พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 323 ขุนพลไร้พ่าย พัวหอง!
บทที่ 323 ขุนพลไร้พ่าย พัวหอง!
นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาที่ทำให้อ้วนเสี้ยวกังวล แต่ยังสร้างความปวดหัวให้กับที่ปรึกษาของเขาด้วย
ฮันฮก เจ้าผู้ครองแคว้นกิจิ๋วไม่ใช่พรรคพวกของตระกูลอ้วน ตรงข้ามเขาถูกตั๋งโต๊ะแต่งตั้งขึ้นมาโดยตรง เป็นเจ้าที่มีอำนาจทางการทหารและการเมือง เขาไม่จำเป็นต้องส่งทหารมาด้วยซ้ำ แค่ตัดเสบียง อ้วนเสี้ยวก็หิวตายได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นฮันฮกยังควบคุมทรัพยากรทั้งหมดในแคว้นกิจิ๋วด้วย
ในระหว่างที่ทุกคนอับจนหนทางอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงหัวเราะหนึ่งดังลั่นขึ้นมา
“ฮ่า ๆ ๆ นายท่านอย่าได้กังวลไป ข้ามีวิธีแก้ไขวิกฤตในตอนนี้!”
สายตาทุกคนมองไปทางเขาฮิวเป็นสายตาเดียว มีทั้งคาดหวัง สงสัย ยินดี… แม้กระทั่งอิจฉาและขุ่นเคือง!
เขาฮิวไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่นเลยสักนิด ใบหน้าที่ดูจองหองลืมตัวนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในจวนแม่ทัพใหญ่เมื่อก่อน หรือเปลี่ยนมาสวามิภักดิ์กับอ้วนเสี้ยวในตอนนี้ ก็ไม่เคยละความคิดที่จะเป็นกุนซืออันดับหนึ่งของกองกำลังที่ไปสังกัดเลย
“จื่อเอี้ยงรีบว่ามาเร็ว”
แน่นอนว่าอ้วนเสี้ยวดีใจมาก ตอนนี้ตนกำลังอับจนหนทาง ทว่าวาจาของเขาฮิวทำให้เขามีความหวัง
“นายท่านโปรดพิจารณา”
เขาฮิวล้วงมือเข้าไปหยิบผ้าดิ้นชิ้นหนึ่งออกมา แล้วเดินเข้าไปมอบให้เจ้านาย
“ถูกตั๋งโต๊ะบีบคั้น ไร้ทางช่วยตัวเอง หวังจะมีอาสามาช่วยบ้านเมืองให้พ้นภัย นี่คือ… จดหมายของท่านมหาราชครู!”
อ้วนเสี้ยวเบิกตากว้าง เป็นจดหมายที่ลงนามโดยมหาราชครูจริง ๆ
“เป็นไปไม่ได้! หากเป็นจดหมายของมหาราชครู ไยข้าจึงไม่รู้เล่า?”
ปฏิกิริยาแรกของอ้วนเสี้ยวคือความถูกต้องของจดหมาย ในฐานะหลานชายของท่านมหาราชครูอ้วนหงุย ก่อนออกเดินทางเขาสนทนากับอ้วนหงุยอย่างลับ ๆ จนกระทั่งดึกดื่น จะไม่รู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร
เขาฮิวขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้
เหตุใดอ้วนเสี้ยวถึงมองปัญหาได้ตื้นเขินปานนี้ นี่ใช่เวลาดูว่าจดหมายจริงปลอมหรือ?
“จื่อเอี้ยง เจ้าไปเอาสิ่งนี้มาจากไหน?”
“เรียนนายท่าน เกียวโป้เจ้าเมืองตองกุ๋นเพิ่งส่งมาถึงวันนี้ขอรับ”
เกียวโป้*[1] ผู้นี้อ้วนเสี้ยวไม่ค่อยคุ้นเคยด้วยมากนัก สิ่งเดียวที่เขาประทับใจคืออีกฝ่ายเป็นเครือญาติของเกียวก๊กโล*[2] อดีตอัครเสนาบดี
ฮองกี๋ทนกับท่าทางหยิ่งผยองของเขาฮิวไม่ไหว จึงคว้าโอกาสนี้รีบโต้แย้งออกมา
“นายท่าน ข้าน้อยคิดว่าที่มาของจดหมายนี้ไม่น่าเชื่อถือ เกียวโป้เป็นใคร จะติดต่อกับมหาราชครูได้อย่างไร?”
