ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 32 ค่ำคืน
ตอนพิเศษ ตอนที่ 32 ค่ำคืน
……………
ท่ามกลางราตรีที่เงียบสงัด ลมยามค่ำหนาวเย็นเล็กน้อย
แสงไฟสะท้อนเงาร่างผอมบางทว่าแข็งแกร่งของชายคนหนึ่ง
ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่ในความมืดทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด แต่ดวงตาของเขานั้นทั้งคมกริบและชัดเจนมาก
เขาสวมเพียงชุดบางๆ ด้วยระยะห่างที่ไม่ได้ไกลกันมาก ทำให้นางสามารถสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่กระจายออกจากร่างกายของเขา
ทำให้นางรู้สึกร้อนขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุเช่นเดียวกัน
ลำคอของนางแห้งผากเล็กน้อย ตอนนั้นหัวใจของนางเหมือนมีอะไรบางอย่างเกาะกุมเอาไว้
เสียงหัวใจเต้นระรัว เสียงนั้นดังก้องอยู่ภายในโสตประสาทของนางอย่างต่อเนื่อง
นิ้วที่จับชายกระโปรงขยับไปมาเล็กน้อย ฝ่ามือชื้นเหงื่อ
เขาถามว่า คืนนี้นางมาที่นี่ทำไม
เดิมทีนางไม่เคยคิดถึงคำถามนี้มาก่อน เพียงแต่ถ้านอนอยู่บนเตียงก็นอนไม่หลับ ดังนั้นจึงมาที่นี่
ในตอนนี้เมื่อเขาถามออกมาอย่างตรงไปตรงมา ในตอนนั้นนางก็รู้สึกจนใจและตกตะลึงเล็กน้อย
ริมฝีปากแดงของนางขยับ ขนตายาวและหนากะพริบเล็กน้อย นางพูดขึ้นว่า
“ข้าอยากมาก็เลยมา”
น้ำเสียงของนางดูนุ่มนวลเช่นเคย แต่ภายในน้ำเสียงก็ยังมีอารมณ์บูดบึ้งอยู่เล็กน้อย
เขากลับไม่พอใจกับคำตอบนี้
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ถอยออกไปอย่างที่น้องแปดคิด แต่กลับขยับเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม
“เหตุใดถึงอยากมา”
น้องแปดถูกบีบจนต้องขยับตัวถอยหลังลงไป
แต่ด้านหลังของนางคือบานประตูแล้ว นางไม่สามารถถอยลงไปได้อีก
นางรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ แล้วเบือนหน้าหนีทันที ก่อนพูดเสียงเบาว่า
“เหตุใดต้องไปยุ่งด้วย”
เยี่ยนชิงไม่พูดอะไร เพียงแต่มองใบหน้าของนางอย่างเงียบเชียบเช่นนั้น เหมือนว่าความอดทนของเขานั้นสูงมาก
ทุกวินาทีเหมือนจะยาวนานมาก
สมองของน้องแปดมึนงงไป นางรู้สึกว่าตัวเองกำลังพ่ายแพ้อย่างอนาถ
จากนั้นนางก็กลั้นหายใจแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา
“นี่เป็นคำถามที่สองแล้ว ข้าขอปฏิเสธที่จะตอบคำถาม”
ขณะที่พูด นางก็ยื่นมือออกไปผลักชายที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ต้องคิด
“หลบไป ข้าจะกลับแล้ว”
ท่ามกลางความตื่นตระหนก นางลืมไปว่าเขายังได้รับบาดเจ็บอยู่ ดังนั้นจึงกดทับแผลของเขาโดยตรง
เยี่ยนชิงร้องออกมาหนึ่งเสียง จากนั้นก็ถอยหลังลงไปครึ่งก้าว คิ้วขมวดมุ่น
น้องแปดสะดุ้งแล้วรู้สึกผิดขึ้นมาทันที
“เจ้า เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ข้าแค่…”
นางรีบสาวเท้าขึ้นมาด้านหน้าทันที เพื่อดูอาการบาดเจ็บของเยี่ยนชิง
เยี่ยนชิงกลับส่ายหน้า
“ไม่เป็นอันใด”
ในน้ำเสียงของเขาแฝงด้วยความอดกลั้น
ภายในใจของน้องแปดรู้สึกสับสนมาก
