ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 38 ฟื้น
ตอนพิเศษ ตอนที่ 38 ฟื้น
……………
ถวนจื่อเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย
“เจ้ามีอันใดกับข้าหรือไม่”
ขณะที่นางพูด ดวงตากลมโตเหมือนองุ่นดำก็เปล่งประกายแสง น้ำเสียงของนางทั้งหวานและกระจ่างใส
อี้หมิงที่ถูกนางมองเช่นนั้นก็หน้าแดงซ่านขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
“มะ…ไม่มีอันใด คือว่า…ประมุขได้จัดเตรียมม่านพลังส่วนหนึ่งให้พวกเราซ่อมแซม กำหนดการใกล้มาถึงแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเลย ดังนั้น…พวกเราจึงอยากขอความช่วยเหลือจากเจ้า”
แม้อี้เจาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง แต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ก็ยังคงสร้างความเสียหายไม่น้อย
รวมถึงม่านพลังของภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงด้วย
อี้เจาและผู้อาวุโสอีกหลายคนรับผิดชอบพื้นที่ส่วนใหญ่ไปแล้ว ดังนั้นเหลือเพียงพื้นที่ส่วนเล็กๆ ที่เหลือเอาไว้ให้รุ่นน้องในเผ่า พวกเขาจะได้ใช้โอกาสนี้ฝึกฝนและพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเอง
ในฐานะที่ถวนจื่อเป็นนายน้อยมีสายเลือดบริสุทธิ์ ชีพจรทั้งเก้าเปิดออกทั้งหมดแล้ว ดังนั้นการจัดการเรื่องเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก
อี้หมิงรู้สึกเขินอายมาก ถ้าต้องขอความช่วยเหลือจากพวกอาวุโส ดังนั้นพวกเขาจึงมาหาถวนจื่อแทน
เมื่อได้ยินดังนั้น ถวนจื่อก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด
“ได้สิ!”
ขณะที่พูด นางก็วางลูกบอลแสงในมือลงอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็กระโดดลงจากม้าหิน
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเถอะ!”
อี้หมิงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาผ่อนคลายและลึกมากยิ่งขึ้น
ตอนแรกพวกเขาก็ไม่ได้อยากจะขอความช่วยเหลือจากถวนจื่อ ที่สุดแล้วคนหนุ่มสาวก็มีความคิดเป็นของตัวเอง มีความเย่อหยิ่ง อยากจะพึ่งพละกำลังของตัวเอง และอยากจะแก้ปัญหาด้วยตัวเองทั้งหมด
แต่น่าเสียดาย ม่านพลังเหล่านี้มันซับซ้อนมากเกินไป
ดังนั้นเขาจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากถวนจื่อ
นางอายุน้อยกว่าพวกเขา แต่มีสถานะสูงส่ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขาจะรู้สึกหวาดกลัวและยำเกรง และไม่กล้าเข้ามาหา
จากการเลือกของทุกคนแล้ว สุดท้ายผลก็มาตกอยู่ที่อี้หมิง
เดิมทีเขาเองก็รู้สึกเขินอายมาก แต่คิดไม่ถึงว่า ถวนจื่อจะเป็นมิตรและร่าเริงกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก
นอกจากฐานะและสายเลือดของนาง ดูไปแล้วนางก็เหมือนกับเด็กผู้หญิงทั่วไป
อี้หมิงรู้สึกวางใจ แต่ภายในใจของเขาก็ยังสงสัยเกี่ยวกับนายน้อยคนนี้อยู่หลายส่วน
สายตาของเขานั้นจับจ้องไปที่มือเล็กๆ ของถวนจื่อ แล้วถามขึ้นว่า
“ข้างในนี้น่าจะเป็น…”
ถวนจื่อพยักหน้า
“จื่อเฉินไงล่ะ!”
