ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2257 ทางเลือก
ตอนที่ 2257 ทางเลือก
………………..
เจี่ยนเฟิงฉือดึงสติกลับคืนมา
“ไปไหน? พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์?”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“ถูกต้อง”
สีหน้าของเจี่ยนเฟิงฉือเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาได้เห็นประตูสวรรค์ของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์เปิดด้วยตาตนเองมาแล้ว
หากพูดว่าไม่อยากไปก็จะต้องเป็นเรื่องโกหกแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้มู่หงอวี่จะต้องไปที่นั่นแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าแทบจะไม่มีความลังเลเลย
“ได้!”
ฉู่หลิวเยว่กวาดสายตาสำรวจมองเขาขึ้นลง จากนั้นก็พูดพร้อมรอยยิ้มว่า
“ยอดเขาโอสถของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์มีสมุนไพรจำนวนมากพอให้เจ้าเลือกใช้ เจ้าก็จะได้ฉวยโอกาสนี้รีบเลื่อนขั้นเข้าสู่เซียนหมอระดับปรมาจารย์ ถึงตอนนั้นเจ้าค่อยมาประลองกับข้าอีกครั้งก็ยังไม่สาย”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เจี่ยนเฟิงฉือก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา
แต่ยั่วโมโหนางไม่ได้ ยั่วโมโหนางไม่ได้เด็ดขาด
…
หากเป็นเช่นนี้ ฉู่หลิวเยว่ก็ตัดสินใจไปกับคนเหล่านี้
นางมองทางเยี่ยนชิง
“เยี่ยนชิง ตอนนี้นายท่านของเจ้ายังอยู่ที่พระราชวังเมฆาสวรรค์หรือไม่?”
จากการคำนวณ นี่ผ่านมาแล้วประมาณหนึ่งเดือน ไม่รู้ว่าหรงซิวจัดการเรื่องราวได้เสร็จหรือยัง
ฉู่หลิวเยว่หันกลับไปมอง และเห็นว่ากลางอากาศในระยะไกลนั้นมีคนผู้หนึ่งกำลังเดินออกมาอย่างเชื่องช้า
ชุดขาวยิ่งกว่าหิมะ รูปร่างเพรียวสูง ใบหน้างดงาม
คนผู้นั้นก็คือ หรงซิว
เขาเดินออกมาจากขอบฟ้า ท่าทางเหมือนกำลังเดินทอดน่อง แต่ความเร็วอยู่ในระดับสูงสุด!
มิติที่กว้างขวางเหมือนถูกฝ่าเท้าของเขาบีบอัดจนหดเล็กลงเพียงแค่สาวเท้าข้างเดียว
เขาหันมองทางฉู่หลิวเยว่ ไม่มีใครสามารถมองเห็นการกระทำของเขาได้อย่างชัดเจน แต่เมื่อรู้สึกตัวอีกทีเขาก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
“คึกคักมากเลยนะ”
หรงซิวกวาดสายตามองไปยังผู้คนที่อยู่โดยรอบ ริมฝีปากแดงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ดูเหมือนว่าข้าจะมาได้จังหวะพอดีเลย”
สาวเท้าขึ้นไปหนึ่งก้าว นางกวาดสายตามองอย่างละเอียด หลังจากเห็นว่าเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอันใดถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ตลอดเวลาที่ผ่านมาทั่วทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่ตกอยู่ในความวุ่นวาย ร่างศักดิ์สิทธิ์สีดำสนิทที่ไม่สมประกอบก็ได้พลิกฟ้าทลายแผ่นดินให้พื้นที่หลายแห่ง นี่รวมถึงเผ่าหงส์ทองคำด้วย
นางจึงรู้สึกเป็นกังวลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในช่วงเวลาที่หรงซิวจากไป นางก็รู้สึกเป็นกังวลอยู่ตลอดว่าพระราชวังเมฆาสวรรค์จะตกเป็นเป้าหมายของศัตรูด้วยหรือไม่
แต่เมื่อดูจากสภาพของหรงซิวแล้ว เหมือนว่าทุกอย่างจะปลอดภัยดี
“เยว่เออร์เป็นห่วงสามีหรือ?”
หรงซิวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ฉู่หลิวเยว่ส่ายหน้า ต่อมาก็พยักหน้า
หรงซิวแข็งแกร่งมาก จนกระทั่งตอนนี้นางก็ยังไม่ทราบถึงฝีมือที่แท้จริงของอีกฝ่าย
แต่ในหลักเหตุผลแล้ว นางรู้ว่านางไม่จำเป็นจะต้องเป็นห่วงหรงซิว
แต่เวลาไม่ได้เจอกันนานๆ ท้ายที่สุดแล้วก็รู้สึกคิดถึงขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ประตูสวรรค์ของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์เปิดขึ้นแล้ว ทั่วทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่กำลังสั่นคลอน
“หรงซิว ด้วยระดับฝีมือของเจ้าตอนนี้ เจ้าน่าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย?”
ท้ายที่สุดแล้วแม้หรงซิวจะไม่ได้ตั้งใจแสดงออกมา แต่นางยืนอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้มาก ดังนั้นจึงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
หรงซิวยิ้มออกมาบางๆ
“นี่เป็นเรื่องปกติแล้วไม่ใช่หรือ?”
ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียร ขอเพียงแค่ดูดซับพลังแห่งสวรรค์และโลกอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็สามารถเปลี่ยนเป็นพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองได้ ดังนั้นเขาจึงมีความแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ฉู่หลิวเยว่ยังคงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“แต่ว่า…”
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เหมือนจะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
ตั้งแต่ที่จากกันเมื่อครั้งที่แล้วจนถึงตอนนี้เป็นเวลาไม่นานเท่านั้น
มุมปากของหรงซิวยกยิ้มขึ้น จากนั้นก็มองไปทางนาง
หลังจากผ่านไปสักพัก ฉู่หลิวเยว่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา
“ช่างเถอะ เหนือฟ้ายังมีฟ้า”
ทุกครั้งที่นางคิดว่าตัวนางแข็งแกร่งขึ้นแล้ว และสามารถแข็งแกร่งได้เทียบเท่ากับหรงซิว ต่อจากนั้นก็จะพบว่าเขาก็แข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นกัน
ต่อให้เขาจะไม่ได้ใช้เวลาบำเพ็ญเพียรมากมายนัก แต่เขาก็โดดเด่นอยู่ตลอดเวลา
ทั้งสองคนรู้จักกันมานาน นางก็รู้สึกเคยชินแล้ว
“ทางด้านพระราชวังเมฆาสวรรค์เป็นอย่างใดบ้าง?” นางเปลี่ยนเรื่องคุย
หรงซิวส่ายหน้า
“ไม่เป็นไร”
ฉู่หลิวเยว่โล่งอก จากนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา
ถังเคอที่อยู่ด้านหลังก็เอามือสองข้างไพล่หลัง พร้อมกระแอมไอขึ้นมาหนึ่งเสียง แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า
หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่ง หรงซิวก็ถามว่า
“เจ้าอยากให้พาไปด้วยอย่างนั้นหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“ใช่แล้ว ที่ข้ากลับมาในครั้งนี้ หนึ่งเพราะ อยากขอความช่วยเหลือจากท่านซู อีกหนึ่งเพราะ อยากรู้ถึงสถานการณ์ของทางด้านนี้ ในเมื่อเจ้าทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าอย่างนั้น…ก็ไปด้วยกันเถอะ ไม่ดีหรือ?”
ด้วยสายเลือดและพรสวรรค์ของหรงซิว การปีนขึ้นสวรรค์ทำลายเซียนแทบจะไม่ใช่เรื่องคณามือเขาเลย
เมื่อเห็นว่าหรงซิวไม่ได้ตอบรับในทันที ฉู่หลิวเยว่จึงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“เจ้าไม่อยากไปหรือ?”
ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากล้วนต้องการที่จะเดินไปทางไปพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ แต่เหตุใดหรงซิวจึงมีทีท่าว่าไม่อยากจะไปอย่างนั้นเล่า?
