พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 324 ฮันฮกผู้อ่อนแอไร้ความสามารถ
บทที่ 324 ฮันฮกผู้อ่อนแอไร้ความสามารถ
“นายท่าน ไม่จำเป็นต้องให้แม่ทัพพัวออกโรง ข้าจ๊กยี่ก็สามารถทำให้อ้วนเสี้ยวลาโลกไปแบบไม่สมัครใจได้เช่นกัน
ในที่สุดบนใบหน้าฮันฮกก็มีรอยยิ้มปรากฏออกมาบางเบา ความสามารถของจ๊กยี่เข้ารู้ดี หากมีการสนับสนุนจากทั้งสองคนนี้ คาดว่าคงมีกำลังต่อต้านอ้วนเสี้ยวได้อยู่บ้าง
ดี! หากอ้วนเสี้ยวกล้ารุกรานแคว้นกิจิ๋ว ก็ขอฝากแม่ทัพทั้งสองด้วย”
“นายท่านช้าก่อน!”
การปรากฏตัวของเสียงนี้ทำให้ฮันฮกขมวดคิ้วมุ่น และเริ่มกังวลขึ้นมาอีกครั้ง
กุนซือจอสิว นามรอง ‘จอกงอวี๋!’
สถานะของบุคคลนี้ในแคว้นกิจิ๋วไม่ได้น้อยหน้าเลยจริง ๆ ตระกูลจอป็นตระกูลใหญ่ที่สุดในเมืองกว่างผิง หลังจากฮันฮกมาถึงแคว้นกิจิ๋ว เขาก็ได้เชิญจอสิวมาจวนผู้ตรวจการด้วยตัวเอง
สิ่งที่ฮันฮกกังวลมากที่สุดคือจอสิวมีใจเอนเอียงไปทางอ้วนเสี้ยว เมืองกว่างผิงติดกับเมืองวุย หากเป็นเช่นนั้น อีกฝ่ายก็สามารถแทงหลังตัวเองได้ตลอดเวลา
“กงอวี๋มีเรื่องอันใดหรือ?”
“เรียนท่านเจ้าผู้ครองแคว้น อ้วนเสี้ยวไม่มีทางวางแผนมุ่งร้ายต่อแคว้นกิจิ๋วอย่างแน่นอน ขอท่านเจ้าผู้ครองแคว้นอย่าได้ทำสงครามกันเลย”
ฮันฮกยิ่งได้ฟังก็ยิ่งโมโห จอสิวผู้นี้มีเจตนาชัดเจนเหลือเกิน!
แน่นอนงั้นรึ อะไรคือแน่นอน? เจ้าจอสิวเอาอะไรมารับประกันแทนอ้วนเสี้ยว อีกฝ่ายต้องแอบติดต่ออ้วนเสี้ยวเป็นแน่!
“เจ้ากล่าวเช่นนี้มีหลักฐานหรือไม่”
แม้ฮันฮกจะรู้แจ้งแก่ใจดี หากยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนก็ยังไม่กล้าจัดการกับจอสิว อิทธิพลของตระกูลจอในกว่างผิงนั้นกว้างใหญ่เกินไป
จอสิวส่ายหน้า เขาไม่มีหลักฐานจริง ๆ เพียงแต่วิเคราะห์ตามความเข้าใจที่ตนมีต่ออ้วนเสี้ยว
“ท่านเจ้าผู้ครองแคว้น อ้วนเสี้ยวเป็นผู้สืบทอดตระกูลอ้วนที่เป็นขุนนางกันมาสี่ยุคสมัย เขาจะโจมตีแคว้นกิจิ๋วอย่างไม่มีเหตุผลได้อย่างไร? การโจมตีแว่นแคว้นเทียบได้กับการก่อกบฏ ท่านเจ้าผู้ครองแคว้นคิดว่าเขาจะทำเช่นนั้นหรือ?”