ครั้นอ้วนเสี้ยวได้ยินเช่นนี้ ก็ยิ่งเคลือบแคลงใจทวีคูณ เห็นแววตาเขาฮิวมีความไม่พอใจอยู่เล็กน้อย
“คนไร้ความสามารถจะทำให้นายพังพินาศ! นายท่านอย่าไปฟังคำพูดโง่เขลาของฮันฮกเลย!” เขาฮิวชี้ฮันฮกที่อยู่ข้าง ๆ พลางรีบอธิบายต้นสายปลายเหตุให้อ้วนเสี้ยวฟัง “นายท่าน จดหมายมหาราชครูนี้เป็นของปลอมจริง ทว่าความสำคัญของมันไม่ได้อยู่ที่ความถูกต้อง แต่อยู่ที่ความชอบธรรมอันยิ่งใหญ่!”
“ข้ารู้มาว่าเกียวโป้ได้ส่งจดหมายนี้ไปทั่วทุกแว่นแคว้นแล้ว ตั๋งโต๊ะหมิ่นราชวงศ์ ทำลายล้างผู้ภักดี นี่คือความจริงที่ทุกคนต่างรู้ เมื่อจดหมายฉบับนี้มาถึง ทุกแว่นแคว้นต้องพากันยกทัพเข้าเมืองหลวงช่วยฝ่าบาทแน่ ถึงคราวนั้น ฮันฮกจะกล้าเป็นศัตรูกับคนทั้งใต้หล้าและช่วยตั๋งโต๊ะหรือ?”
ดวงตาอ้วนเสี้ยวเป็นประกาย เขาพยักหน้าเบา ๆ ทว่าครู่เดียวก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอีกหน
“ที่จื่อเอี้ยงกล่าวมาก็มีเหตุผล! แต่ฮันฮกคือคนที่ตั๋งโต๊ะแต่งตั้ง เกียวโป้จะส่งจดหมายให้เขาหรือ? เขาไม่กลัวว่าฮันฮกจะปล่อยข่าวออกมาหรือไร?”
เขาฮิวลูบเคราเบา ๆ ก่อนเดินไปกระซิบข้างหูอ้วนเสี้ยวเสียงเบา
เห็นเพียงอ้วนเสี้ยวพยักหน้าไม่หยุด รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งสดใสขึ้นเรื่อย ๆ
“ดี! ดี! สมกับเป็นจื่อเอี้ยง!”
แผนได้กำหนดแล้ว อ้วนเสี้ยวชำเลืองมองฮองกี๋ที่อยู่ด้านข้าง
“ต่อไปความเห็นเด็ก ๆ เช่นนี้ อย่ากล่าวออกมาชี้นำให้ข้าหลงผิดอีก”
ฮองกี๋ยิ้มหน้าเจื่อนและทำได้เพียงถอยกลับไป ฉากนี้ทำให้เขาฮิวลำพองใจมาก
“นายท่าน อีกไม่นานกลุ่มพันธมิตรในใต้หล้าจะเกิดขึ้น นายท่านมีภูมิหลังทางครอบครัวที่โดดเด่น สถานะก็เหนือใครหากตอนนี้สามารถยื่นคำร้องลงโทษโจรชั่วได้ ถึงตอนนั้นวีรชนในใต้หล้าจะพากันตอบรับแน่นอน และชื่อเสียงของนายท่านจะสูงขึ้นอย่างน่าทึ่ง”
ความยั่วยวนที่เขาฮิวกล่าวออกมานั้นมากจริง ๆ มากจนการหายใจของอ้วนเสี้ยวเร็วขึ้นเล็กน้อย!
“จื่อเอี้ยง เราควรทำอย่างไรต่อไป?”
“นายท่าน แค่…”
แคว้นกิจิ๋ว เมืองวุย อำเภอเงียบกุ๋น
นับตั้งแต่ฮันฮกเป็นเจ้าแคว้นกิจิ๋ว ไม่มีวันไหนที่ไม่อกสั่นขวัญแขวนเลย!
ภายในต้องเฝ้าระวังอ้วนเสี้ยวที่เป็นคนของตระกูลอ้วนอันโด่งดัง ภายนอกก็มีประกาศปราบปรามของทหารมีชื่อเสียงในแต่ละพื้นที่มา
ฮันฮกได้รับการแต่งตั้งจากตั๋งโต๊ะ ย่อมถูกตราหน้าว่าเป็นคนของตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะโหดร้ายมากขึ้นทุกวัน ตอนนี้ทั้งคนทั้งเทพต่างโกรธแค้นเขา ฮันฮกกลัวกลุ่มวีรชนจะพาลความโกรธตั๋งโต๊ะมาลงกับตัวเอง
“ท่านเจ้าแคว้น รายงานด่วนขอรับ!”
