ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 151 เมฆแห่งสงครามกำลังก่อตัวอีกครั้ง
บทที่ 151 เมฆแห่งสงครามกำลังก่อตัวอีกครั้ง
ในสายตาของเพื่อนบ้าน สวี่หยางเป็นผู้มีความสามารถและอาจรู้บางอย่างเกี่ยวกับสงครามระหว่างตระกูลลู่กับตระกูลหลินก็เป็นได้
ชาวบ้านตื่นตระหนก!!
มันคือบรรยากาศที่สวี่หยางสัมผัสได้ขณะเดินทางมาที่นี่
ลองนึกภาพดู สงครามระหว่างกองกำลังขนาดใหญ่ทั้งสองไม่เพียงแต่ทำให้ราคาข้าวของพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ทันทีที่เกาะรอบนอกของตระกูลหลินถูกยึดครอง พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้โชคร้าย
ทันทีที่ผู้รุกรานยึดครองที่นี่ สิ่งที่ตามมาย่อมเป็นการเผา การฆ่า และการปล้นชิง
เขาจำได้ว่าในอดีตที่ผ่านมา ช่วงที่ตระกูลขนาดใหญ่ทั้งสองทำสงครามกัน ผู้รุกรานเข้ายึดครองสถานที่และปล้นติดต่อกันสามวันสามคืน
ในช่วงสามวันนี้ ชาวบ้านได้แต่ก้มหน้ารับกรรม จำนนต่อชะตาที่ไม่อาจเลี่ยง
“ทุกท่านไม่ต้องห่วง เกาะหงเยี่ยของพวกเราอยู่ตรงกลาง ต่อให้ตระกูลผู้บำเพ็ญเซียนทั้งสองทำสงครามกัน พวกเราก็จะไม่เป็นอะไร” สวี่หยางเอ่ยปลอบประโลมฝูงชน
หลังจากกล่าวลา สวี่หยางก็ตรงไปที่ร้านของตน
ทันทีที่เข้าไปในร้าน เขาก็เห็นหลินอวี้กำลังทำบัญชีอยู่ที่โต๊ะตัวยาว นางพลันเงยหน้าด้วยความตกตะลึง
จากนั้น นางก็ไม่สนใจสมุดบัญชีในมือ วิ่งกระโจนเข้าสู่อ้อมแขนของสวี่หยาง
“สามี!!”
“ฮ่าฮ่า เด็กดี”
สวี่หยางลูบศีรษะของหลินอวี้ เนื่องจากห่างหายจากความรู้สึกนี้ไปนาน วันนี้เขาจึงอยากสัมผัสมันให้หนำใจ
หลินอวี้ปรือตาด้วยความสบายใจขณะเอ่ยคำอย่างตื่นเต้น “สามี การเดินทางคราวนี้เป็นไปได้ด้วยดีหรือไม่?”
“ราบรื่นยิ่งนัก”
“เช่นนั้นยาสร้างรากฐานก็ประสบความสำเร็จหรือ?”
“ฮ่าฮ่า เดี๋ยวคืนนี้ข้าเล่าให้ฟัง”
“ชิ ความลับอีกแล้ว ข้าขอไปตามม่านอวิ๋นก่อนนะ”
“นางอยู่ไหนหรือ?”
“นางกำลังสร้างยันต์อยู่ข้างใน หลังจากการชี้แนะของปรมาจารย์หยวนเฉียวเมื่อคราวก่อน นางได้เรียนรู้หลายอย่าง หลายวันมานี้นางเก็บตัวสร้างยันต์มาโดยตลอด”
สวี่หยางเดินเข้าไปก่อนจะพบว่าเสิ่นม่านอวิ๋นกำลังเดินออกมาจากห้องสร้างยันต์พอดี
“สหายเต๋าสวี่ เจ้ากลับมาแล้วหรือ นึกว่าลืมพวกข้าไปแล้วเสียอีก”
เสิ่นม่านอวิ๋นกลอกตามองสวี่หยาง จากนั้นจึงวิ่งเข้ามาเกาะแขนของเขา
แขนของสวี่หยางสัมผัสเข้ากับเนินอกของเสิ่นม่านอวิ๋นอย่างเลี่ยงไม่ได้
เนื่องจากไม่ได้สัมผัสเนินอกเช่นนี้มาเนิ่นนาน มันจึงทำให้หัวใจของสวี่หยางเต้นระรัว
แต่ตอนนี้ฟ้ายังสว่าง ประกอบกับร้านยังคงเปิดอยู่ เขาจึงทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้
สวี่หยางยังคงเก็บเรื่องขอบเขตของตนเอาไว้เป็นความลับ
จากนั้น เขาก็สอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในช่วงนี้