ฮันฮกก็เข้าใจความจริงนี้เช่นกัน ทว่าตอนนี้ราชสำนักถูกตั๋งโต๊ะควบคุม แต่ละพื้นที่เริ่มมีเค้าลางไม่เชื่อฟังคำสั่งของทางการ หากเกิดว่าอ้วนเสี้ยวแสร้งเล่นละครแล้วยึดครองแคว้นกิจิ๋ว จอสิวย่อมไม่ได้ผลกระทบอะไร แถมยังได้สร้างผลงานใหญ่ ทว่าตัวเขาต้องจบเห่แน่!
“ที่กงอวี๋พูดก็มีเหตุผล แต่เรื่องมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของแคว้นกิจิ๋ว จะไม่ระวังมิได้!”
ฮันฮกต้องคิดหาวิธีได้ผลดีทั้งสองฝ่าย ทั้งปลอบโยนภายในได้ และยังป้องกันไม่ให้อ้วนเสี้ยวขยับขยายไปมากกว่านี้ด้วย
“รายงาน!”
ในตอนนั้นเอง ทหารจากในจวนก็เดินเข้ามาพร้อมแผ่นไม้ไผ่สองฉบับในมือ
“เรียนท่านเจ้าผู้ครองแคว้น มีจดหมายสองฉบับส่งมาถึงพร้อมกัน มาจากเกียวโป้เจ้าเมืองตองกุ๋นหนึ่งฉบับและอ้วนเสี้ยวเจ้าเมืองปุดไฮหนึ่งฉบับขอรับ”
“ส่งมา!”
ฮันฮกอยากรับมันมาอย่างแทบรอไม่ไหว ทว่าจะอ่านของใครก่อนดี เขาสับสนมาก
“ท่านเจ้าผู้ครองแคว้น จดหมายจากเจ้าเมืองตองกุ๋นเป็นเรื่องของบ้านเมือง ส่วนจดหมายจากเจ้าเมืองปุดไฮเป็นเรื่องส่วนตัว”
เมื่อจอสิวเตือนออกมา ฮันฮกก็ตอบสนองกลับมา ถึงอย่างไรเมืองปุดไฮก็อยู่ภายใต้เขตอำนาจของแคว้นกิจิ๋วอยู่แล้ว
เขาจึงไม่ลังเล เปิดแผ่นไม้ไผ่ของเกียวโป้เจ้าเมืองตองกุ๋นทันที
“ถูกตั๋งโต๊ะข่มเหง ไร้ทางช่วยตัวเอง หวังว่าจะมีอาสาช่วยบ้านเมืองให้พ้นจากอันตราย…”
“นี่คือลายมือของมหาราชครู ในนั้นบรรยายการกระทำต่ำทรามของตั๋งโต๊ะ และเรียกระดมกลุ่มวีรชนในใต้หล้าเข้าเมืองหลวงช่วยเหลือองค์ฮ่องเต้!”
แย่แล้ว! เรื่องนี้มันไม่ควรอ่านออกมาต่อหน้าธารกำนัลเลย!
กว่าฮันฮกจะได้สติกลับมา ลูกน้องใต้บัญชาต่างรับทราบเรื่องนี้กันหมดแล้ว เขามิอาจแสร้งทำเป็นไม่รู้ได้อีก
ฮันฮกพลันตื่นตัวขึ้นมา หากเขาปฏิบัติตามคำสั่งระดมพลปราบตั๋งโต๊ะ ฮันฮกคงจะเป็นตกขี้ปากว่าไร้คุณธรรม ถึงอย่างไรตั๋งโต๊ะก็เป็นคนเลื่อนตำแหน่งเขา หากไม่เชื่อฟังคำสั่งตามสาส์น ฮันฮกก็จะเป็นคนไม่จงรักภักดีต่อต้าฮั่น ทรยศต่อฝ่าบาท!
ไม่ว่าอย่างไร ฮันฮกต้องแบกรับชื่อเสียงป่นปี้นี้
“ท่านเจ้าผู้ครองแคว้น ไยไม่เปิดแผ่นไม้ไผ่ของอ้วนเสี้ยวอ่านดูเล่า?”
