novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี thunder87

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 41 มีลูกหรือยัง

  1. Home
  2. ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
  3. ตอนพิเศษ ตอนที่ 41 มีลูกหรือยัง
Prev
Next

ตอนพิเศษ ตอนที่ 41 มีลูกหรือยัง

……………

ครั้งนี้ถวนจื่อหลับลึกมาก อีกทั้งยังสงบสุขมาก

ตอนที่นางตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นเช้าของวันรุ่งขึ้นแล้ว

นางลืมตาขึ้นมา แล้วจ้องไปที่ผ้าพันแผลครู่หนึ่ง จากนั้นถึงนึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้

อ่า จริงสิ เดิมทีนางจะไปสอนอี้หมิงและคนอื่นๆ ซ่อมแซมม่านพลัง แต่ในตอนนั้นจื่อเฉินกลับฟื้นขึ้นมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงพานางกลับมา

ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่ด้านข้างของนาง

“ตื่นแล้วหรือ?”

นางหันกลับไปมอง จากนั้นก็เห็นว่าจื่อเฉินกำลังเดินเข้ามา มือของเขากำลังถือจานใบเล็กอยู่

บนจานใบนั้นมีผลไม้วิญญาณสีแดงสดวางเอาไว้อยู่

นางชอบกินเจ้าสิ่งนี้มาก

เมื่อเห็นอาหาร ถวนจื่อก็ตื่นเต็มตา นางกระโดดลงมาจากเตียง แล้วรีบวิ่งเข้ามาทันที

“จื่อเฉิน! เจ้าเอามาให้ข้าหรือ?”

จื่อเฉินส่งจานใบเล็กใบนั้นให้กับนาง

เขาไม่ชอบผลไม้เปรี้ยวหวาน แต่เพราะถวนจื่อชอบมันมาก ดังนั้นเขาจึงไปตามหามัน

ถวนจื่อหยิบจานใบนั้นขึ้นมากินอย่างมีความสุข

รสชาติหวานอมเปรี้ยวของผลไม้เหล่านั้นกระจายทั่วริมฝีปากของนาง นางหลับตาลงด้วยความพึงพอใจ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า

“จื่อเฉิน ดีต่อข้าที่สุด!”

จื่อเฉินมองหน้านาง มุมปากยกโค้งขึ้นเล็กน้อย

เขานั่งลงที่ด้านข้าง

“ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก”

จื่อเฉินได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป จากนั้นก็หันออกไปมองทางหน้าประตู

ในที่สุดถวนจื่อก็เงยหน้าขึ้นมา จากนั้นก็เห็นว่าที่เงาประตูมีเงาร่างของคนหลายคน

นั่นคือ อี้หมิงและคนอื่นๆ นี่เอง

นางจึงตะโกนขึ้นมาว่า

“ข้าตื่นแล้ว!”

ขณะที่พูด นางก็รีบยัดผลไม้ที่เหลือสองสามชิ้นเข้าไปในปากด้วยความรวดเร็ว แก้มของนางพองขึ้น น้ำเสียงไม่ชัดเจน

“ยอ…ยอย่อนยะ…” (รอก่อนนะ)

พวกเขาจะต้องมาชวนนางไปเล่นด้วยแน่นอน!

จื่อเฉินหรี่ตามอง

“รีบร้อนเหตุใดกัน ค่อยๆ กิน”

ถวนจื่อยิ้มกว้างให้เขา ในแววตามีความตื่นเต้นอย่างปกปิดไม่มิด

จื่อเฉินมองไปที่คราบสีแดงที่มุมปากของนาง จากนั้นก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาไม่ได้

ถวนจื่อวางจานใบนั้นลง นางกระโดดลงจากเก้าอี้ ก่อนเตรียมตัววิ่งออกไปที่ด้านนอก

“จื่อเฉิน! ข้าออกไปเล่นก่อนนะ…”

“มานี่”

จื่อเฉินพูดขึ้น น้ำเสียงกระจ่างใส แต่นางกลับไม่สามารถปฏิเสธได้

ถวนจื่อมองเขาด้วยใบหน้ามึนงง

“หา? มีอันใดหรือ?”

