มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 170 ทุกสายตาจับจ้อง
“เจ้าหนุ่มคนนี้…แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
ผ่านไปครู่หนึ่ง หยุนเซียงก็ยิ้มเจื่อนแล้วกล่าวขึ้น
เดิมทีเขาคิดว่า วันนี้ซูเฉินจะตกอยู่ในอันตราย ถูกราชายุทธ์ทั้งสามรุมล้อม เขาจะได้ฉวยโอกาสเข้าไปช่วย แล้วก็พาซูหลิงเอ๋อร์จากไปได้อย่างง่ายดาย
ทว่า ไม่คาดคิดเลยว่าเขาจะประเมินผิดมหันต์
พลังของซูเฉินเหนือกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก แม้ไม่ได้เห็นซูเฉินใช้ออกแม้แต่เคล็ดวิชาเดียว แต่เพียงแค่ร่างกายอันแข็งแกร่งก็ทำให้ราชายุทธ์ทั้งสามสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด จนถูกฆ่าตายเรียงตัวในท้ายที่สุด
เขากลายเป็นตัวตลกไปโดยปริยาย
“กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ไท่อิน? และดูคล้ายกับ ร่างศักดิ์สิทธิ์ห้วงหยิน… เด็กผู้นั้นมาจากตระกูลหลินแห่งจงโจวงั้นหรือ?”
หยุนเซียงหันไปมองหลินลั่วเว่อีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
แค่ดินแดนตงหลินเล็ก ๆ กลับมีทั้งซูหลิงเอ๋อร์ผู้มีร่างแห่งเต๋าโดยกำเนิด ซูเฉินผู้มีร่างกายไร้เทียมทาน แล้วยังมีผู้สืบสายโลหิตโดยตรงจากตระกูลหลินแห่งจงโจวอีก
เขายิ่งรู้สึกสนใจดินแดนตงหลินมากขึ้นทุกที
“หลิงเอ๋อร์ พี่เจ้าก็แข็งแกร่งจริง แต่โลกนี้ยังมีผู้แข็งแกร่งกว่านี้อีกมาก หากเจ้าไม่อยากเป็นภาระของเขา ก็ต้องแข็งแกร่งขึ้น…”
หยุนเซียงมองซูหลิงเอ๋อร์แล้วกล่าวด้วยเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย
คำพูดของเขาก่อนหน้านี้กลายเป็นตบหน้าตัวเองอย่างจัง บัดนี้เขาไม่มีความมั่นใจจะเกลี้ยกล่อมซูหลิงเอ๋อร์อีกต่อไป
“ท่านอาจารย์หยุน ข้าจะไปกับท่าน!”
ซูหลิงเอ๋อร์ขัดคำของหยุนเซียงแล้วเอ่ยด้วยความจริงจัง
“เอ่อ…ว่าอย่างไรนะ?”
หยุนเซียงถึงกับตะลึงไป
ซูหลิงเอ๋อร์ยอมตกลงแล้วหรือ?
“ท่านอาจารย์หยุน ท่านพูดถูก! ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้าเป็นภาระของพี่ชาย หากไม่มีข้า เขาคงได้เปิดโลกให้กว้างไกลกว่านี้!
ข้าไม่อยากเป็นภาระของเขาอีก ข้าอยากปกป้องพี่ชาย อยากแข็งแกร่งขึ้น…แข็งแกร่งจนไม่มีใครในโลกนี้กล้าทำร้ายเราอีก!”
ซูหลิงเอ๋อร์มองหยุนเซียงด้วยสายตามุ่งมั่น
หยุนเซียงเป็นสหายเก่าของอาจารย์หยวนฮ่าวหรัน บุคลิกย่อมไม่มีปัญหา อีกทั้งอาจารย์ยังเคยกล่าวไว้ว่า การติดตามหยุนเซียงถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของซูหลิงเอ๋อร์
เหตุที่นางลังเลมาตลอด ก็เพราะไม่อยากพรากจากพี่ชายและมารดา ทว่าหลังเห็นพี่ชายถูกราชายุทธ์ล้อมโจมตีวันนี้ นางจึงตัดสินใจเด็ดขาด
นางเกลียดความไร้พลัง และอยากแข็งแกร่งขึ้น
นางอยากปกป้องพี่ชาย!
“หลิงเอ๋อร์ เชื่อข้า! พรสวรรค์ของเจ้ามหาศาลเกินกว่าที่เจ้าคาดคิด เจ้าต้องกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดได้แน่นอน หรือแม้แต่… จักรพรรดิยุทธ์!”
หยุนเซียงยิ้มบาง ดวงตาเต็มไปด้วยความโล่งใจ
ในที่สุด เด็กคนนี้ก็ตอบรับแล้ว!