ทันใดนั้นฮันฮกก็ระวังขึ้นมาทันใด หลังจากเปิดออกก็อ่านอย่างเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย
“เฮ้อ! อ้วนเสี้ยวตัดสินใจยกทัพไปช่วยฝ่าบาทแล้ว เขาได้เขียนคำร้องลงทัณฑ์ขุนนางชั่วตั๋งโต๊ะเสร็จเรียบร้อย เตรียมส่งต่อไปทั่วใต้หล้า ระดมกลุ่มวีรชนในใต้หล้ามาเข้าร่วมกองกำลังปราบปรามตั๋งโต๊ะ”
ในเวลานี้ เล่าฮุย นักปราชญ์ผู้ลือนามในแคว้นกิจิ๋วที่นิ่งเงียบมาตลอดก็ลุกขึ้น
“ท่านเจ้าผู้ครองแคว้นมีความคิดเห็นอะไรไหม เหตุใดถึงมีสีหน้าเช่นนี้?”
สีหน้าฮันฮกดูไม่ดีจริง ๆ เขาสับสนมากจนไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไรดี
“ข้าได้รับการแต่งตั้งจากตั๋งโต๊ะให้ประจำการในแคว้นกิจิ๋ว แต่ตอนนี้กลับต้องยกทัพโจมตีเขา ข้าทนไม่ได้จริง ๆ ข้าสับสนมาตลอดว่าจะช่วยตั๋งโต๊ะหรือช่วยอ้วนเสี้ยวดี”
เล่าฮุยเหลือบมองนายท่านอย่างไม่สบอารมณ์ เขาสงสัยมากว่าตั๋งโต๊ะชอบคนที่อ่อนแอไร้ความสามารถเช่นนี้ได้อย่างไร!
“ท่านเจ้าผู้ครองแคว้นคิดว่าตั๋งโต๊ะเป็นใครกัน?”
“นี่…”
เล่าฮุยถามนายท่านจนพูดไม่ออก หากเปิดปากกล่าว อีกฝ่ายจะกลายเป็นคนทรยศของแผ่นดินอย่างแน่นอน!
เห็นฮันฮกอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่พูดออกมา จอสิวเลยเปิดปากเอ่ยแทนอีกครา
“ตั๋งโต๊ะอ้างตัวเป็นผู้สำเร็จราชการแทนแผ่นดิน ทว่าความจริงคือผู้ทรยศต่อต้าฮั่น ข่มเหงดูหมิ่นราชวงศ์ ข่มเหงย่ำยีสตรีในวังหลัง สังหารขุนนางตงฉิง ทรราชชาติชั่วเช่นนี้ ใต้เท้าเล่าฮุยยังต้องถามอีกหรือ?”
เล่าฮุยพยักหน้า และเหลือบมองฮันฮกอีกครั้ง
“ท่านเจ้าผู้ครองแคว้นคิดว่าอย่างไร?”
ฮันฮกทำได้เพียงพยักหน้าแสดงความเห็นด้วยอย่างอับอาย ทุกคำที่จอสิวพูดนั้นเป็นเรื่องจริง หากตนกล้าปฏิเสธหรือเล่นลิ้น ก็คงจะเป็นข้ออ้างไร้ยางอายอย่างไม่ต้องสงสัย
“ที่กงอวี๋พูดล้วนเป็นความจริง”
“ในเมื่อท่านเจ้าผู้ครองแคว้นเห็นด้วยเช่นนี้ ก็ยกทัพเพื่อแผ่นดิน เพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชนทั่วใต้หล้า แล้วไฉนเจ้าผู้ครองแคว้นยังจะพูดช่วยคนนู้นคนนั้นอยู่อีกเล่า”
สีหน้าฮันฮกแดงก่ำ คราวนี้เล่าฮุยทำให้เขาอับอายจริง ๆ จนไม่กล้าตอบ ทำได้แค่อดทนอย่างเงียบ ๆ
“ใช่! จื่อฮุยสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว! ถ่ายทอดคำสั่ง แจ้งอ้วนเสี้ยวว่าข้าจะสนับสนุนเขายกทัพปราบตั๋งโต๊ะอย่างเต็มที่!”