ฮันฮกสะดุ้งตกใจ และตัวสั่นอย่างเห็นได้ชัด
“เรื่องอันใด?”
“คนที่เฝ้าดูเมืองปุดไฮส่งข่าวมาว่าช่วงนี้อ้วนเสี้ยวได้ระดมกำลังบ่อยครั้ง ดูมีเจตนาจะยกทัพออกรบ!”
“อะไรนะ! อ้วนเสี้ยวจะก่อกบฏหรือ!”
ฮันฮกรู้สึกกลัดกลุ้มอยู่พักหนึ่ง กลัวอะไรได้อย่างนั้นจริง ๆ
“รีบเรียกทุกคนมาหารือเรื่องนี้เร็ว!”
คนรับใช้ไม่กล้ารอช้า รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ฮันฮกทรุดตัวลงกับพื้น รู้สึกไร้พลัง และนึกเสียใจที่เข้ารับตำแหน่งเจ้านี้
เดิมคิดว่าจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ ทว่าเมื่อมาถึงแคว้นกิจิ๋วถึงได้ค้นพบความซับซ้อนของที่นี่ นายอำเภอกว่าครึ่งหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลอ้วนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง! แม้กระทั่งภายในจวนเจ้านี้ก็ยังมีการสนับสนุนอ้วนเสี้ยวอย่างโจ่งแจ้ง
ฮันฮกจะไม่รู้หลักการเลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้ได้อย่างไร น่าเสียดายเขาไร้ทางเลือกอื่น สำหรับอ้วนเสี้ยว เขาต้องการเงินก็ให้เงิน ต้องการเสบียงก็ให้เสบียง แค่หวังว่าเขาจะอยู่ในเมืองปุดไฮอย่างสงบร่มเย็น
แต่สุดท้ายก็ยังป้อนอาหารให้ลูกหมาป่าที่ไม่คุ้นเคย นี่เพิ่งป้อนอาหารอ้วนเสี้ยวไป เขาก็จะแว้งกัดกลับแล้ว!
หากต้องทำสงครามกับอ้วนเสี้ยวจริง ๆ ฮันฮกไม่มีทางจะได้ชัยชนะเลย เขากังวลด้วยซ้ำว่าตัวเองจะถูกตัดหัวในขณะที่หลับ!
ไม่นาน พวกขุนศึกกลุ่มหนึ่งของแคว้นกิจิ๋วก็มารวมตัวกันที่จวนเจ้าแคว้น
ฮันฮกนั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุด ลูกน้องทั้งบุ๋นบู๊ใต้บัญชาเขามีไม่น้อยเลยจริง ๆ ลูกน้องที่อยู่ทางซ้ายมือมีเล่าฮุย*[3] เก๋งบู*[4] ก้วนซุน*[5] จอสิว*[6] และสิมโพย*[7] ห้าคน ขวามือมีพัวหอง*[8] จ๊กยี่*[9] เตียวคับ และโกลำ*[10]
เล่าฮุยเป็นผู้ช่วยสำนักส่วนกลาง มีชื่อเสียงมากในแคว้นกิจิ๋ว ฮันฮกเคารพเขามาก
เก๋งบูกับก้วนซุนสองคนเป็นผู้ภักดีต่อฮันฮกที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายและเชื่อใจมากที่สุด
ทว่าคนที่ฮันฮกให้ความสำคัญก็คือขุนพลชั้นยอดแห่งแคว้นกิจิ๋วอย่างพัวหอง นามรอง ‘พัวอู๋ชวง’
พัวหองใช้ขวานใหญ่ฟาดฟันทะลุต้นหลี่ และได้รับการยกย่องจากฮันฮกว่าห้าวหาญชาญชัย แถมยังอ้างตัวว่าเป็นขุนพลไร้พ่าย! เขายืนเชิดหน้ายืดอกอยู่ตรงขวามือฮันฮก ดูเคร่งขรึมราวกับเป็นขุนพลอันดับหนึ่งในแคว้นกิจิ๋ว!
ฮันฮกกับพัวหองพบกันในช่วงอันตราย พัวหองช่วยชีวิตฮันฮกไว้ ด้วยเหตุนี้ฮันฮกจึงไว้วางใจพัวหองเป็นอย่างยิ่ง!
