novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1928 ขุมทรัพย์มหาศาล

  1. Home
  2. ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
  3. ตอนที่ 1928 ขุมทรัพย์มหาศาล
Prev
Next

ตอนที่ 1928 ขุมทรัพย์มหาศาล

………………..

ยามภาพวาดเมฆาเคลื่อนคล้อยคลี่ตัวออก กะความยาวของมันประมาณสามจั้งเห็นจะได้

ด้านในม้วนภาพนั้นว่างเปล่า หากแต่ปกคลุมไปด้วยไอแสงสีแดงเลือนรางชั้นหนึ่ง

ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้ว

“ที่แท้ก็มีผนึกป้องกันไว้ด้วย”

หรงซิวหัวเราะออกมาคำรบหนึ่ง

“อย่างใดเสียก็เป็นถึงหนึ่งในสิบสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ ตระกูลหนานให้ความสำคัญกับมันอย่างยิ่ง จะเพิ่มผนึกป้องกันก็เป็นเรื่องปกติ”

ฉู่หลิวเยว่ผงกศีรษะรับพลางกวาดสายตาสำรวจม้วนภาพตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ภาพวาดเมฆาเคลื่อนคล้อยชิ้นนี้ นอกจากผนึกด้านบนชั้นหนึ่งแล้ว ก็ไม่สัมผัสได้ถึงกระแสพลังสายใดอีก

ต่อให้วางเอาไว้ก็ยากที่จะมีคนจับสังเกตได้ว่าสิ่งนี้คืออาวุธศักดิ์สิทธิ์

ฉู่หลิวเยว่ครุ่นคิดไปมาพลางหยัดตัวลุกขึ้นนั่ง

หรงซิวมีท่าทีอิดออดไม่อยากแยกจากอยู่บ้าง แต่ก็ยอมปล่อยตัวนาง ทั้งยังยื่นมือเข้ามาช่วยพาดเสื้อคลุมตัวนอกบนไหล่นางให้ด้วย

เรียวนิ้วเพรียวยาวไล้ไปตามลาดไหล่เรียบเนียนของนาง ทิ้งไว้ก็แต่กลิ่นหอมอบอวลสายหนึ่ง

ฉู่หลิวเยว่สวมเสื้อผ้าของนางลวกๆ ก่อนลงจากเตียง

หลังจากนั้น มือขาวก็โบกไหวคราหนึ่ง หม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์โปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นมากลางห้อง

นางคว้าภาพวาดเมฆาเคลื่อนคล้อยไว้ ก่อนโยนมันลงไปในหม้อ

พรึ่บ!

เปลวเพลิงโปร่งใสพลันลุกโชติช่วงขึ้นมาทันใด!

ชั่วพริบตามันก็จัดการดูดกลืนม้วนกระดาษสีแดงลงไป!

ท่าทีของหรงซิวเอื่อยเฉื่อยเงื่องหงอย เขาเอนกายพิงหัวเตียง สองขายาวไขว่เข้าหากัน ผ้านวมที่ร่วงผล็อยลงมาเผยให้เห็นแผ่นอกแข็งแกร่งดุจหินผา

ฉู่หลิวเยว่ยืนอยู่ข้างหม้อน้ำเทวศักดิ์สิทธิ์พลางใช้สองตาจดจ้องเขม็ง

ภายในนัยน์ตาสุกสกาวสะท้อนภาพเปลวไฟที่ลุกโชนดุจนภสินธุ์อันระยิบระยับ

ทันใดนั้นเอง สุ้มเสียงแตกร้าวพลันแว่วดังขึ้นมา

เคร้ง!

จากนั้น ประกายแสงที่ปกคลุมทั่วม้วนกระดาษสีแดงก็แตกกระจายราวกับแผ่นน้ำแข็ง!

ฉู่หลิวเยว่เงื้อมือขึ้น

ภาพวาดเมฆาเคลื่อนคล้อยจึงลอยตัวขึ้นมาอีกคราหนึ่ง ก่อนร่วงหล่นสู่มือของนาง!