จื่อเฉินมองไปที่นางครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยื่นมือออกไปอุ้มนาง แล้วเดินไปที่หน้ากระจกทองเหลือง

นี่คือโต๊ะเครื่องแป้งของถวนจื่อที่อี้เจาเลือกให้นางเป็นพิเศษ

นางมองไปที่กระจกบานนั้น เมื่อเห็นว่าใบหน้าของตัวเองเปรอะเปื้อนคราบสกปรก

ในที่สุดนางก็รู้สึกเขินอายขึ้นมา

จื่อเฉินหยิบผ้าชุบน้ำที่อยู่ด้านข้างขึ้นมา

“เงยหน้าขึ้น”

เดิมทีถวนจื่ออยากจะจัดการมันด้วยตัวเอง แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเขา นางก็เงยหน้าขึ้นอย่างเชื่อฟัง

จื่อเฉินประคองศีรษะของนางเอาไว้ จากนั้นก็ช่วยเช็ดใบหน้าเล็กๆ ให้สะอาด

หลังจากนั้นไม่นาน ใบหน้าของถวนจื่อก็กลับมาเกลี้ยงกลม ขาว และอ่อนโยนดังเดิม

นางจับมือของจื่อเฉิน แล้วยิ้มให้อย่างสดใส

“ขอบคุณนะจื่อเฉิน!”

จื่อเฉินชะงักไปเล็กน้อย แล้วดึงมือกลับมา

เขาโยนกลับเข้าไปในถังน้ำ จากนั้นก็เอื้อมมือไปแก้มวยผมของนาง

นางนอนดิ้นมาโดยตลอด พลิกตัวไปมา ตอนที่ตื่นขึ้นมามักจะมีผมยุ่งเหยิง

ถวนจื่อเห็นสภาพของตัวเองในปัจจุบันแล้ว นางก็เขินอายเกินกว่าที่จะออกไปด้านนอกทันทีโดยมีรังนกอยู่บนศีรษะ ดังนั้นจึงปล่อยให้จื่อเฉินช่วยจัดการให้นาง

แต่เมื่อคิดดูแล้ว นางก็เงยหน้ามองจื่อเฉินอย่างไม่สบายใจ

“จื่อเฉิน เจ้ามัดผมเป็นด้วยหรือ?”

จื่อเฉินดีดนิ้วที่หน้าผากของนาง

“อย่าขยับตัวซี้ซั้ว”

“อ่า”

ถวนจื่อนั่งนิ่งๆ อยู่ที่เดิมอย่างเชื่อฟัง

ตอนที่อี้หมิงและคนอื่นๆ เดินเข้ามา พวกเขาก็เห็นเหตุการณ์นั้นพอดี

ถวนจื่อนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สองมือเล็กๆ จับใบหน้าตัวเอง เท้าสีขาวสองข้างแกว่งไปมาที่กลางอากาศ

อี้หมิงและคนอื่นๆ ชะงักฝีเท้าในทันที พวกเขารู้สึกตื่นเต้นและประหม่าขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“จะ…จื่อเฉิน เจ้าก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ?”

คนที่อยู่ด้านหลังผลักอี้หมิงให้เดินขึ้นมาด้านหน้าอย่างจนปัญญา จากนั้นเขาก็เกาศีรษะขึ้นอย่างทำอันใดไม่ถูก

เรือนของถวนจื่อมีขนาดใหญ่ พวกเขาคิดว่าถวนจื่อจะอยู่คนเดียวที่นี่ ดังนั้นจึงรีบวิ่งพุ่งตรงเข้ามาที่นี่อย่างมีความสุข

แต่ใครจะรู้แล้วว่าจื่อเฉินก็อยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน อีกทั้งกำลังช่วยถวนจื่อหวีผมอยู่ด้วย!

ภาพเหตุการณ์เช่นนี้…มันดูเหมือนจะแปลกประหลาดไปเล็กน้อย

แต่อาจจะเป็นเพราะสีหน้าของจื่อเฉินราบเรียบมากเกินไป ดังนั้นจึงทำให้ผู้คนรู้สึกว่า นี่ไม่มีอันใดผิดแปลกไป

ถวนจื่อเหลือบสายตามองพวกเขา จากนั้นก็พูดว่า

“พวกเจ้ามาแล้วหรือ? รอข้าเดี๋ยวนะ ข้ากำลังจะเสร็จแล้ว!”

