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาหมดความอดทนไปนานแล้ว
“เจ้าคนอัปลักษณ์ ข้าไว้หน้าแล้วเจ้าไม่รู้หรือ? หากวันนั้นม้าข้าไม่เหนื่อย เจ้าคิดว่าจะยังรอดมาถึงวันนี้หรือ!?”
เตียนอุยตวาดใส่ลิโป้ด้วยความเกรี้ยวกราดตามคาด หากแต่ใบหน้ากลับยังคงยิ้มแย้มไม่คลาย
“หึ ๆ ไอ้หน้าอ่อน เจ้ามันไร้ยางอายเสียจริง ไม่รู้ว่าใครกันเคยเกือบสิ้นลมด้วยทวนข้า! เพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่วัน คาดไม่ถึงว่าจะไม่ยอมรับเสียแล้ว! ข้าว่าเจ้าอย่าได้ชื่อลิโป้เลย ชื่อไร้ยางอายเสียดีกว่า ฮ่า ๆ ๆ!”
เดิมทีลิโป้เดือดดาลจนจะระเบิดออกมาเต็มที่แล้ว ครั้นถูกวาจาของเตียนอุยจี้จุดเข้า ก็ตวัดยกง้าวขึ้นพร้อมเพ่งมองเตียนอุยด้วยสายตากริ้วโกรธ
“เจ้าคนอัปลักษณ์ ดาหน้าเข้ามารับความตายเสีย!”
ลิโป้ไม่คิดปะทะฝีปากกับเตียนอุยอีกต่อไป โต้กันไปโต้กันมาก็จบที่ตนเกือบตายด้วยทวนของอีกฝ่าย มิสู้โจมตีให้พ่ายแพ้ไปเสีย คงทำให้เขาหุบปากลงได้ดีกว่าอีก
หากเป็นก่อนหน้านี้ เตียนอุยคงเดินหน้าต่อสู้กับลิโป้ให้รู้เป็นรู้ตายอย่างไม่คิดชีวิตไปแล้ว ทว่ายามนี้เขาหาได้เข้าไป แต่กลับแขวนทวนคู่ไว้บนม้าแทน
เตียนอุยยกสองแขนประสานกอดอก หันหน้าไปทางจูล่งข้างกาย พูดให้ถูกคือยักคิ้วให้ขุนศึกรุ่นน้อง
“สหายจูล่ง ไอ้หน้าอ่อนนี้ยกให้เจ้าแล้วกัน! จริงสิ… สั่งสอนเขาให้หลาบจำก็พอแล้ว!”
จูล่งไร้ซึ่งความลังเล ค่อย ๆ ควบม้าออกไป ขุนศึกรูปงามขี่ม้าขาว สวมเกราะวาววับ ในมือถือทวนประกายเงินเสริมอำนาจข่มคนเฉกเช่นเดียวกัน
“ไอ้หน้าอ่อน เห็นหรือยังว่าสหายข้าต่างหากที่เรียกรูปหล่อสง่างาม! ส่วนเจ้ามันก็แค่เด็กเมื่อวานซืน!”
ลิโป้ไม่สนใจคำพูดยั่วยุของเตียนอุย เจ้าหนุ่มดูอายุน้อยเบื้องหน้าต่างหากที่ให้ความรู้สึกต่างออกไป
ความน่าเกรงขามของจูล่งมิได้ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนลิโป้ แต่กลับเหมือนใบมีดแหลมคมที่เฉือนทะลวงทุกสรรพสิ่ง
“จูล่งแห่งเสียงสาน!”
จูล่งแนะนำตัวพร้อมควบม้ามาเบื้องหน้าลิโป้ มือขวากำทวนยาว สีหน้าดุดันอย่างหาได้ยาก
“ลิโป้แห่งจิ่วหยวน!”
ลิโป้เก็บความประมาทย่ามใจไว้ เขามีลางสังหรณ์ว่าคนตรงหน้าต้องต่างไปจากศัตรูแกร่งทั้งมวลที่ตนเคยพบเจอแน่นอน
ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดอีก กลับกันทั้งสองยังคงท่าทีเหมือนกัน สายตาเอาแต่เขม็งจ้องอีกฝ่ายไม่ละ ไม่ว่าผู้ใดต่างไม่มีการชิงลงมือก่อน!
เงียบสงัด… ไม่คิดไม่ฝันว่าเหล่าไพร่พลนับแปดหมื่นในสนามรบจะหวาดกลัวแรงกดดันน่าเกรงขามที่สองยอดขุนพลปลดปล่อยออกมา สายตาทั้งหมดล้วนจดจ้องไปยังทั้งสอง ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจ
วูบ…
คลื่นลมอ่อนพัดผ่าน ทำลายภาพฉากที่คล้ายหยุดนิ่งลง
ลิโป้และจูล่งถลึงตาพร้อมกัน มือขวาสะบัดเคลื่อนไหวในวินาทีเดียวกัน ราวกับทั้งสองทำเรื่องเดียวกันในเวลาเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น!
