พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 82 การตอบโต้อย่างสิ้นหวังของเตียวโป้
บทที่ 82 การตอบโต้อย่างสิ้นหวังของเตียวโป้
ขบวนทัพโพกผ้าเหลืองแตกทัพได้อย่างน่าสนใจ ทหารที่อยู่ด้านหน้าพุ่งออกประจัญบาน ในขณะด้านหลังยังคงเบียดไปด้านหลัง จนเกิดช่องว่างขึ้น
ทหารที่เบียดไปด้านหลังเห็นทหารด้านหน้าหายไปก็ยังคงงงงวย ก่อนจะเห็นเตียวเหลียงลากเตียวโป้หนีไปข้างหลังอย่างบ้าคลั่ง
แพ้แล้ว?
แพ้อีกแล้วใช่ไหม!?
เมื่อทหารโพกผ้าเหลืองเห็นพี่น้องตระกูลเตียวสองคนถอยร่นก็ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป ต่างหนีไปด้านหลังอย่างสุดชีวิต
หนีไม่หนีเปล่า แต่วิ่งแหกปากร้องไปด้วย
“รีบหนีเร็ว ท่านแม่ทัพแพ้แล้ว!”
ข่าวถูกบอกต่อเป็นทอด ๆ อย่างรวดเร็ว ขบวนทัพโพกผ้าเหลืองเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องอลหม่านและความพ่ายแพ้ปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง
กองทัพผู้ชอบธรรมที่เกิดจากการรวมตัวของพวกชาวบ้านก็เป็นเช่นนี้แล ในตอนที่ได้เปรียบก็ห้าวหาญ แต่เมื่อเสียเปรียบ ขวัญกำลังใจก็ถดถอยได้ง่ายเช่นกัน
เตียวโป้เองก็ค่อย ๆ ได้สติขึ้นมาภายใต้การกระตุ้นของเตียวเหลียง ตัวเองติดกับดักแผนชั่วของเล่าเจี้ยงอีกแล้ว!
แม่ทัพแห่งปฐพีผลักน้องชายออก เขาในตอนนี้มิอาจหนีได้อีกแล้ว หากทหารเห็นเขาหนี จะคิดอย่างไรกัน?
“ถอยไปด้านหลังอีกไม่ได้แล้ว ตอนนี้กองทัพโกลาหล ข้าต้องอยู่รวมพลและโจมตีกลับ!”
เตียวเหลียงรู้สึกใจร้อนดั่งไฟแผดเผา ขบวนทัพวุ่นวายจนกลายเป็นเช่นนี้แล้ว หากอยู่ต่ออีกจะรอดได้อย่างไร!
“พี่รอง ตอนนี้จิตใจของทหารปั่นป่วน อีกเดี๋ยวเล่าเจี้ยงก็จะบุกเข้ามาแล้ว หากไม่ไปจะไม่ทันการเอาได้!”
เตียวโป้ส่ายหน้าอย่างแน่วแน่ และตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตเขา
“ไม่ต้องตื่นตระหนก เล่าเจี้ยงมีคนเท่าไรกันเชียว พวกเราแยกกันไปดำเนินการ อันดับแรกทำให้ขบวนทัพเป็นระเบียบขึ้นมาก่อน แล้วค่อยรวมตัวบุกโจมตี!”
“แม้ขบวนทัพด้านหลังจะอลหม่านแล้ว ทว่าไม่มีล้มตาย พวกเรายังคงมีกองกำลังมหาศาลเช่นเดิม!”
เมื่อเตียวเหลียงได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ตื่นรู้ขึ้นมาฉับพลัน
นั่นสิ อย่างมากเล่าเจี้ยงก็มีทหารสามหมื่นกว่าคน ตัวเองตื่นตระหนกไปไย!
“พี่รอง ข้าจะไปหาวิธีเพิ่มขวัญกำลังใจ ท่านเองก็ระวังตัวด้วย!”
“อืม! ลำบากเจ้าแล้ว!”
เตียวเหลียงตรงไปด้านหลัง ส่วนเตียวโป้ถือธงบัญชาการของตัวเองขึ้นมา และเริ่มตะโกนเสียงดัง
“ชาวโพกผ้าเหลืองทั้งหลาย อย่าได้ตื่นตระหนก เตียวโป้อยู่ตรงนี้!”
ทหารองครักษ์ของเขาก็มารวมตัวกัน พลางร่วมตะโกนเสียงดังออกมาด้วย
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน กว่านายทหารที่อยู่รอบ ๆ จะสงบลง และขยับเข้าไปใกล้แม่ทัพแห่งปฐพีมากขึ้น
เตียวโป้ก็ถือโอกาสนี้ตะโกนคำขวัญออกมา เพื่อปลุกขวัญกำลังใจ
“ฟ้าครามสิ้นแล้ว ฟ้าเหลืองขึ้นแทน ปีชวดนี้แล ใต้ฟ้ารุ่งเรือง!”