เรื่องนี้ทุกคนต่างรู้ดี เมื่อมีใครถามนางก็ยอมรับตามตรง
อี้หมิงนึกถึงตอนที่นางเฝ้าดูแลลูกบอลแสงนี้อย่างเงียบเชียบ ภายในใจของเขาก็รู้สึกสั่นไหวขึ้นมา
ทุกคนสามารถมองออก ถวนจื่อมีนิสัยร่าเริงกระตือรือร้น แต่ตอนที่ต้องเฝ้าคอยให้จื่อเฉินฟื้นขึ้นมา นางกลับมีความอดทนมาก
เขาพูดพร้อมรอยยิ้มว่า
“คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเจ้าทั้งสองคนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีแบบนี้”
ถวนจื่อเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“แน่นอนอยู่แล้ว! ข้ากับจื่อเฉินเป็นเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกันมาแล้ว!”
หลายปีที่ผ่านมานี้ นางมุ่งมั่นที่จะเอาชนะจื่อเฉิน ต้องการจะเป็นพี่สาวคนโต แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น นางก็ได้เปลี่ยนแผนแล้ว
ขอเพียงแค่จื่อเฉินสบายดี สามารถอยู่กับนางได้ เท่านี้นางก็พอใจแล้ว!
อี้หมิงมองดูท่าทางสดใสของนาง จากนั้นก็หัวเราะขึ้นมา
…
บริเวณกลางหุบเขา มีกลุ่มคนทั้งหญิงและชายจำนวนหลายสิบคนยืนอยู่
พวกเขาคือเด็กรุ่นใหม่ของเผ่าหงส์ทองคำในตอนนี้
เมื่อเห็นว่าอี้หมิงและถวนจื่อมา พวกเขาก็ตื่นเต้นยินดีมาก
“นายน้อยมาแล้ว!”
“คิดไม่ถึงว่าจะมากันเร็วขนาดนี้ ดูเหมือนว่าอี้หมิงจะไม่ต้องเปลืองแรงในการเชิญนายน้อยมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ”
“ข้าก็คิดเอาไว้แล้ว นายน้อยร่าเริงบริสุทธิ์ จะต้องยินยอมช่วยเหลือพวกเราแน่นอน!”
ขณะที่พูด เงาร่างของก็วูบไหว ชั่วพริบตาเดี๋ยวก็อยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
“คารวะนายน้อย”
ทุกคนทำความเคารพโดยพร้อมเพียง
ถวนจื่อโบกมือเล็กๆ ของนาง จากนั้นก็หัวเราะเสียงดัง
“ไม่ต้องมากมารยาทขนาดนั้น! พวกเจ้าก็เรียกข้าว่าถวนจื่อเหมือนอี้หมิงเถอะ!”
ทุกคนตกใจมาก จากนั้นก็ลอบส่งสายตาหากัน
แม้ถวนจื่อจะกลับมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่ส่วนใหญ่นางก็มักจะอยู่กับท่านประมุขและผู้อาวุโสคนอื่นๆ หรือไม่ก็จะยุ่งอยู่กับงานของตัวเอง น้อยครั้งมากที่จะอยู่กับพวกเขาแบบนี้
คิดไม่ถึงเลยว่านางจะให้เรียกขานด้วยท่าทางผ่อนคลายเช่นนั้น
บางคนเหลือบสายตาไปมองทางอี้หมิง
ในความคิดของพวกเขา อี้หมิงโดดเด่นมากที่สุด เวลาส่วนใหญ่แล้ว อี้หมิงก็จะเป็นจุดแกนกลางของกลุ่ม
อี้หมิงหัวเราะขึ้นมา จากนั้นก็ผายมือไปทางด้านหน้า
“ถวนจื่อ เจ้าดูนั่นสิ นั่นคือม่านพลังที่ท่านประมุขมอบหมายให้พวกเราจัดการ ความเสียหายไม่ได้ใหญ่มาก แต่มันซับซ้อนไม่น้อย พวกเราลองมาหลายครั้งแล้ว แต่มันก็ไม่สำเร็จเลย”
เมื่อได้ยินว่าเขาเรียกขานแบบนั้นจริงๆ ทุกคนจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อย
นางเขย่งปลายเท้า ขยับตัวเข้าใกล้ม่านพลัง
ตัวของนางเล็กมาก เมื่ออยู่ตรงหน้าม่านพลังขนาดใหญ่ ทำให้ตัวนางดูเล็กลงยิ่งกว่าเดิม
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อนางลงมือ ทุกคนก็สามารถรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของนางในทันที!