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง หรงซิวก็พูดขึ้นมา
“ได้”
“ข้าจะไปกับเจ้า”
…
พื้นที่ต้องห้าม ก้นบึ้งของสระอัสนีบาต
อี้เจาหลับตาสนิท ลมหายใจอ่อนแรง
โดยรอบมีเพียงเสียงอัสนีบาตที่ผ่าลงมาอย่างต่อเนื่องเท่านั้น เหมือนเป็นการย้ำเตือนว่าเขากำลังอยู่ที่ใด
หลังจากที่เขาถูกขังที่นี่ เขาก็ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันอีกต่อไป ทุกนาทีทุกวินาทีล้วนกลายเป็นเรื่องที่ยาก
เขาแทบจะแบ่งแยกไม่ออกว่าเขาอยู่ที่นี่มานานมากแค่ไหนแล้ว
“อี้เจา”
มู่ตงโหย่วก็ไม่ได้ถือสา
เขารู้ว่าอี้เจาได้ยินทุกอย่าง
ต่อให้ต่อนี้เขาจะเหลือเพียงครึ่งชีวิต แต่ท้ายที่สุดแล้วในฐานะประมุขแห่งเผ่าหงส์ทองคำ พลังชีวิตของเขาก็ยังแข็งแกร่งมาก
“เจ้ายังไม่ยอมมอบตัวอีกหรือ?”
มู่ตงโหย่วถามขึ้น
“เจ้าก็รู้ว่าทำแบบนี้ไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา หากเจ้าฉลาดได้ครึ่งหนึ่งของอี้กง ตอนนี้เจ้าก็ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้แล้ว”
เมื่อได้ยินชื่อของอี้กง ในที่สุดอี้เจาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
ดวงตาสีแดงก่ำโรยรา ความโกรธแค้นที่ถูกหักหลังแผ่กระจายออกมาอย่างไม่ปกปิด
“…เขา…สมควรตาย!”
อี้เจาพูดขึ้นอย่างยากลำบาก เสียงแหบพร่า
ถ้าไม่ใช่เพราะเขา เผ่าหงส์ทองคำก็คงไม่ต้องพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วเช่นนี้!
ส่วนเขายังไม่ได้เตรียมตัวเลยแม้แต่น้อยกลับต้องมาถูกขังอยู่ที่นี่แล้ว!
มู่ตงโหย่วเหลือบสายตามองเขา
“ข้ารู้ว่าสำหรับเจ้าแล้ว อี้กงทรยศต่อเจ้า ทรยศต่อเผ่าหงส์ทองคำ แต่เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า บางที…เขาอาจจะเป็นฝ่ายถูก?”
“หลังจากผ่านไปเป็นเวลาหมื่นปี ตอนนี้พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว อี้เจาหากเจ้ายังนึกถึงชีวิตของคนนับร้อยในเผ่าหงส์ทองคำ เจ้าก็ควรก้มหัวลง ควรทำในสิ่งที่เจ้าต้องทำ”
มู่ตงโหย่วเป็นคนที่มีความอดทนอย่างมาก
นับตั้งแต่อี้เจาถูกขังมา เขาก็ทำการเจรจาแบบนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
“หากเจ้ายังขัดขืนเช่นนี้ต่อไป มันก็ไม่มีประโยชน์อันใด”
อี้เจาหัวเราะเสียงเย็น
“ไม่ว่าอย่างใดก็ตามอี้กงก็เป็นคนของพวกเจ้า เหตุใดเจ้าต้องมายุ่งกับข้าด้วย”
มุมปากของมู่ตงโหย่วกระตุกขึ้น
“เขาสามารถเปิดเส้นชีพจรเส้นที่หกได้เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่สามารถเทียบกับเจ้าได้เลย”
อี้เจาหลับตาลงแล้วไม่พูดอันใดอีก
มู่ตงโหย่วเห็นว่าเขามีท่าทียืนหยัดเช่นเดิม ในที่สุดเขาก็เปลี่ยนเรื่องพูด แล้วถามว่า
“ข้าได้ยินมาว่า เผ่าของพวกเจ้ามีนายน้อยแล้ว อีกทั้งเขายังเป็นสายเลือดบริสุทธิ์?”
หัวใจของอี้เจาเต้นระรัว