“ทุกท่าน เมืองปุดไฮรายงานด่วนมา ในช่วงไม่กี่วันมานี้อ้วนเสี้ยว ระดมกำลังทหารบ่อยครั้ง คาดว่าภายในไม่กี่วัน กองทหารของเขาจะมาถึงประตูเมืองเงียบกุ๋นของเราแล้ว!”
ฮันฮกไม่รู้ว่าในห้องนี้มีใจเอนเอียงไปทางตระกูลอ้วนมากเท่าไร จึงทำได้เพียงกล่าวว่าสถานการณ์นั้นร้ายแรง และจะได้เห็นว่าใครเข้าข้างคนอื่นบ้าง!
พัวหองย่อมรู้ว่าฮันฮกให้ความสำคัญกับตัวเองมาก จึงลุกออกมาเป็นคนแรกและแบ่งเบาความกังวลของฮันฮก
“นายท่านอย่าได้กังวลไป! ขวานใหญ่ในมือข้าไม่รู้จักตระกูลอ้วนอะไรนั่น! หากอ้วนเสี้ยวกล้ามา จะต้องตายอยู่ภายใต้ขวานใหญ่ข้า!”
วาจาห้าวหาญนี้ทำให้ฮันฮกมีสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย หากถามว่าที่พึ่งใหญ่ที่สุดของฮันฮกคืออะไร คงไม่พ้นพัวหองขุนพลขั้นยอด! ขุนพลแห่งแคว้นกิจิ๋วที่กล้าหาญไร้ศัตรูของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย!
“มีอู๋ชวงอยู่ด้วย ข้าก็ไม่กลัดกลุ้มใจแล้ว!”
[1] เกียวโป้ (橋瑁) เจ้าเมืองตองกุ๋น เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับอ้วนเสี้ยวและเจ้าเมืองอื่น ๆ ในศึกปราบตั๋งโต๊ะ
[2] เกียวก๊กโล (桥玄) อดีตอัครเสนาบดี ปราชญ์การค้าผู้มีคุณูปการต่อง่อก๊กอย่างยิ่ง เปรียบเหมือนกุนซือผู้ไม่รับตำแหน่ง มีส่วนผลักดันให้ซุนเกี๋ยนตั้งตัวในเมืองกังตั๋งได้ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการส่งเสริมให้จิวยี่ โลซก เข้ามาร่วมงานกับง่อก๊ก ทั้งยังเป็นบิดาของสองพี่น้องงามล่มเมืองนาม ไต้เกี้ยวและเสียวเกี้ยว คนแรกกลายเป็นภรรยาของซุนเซ็ก (ลูกชายซุนเกี๋ยน) คนที่สองกลายเป็นภรรยาของจิวยี่
[3] เล่าฮุย (刘惠) ที่ปรึกษาของฮันฮก
[4] เก๋งบู (耿武) กุนซือของฮันฮก ผู้คัดค้านไม่ให้ยกกิจิ๋วให้กับอ้วนเสี้ยว สุดท้ายถูกอ้วนเสี้ยวสังหาร
[5] ก้วนซุน (闵纯) ขุนศึกของฮันฮก ผู้คัดค้านไม่ให้ยกมณฑลกิจิ๋วให้อ้วนเสี้ยว ต่อมาถูกอ้วนเสี้ยวสังหาร
[6] จอสิว (沮授) ที่ปรึกษาของอ้วนเสี้ยว ให้คำแนะนำทางยุทธศาสตร์ที่ดีหลายครั้งแต่ไม่เคยได้รับการใส่ใจ
[7] สิมโพย (审配) กุนซือของฮันฮก เป็นที่ปรึกษาที่วางแผนพลาด
[8] พัวหอง (潘凤) นายทหารของฮันฮก เสียชีวิตจากการรบกับฮัวหยง ไม่มีตัวตนจริง
[9] จ๊กยี่ (麴义) ขุนศึกฮันฮก ย้ายไปเข้าอ้วนเสี้ยว ใช้ทหารราบทำลายกองทหารม้าของกองซุนจ้านสำเร็จ
[10] เตียวคับ (張郃) ขุนศึกของฮันฮก ย้ายไปอยู่ภายใต้อ้วนเสี้ยว ต่อมาเข้าร่วมกับโจโฉ เป็นหนึ่งในห้าสุดยอดแม่ทัพของโจโฉ
[11] โกลำ (高览) ขุนศึกของอ้วนเสี้ยว หนีไปสวามิภักดิ์โจโฉ เพราะถูกกัวเต๋าใส่ร้ายว่าอยากให้กองทัพแพ้ที่สมรภูมิกัวต๋อ