เคร้ง!!
ศาสตราวุธปะทุเสียงปะทะดังกึกก้อง การโจมตีนี้สร้างเสียงระเบิดสะท้านถึงแก้วหูผู้คนทั้งมวล รับรู้ได้ทันทีว่าในนั้นแฝงเร้นด้วยพลังมหาศาล
เพียงเสี้ยวพริบตาปะทะกันถึงสิบกระบวนท่า ลิโป้ควงง้าวกรีดนภากระหน่ำฟาดฟัน ทั้งเสียบทั้งจ้วง ทุกกระบวนท่าล้วนอยู่ในตำแหน่งโจมตีทั้งสิ้น ย้อนกลับไปฝั่งจูล่งที่ถือทวนยาวในมือทำได้เพียงคอยแทงสวนไปเท่านั้น น่าเสียดายที่เอาแต่ต้านซ้ายสกัดขวา ทำให้สิบกระบวนท่า มิอาจโจมตีคืนอย่างเต็มกำลังได้แม้แต่ครั้งเดียว!
ความมั่นใจของเล่าเจี้ยงค่อย ๆ หดหายไป ก่อนถูกแทนที่ด้วยความร้อนรน ลิโป้ปะทะจูล่งนั้น แม้แต่นักท่องเวลาเองก็อยากรู้ว่าทั้งสองห่างชั้นขนาดไหนกันแน่!
เนื่องจากเตียนอุยมักประลองกับจูล่งอยู่บ่อยครั้ง แน่นอนว่าผลลัพธ์คือจูล่งมีชัยมากกว่าพ่ายแพ้ และนี่ย่อมเป็นเหตุผลที่ทั้งสองมิอาจปะทะสู้จนถึงตายได้
จากสิ่งที่เตียนอุยบอกตน วิชาทวนของจูล่งนั้นล้ำเลิศยิ่งนัก การป้องกันแน่นหนาชนิดลมไม่เล็ดผ่าน ทุกคราที่เตียนอุยสะบั้นฟันเต็มแรงสองแขน กลับยังคงมิอาจทำลายปราการของจูล่งได้ และด้วยเหตุนี้จึงหมดแรงแพ้พ่ายอยู่ร่ำไป
เล่าเจี้ยงรู้จักฝีมือที่แท้จริงของจูล่งเกินใคร นับว่าสูสีคู่คี่กับฮองตง คนหนึ่งอาวุโส คนหนึ่งเยาว์วัย เป็นที่ประจักษ์ว่าพวกเขาคือกำลังรบแข็งแกร่งที่สุดในใต้บัญชาเขา
กระนั้นจากสิ่งที่เตียนอุยสาธยายเรื่องลิโป้ พละกำลังของลิโป้นั้นไม่อ่อนด้อยไปกว่าจูล่งทีเดียว อีกทั้งวรยุทธ์ยังเชี่ยวชาญเข้าขั้น ไม่เหมือนเตียนอุยที่รู้จักเพียงใช้กำลังทะลวงไปเท่านั้น
ระหว่างจูล่งกับลิโป้ ในใจเล่าเจี้ยงย่อมรู้ความต่างทางฝีมืออยู่แล้ว ทว่าน่าจะไม่มากนัก บางทีอาจต้องรอทั้งคู่ออกกระบวนครบร้อยท่าก่อนถึงจะค่อย ๆ เห็นผลแพ้ชนะ แต่ใครจะคาดคิดว่า… แค่การตอบโต้เพียงสิบกระบวนท่า จูล่งก็ถูกควบคุมจนอยู่หมัด! แม้แต่พลังจะโต้กลับยังไม่มีด้วยซ้ำ!
หากการต่อสู้ครานี้ทำร้ายจูล่งที่มีค่ายิ่งของเขา เล่าเจี้ยงต้องไม่เหลือแม้แต่ที่ให้ยืนร้องไห้แน่
“จืออี้ เจ้าจับตาลิโป้ไว้ให้ดี หากจูล่งมีอันตราย เจ้ารีบเข้าไปเสริมเขาทันที!”
เล่าเจี้ยงรีบเรียกไทสูจู้มา ไม่ว่าอย่างไรเขาจะไม่ปล่อยให้จูล่งถูกคุกคามถึงชีวิตแน่!