…
อีกด้านหนึ่ง
เมื่อเปรียบเทียบกับความสำเร็จของอ้วนเสี้ยวในแคว้นกิจิ๋วเขตฮ่อปัก ชีวิตของอ้วนสุดในเมืองลำหยงนั้นไม่ได้ดีนัก และมีข้อผิดพลาดบางอย่างจากแผนการของตระกูลอ้วน
อ้วนสุดพักรักษาการณ์อยูในอำเภออ้วนเสีย เมืองลำหยงมาหลายเดือน ทว่าช่วงนี้เขาไม่ค่อยมีความสุขนัก มีคนผู้หนึ่งแอบแข่งกับเขามาตลอด คนผู้นี้คือจางจื่อ เจ้าเมืองลำหยง
เจ้าหน้าที่น้อยใหญ่ในเมืองลำหยง ตระกูลอ้วนได้จัดการให้อ้วนสุดเรียบร้อยแล้ว มีเพียงจางจื่อคนเดียวที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
เนื่องจากอองเอี๋ยน อดีตเจ้าเมืองลำหยงเป็นขุนนางเก่าที่ขึ้นกับตระกูลตระกูลอ้วน เดิมสัญญากับอ้วนฮองว่าจะช่วยอ้วนสุดอย่างเต็มที่ แต่กลับแก่ตายไปก่อนที่อ้วนสุดจะมาถึง!
ตั๋งโต๊ะทราบถึงความสำคัญของเมืองลำหยง จึงรีบส่งจางจื่อ*[1] จากเมืองเอ่งช้วนมาเป็นเจ้าเมืองลำหยง และมาถึงก่อนอ้วนสุดไปก้าวหนึ่ง
โชคดีที่เจ้าหน้าที่น้อยใหญ่ในเมืองลำหยงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลอ้วน ไม่เช่นนั้นอ้วนสุดคงถูกจางจื่อขับออกจากเมืองลำหยงไปนานแล้ว!
นับตั้งแต่จางจื่อเข้ารับตำแหน่ง ก็มักจะขัดอ้วนสุดไปทั่วทุกที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ในการพัฒนาของอ้วนสุดในเมืองลำหยงอย่างมาก! เมื่อถูกบีบจนทำอะไรไม่ได้ อ้วนสุดก็ทำได้เพียงออกจากอำเภออ้วนเสียไปยังเมืองหลู่หยาง โชคดีที่นายอำเภอของแต่ละอำเภอในเมืองลำหยงเป็นฝ่ายอ้วนสุด จึงจัดหาทรัพยากรให้อ้วนสุดอย่างต่อเนื่อง อ้วนสุดก็ค่อย ๆ ตั้งหลักในเมืองลำหยงได้
สถานการณ์ของจางจื่อนั้นเทียบไม่ได้กับฮันฮกในแคว้นกิจิ๋ว อย่างน้อยฮันฮกก็เป็นเจ้าผู้ครองแคว้น ไม่ว่ามือของตระกูลอ้วนจะยาวแค่ไหนก็มิอาจควบคุมแคว้นกิจิ๋วได้ …ทว่าจางจื่อไม่ใช่ เมืองลำหยงเป็นแค่เมืองเมืองหนึ่ง สามารถถูกตระกูลอ้วนแทรกซึมเข้าไปได้ง่าย
เมืองลำหยงมีอำเภอทั้งหมดสามสิบเจ็ดอำเภอ มีเพียงสำนักงานในอำเภออ้วนเสียอย่างเดียวที่ถูกควบคุมโดยจางจื่อ ที่เหลืออีกสามสิบหกอำเภอล้วนหน้าไหว้หลังหลอก ภายนอกสนับสนุนจางจื่อ แต่ลับหลังล้วนขยิบตาให้อ้วนสุด
โชคดีที่นายอำเภอเหล่านี้ไม่กล้าทำอะไรโจ่งแจ้ง ไม่เช่นนั้นจางจื่อคงมิอาจอยู่ในอำเภออ้วนเสียได้อีกต่อไป!
[1] จางจื่อ (張咨) เจ้าเมืองลำหยงที่มาจากการแต่งตั้งของตั๋งโต๊ะ