อี้หมิงและคนอื่นๆ รีบพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ข้าไม่รีบ”

การกระทำของจื่อเฉินก็ไม่ได้ช้า หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สามารถช่วยนางมัดมวยสองข้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ถวนจื่อบิดตัวไปมา จากนั้นก็พูดขึ้นว่า

“จื่อเฉิน แบบนี้ไม่ถูกต้อง ต้องผูกเป็นเงื่อนแบบนี้”

จื่อเฉินชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ผูกเชือกให้นางใหม่อีกครั้ง

มวยทั้งสองข้างมีโบว์สีแดงเล็กๆ ผูกอยู่

ตอนนั้นนางก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

นางหันกลับไปมองทางจื่อเฉินแล้วยิ้มกว้างให้

“ถ้าอย่างนั้นเข้าไปเล่นแล้วนะ!”

จื่อเฉินตอบรับเสียงหนึ่ง แล้วถอยหลังให้หนึ่งก้าว

อี้หมิงพูดพร้อมรอยยิ้ม

“ม่านพลังนั้นซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าอยากจะไปดูหรือไม่?”

“ไปสิ!”

ถวนจื่อพยักหน้าอย่างยินดี จากนั้นก็เดินออกไปที่ด้านนอก

เด็กสาวคนหนึ่งไม่ได้เดินตามออกไปด้วย เพียงแต่หันมาพูดด้วยเสียงเบา

“จื่อเฉิน เจ้าไม่ไปกับพวกเราด้วยหรือ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น จื่อเฉินก็ชะงักฝีเท้า จากนั้นก็เหลือบสายตาไปมองทางต้นเสียง

ผู้พูดคือแม่นางคนหนึ่งที่มีใบหน้าแดงซ่าน

หลังจากผ่านไปสักพัก จื่อเฉินก็พูดขึ้นเสียงเรียบ

“ไม่ไป”

เด็กสาวคนนั้นมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย

ถวนจื่อเดินออกมาจากกลุ่ม

“จื่อเฉินชอบอยู่ตัวคนเดียว พวกเราไปกันเองน่ะดีแล้ว!”

หลังจากพูดจบ นางก็ลากคนผู้นั้นเดินออกไป

แม้แม่นางคนนั้นจะไม่ยินยอม แต่ก็ทำอันใดไม่ได้

หลังจากนั้นกลุ่มของพวกนางก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว

จื่อเฉินนั่งลงที่ข้างหน้าต่าง

เมื่อนั่งอยู่ตรงนี้ก็สามารถมองเห็นกลุ่มคนที่กำลังเดินจากไปได้

เขามองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน

…

หลังจากกลุ่มของถวนจื่อเดินออกไปด้านนอกแล้ว

พวกเขาทั้งหลายก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นก็เริ่มพูดขึ้นมา

“ถวนจื่อ จื่อเฉินดีต่อเจ้ามากเลย!”

ถวนจื่อหัวเราะขึ้น

“แน่นอนอยู่แล้ว! เพราะพวกเราเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาก่อน ช่างเป็นมิตรภาพที่ยาวนานจริงๆ !”

แม่นางที่เพิ่งเอ่ยถามจื่อเฉินคนนั้น ก็ถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ว่า

“ถวนจื่อ เหตุใดจื่อเฉินถึงมาช่วยเจ้าหวีผมได้ล่ะ? อีกทั้งยังดูเหมือนเขาจะทำเป็นประจำด้วย! ไม่ใช่ว่า…เขาจะมีลูกแล้วนะ?”

น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวล

ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เคยรับตำแหน่งประมุขเผ่าอินทรีสามตา ตามหลักการแล้ว…

ถวนจื่อเกือบจะเดินสะดุด

“จะเป็นไปได้อย่างใด? แม้กระทั่งภรรยาเขายังไม่มีเลย!”

แม่นางคนนั้นถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“จริงหรือ?”

“จริงแท้แน่นอน”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของถวนจื่อก็เปล่งประกาย

ดังคำกล่าวที่ว่า ท่านมอบลูกท้อแก่เรา เราตอบแทนท่านด้วยลูกลี้ จื่อเฉินช่วยเหลือนางมามากมาย ตอนนี้ถึงคราวที่นางจะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ให้กับเขาแล้ว!

……………