ฟึ่บ!

นางจัดการคลี่ม้วนกระดาษออกอีกรอบ

ครานี้ไร้ซึ่งผนึกป้องกันขวางกั้น นางจึงได้ยลสภาพที่แท้จริงของของสิ่งนี้อย่างชัดเจนในที่สุด

นางอดไม่ได้ที่จะตื่นตกใจ ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างน้อยๆ

เส้นไหมสีขาวถักทอเรียงเป็นฐาน สีสันสดใสจำนวนนับไม่ถ้วนสาดกระจายทั่ว เส้นไหมต่างสีต่างซ้อนทับกันและกัน

นี่เหมือนกับภาพวาด แต่ก็หาใช่ไม่

ราวกับมีใครสักคนที่เผลอทำสีผงแตกกระจายโดยไม่ระวัง ทำเอาสีสันทั้งหมดแผ่ขยายไปทั่วพร้อมกัน

ทันทีที่สบมองจะพบกับความยุ่งเหยิงผสมปนเป ทว่าก็นำเอาสุนทรียภาพอันยากจะบรรยายให้ปรากฏ

ฉู่หลิวเยว่รู้สึกตื่นตะลึงอยู่ไม่น้อย

“ที่แท้ภาพวาดเมฆาเคลื่อนคล้อย… มีรูปลักษณ์เช่นนี้เองหรือ?”

นางยื่นมือออกไปอย่างเผลอไผล ยามที่ปลายนิ้วแตะกระทบถึงได้พบว่าลวดลายบนม้วนภาพเป็นปุ่มนูนไม่เสมอกัน

“ไม่สิ นี่มัน…ค่ายกล?”

ฉู่หลิวเยว่ขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมพลางใช้สายตาสำรวจอย่างถี่ถ้วน จากนั้นถึงได้พบว่าบนสีสันที่ซ้อนทับกันจนดูจะยุ่งเหยิงกลับมีค่ายกลอันกระจ้อยกระจายทั่วทุกที่!

ต่อให้ใช้วิสัยทัศน์ของฉู่หลิวเยว่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็ยังคงมองออกได้ยากเช่นเดิม

จังหวะที่นางจดจ้องค่ายกลอันชวนให้งงงวย ความคิดในหัวนางแล่นพล่าน แล้วจู่ๆ ก็ชูนิ้วขึ้นมาจรด

ลงบนใจกลางอาณาเขตเล็กๆ อันหนึ่ง

พลังปราณดั้งเดิมสายหนึ่งถ่ายทอดเข้าไปด้านในนั้น

จากนั้น ลำแสงสายหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากปลายนิ้วของนาง ก่อนจะแผ่รูปร่างเป็นค่ายกลขนาดใหญ่เบื้องหน้านางอย่างรวดเร็ว!

แรงกดดันมหาศาลอันแข็งกร้าวแผ่ขยายออกมาจากค่ายกล!

ลมหายใจของฉู่หลิวเยว่ติดขัด พลันเงยศีรษะมองค่ายกลอันนั้นทันใด

เสียงกู่ตะโกนจากที่ไกลๆ แว่วดังมาจากค่ายกลดังอื้ออึงอยู่ข้างหู

นางพรูลมหายใจหนาวเหน็บด้วยความรู้สึกไม่ยากจะเชื่อ

“ค่ายกลสี่ลักษณ์หรือ!?”

นี่มันค่ายกลที่ปรมาจารย์ค่ายกลระดับมหาราชาเท่านั้นถึงจะสามารถวางได้!

