พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 45 โลติดประสบภัย
บทที่ 45 โลติดประสบภัย
“ข้าเน้นแล้วเน้นเล่า แค่ก่อกวนความความเร็วในการล่าถอยของกองทัพโพกผ้าเหลืองเท่านั้น ห้ามเข้าปะทะโดยตรง!”
“สองคนนี้ช่างกล้านัก บังอาจฝ่าฝืนคำสั่งอย่างโจ่งแจ้ง!”
โลติดยืนคำรามอยู่หน้าป่าหางม้า คิดว่านายกองทหารม้าขัดขวางแผนการทั้งหมดของเขา
เดิมทีแผนการสู้รบจะหยุดอยู่ที่หน้าป่าหางม้า ห้ามเข้าไปในป่าเด็ดขาด
ตอนนี้เป็นอย่างไร? กองทัพเข้าไปตั้งครึ่งค่อนทัพ จนเขาไม่สามารถควบคุมได้แล้ว
“ท่านแม่ทัพใจเย็น ๆ ขอรับ นายกองทั้งสองคนแค่อยากแย่งศพเตียวก๊กมาเท่านั้น!”
“ฮึ่ม!”
โลติดพ่นลมหายใจแรง และคำรามอย่างดุดัน
“หากทหารม้าทำตามคำสั่ง เตียวก๊กคงถูกจับไปนานแล้ว”
“ตอนนี้กองทัพใหญ่เข้าไปในป่า จะราบรื่นได้เยี่ยงไร?”
พลคุ้มกันทอดมองเข้าไปในป่า ต้นไม้ในป่าหางม้านั้นกระจัดกระจาย และมีขอบเขตการมองเห็นค่อนข้างกว้าง รู้สึกไม่เหมือนถูกซุ่มโจมตี
“ท่านแม่ทัพ โจรโพกผ้าเหลืองตื่นตระหนกเช่นนี้ ดูไม่เหมือนแกล้งพ่ายเลย!”
โลติดมองไปที่ป่าหางม้าด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม และกัดฟันด้วยความโกรธ
“ฮึ่ม! หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น!”
“ไปกันเถิด ยามนี้กองทัพใหญ่เข้าไปเกินกว่าครึ่ง ข้ากังวลว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
เห็น ๆ อยู่ว่าสงครามสามารถจัดการได้ที่หน้าป่าหางม้า ยังจะตัดสินใจโดยพลการอีก!
โลติดถอนหายใจ ก่อนนำกองกำลังอีกครึ่งที่เหลือเข้าไปในป่าหางม้าอย่างไม่ลังเล
ภายในป่าหางม้า
“รายงาน”
ทหารส่งสารโพกผ้าเหลืองบนหัวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาข้างหน้า และคุกเข่าลงบนพื้น
“รายงานท่านแม่ทัพแห่งสวรรค์ โลติดได้นำกองทัพที่เหลือเข้าไปในป่าแล้ว และกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เพียงแต่การเดินทัพนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังรวบรวมทหารอยู่”
“อืม รู้แล้ว”
ชายรูปร่างผอมแห้ง มีใบหน้างดงามคนหนึ่งพยักหน้า เป็นเตียวก๊กนั่นเอง
เขาในตอนนี้มีสีหน้าซีดขาวดูอ่อนแออย่างมาก
เตียวก๊กเป็นลมหมดสติก่อนหน้านี้เป็นเรื่องโกหก เขาแค่ทำให้โลติดสับสน
ทว่ากระอักเลือดนั้นเป็นเรื่องจริง เขาไอเป็นเลือดไม่ใช่แค่วันสองวันแล้ว
“ท่านแม่ทัพ ครานี้พวกเราแกล้งพ่าย ยังสูญเสียไปอย่างหนักหนาสาหัส ตอนนี้ทหารที่รวบรวมได้มีเพียงสองหมื่นกว่านายเท่านั้น”
เตียวก๊กไม่พูดอะไร แต่ในสายตาแฝงไปด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เจ้าลัทธิโพกผ้าเหลืองไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะสูญเสียมากขนาดนี้!
ตามความคิดของเขา อย่างมากสูญเสียไปไม่กี่พันคน ทว่าตอนนี้บาดเจ็บล้มตายกว่าสองหมื่นคนแล้ว!
การบาดเจ็บล้มตายเช่นนี้สำหรับเตียวก๊กแล้วเจ็บแสบไปถึงกระดูกเช่นกัน!
หากศึกครานี้จับตัวโลติด และเอาชนะกองทัพหลวงไม่ได้ จะจัดการเช่นไรดี?
โฮงี สมาชิกกลุ่มโจรโพกผ้าเหลืองมองเตียวก๊กที่โลเลไม่มั่นใจ ก่อนปริปากปลอบใจเขา
“ท่านอาจารย์ โลติดถูกล่อเข้ามาในป่าหางม้าแล้ว ขอแค่ฆ่าโลติดได้ ไม่ว่าการสูญเสียจะใหญ่แค่ไหนก็คุ้มค่า!”