“เฮ้อ ตอนนี้กิจการขาดทุนอย่างน้อยก็สามในสิบส่วน ผู้บำเพ็ญที่อาศัยอยู่ในแถวนี้วางแผนจะย้ายออกจากที่นี่กันแล้ว”
เสิ่นม่านอวิ๋นอธิบาย
หลินอวี้คร่ำครวญ “หวั่นชิงบอกเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าหากสถานการณ์ไม่สู้ดีก็ให้พวกเรามุ่งหน้าไปที่เกาะหลิงถังเพื่อซ่อนตัว”
“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ใช่ ความจริงแล้วข่าวบางส่วนถูกปิดเอาไว้ ว่ากันว่ามีเกาะสองแห่งถูกคนจากตระกูลลู่มายั่วโมโห ทำให้ผู้บำเพ็ญมนุษย์ตระกูลหลินกับตระกูลลู่ปะทะกันอยู่หลายครั้ง เกิดความสูญเสียไปไม่น้อย”
หลังจากเข้าใจสถานการณ์ สวี่หยางก็รู้สึกว่าคงต้องออกไปดูลาดเลาเสียหน่อยแล้ว
ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปสมาคมหู่เวยเพื่อพบเฉินหู่
“สหายเต๋าสวี่ เจ้ากลับมาแล้ว”
เฉินหู่บังเอิญอยู่ในห้องโถงพอดี เขาถูกรายล้อมด้วยกลุ่มพี่น้องผู้บำเพ็ญ หนึ่งในนั้นคืออวี๋ซื่อหลิน
เมื่อเห็นสวี่หยาง อวี๋ซื่อหลินก็รีบยืนขึ้นแล้วเดินมาหาด้วยความเคารพยิ่ง “สหายเต๋าสวี่ เชิญนั่งลงก่อน”
สวี่หยางเผยสีหน้าประหลาดใจ เพราะท่าทีของอวี๋ซื่อหลินค่อนข้างสุภาพเกินไปสักหน่อย
“ผู้อาวุโสเฉิน หลายวันก่อนข้าออกไปทำธุระข้างนอก ข้าเลยนำของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ มามอบให้”
สวี่หยางยิ้มขณะส่งชารักขามรกตให้
“ชารักขามรกตนี้หาซื้อได้ไม่ง่ายเลย ขอบคุณน้องสวี่มาก”
เฉินหู่ยิ้มขณะสนทนาอีกสองสามประโยค และเชิญอีกฝ่ายไปด้านหลัง เพราะรู้ว่าสวี่หยางมีเรื่องบางอย่างที่ต้องพูดคุยเป็นการส่วนตัว
เมื่อมาถึงด้านหลัง สวี่หยางก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่าก่อนจะถามถึงสถานการณ์ล่าสุดทันที
แม้อำนาจของเฉินหู่จะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับผู้บำเพ็ญเซียนแห่งตระกูลหลิน แต่ก็ยังถือว่ามีเส้นสายอยู่ทั่วทุกที่
เขาจะต้องรู้เรื่องบางอย่างเป็นแน่
ดังคาด เฉินหู่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปริปาก “สถานการณ์ค่อนข้างลำบากเล็กน้อย คาดว่าอีกไม่นานผู้บำเพ็ญเซียนแห่งตระกูลลู่จะต้องเปิดฉากโจมตีอย่างแน่นอน!! พวกเขาติดต่อกับกลุ่มพันธมิตรเพื่อให้ขนส่งเสบียงบางส่วนมาใกล้กับขอบเขตอำนาจของตระกูลหลินแล้ว นอกจากนี้ สมาชิกตระกูลอื่นก็ถูกเรียกตัวกลับมาเพื่อส่งไปประจำแนวหน้า เท่าที่ข้ารู้มา เกาะของตระกูลหลินหลายแห่งกำลังตกเป็นเป้า”
นึกแล้วเชียว…
สวี่หยางพยักหน้าเล็กน้อย
จากนั้น เฉินหู่ก็อธิบายเพิ่ม
ยกตัวอย่างเช่น ปรมาจารย์หยวนเฉียว บรรพชนของตระกูลหยวนน่าจะค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ของสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางเข้า ถึงได้ถูกตามล่าโดยผู้อาวุโสของสำนัก