นางเห็นมากับตาว่าบาดแผลของเยี่ยนชิงนั้นบาดเจ็บสาหัส กว่าจะทำแผลได้ก็ยากลำบาก คาดไม่ถึงว่านางจะทำให้บาดแผลของเขาแย่ลงยิ่งกว่าเดิม
นางไม่รู้ว่าบาดแผลจะเปิดอีกครั้งหรือเปล่า…
สำหรับน้องแปดแล้ว การพูดสองคำนี้ออกมาถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก
ภายในสิบสามผู้พิทักษ์เยว่มีผู้หญิงเพียงแค่สามคน ดังนั้นนางจึงถูกทะนุถนอมเป็นพิเศษ อีกทั้งนางยังมีหน้าตางดงาม ไม่ว่าจะไปที่ไหน ผู้คนก็รายล้อมเหมือนดาวรายล้อมดวงจันทร์
และด้วยนิสัยที่เอาแต่ใจ นางไม่เคยเข้าใจด้วยซ้ำว่าคำ ‘ขอโทษ’ เขียนอย่างไร
แต่ในตอนนี้นางกลับพูดออกมาอย่างไม่ลังเลเลย
เพราะว่า…นางรู้สึกแย่มากจริงๆ
แม้ตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่สามารถพูดได้ว่าเยี่ยนชิงโกหกนาง และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องรังแกนาง แต่นางก็รู้สึกแย่มาก
เมื่อคิดดูแล้ว อาจจะเป็นอารมณ์น้อยใจและคับข้องใจที่ปะปนรวมกันอยู่ภายใน ดังนั้นนางจึงรู้สึกสับสนมาก
เดิมทีนางมีเรื่องอยากจะพูดมากมาย แต่มันจุกอยู่ในลำคอพูดไม่ออก
เมื่อเห็นท่าทางสับสนและกังวลของนาง เยี่ยนชิงก็ถอนหายใจออกมา
เหมือนว่าเขา…บีบบังคับนางมากเกินไป
หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง เขาจึงสะกดกลั้นระงับอารมณ์ของตนเอง แล้วถอนสายตากลับมา
จากนั้นเขาก็ปล่อยมือ ก่อนจะถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว แล้วเหยียดตัวยืนตรง
“ไม่ต้องขอโทษ”
ในตอนนั้นนางสัมผัสได้ว่าลมปราณที่บีบบังคับได้สลายหายไปมากแล้ว
นางเหลือบสายตามองเยี่ยนชิงด้วยความรวดเร็ว
“ไม่เป็นอันใดจริงๆ หรือ”
“อื้อ”
“ถะ…ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว”
ความจริงแล้วนางอยากจะดูบาดแผลเขาอีกครั้ง แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้…เหมือนว่า มันจะไม่เหมาะสม
นางคิดว่า นางควรจะออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดจะดีกว่า
เมื่อนางคิดได้เช่นนั้น และเห็นว่าเยี่ยนชิงไม่ได้มีท่าทางจะซักไซ้ไล่เรียงต่อ นางก็ถอนหายใจออกมา
แต่ท่าทางของนางตกอยู่ในสายตาของเยี่ยนชิงทั้งหมด เหมือนว่าในที่สุดมันก็พบหนทางหลบหนีแล้ว
เขาขมวดคิ้วขึ้นท่ามกลางความมืด สีหน้าเย็นชาลง
แต่น้องแปดกลับมองไม่เห็น
นางหมุนตัวออกไปเปิดประตู จากนั้นก็พูดขึ้นมาทันทีว่า
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้เช้ายังต้องไปดูอาการหลินจือเฟย”
นางยังพูดไม่ทันจบ แต่ทันใดนั้นก็มีคนคว้าแขนของนางเอาไว้
พลังที่ไม่สามารถต้านทานได้ถูกส่งออกมาจากด้านหลัง
นางอุทานออกมาด้วยความตกใจ ตอนที่ได้สติกลับคืนมา ร่างทั้งร่างของนางก็ถูกดึงแล้วกดตัวไว้ที่หน้าประตู โดยมีคนผู้หนึ่งขวางอยู่ตรงหน้า
ชายที่ดูมีท่าทางปกติก็ได้ก้าวข้ามเส้นอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาขยับตัวเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม
มือของเขาบีบข้อมือนางเอาไว้จนแน่น
น้องแปดขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
“เจ็บ!”