“ฟ้าครามสิ้นแล้ว ฟ้าเหลืองขึ้นแทน ปีชวดนี้แล ใต้ฟ้ารุ่งเรือง!”
“ฟ้าครามสิ้นแล้ว ฟ้าเหลืองขึ้นแทน ปีชวดนี้แล ใต้ฟ้ารุ่งเรือง!”
เนิ่นนาน คำขวัญของกองทััพโพกผ้าเหลืองดังก้องไปทั่วยุทธภูมิ แม้ขบวนทัพยังคงวุ่นวายมาก กระนั้นก็เริ่มสงบแล้ว
“ดีเลย!”
เตียวโป้เห็นขบวนทัพเริ่มสงบลง ก็รู้แล้วว่าถึงเวลาโจมตีกลับแล้ว
“พี่น้องชาวโพกผ้าเหลืองทั้งหลาย กองทัพทางการมีแค่ไม่กี่พันคน ฆ่าพวกมันให้หมดแแล้วยึดเอาอำเภอกงจ๋งมา!”
“ฆ่าพวกมัน!”
ภายใต้การกระตุ้นของเตียวโป้ ทหารโพกผ้าเหลืองก็กรูกันเข้าไปหากองทัพทางการมากขึ้นเรื่อย ๆ สถานการณ์ที่ตกเป็นรองเริ่มพลิกกลับขึ้นมา
เล่าเจี้ยงและคนอื่น ๆ ที่ต่อสู้อย่างราบรื่นมาโดยตลอดต้องเผชิญกับอุปสรรคมากขึ้นเรื่อย ๆ
“นายท่าน ไอ้โจรเตียวโป้ผู้นี้ปลุกขวัญกำลังอยู่ด้านหลัง กองทัพโพกผ้าเหลืองจึงกลับมาตั้งหลักได้”
ฮองตงยิงเกาทัณฑ์สังหารฝ่ายตรงข้ามไปสองคน ก่อนตะโกนเสียงดังไปทางแม่ทัพ
เล่าเจี้ยงหรี่ตาทั้งสองข้าง ภายในใจเกิดความกดดันขึ้นมา
ดูท่าจะไม่ง่ายแล้ว
หลังจากตวัดดาบปลิดชีพไปอีกสองคน เด็กหนุ่มก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง
“ไม่เป็นไร แค่ยังไม่ได้ฤกษ์เฉลิมฉลอง ทหารทุกนายฆ่าพวกมันให้หมด! เพลานี้จิตใจของกองทัพโพกผ้าเหลืองกำลังตกต่ำ! วันแห่งการสร้างผลงานคือวันนี้แล้ว!”
“ฆ่ามัน!”
เตียนอุยส่งเสียงคำราม ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เขาก็ยังกวัดแกว่งทวนคู่ฝ่ากองทัพ คร่าชีวิตของทหารโพกผ้าเหลืองอย่างบ้าระห่ำ ดุจเทพเจ้าแห่งสงครามก็มิปาน
“ฆ่ามัน!”
“ฆ่ามัน!”
“ฆ่ามัน!”
ขุนศึกที่กล้าหาญทำให้กองทัพเกรียงไกร ยิ่งยอดขุนพลรุดไปข้างหน้ามากเท่าไร กองทัพก็ยิ่งเกรียงไกร และขวัญกำลังใจของทหารก็จะยิ่งสูงขึ้น
เล่าเจี้ยงกับฮองตงเองก็กล้าหาญเช่นกัน โดยเฉพาะฮองตงที่มีวรยุทธ์ล้ำเลิศเหนือผู้อื่น ทว่าเรื่องปลุกระดมพลังใจของพวกทหารกลับเทียบเตียนอุยไม่ได้
ขุนพลทวนคู่เป็นเสมือนเครื่องจักรสังหารไร้เมตตา ยามทหารติดตามเขาเข้าโจมตี ความมั่นใจและเลือดลมที่เดือดสูบฉีดก็จะพลุ่งพล่านถึงจุดสูงสุด!
ในระหว่างที่เล่าเจี้ยงกับเตียวโป้กำลังรบกันอย่างดุเดือดอยู่นั้น กลุ่มโพกผ้าเหลืองที่อยู่ห่างไกลจากสนามรบก็พากันแคลงใจขึ้นมา
เหตุไฉนด้านหน้าไม่ถอยกลับ หรือว่าพ่ายแพ้ไปหมดแล้ว
แม้กองทัพโพกผ้าเหลืองจะเป็นกองทัพชาวบ้าน ทว่าก็หาใช่พวกขี้เมาหยำเปไปเสียหมด พวกนายพลในกองทัพยังรู้จักรักษาความสงบเรียบร้อย
ใช้โอกาสที่พวกด้านหน้าไม่ถอยมาอีก เร่งรักษาความสงบเรียบร้อยของทหาร และเพิ่มขวัญกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง
แต่ช่วงเวลาดี ๆ นั้นอยู่ได้ไม่นาน เสียงตะโกนฆ่าที่ดังมาเป็นระลอก ๆ ทำให้กองทัพโพกผ้าเหลืองหวาดผวาอีกครั้ง
“ฆ่ามัน!”