นางเคยเห็นรูปแบบค่ายกลของค่ายกลสี่ลักษณ์ที่สำนักหลิงเซียวแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าตอนนั้นระดับพลังปราณของนางไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงทำได้แค่มองดูสองสามรอบแล้วปล่อยผ่านไป

เพียงแต่ตอนนั้นนางจำรูปแบบค่ายกลนั่นไว้ได้ส่วนหนึ่งด้วย

ดังนั้นตอนเห็นค่ายกลที่อยู่เบื้องหน้า นางมองปราดเดียวก็รู้ได้ทันที

อีกอย่างดันเป็นลวดลายอันเล็กจิ๋วไม่สะดุดตาที่มาอยู่บนภาพวาดเมฆาเคลื่อนคล้อยเสียด้วย…

ฉู่หลิวเยว่จ้องมองภาพวาดเมฆาเคลื่อนคล้อยอีกรอบหนึ่ง

ความคิดคาดเดาอันบ้าบิ่นเรื่องหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในหัว ทำให้ใจของนางยิ่งเต้นกระตุกด้วยความรัวเร็วมากขึ้นไปอีก

นางสะกดกลั้นลมหายใจ ยื่นมือชี้ไปแตะอีกที่หนึ่งเบาๆ

ชึ่บ!

ฉู่หลิวเยว่พึมพำเสียงเบาอย่างตื่นตกใจ

ระดับของค่ายกลประเภทนี้อยู่ชั้นเดียวกับค่ายกลสี่ลักษณ์ไม่มีผิดเพี้ยน!

นางหยุดชะงักไปครู่หนึ่งพลางเม้มริมปาก ก่อนจะจิ้มลงไปยังตำแหน่งที่สาม

ค่ายกลอันนี้ที่ส่องสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าค่ายกลสองอันก่อนหน้าปรากฏขึ้น ณ เบื้องนางหน้า!

อีกทั้งแรงกดดันมหาศาลบนค่ายกลยังแข็งแกร่งกว่าค่ายกลจตุรเทพและค่ายกลนภาหวนอย่างเห็นได้ชัด!

“นี่มัน…”

ฉู่หลิวเยว่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตนไปพักหนึ่ง

“ค่ายกลอักขระอัสนี”

สุ้มเสียงทุ้มต่ำรื่นหูดังแว่วขึ้นมาจากเบื้องหลังของนาง

ฉู่หลิวเยว่หันศีรษะกลับไปมองหรงซิว

“…นี่มัน…ค่ายกลระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่?”

หรงซิวผงกศีรษะพลางหัวเราะแผ่วเบา

“ถูกต้อง”

ฉู่หลิวเยว่มิได้เอ่ยอันใดออกมาครู่ใหญ่

ยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่หรือ…

หลายปีมานี้ นางเคยพบเจอผู้แข็งแกร่งระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่เพียงคนเดียว นั่นก็คืออาจารย์ของนาง หนานซู่ไหว!

และก็เป็นเพราะสถานะระดับนี้เอง ตำแหน่งภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่ของหนานซู่ไหวถึงได้สูงส่งมากเป็นพิเศษ

เดิมปรมาจารย์ก็ไม่ค่อยมี ยิ่งเป็นปรมาจารย์ระดับนี้ด้วยแล้ว ยิ่งหาได้ยากเข้าไปใหญ่!

การวางค่ายกลระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นไม่รู้ว่าต้องใช้แรงกายแรงใจไปมากเท่าไร แต่เมื่อครู่นางเพียงใช้นิ้วมือแตะลงไปเบาๆ ถ่ายทอดพลังปราณดั้งเดิมของตนเข้าไป ก็…

ฉู่หลิวเยว่ได้ยินเสียงใจของตัวเองเต้นรัวแรงยิ่งกว่าเก่า

นางเหลือบมองสีสันแสบตาอันสวยสดอีกรอบหนึ่ง

บนม้วนกระดาษมีค่ายกลอย่างน้อยหลายพันอันเห็นจะได้!

อีกทั้งภายในค่ายกลเหล่านี้ อันที่นางจิ้มเลือกออกมากางตามใจก็เป็นค่ายกลระดับยอดปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แล้ว!

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่ายังมีค่ายกลระดับสูงกว่านี้ยังคงดำรงอยู่!

“ภาพวาดเมฆาเคลื่อนคล้อย… ที่แท้นี่ก็คือภาพวาดเมฆาเคลื่อนคล้อยล่องลอยที่แท้จริง!”