เมื่อเตียวก๊กได้ยินเช่นนี้ก็มีสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ามองไปยังลูกศิษย์ตัวเอง
“แจ้งทหารซุ่มโจมตีทั้งสองด้าน เตรียมล้อมโลติดเอาไว้ และพวกเจ้าไป ‘ต้อนรับ’ แม่ทัพโลติดกับข้า!”
“รับทราบ”
ทุกคนรับคำสั่ง เตียวก๊กนำนายพลโพกผ้าเหลืองและทหารที่รวบรวมมาได้สองหมื่นนายไปต้อนรับแม่ทัพสายบุ๋น
โลติดรวบรวมทหารไปพลาง เดินเข้าป่าหางม้าลึกไปพลาง
กองทัพทางการฮึกเหิมกันเกินไป ไล่ตามเข้าไปในป่า จนกระจัดกระจายกันอย่างแสนสาหัส
หลังจากรวบรวมกำลังพลมาหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็รวบรวมทหารได้มากกว่าสามหมื่นนาย
“บ้าเอ๊ย!”
หลังจากเข้าไปในป่าหางม้า โลติดส่งเสียงประหลาดระคนตกใจออกมา ยิ่งเขาเดินไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งตกใจ
“ป่านี้มีต้นไม้บางตา แต่ไม่คิดเลยว่าภูมิประเทศจะน่าสนใจ มองจากภายนอกคิดว่าป่าค่อนข้างกว้างขวาง ไม่คิดเลยว่าหลังจากเข้ามาลึกแล้วจะกลับตาลปัตรไปหมด!”
“แจ้งให้ถอนทัพโดยเร็ว ทัพหลังเปลี่ยนเป็นทัพหน้า ค่อย ๆ เคลื่อนทัพออกจากป่าหางม้า!”
“เร็วเข้า!”
“ท่านแม่ทัพกังวลเกินไปแล้ว กองทัพโพกผ้าเหลืองก็เหมือนสุนัขหลงทาง จะกล้าซุ่มโจมตีกองทัพเราได้เยี่ยงไร!”
เมื่อโลติดเหลือบมอง เห็นเป็นนายกองทหารม้า ก็ยิ่งโกรธเกรี้ยมมากยิ่งขึ้น
“เจ้าจะไปเข้าใจอะไร! หากไม่ใช่เพราะเจ้าทั้งสองคนฝ่าฝืนคำสั่ง กองทัพใหญ่จะตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้รึ!”
“ท่านแม่ทัพ พวกเราสองคนก็อยากแย่งร่างศพของเตียวก๊กด้วยเหมือนกัน จึงทำเช่นนี้!”
“เฮอะ! แล้วศพเตียวก๊กเล่า? อยู่ไหน?”
โลติดพ่นลมหายใจแรง และตะคอกใส่เสียงดัง เขาอยากตัดหัวสองคนนี้จริง ๆ
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนไม่กล้าขัดคำสั่งตัวเองอีก โลติดจึงสั่งให้กองทัพรีบล่าถอยออกไปโดยเร็วอีกครั้ง
“ภูมิประเทศที่นี่สูงชันเต็มไปด้วยอันตราย รีบถอนทัพกลับ ทัพหลังเปลี่ยนเป็นทัพหน้า และออกจากป่าหางม้าไปตามลำดับ!”
ก่อนที่โลติดจะพูดจบ ก็มีเสียงแหบแห้งดังมาจากเบื้องหน้า
“ท่านแม่ทัพโลติด จะรีบไปไหนหรือ?”
“ต้องการหัวข้าน้อยมิใช่หรือ? ข้ามาหาถึงที่แล้ว!”
โลติดมองไปยังเบื้องหน้า เห็นเตียวก๊กนำกองทัพโพกผ้าเหลืองปรากฏตัวบนเนินเขาข้างหน้า
“แย่แล้ว…”
โลติดลอบอุทานกับตัวเอง รู้อยู่แล้วว่าตัวเองถูกล้อมอย่างแน่นหนา
ทหารโพกผ้าเหลืองถูกสังหารจนหมวกชุดเกราะหายไปหมด ยังกล้าเผชิญซึ่งหน้า ต้องมีการซุ่มโจมตีแน่
“เมื่อครู่ปล่อยให้เจ้ารอดไปครั้งหนึ่ง กลับยังกล้าออกมาปรากฏตัวอีก คิดจริงหรือว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้า?”
โลติดดูสงบนิ่ง พูดจาหยั่งเชิง ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
“เตียวผู้นี้ก็อยู่ที่นี่แล้ว นั่งรอให้ท่านแม่ทัพโลติดมาเอาหัวอยู่!”
สิ้นเสียง ก็มีเสียงหัวเราะดังลั่นในกองทัพโพกผ้าเหลือง
“โจรชั่วอย่าได้ใจนักเลย คอยดูข้าจะเด็ดหัวเจ้า”
นายกองทหารม้าเร็วโกรธมาก จะเข้าไปบั่นหัวเตียวก๊ก
“อย่าวู่วาม!”
