novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี blotto thunder87

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1895 เสี่ยงอันตราย ตอนที่ 1896 หรงซิวลงมือ

  1. Home
  2. ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
  3. ตอนที่ 1895 เสี่ยงอันตราย ตอนที่ 1896 หรงซิวลงมือ
Prev
Next

ตอนที่ 1895 เสี่ยงอันตราย

ดูเหมือนเขารับรู้ได้ถึงสายตาของนาง ลั่วเหยี่ยนจึงเงยหน้ามองขึ้นไป

ตอนนี้ทั้งสองอยู่ห่างกัน แต่ในเวลานี้ทั้งสองฝ่ายต่างประจันหน้ากันจนสามารถมองเห็นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในสายตาของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน!

ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ลั่วเหยี่ยน หนานอวี่สิงตายด้วยน้ำมือของเจ้า ทุกคนล้วนเห็นกันชัดเจน เจ้าทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์และโยนความผิดมาให้ข้าเช่นนี้ ไม่…เกินไปหน่อยหรือ”

สายตาของลั่วเหยี่ยนเรียบเฉย

“อาการบาดเจ็บของอวี่สิงเกิดจากเจ้าและในที่สุดเขาก็ตายในเปลวไฟที่แปลกประหลาดนั่น ข้าบอกว่าเจ้าเป็นคนฆ่าเขา มันผิดตรงไหนหรือ”

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะออกมา

หลังจากได้ยินคำพูดเช่นนั้นของลั่วเหยี่ยนเมื่อครู่นี้จึงล่วงรู้แผนการของเขา ฉู่หลิวเยว่เข้าใจในทันทีว่าคนผู้นี้ได้เสียสติไปแล้ว

อันที่จริงไม่มีความจำเป็นอะไรที่พูดคุยกับเขาต่อไปอีกแล้ว

หนานอวี่สิงคือลูกชายเพียงคนเดียวของหนานอีฝาน

หนานอีฝานยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตของลูกสาวตนเองอีกคน เพื่อช่วยหนานอวี่สิงกลับมา!

แสดงให้เห็นว่าหนานอวี่สิงให้ความสำคัญกับทายาทคนนี้เพียงผู้เดียว!

ตอนนี้หนานอวี่สิงตายแล้ว

ใครฆ่าเขา ใครก็ตามที่ฆ่าเขาจะกลายเป็นศัตรูของหนานอีฝานไปตลอดชีวิต!

หากล่วงเกินหนาอีฝานเช่นนี้เท่ากับว่าได้ล่วงเกินตระกูลหนานทั้งหมดอย่างไม่ต้องสงสัย!

ผลที่ร้ายแรงเช่นนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจรับได้

คำตอบชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยอันใด

เปรี้ยง!

ทัณฑ์สวรรค์ตกลงมาอีกครั้ง!

ทัณฑ์สวรรค์ในครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งก่อนอย่างมาก! แทบแยกเมฆดำที่เกาะกลุ่มกันอยู่บนฟ้าออกจากกัน!

ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นไปมอง

“มาได้เวลาพอดี!”

เมื่อนางคิดได้ ถวนจื่อก็เข้าใจสิ่งที่นางคิดในทันที มันจึงกระพือปีก! ขึ้น

ในครั้งนี้ถวนจื่อมุ่งตรงออกไปยังยอดเขาสูงที่อยู่ไกลออกไป!

ฉู่หลิวเยว่ลดสายตาลงและมองไปยังโล่สีดำของนางที่อยู่ในมือ

การต่อสู้ที่ดุเดือดเมื่อครู่นี้ ทำให้สนิมด้านบนโล่ดำหลุดลอกออกกว่าสิบแผ่น

ประสิทธิภาพในตอนนี้เร็วกว่าเมื่อก่อนไม่รู้เท่าใด แต่สิ่งเหล่านี้ที่ตกลงมาเป็นเพียงหนึ่งในสิบ เมื่อเทียบกับโล่ทั้งหมดเท่านั้น

นางสามารถมองเห็นอักษรลับนั่นที่กำลังค่อยๆ ปรากฏออกมา

ถึงแม้ว่าในตอนนี้ทำได้เพียงสอดแนมดูที่ภูเขาน้ำแข็งนี้ แต่ในใจฉู่หลิวเยว่กลับมีลางสังหรณ์อย่างชัดเจน หากรอให้รอยสนิมด้านบนหลุดลอกออกจนหมด มันต้อส่องสว่างเจิดจรัสอย่างแน่นอน!

แสงสว่างเปล่งประกายเจิดจ้าปรากฏวาววับอยู่รอบๆ บนโล่ดำ

จู่ๆ เสียงกรีดร้องจากทิศทางข้างหน้าก็ดังขึ้นมา!

ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นมองอย่างกะทันหัน!

ไม่ไกลจากตรงหน้าพื้นที่ว่างเปล่าที่กำลังพังทลายลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!

ภูเขากว่าครึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ได้รับผลกระทบจากมิติที่ปั่นป่วนนั่น หลังจากนั้นภูเขาเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!

หินภูเขาบางส่วนเริ่มตกลงมาในคลื่นเมฆสีดำประหลาดนั้น!

ซึ่งมาจากพลังดึงดูดที่น่าสะพรึงกลัว! ราวกับกลืนกินทุกสิ่งลงจนหมดสิ้น!

ในเวลานี้การต่อสู้ที่ดุเดือดได้เกิดขึ้นแล้ว อีกทั้งพลังอันรุนแรงโหมกระหน่ำ ทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกตินัก

แต่ความเร็วของการพังทลายนี้ยังคงเกินกว่าสิ่งที่ฉู่หลิวเยว่ประเมินเอาไว้

นางเลิกคิ้วขึ้นและวางแผนให้ถวนจื่อเปลี่ยนทิศทาง

แต่ทว่าในเวลานี้ จู่ๆ ก็มีเสียงบางๆ ดังขึ้นมาบนโล่ดำ!

ใจของฉู่หลิวเยว่สั่นไหวขึ้น!

ปฏิกิริยาของโล่ดำนี้เห็นได้ชัดว่าใต้ยอดเขานี้มีพลังรุนแรงซ่อนอยู่!

นางต้องไปให้ได้!

ถวนจื่อเงยหน้าและมองนางอยู่ครู่หนึ่ง

ฉู่หลิวเยว่หรี่ตาลง จู่ๆ นางยกมันขึ้นในทันทีและกระโดดออกไป!

ในที่สุดนางมุ่งตรงไปที่ยอดเขานั้นเพียงลำพัง!

แทบจะในเวลาเดียวกันที่พลังกลืนกินอันน่าประหลาดนั้น เข้ามารัดนางไว้จากถูกทิศทาง!

ขณะที่ขาทั้งสองข้างของนางตกลงบนภูเขา และร่างตกลงอย่างรุนแรง!

ในช่วงพริบตานางได้สูญหายไปในความว่างเปล่าไร้รูปร่างที่พังทลายลงตรงนั้น!

สายตาของหรงซิวหรี่ลง

“เยว่เออร์!”

ตอนที่ 1896 หรงซิวลงมือ

เมื่อเขานึกบางอย่างได้ ร่างก็หายวับจากจุดเดิมไปในทันที!

“นายท่าน!”

เฉิงอีพูดอย่างรวบรัด

อู่เหยามองดูสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นนั่นจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า

“พี่ใหญ่ ในเวลาเช่นนี้พวกเราไม่ทำอันใดเลยอย่างนั้นหรือ”

สถานการณ์ทางด้านนั้นของนายท่านดูแล้วอันตรายยิ่งนัก!

“ก็ใช่นะสิ! ความว่างเปล่ากำลังพังทลายลงอย่างไม่ขาดสาย ใช้เวลาเพียงไม่นานเกรงว่าท่าเรือดอกท้อทั้งหมดคงจะ…”

อวี๋จิ่วจับกระบี่ไม้ในมือแน่น ด้วยความร้อนใจดุจไฟเผา

แต่สีหน้าของเฉิงอียังคงสงบนิ่งดังเดิม

“หากพวกเจ้าออกไปในตอนนี้ เพียงแต่จะสร้างความวุ่นวายให้กับนายท่าน ไม่สู้รอคอยอยู่ที่นี่ดีกว่ารึ”

อู่เหยาและคนอื่นๆ ต่างลังเลจนทำอะไรไม่ถูก

ฝั่งหนึ่งพวกเขาเป็นห่วงนายท่าน

อีกฝั่งหนึ่งพวกเขาก็เชื่อใจพี่ใหญ่

เห็นท่าทางเฉิงอีเช่นนี้ แทบจะ…ไม่กังวลเลยจริงๆ อย่างนั้นหรือ

“โอ้ว พวกเจ้าวางใจเถอะ! สถานที่อื่นข้าไม่กล้าพูด แต่ถ้าเป็นที่นี่…นายท่านต้องไม่เกิดปัญหาอะไรอย่างแน่นอน!”

ซานซานที่อยู่ด้านข้างทำตามคำสั่งเขา

เขาเคยเห็นด้วยตามาก่อน ด้วยพลังของนายท่านและโล่ในวันนั้นเขาเกือบที่จะเผาพื้นที่สีดำนั่น

ในวันนั้นเขาเกือบเผามิติเล็กๆ ของเขาไปจนหมดสิ้นแล้ว!