ไม่ใช่ว่าสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางเล่นงานหยวนเฉียวเพื่อแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์อย่างที่คนนอกลือกัน
แม้แต่คนในสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจการกระทำเช่นนี้
นอกจากนี้ เทียนสิงซึ่งเป็นประมุขสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ว่ากันว่ามีการต่อสู้รุนแรงเกิดขึ้นภายในสำนักก่อนที่เขาจะหายตัวไป
ตอนนี้ทั่วทั้งสำนักฮ่าวชี่ชุนหยางตกอยู่ในความโกลาหล บางคนเชื่อไปแล้วว่าเทียนสิงอาจจะเสียชีวิตไปแล้วด้วยซ้ำ
…
สวี่หยางสนทนาจนเย็นย่ำ จึงขอลากลับมาที่ร้าน
เพื่อนบ้านต่างปิดประตูกันไปหมดแล้ว ทันทีที่เข้าไปข้างใน เขาก็พบว่าหลินหวั่นชิงกำลังรออยู่
ภรรยาทั้งสามกำลังรอเขากลับมา
บนโต๊ะมีอาหารเจ็ดอย่างกับน้ำแกงสามชามวางเอาไว้
ปลาเหว่ยอวี้ตุ๋น นกจินจื่อผัด ผลหงเยี่ยแช่เย็น เนื้อทองผัด และอีกมากมาย
“จุ๊จุ๊ เมนูแพงซะด้วย” สวี่หยางยิ้มพลางเอ่ยติดตลก “พวกเจ้าแสนดีขนาดนี้ ข้าจะไม่ตกรางวัลอย่างงามให้ได้อย่างไร”
หลินหวั่นชิงคลี่ยิ้มสดใส “สหายเต๋าสวี่ เจ้าใจดีขนาดนี้ เจ้าน่าจะมีของขวัญติดมือมาด้วย”
“ใช่ พวกข้าสามคนกำลังรออยู่นะ”
เสิ่นม่านอวิ๋นรินสุราให้สวี่หยางพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หลินอวี้คลี่ยิ้มอ่อนหวาน เนื่องจากนางมีบุคลิกอ่อนโยน ทำให้พูดไม่เก่งเหมือนหลินหวั่นชิงกับเสิ่นม่านอวิ๋น
“แน่นอนว่ามีของขวัญให้อยู่แล้ว รวมถึงมีข่าวดีจะประกาศด้วย”
หลินหวั่นชิงรู้ข่าวดีนี้แล้ว แต่เสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินอวี้ยังไม่รู้
สวี่หยางหยิบของขวัญออกมาก่อน
พวกมันล้วนเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็กที่ซื้อในเมืองเซียนสำนักชิงหยางกับอำเภอเล็ก ๆ ที่แวะผ่าน
มันคือปิ่นปักผม จี้ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ…
แม้ราคาไม่แพง แต่ก็ดูหรูหราไม่น้อย
นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้าให้ภรรยาทั้งสามอีกคนละสองชุด
แม้เขาจะเป็นเถ้าแก่ร้านขายเสื้อผ้า แต่การซื้อเสื้อผ้าสวยงามจากร้านอื่นย่อมเป็นการแสดงออกว่าตนเองใจกว้างมากแค่ไหน
ทันทีที่ของขวัญเหล่านี้ถูกนำออกมา ภรรยาทั้งสามก็ตกตะลึง
“งดงามยิ่งนัก” หลินอวี้ถือสร้อยข้อมือด้วยความตื่นเต้นขณะวางบนมือหมุนเล่นไปมา
มุมปากของเสิ่นม่านอวิ๋นยกขึ้นน้อย ๆ “สหายเต๋าสวี่ช่างใจกว้างนัก ดังนั้นพวกข้าจะใจดีกับเจ้าเช่นกัน”
“เอาละ ถึงเวลาบอกข่าวดีแล้วหรือยัง??”
หลินอวี้ถามด้วยความคาดหวัง
ความจริง ทั้งเสิ่นม่านอวิ๋นกับหลินอวี้พอจะเดาได้ราง ๆ แล้ว
ถึงอย่างไรพวกนางต่างรู้ดีว่าเหตุใดสวี่หยางถึงออกไปในครั้งนี้
“ข้าสร้างรากฐาน… สำเร็จแล้ว! นับจากนี้ ข้าจะสามารถปกป้องพวกเจ้าได้อย่างแท้จริง”
สวี่หยางหยุดพูดทีเล่นทีจริงก่อนจะเอ่ยตรง ๆ
“อะไรนะ?? ช่างเร็วนัก!”