เขาไม่คิดเลยว่า ภาพที่เห็นซูเฉินตกอยู่ในอันตรายจะปลุกความมุ่งมั่นในตัวซูหลิงเอ๋อร์ได้เช่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึง
บนกำแพงเมืองหลวง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังซูเฉิน
ภายใต้สายตาของเหล่าผู้คน ซูเฉินแผ่พลังต่อสู้ไร้เทียมทาน สังหารราชายุทธ์ติดต่อกันสามคน สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนโดยสิ้นเชิง!
“ซูเฉิน แข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้วหรือ?”
“แม้แต่ราชายุทธ์ยังถูกฆ่าง่ายดาย พลังต่อสู้นี้มันไร้เทียมทานหรือไร?”
“ข้าตัดสินใจแล้ว! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าคือสาวกผู้ภักดีของคุณชายซูเฉิน!”
“เจ้าก็เป็นสาวกงี่เง่าเหมือนกันหรือ? คุณชายซูเฉินมีพรสวรรค์ถึงเพียงนี้ ข้าว่าอีกไม่นาน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต้องรีบยื่นกิ่งมะกอกแน่!”
“ลืมไปหรือ? คุณชายซูเฉินได้รับการรับรองเป็นศิษย์ของนิกายเทียนเต้าแล้ว! คงอีกไม่นานจะได้ไปฝึกฝนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์!”
…
ทุกคนวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและอิจฉา
“พวกเจ้าดูเหมือนลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง? คนที่อยู่ในอ้อมแขนของคุณชายซูเฉินนั่นคือองค์หญิงใหญ่…”
ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งเอ่ยเบา ๆ
ทุกคนพลันชะงักไป ก่อนที่แววตาจะฉายแววประหลาดออกมา
หลินลั่วเว่ยคือองค์หญิงใหญ่แห่งราชวงศ์ต้าหลี่ เทพธิดาในใจของผู้คน สูงส่งสง่างาม โฉมสะคราญล่มเมือง ไร้ผู้ใดเทียบได้…
จะใช้คำว่างดงามเพียงใดก็มิอาจกล่าวเกินจริงสำหรับหลินลั่วเว่ย
ทว่าตอนนี้ หลินลั่วเว่ยกลับถูกซูเฉินอุ้มอยู่ในอ้อมแขนทันที ดวงตาของเหล่าผู้ช่างซุบซิบเต็มไปด้วยไฟแห่งความอยากรู้ ขณะชายหนุ่มจำนวนไม่น้อยรู้สึกเหมือนความฝันแตกสลาย
องค์หญิงใหญ่สนิทสนมกับคุณชายซูเฉินถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
แม้ว่าทั้งคู่จะดูเหมาะสมประหนึ่งคู่แท้จากสวรรค์ ทว่าก็ไม่รู้เพราะเหตุใด ถึงอดรู้สึกหึงหวงไม่ได้
“พวกเขา…”
บนกำแพงเมือง จวินจื่อหลิงจ้องมองซูเฉินและหลินลั่วเว่ยด้วยสายตาเลื่อนลอย ดวงตาหม่นแสงไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม
จ้าวซวี่หดคอ ไม่กล้าเอ่ยแม้แต่คำเดียวในเวลานี้
คุณชาย ท่านช่างโชคดีกับสตรีนัก!
ท่ามกลางสายตาของผู้คน ซูเฉินอุ้มหลินลั่วเว่ยเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ
“ซูเฉิน วางข้าลงเดี๋ยวนี้!”
หลินลั่วเว่ยสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คน ใบหน้าพลันแดงก่ำ พยายามดิ้นรน
“เงียบ! เจ้าฝืนใช้วิชาต้องห้าม เลือดลมพร่องหนัก ข้าจะพาเจ้ากลับไปรักษา!”
ซูเฉินขมวดคิ้ว แล้วตบเข้าที่บั้นท้ายอันกลมกลึงของหลินลั่วเว่ยเสียงดังฉาด
เขาไม่ได้คิดอะไรนัก เพียงอยากรีบพานางกลับไปรักษาบาดแผล
“เจ้าชั่ว!”
ร่างของหลินลั่วเว่ยชะงักค้าง ใบหน้าร้อนผ่าว ซูเฉินผู้นี้ช่างกล้าหาญเกินคน กล้าตบที่นั่นของนางได้อย่างไร!
นางโมโหจนกัดไหล่ของซูเฉินอย่างแรง
“โอ๊ย…แข็งจริง…”
หลินลั่วเว่ยร้องออกเบา ๆ ฟันแทบหักจากการกัด
ร่างของเจ้าบ้านี่มันสร้างมาจากอะไรกันแข็งราวเหล็กกล้า!
เมื่อไม่อาจดิ้นหลุดได้ นางจึงได้แต่ซุกหน้าลงในอ้อมอกของซูเฉิน ปล่อยให้เขาอุ้มนางเดินเข้าสู่เมืองหลวง!