แม้ว่าในตอนนี้เปลวไฟของยอดเขาเหล่านี้ดูน่ากลัวอย่างมาก แต่คิดอย่างรอบคอบดูแล้ว ไม่ใช่เป็นนายท่านเองที่จุดชนวนหรอกหรือ

ซานซานคาดเดาได้ลางๆ ในใจว่านายท่านกำลังหาของอะไรบางอย่าง

ตั้งแต่แรกเริ่มที่นางตั้งใจวิ่งไปทางด้านนี้เพื่อหยิบยืมทัณฑ์สวรรค์ที่ก่อเกิดจากพิธีที่เรียกว่าการสังเวยเลือดของสำนักกระบี่ทมิฬ เพื่อแยกภูเขาที่เชื่อมต่อกัน….

ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ ไม่ใช่เพราะนายท่านเตรียมการไว้อย่างดีก่อนหน้าแล้วหรือ

“เดิมที่มิติพลังของท่าเรือดอกท้อวุ่นวายสับสนอย่างมาก แต่ถ้าเกิดปัญหาเล็กน้อยขึ้น สถานการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่โดยปกติทั่วไปจะใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถฟื้นคืนพลังกลับมาได้เอง นับประสาอะไรกับตัวนายท่านที่มีไพ่ตายมากมาย การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเช่นนี้ คงไม่พอที่จะทำอะไรนางได้หรอก พวกเจ้าเอาความกังวกลับลงท้องไปสะ!”

ถึงแม้ว่าซันซันในวันปกติ ส่วนใหญ่มักทุ่มเททั้งจิตวิญญาณและพลังทั้งหมดให้กับการค้าขาย แต่กลับจริงจังขึ้นมาในเวลาวิกฤตเช่นนี้ ยังคงน่าเชื่อถืออยู่มาก

บัดนี้นอกจากเฉิงอีแล้ว ในบรรดาสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ เขาคือผู้ที่มีสถานะสูงที่สุด

เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้อู่เหยาและคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากัน

ถึงแม้ว่าสามารถมองเห็นความกังวลจากสายตาทั้งสองฝ่าย จนในที่สุดไม่ได้พูดอันใดออกมา ต่างพยักหน้าเป็นการตอบรับ

“ดูนั่น!”

จู่ๆ สิบสามอุทานขึ้นมาทำให้เบนความสนใจ

ดวงตาหลายคู่จ้องมอง

สิ่งที่เห็นในตอนนี้คือเงาร่างของหรงซิวจู่ๆ ปรากฏตัวบนเหนือยอดเขาอันไกลโพ้น

คลื่นลมไล่ล่าจนชุดคลุมนอกสีขาวดุจหิมะของเขาถลกขึ้นและล่องลอยราวกับเทพเซียน

เปลวไฟสีทองพุ่งขึ้นมาจากฝ่ามือของเขาในทันที จากนั้นกลายเป็นแสงดาวระยิบระยับนับไม่ถ้วนและกระจายไปทุกทิศทาง!

มองจากระยะไกลเหมือนกับค่ายกลหนึ่งหรือตาข่ายขนาดใหญ่

“น้ำแข็งค้าง!”

เสียงที่เยียบเย็นและทุ้มต่ำได้แผ่กระจายไปไกลระหว่างสวรรค์และโลกที่กำลังมืดดำลง!

เมื่อคำพูดนี้ของเขาร่วงโปรยลงมา ความว่างเปล่าที่กำลังพังทลายไม่หยุดนั่นกลับนิ่งค้างในทันที!

รอยแตกของมิติอันมืดดำเหมือนถูกปกคลุมด้วยแสงสีทองที่รวมตัวกันกลายเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ จึงหยุดความเสียหายนั่นไว้ได้!

ในช่วงพริบตาภาพตรงหน้าราวกับหยุดนิ่ง

เวลาและมิติดูเหมือนหยุดนิ่งลง

ทุกคนในเหตุการณ์ เมื่อเห็นสถานการณ์นี้กลับมีสีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ!

ความว่างเปล่าที่พังทลายลง

ไม่เช่นนั้นท่าเรือดอกท้อคงไม่อยู่มานานเช่นนี้ล้วนไม่ถูกผู้ใดครอบครองได้โดยสมบูรณ์

แต่ในเวลานี้หรงซิวเริ่มลงมือ ทำให้มิติที่กำลังพังทลายถูกแช่ค้างเอาไว้ อีกทั้งพยายามสกัดกั้นความแข็งแกร่งของมิติอันวุ่นวายที่พุ่งชนกันอย่างบ้าคลั่ง

สิ่งนี้จริงๆ แล้ว…

“เป็นไปได้อย่างใด!”