“นายท่านไม่ต้องกังวล จูล่งมีฝีมือเก่งกาจ แพ้ชนะยังมิอาจรู้ได้”
เล่าเจี้ยงได้ยินไทสูจู้บอกเช่นนี้ หัวคิ้วกลับยิ่งขมวดมุ่นกว่าที่เคย กระทั่งเริ่มสงสัยว่าลูกน้องกำลังปลอบใจเขาอยู่ใช่หรือไม่
“จืออี้ ประเดี๋ยวจะครบสิบกระบวนท่าแล้ว จูล่งยังไม่ได้โจมตีแม่แต่คราเดียว ไหนเล่าฝีมือที่ว่า”
ไทสูจู้ฟังคำถามของเล่าเจี้ยงอย่างตั้งใจ กระนั้นดวงตากลับมิได้ละไปจากการต่อสู้ของทั้งสองแม้แต่น้อย
“นายท่าน ลิโป้มีพละกำลังมหาศาล การโจมตีแรกของทั้งสองเมื่อครู่ คาดว่าคงทำให้จูล่งเข้าใจกระจ่างแล้ว หากจูล่งโจมตีตอนนี้ ย่อมสร้างการประลองที่ตัดสินด้วยกำลังแทน แล้วจูล่งจะได้ตกม้าเอาง่าย ๆ ยามนี้แม้เอาแต่ป้องกัน กระนั้นกลับใช้แรงตัดแรงได้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าจูล่งจะพลิกกลับมาในตำแหน่งได้เปรียบ!”
เล่าเจี้ยงมองไปทางทั้งสองอีกครั้ง จากการสังเกตอย่างละเอียดแล้ว เขาค้นพบปัญหาจุดหนึ่งแล้วจริง ๆ หน้าผากลิโป้เริ่มเหงื่อผุด แต่จูล่งที่ดูแล้วแม้มีลนลานบ้างนั้น กลับขจัดแรงจู่โจมได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังตัดกำลังลิโป้ผ่านสารพัดวิธีการ ทำให้ไม่ต้องรับแรงโจมตีทั้งหมดได้
ลิโป้ที่เจนสนามรบมานาน ค่อย ๆ มองแผนการจูล่งออกทีละน้อย ยามโจมตีครั้งแรกเมื่อครู่นั้น พลังของลิโป้ควบคุมจูล่งได้อยู่หมัด นั่นทำให้เขาใจชื้นขึ้น เริ่มแรกจึงกระหน่ำโจมตีเต็มกำลัง หมายจะตัดสินในเวลาอันสั้น
น่าเสียดายที่ไม่เป็นตามหวัง จูล่งใช้สารพัดวิธีการต้านวรยุทธ์เขาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งลิโป้กลับรู้สึกเหมือนกำลังตีปุยฝ้าย ทุกคราที่โจมตีเต็มแรง ผลลัพธ์กลับบางเบาเกินคาด!
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป แม้ลิโป้ที่แข็งแกร่งก็ต้องพบจุดจบอย่างการสิ้นแรงแน่นอน
“จูล่งสินะ เจ้านี่ไม่เลวเลย ในบรรดาคู่ต่อสู้ของตัวข้า ลิโป้ เจ้าถือว่าแข็งแกร่งที่สุด กระนั้นทุกสิ่งต้องจบสิ้นตรงนี้แล้ว!”
จูล่งตะลึงเล็กน้อย ไม่คิดไม่ฝันว่าคู่ต่อสู้จะพูดจาข่มขวัญเอาเวลานี้
หรือว่าลิโป้ยังมิได้เอาจริง?
หากเป็นเช่นนั้น… จูล่งก็รู้แล้วว่าตนอยู่ไม่ไกลจากความพ่ายแพ้แล้ว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาเองเริ่มเหนื่อยหน่ายกับการป้องกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้สกัดได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังตัดกำลังอีกฝ่ายไปได้มากพอสมควร ทว่าคงจวนถึงเวลาที่จะแสดงความสามารถทั้งหมดแล้ว
“เข้ามาเถิด อย่ามัวแต่พล่ามอยู่เลย!”
จูล่งกระชับทวนประกายเงิน ภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากลิโป้ คาดไม่ถึงว่าจะปลุกเร้าความอหังการที่จะตามติดตัวจูล่งไปชั่วชีวิตขึ้นก่อนเวลาอันควรได้!
“ดี! ข้าลิโป้โลดแล่นไปทั่วยุทธภูมิ ไร้ผู้ใดเทียบเทียม นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าใช้วิชานี้นับตั้งแต่ร่ำเรียนมา”
“ลองลิ้มรสง้าวเจ็ดมังกรฟ้าของข้าดู!”