เยี่ยนชิงผ่อนแรงออกเล็กน้อย แต่กลับขยับตัวเข้ามาใกล้นาง จนนางไม่สามารถขยับตัวออกไปไหนได้
เขาถามว่า
“เจ้าพูดว่าอย่างใดนะ”
น้องแปดตกใจกับการกระทำที่กะทันหันของเขา อีกทั้งน้ำเสียงของเขายังแฝงด้วยความเย็นชาอยู่หลายส่วน ดังนั้นนางจึงชะงักไป แล้วตระหนักขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
“ขะ ข้า…ข้าไม่ได้พูดอันใดเลย…”
นางก็นึกถึงอาการบาดเจ็บของเขาได้ในทันที ตอนนั้นนางจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรมาก
และในขณะนั้น มือข้างหนึ่งของนางก็ถูกเยี่ยนชิงจับไว้จนแน่น ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็แตะที่ไหล่ของเขาอย่างไม่ได้ขยับเขยื้อนตัว
ร่างกายของนางถูกตรึงเอาไว้อย่างแน่นหนา น้องแปดหันไปมองเขา แต่กลับไม่สามารถมองเห็นอะไรจากใบหน้าของเขาได้เลย นางรู้สึกเพียงแค่นางไม่เคยเห็นสีหน้าเย็นชาเหล่านี้มาก่อน ภายในใจของนางจึงรู้สึกขื่นขมและคับข้องใจขึ้นมาในทันที
นี่มันอะไรกัน
เขาจากไปโดยพูดอะไรสักคำ ไปทีก็หายไปสิบวัน หลังจากกลับมาก็ยังไม่อธิบายอะไรกับนางสักคำ อีกทั้งยังปิดบังอาการบาดเจ็บของตัวเองอีก เขาไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตาเลย
ตอนที่รู้อาการบาดเจ็บของเขามันก็ดึกมากแล้ว แต่นางยังยอมวิ่งมาที่นี่ แล้วดูคนผู้นี้สิ
นอกจากคำว่าขอบคุณก็ไม่มีอะไรเลย!
อีกทั้งตอนนางกำลังจะไป เขาก็ไม่ยอมให้นางไป แล้วยังมารังแกกันแบบนี้อีก!
น้องแปดกัดฟันกรอด จ้องหน้าเขา ดวงตาลุกเป็นไฟ
“ข้าบอกว่าพรุ่งนี้ข้ายังต้องไปดูแลหลินจือเฟย! บาดแผลของเขาสาหัสกว่าเจ้าอีก! อย่างใดหรือ มีปัญหาอันใดหรือ”
“เป็นอันใดไป ไม่พอใจหรือ มีสิทธิ์อันใดมาไม่พอใจ”
“ถ้าเมื่อครู่นี้ยังฟังไม่ชัดเจน ข้าจะพูดให้ฟังอีกรอบ! ข้าไม่เพียงแต่จะช่วยทำแผลให้เขา อีกทั้งยังช่วยดูแลเรื่องราวในชีวิตประจำวันด้วย! พรุ่งนี้ข้าจะ…”
เสียงของนางหยุดชะงักไป คำพูดที่เหลือทั้งหมดถูกเขากลืนลงไปในริมฝีปากและซอกฟัน