โลติดยกมือขึ้นห้ามนายกองทหารม้าเร็ว สมองทำงานอย่างรวดเร็ว คิดหาทางหลบหนี
“แม่ทัพโลติด ข้าชื่นชมท่านด้วยใจจริง สิ่งที่ข้าพูดก่อนหน้านี้ล้วนมาจากก้นบึ้งของหัวใจ! หากท่านยอมแพ้ ข้าจักทำความสะอาดเครื่องใช้รอการมาถึงของท่าน”
“ไม่เช่นนั้น วันนี้ของปีหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของท่าน!”
เตียวก๊กชักชวนโลติดให้ยอมจำนนอีกครั้ง หากต่อสู้โดยที่ไม่มีการนองเลือดได้ก็จะดียิ่ง!
“ฝันไปเถิด! ข้าโลติดเป็นถึงแม่ทัพองอาจผ่าเผย จะคุกเข่าต่อกบฏทรยศได้เยี่ยงไร!”
ดวงตาเตียวก๊กวาวโรจน์ ก่อนยกมือขึ้นส่งสัญญาณ
พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางอากาศ จากนั้นเสียงคำรามสังหารก็ดังมาจากทั้งสองด้าน
“ทหารทุกนาย เตียวก๊กสร้างสถานการณ์ขู่ขวัญตบตา ยามนี้ฝีมือเขาอ่อนลง หัวหน้าโจรอยู่ใกล้แค่เอื้อม ใครฆ่าเตียวก๊กได้ ข้าจะให้รางวัลและเลื่อนตำแหน่งให้อย่างงาม! ฆ่ามันซะ!”
เมื่อโลติดได้ยินสัญญาณ ก็รู้ว่าไร้ทางหลบหนีแล้ว
ทำได้เพียงสบช่องว่างที่กองทัพโพกผ้าเหลืองยังไม่ได้ล้อมไว้ นำกองทัพเข้าไปจับกุมเตียวก๊ก
แม่ทัพสายบุ๋นออกคำสั่ง พวกทหารทั้งหลายต่างกรูกันเข้าไปหาเตียวก๊ก
ตอนนี้ขวัญกำลังใจของกองทัพทางการสูงลิ่ว อีกทั้งยังมีรางวัลมากมาย พริบตาเดียวก็มาถึงเบื้องหน้าเตียวก๊ก
สถานการณ์กะทันหันนี้ทำให้เตียวก๊กไม่ทันได้ตั้งตัว กองทัพหลวงมาฆ่าถึงแทบเท้าแล้วยังคงตกตะลึงกับที่อยู่
“เข้าไปเร็ว อย่าปล่อยให้พวกมันเข้าใกล้ท่านแม่ทัพแห่งสวรรค์!”
โฮงีเป็นคนแรกที่ตอบสนอง รีบจัดเตรียมทหารโพกผ้าเหลืองออกไปต่อต้านอย่างรวดเร็ว
เมื่อทหารโพกผ้าเหลืองได้ยินเสียงตะโกนนั้นก็ได้สติกลับมา รีบไปรับการปะทะข้างหน้าทันที
เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าตีโรมรันกัน กองทัพโพกผ้าเหลืองถูกฟันล้มตายกันเป็นแถบ
ทหารที่อยู่ข้างตียวก๊กเป็นทหารที่เพิ่งมารวมตัวกันใหม่หลังจากหลบหนี ขวัญกำลังใจตกต่ำอยู่แล้ว และไร้เรี่ยวแรงในการต่อสู้
สายตาของหลายคนล้วนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นกองทัพหลวงดาหน้ากันเข้ามาเหมือนน้ำหลาก
หากไม่ใช่เพราะเตียวก๊กอยู่ด้วย คงแตกกระเจิงกันไปนานแล้ว
เพียงครู่เดียว กองทัพทางการก็สังหารมาจนถึงเบื้องหน้าเตียวก๊ก
โลติดรู้สึกปีติยินดียิ่งนัก ขอแค่จับผู้นำกบฏโพหผู้เหลืองได้ ทุกอย่างก็จะได้รับการแก้ไขไปตาม ๆ กัน!
ส่วนเตียวก๊กรู้สึกตกตะลึง เขาไม่เคยคิดเลยว่าโลติดจะใช้กลยุทธ์ถอนฟืนใต้กระทะ*[1] และอีกไม่นานตัวเองก็จะถูกจับแล้ว!
[1] กลยุทธ์ถอนฟืนใต้กระทะ หมายถึงการพิเคราะห์เปรียบเทียบกำลังของศัตรูในการทำศึกสงคราม ถ้ากองทัพมีน้อยกว่าควรพึงหาทางบั่นทอนขวัญและกำลังใจ ความฮึกเหิมของศัตรูให้ลดน้อยถอยลง