นายพลของกองทัพโพกผ้าเหลืองที่กำลังรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่ตกใจที่จู่ ๆ ได้ยินเสียงคำรามฆ่าดังออกมา
“เสียงมาจากไหน!”
พวกกลุ่มโพกผ้าเหลืองร้องด้วยความหวาดกลัว ที่นี่ห่างจากสนามรบหลักไปช่วงหนึ่ง จะมีเสียงตะโกนฆ่าได้อย่างไร?
หลังจากสิ้นเสียงไปได้ไม่นาน กองทัพทางการต่างกรูกันเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ ล้อมกองทัพโพกผ้าเหลืองเอาไว้
“แย่แล้ว ถูกล้อมแล้ว!”
เมื่อครู่เพิ่งหยุดตะโกนด้านหน้ารบพ่าย ตอนนี้ตะโกนว่าถูกล้อมขึ้นมาอีกแล้ว!
กองทัพโพกผ้าเหลืองที่ยังไม่สงบดี ยิ่งแตกตื่นเข้าไปใหญ่
“บุกเข้าไป! เตียวโป้เตียวเหลียงตายแล้ว ผู้ใดยอมศิโรราบจะไว้ชีวิต!”
“บุกเข้าไป! เตียวโป้เตียวเหลียงตายแล้ว ผู้ใดยอมศิโรราบจะไว้ชีวิต!”
“บุกเข้าไป! เตียวโป้เตียวเหลียงตายแล้ว ผู้ใดยอมศิโรราบจะไว้ชีวิต!”
กองทัพทางการที่เคลื่อนมาจากทุกทิศทุกทางดั่งน้ำป่าไหลหลาก กู่ร้องตะโกนว่าเตียวโป้และเตียวเหลียงตายออกมาไม่หยุด
“ข้าว่าแล้ว! ด้านหน้ารบพ่ายแล้ว ไม่เช่นนั้นเมื่อครู่จะพยายามถอยหลังอย่างสุดชีวิตทำไม!”
“พ่ายแพ้แล้ว? แพ้แล้วจริงสินะ! แม้แต่ท่านแม่ทัพก็ตายแล้ว!”
“ข้าไม่สู้แล้ว! ข้าอยากกลับบ้าน!”
“ฮึกฮึกฮือ ข้ากินข้าวไม่อิ่มสักมื้อเลย ข้ายังไม่อยากตาย”
กองทัพโพกผ้าเหลืองพลันแตกตื่น ทัพกลางหลายหมื่นคนเริ่มทิ้งเกราะทิ้งหมวกและหลบหนีกันอย่างบ้าคลั่ง
น่าเสียดายที่ทั้งสองด้านซึ่งขนาบข้างเป็นกองทัพทางการ การหลบหนีจึงทำได้เพียงหนีไปข้างหน้าหรือด้านหลังเท่านั้น
ทหารโพกผ้าเหลืองเหยียบย่ำทับถมกัน จนเกิดฉากนองเลือดเพราะหลบหนีขึ้นมาอีกครั้ง
ทัพหลังของกองทัพโพกผ้าเหลืองในเวลานี้ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย การล่าถอยของแนวหน้าเพิ่งส่งผลต่อทัพหลังเช่นกัน
“เฮ้ย ๆ ๆ ๆ! อย่าเบียดสิโว้ย!”
“ข้าล้มแล้ว รีบดึงข้าเร็ว! อ๊าก! เหยียบข้าแล้ว!”
“ด้านหน้าหยุดถอยมาได้แล้ว! ช้า ๆ หน่อย”
“ด้านหลัง รีบถอยไปเร็ว เร็วสิโว้ย!”
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หรือด้านหน้าจะแพ้อีกแล้ว!
นายทัพของกองทัพโพกผ้าเหลืองต่างร้องรั้งไว้ไม่อยู่ ด้านหน้าเบียดมาด้านหลังอย่างเอาเป็นเอาตาย จนเหล่าทหารไม่ทันได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย! ทันทีที่ล้มลง ต้องถูกเหยียบตายแน่นอน!
ด้านหน้านี่มันอย่างไร ไฉนถึงเบียดมาด้านหลังตลอด? หรือปราชัยแล้วจริง ๆ?
แม้แต่นายทัพยังมีความคิดเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงพวกทหาร!
ครืน… ครืน…
แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมา เสียงเกือกม้ากุบกับดังขึ้นจากด้านหลัง
ทหารด้านหลังต่างก็ตึงเครียด ลืมสิ้นว่าถูกเบียดแออัด และพากันมองไปทางด้านหลัง
นายทัพกลุ่มโพกผ้าเหลืองกลั้นลมหายใจ พลางกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ สายตาจับจ้องด้านหลังเขม็ง
เป็นไปไม่ได้ ที่นี่ห่างจากสนามรบไกลขนาดนั้น…
เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเล่าเจี้ยงจะยังมีกองกำลังดักซุ่มอยู่อีก!