มั่วอวิ๋นเบิกตาโพลงในทันที แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตกใจ

เมื่อครู่ก่อนหน้านี้เห็นร่างของฉู่หลิวเยว่ถูกความว่างเปล่ากลืนกิน เขายังแอบดีใจอยู่ไม่น้อย

เขาอยู่รอที่นี่มานานเช่นนี้ จึงเคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม เมื่อเข้าไปมีส่วนร่วม จุดจบช่างน่าเวทนายิ่งนัก!

แน่นอนว่าไม่ตายก็พิการ!

หากว่าฉู่หลิวเยว่ตายตรงหน้านี้ได้ช่างดียิ่งนัก แต่ถ้ามิอาจและฝืนหนีออกมาคาดว่าคงหนีได้ไม่พ้น

เมื่อถึงเวลานั้น หรือไม่ก็ปล่อยให้พวกเขาเอาไปอย่างนั้นหรือ

จะฆ่าจะหั่นเป็นชิ้นๆ เป็นสิทธิของเขาทั้งสิ้น!

ทว่าใครจะรู้ แม้แต่หรงซิวที่เฝ้าสังเกตุการณ์อยู่ตลอดกลับลงมือในทันที!

อีกทั้ง…นึกไม่ถึงเลยว่าพลังของเขาแข็งแกร่งเช่นนี้!

เมื่อเห็นร่างที่สูงใหญ่และงามสง่าที่ยืนอยู่กลางท้องฟ้า จู่ๆ ความหวานกลัวในใจของมั่วอวิ๋นก็แวบเข้ามาอย่างมิอาจอธิบายได้

จึงรู้ว่าแม้แต่เขามิอาจทําเช่นนี้ได้!

อย่างใดก็ตามหรงซิวนั่น เพียงยกมือขึ้นเบาๆ กลับจัดการได้อย่างง่ายดาย!

ดูเหมือนง่ายดายยิ่งนัก!

มั่วอวิ๋นได้ยินข่าวลือมากมายเกี่ยวกับหรงซิว

เขารู้ว่าคนผู้นี้รับมือได้ยาก

“ลั่วเหยี่ยนแข็งค้างอยู่ในความว่างเปล่าที่กำลังพังทลาย…หรงซิวผู้นั้นต้องการทำอันใดกันแน่”

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และแทบมิอาจเชื่อสิ่งที่ตนเองเห็นทั้งหมด

พวกเขาก็เป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่หากถามตนเองว่าถ้าลงมือ คงทำเช่นนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน!

“พลังของเขาแข็งแกร่งนัก เหตุใดเมื่อครู่นี้ถึงไม่ลงมือเล่า ถ้าหากเขาทำศึกกับพวกเราขึ้นมาจริงๆ เกรงว่า…จะเป็นอีกศึกที่ยากลำบากนัก!”

ผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่งรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก

ความสนใจของพวกเขาก่อนหน้าต่างมุ่งไปที่ตัวฉู่หลิวเยว่ทั้งหมด และไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งอื่นมากนัก

ทว่าในขณะที่หรงซิวเริ่มลงมือ ในที่สุดพวกเขารู้ว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป

… ถึงแม้ว่าเขาเก่งกาจเช่นนี้ แต่เมื่อครู่ที่จับตาดูอยู่ตลอด กลับไม่ได้ตั้งใจลงมืออย่างนั้นหรือ

เขามั่นใจในฉู่หลิวเยว่มากเกินไป หรือว่า…มีเหตุผลอื่น?

เรื่องเหล่านี้ พวกเขาคิดแล้วล้วนไม่เข้าใจ ภายในใจยิ่งสับสนมากขึ้นเรื่อยๆ

ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งที่ปรากฏออกมาทั้งหมดของหรงซิวในเวลานี้ มันเหนือความคาดหมายของพวกเขาก่อนหน้า!

ลั่วเหยี่ยนจ้องอย่างเอาเป็นเอาตายที่ร่างของหรงซิว มือทั้งสองข้างของเขาค่อยๆ กำหมัดขึ้นจนแน่น

หากหรงซิวเป็นคนขัดขวาง สถานการณ์ต่อจากนี้…เกรงว่าจะดำเนินการตามแผนได้ยากนัก

บัดนี้เขาเข้าใจบางอย่างอย่างคลุมเครือว่าเหตุใดหนานอีฝานถึงได้กลัวหรงซิวขนาดนั้น…

ตู้ม!

ครึ่งท้องฟ้าแห่งการสังเวยเลือดเต็มไปด้วยเลือดและพลังลมปราณจากพลังที่บ้าคลั่งสร้างความเสียหายไปทั่วทุกที่ ทัณฑ์สวรรค์ยังคงตกลงมาต่อเนื่องไม่หยุด!

………………..