นางขยับนิ้วเล็กๆ จากนั้นลำแสงหลายเส้นก็ถูกดึงออกมากลางอากาศ
วินาทีต่อมาพลังแห่งสวรรค์และโลกที่อยู่โดยรอบก็เหมือนถูกขับเคลื่อนด้วยลำแสงหลายเส้นเหล่านี้ อีกทั้งมันยังพวยพุ่งออกมาอย่างไร้เสียง ทำให้ม่านพลังทั้งหมดแกว่งไปมาเล็กน้อย
หลังจากนั้นลำแสงหลายสายก็ตกลงไปในบริเวณม่านพลังที่เสียหาย แสงสว่างวาบเข้มขึ้น ต่อมาก็เกิดลวดลายที่แปลกตา
แรงกดดันอันน่าตกใจแผ่กระจายออกมา
เมื่อผ่านไปสักพักม่านพลังที่เสียหายเหล่านั้นก็ค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิมท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกผู้คน!
เสียงสูดลมหายใจเย็นๆ ดังขึ้น
ถวนจื่อตบมือ
“นี่ มันก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ในเมื่อท่านปู่ประมุขบอกให้พวกเจ้าจัดการ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะช่วยซ่อมแซมส่วนเล็ก! ในส่วนที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ของพวกเจ้าก็แล้วกัน แบบนี้ได้ใช่หรือไม่”
แน่นอนว่าไม่มีใครคัดค้าน
ที่ถวนจื่อแสดงเมื่อครู่นี้ได้ชี้ทางสว่างให้กับพวกเขาอย่างมาก
อี้หมิงยกนิ้วโป้งขึ้น
“ถวนจื่อ เจ้าสุดยอดเลย”
ทันทีที่คำพูดนั้นออกมา ทุกคนก็เริ่มสรรเสริญถวนจื่อ
“นั่นสิ! ที่แท้ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ ก่อนหน้านี้พวกเราคิดไม่ถึงเลย!”
“ต้องขอบคุณถวนจื่อมากจริงๆ นะ!”
“ถวนจื่อ เจ้าช่วยดูหน่อยว่าข้าทำถูกหรือไม่”
เผ่าหงส์ทองคำจากเริ่มก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ในอายุร้อยปี แต่เมื่อกลายร่างเป็นมนุษย์ รูปร่างของพวกเขาจะเทียบเท่าได้กับมนุษย์อายุสิบห้าสิบหก
คนที่เป็นเด็กอายุสี่ห้าขวบอย่างถวนจื่อ ไม่มีหรอก
ด้วยเหตุนี้ ทุกคนจึงรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับตัวนางมากยิ่งขึ้น
ในช่วงที่ถวนจื่อกลับมา นางได้กลายเป็นที่สนใจของทุกผู้คน เพียงแต่ด้วยฐานะนายน้อยของนาง ดังนั้นทุกคนจึงไม่กล้าเข้าใกล้
ตอนนี้เมื่อได้มารู้จักกับนางก็รู้ว่านางเป็นกันเองมาก
เนื่องจากพวกเขาอายุยังน้อย ดังนั้นจึงสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว
ถวนจื่อยิ้มตอบอย่างมีความสุข
ทันใดนั้น ภายในอ้อมกอดของนางก็มีระลอกคลื่นแผ่กระจายออกมา
นางรีบหยิบลูกบอลแสงออกมาด้วยความตกใจ
ลมปราณและลำแสงที่อยู่ภายในเพิ่มสูงขึ้นด้วยความรวดเร็ว!