เสิ่นม่านอวิ๋นตกตะลึง
หลินอวี้ตกตะลึงเช่นกัน
พวกนางคิดว่าข่าวดีคือเรื่องกลั่นยาสร้างรากฐานสำเร็จแล้ว และเขาจะกลับมาสร้างรากฐานที่นี่ คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะสร้างรากฐานสำเร็จ ซึ่งมันเกินกว่าที่ทุกคนจะเข้าใจได้
“สามี โปรดบอกข้าทีว่าเจ้าสร้างรากฐานได้อย่างไร” หลินอวี้จับมือของสวี่หยางเขย่าไปมา
สวี่หยางคลี่ยิ้ม “เอาละ พวกเจ้าดื่มสุรากันก่อน แล้วสามีจะยอมเล่าให้ฟัง”
“ยังจะมีเงื่อนไขอีก”
เสิ่นม่านอวิ๋นยื่นมือไปหยิกเอวสวี่หยาง “พูดหรือไม่พูด บอกหรือไม่บอก”
หลินหวั่นชิงกลับตรงไปตรงมากว่า นางคว้าคุนคุนของสวี่หยางแล้วออกแรงบีบเบา ๆ “ข้ามีตัวประกันอยู่ในมือแล้ว”
“ก็ได้ก็ได้ ข้ายอมแล้ว ข้ายอมบอกก็ได้”
สวี่หยางส่ายหน้าพลางถอนหายใจ เขากลายเป็นยอดฝีมือขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว แต่เสียท่าให้ภรรยาเช่นนี้
สวรรค์ไม่ยุติธรรมหรือไร??
จากนั้น สวี่หยางก็กินไปคุยไป
เมื่อพวกนางรู้ว่าหลินไห่ถังสามารถกลั่นยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถีได้ ทุกคนก็ต่างตกตะลึง
“ข้าตัดสินใจแล้ว!! หวั่นชิง ม่านอวิ๋น หลังจากนี้ พวกเราจะรวบรวมสมุนไพรสร้างรากฐานกันต่อไป หากได้ยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถีหรือสองเส้นวิถี ข้าจะมอบมันให้กับพวกเจ้า”
สวี่หยางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“เยี่ยมไปเลย คาดไม่ถึงว่าทักษะการกลั่นยาของหลินไห่ถังจะดีขนาดนี้”
หลังจากหลินหวั่นชิงเอ่ยจบ สวี่หยางที่กำลังเมามายได้ที่ โอบกอดนางให้นั่งลงบนตักของเขา
หลินอวี้พูดไม่ออก “ถึงเวลากินแล้ว”
“ยังจะกินอะไรอีก ข้าจะกินเจ้าก่อนเอง”
ความคิดของสวี่หยางล่องลอย นิ้วมือขยับสำรวจภายในของหลินหวั่นชิงอย่างช่ำชอง
ส่วนมืออีกข้างก็กอดหลินอวี้เอาไว้
เสิ่นม่านอวิ๋นยิ้มรับ “ช่างรีบร้อนเสียจริง”
สิ้นคำ นางก็เข้าประกบข้างหลังสวี่หยาง
แล้วทั้งสี่ก็ประคองกันเข้าไปในห้อง
หนูสุ่ยหลิงซึ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของโต๊ะชินกับเรื่องแปลกประหลาดเหล่านี้แล้ว มันรู้ว่าอีกไม่นานเสียงกรีดร้องของนายหญิงจะดังระงมไปทั่วบ้าน
มันน่ากลัวเกินกว่าจะเก็บมาคิด
…
เช้าวันรุ่งขึ้น
สวี่หยางประหลาดใจระคนยินดี ดังคาด เมื่อภรรยาทั้งสามรู้เรื่องการสร้างรากฐานของเขา รางวัลมากมายก็จะตามมา
[หลังจากหลินอวี้ผู้เป็นภรรยาทราบว่าท่านสร้างรากฐานแล้ว นางก็รู้สึกถึงความปลอดภัยและเปี่ยมด้วยความสุข ส่งผลให้ได้รับคะแนนพิเศษ 100 แต้ม ประสบการณ์การฝึกฝนห้าปีและหุ่นเชิดขั้นสูงระดับสอง วานรทองแดง]
[หลังจากเสิ่นม่านอวิ๋นผู้เป็นภรรยาทราบว่าท่านสร้างรากฐานแล้ว นางก็รู้สึกถึงความปลอดภัยและเปี่ยมด้วยความสุข ส่งผลให้ได้รับคะแนนพิเศษ 100 แต้ม ยาสร้างรากฐานสามเส้นวิถีหนึ่งเม็ดและยันต์แสงทองขั้นสูงระดับสองหนึ่งใบ]
[หลังจากหลินหวั่นชิงผู้เป็นภรรยาทราบว่าท่านสร้างรากฐานแล้ว นางก็รู้สึกถึงความปลอดภัยและเปี่ยมด้วยความสุข ส่งผลให้ได้รับคะแนนพิเศษ 100 แต้ม เรือส่านหลิงเฟย เรือเหาะวิญญาณขั้นสูงระดับสองหนึ่งลำและยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามหนึ่งใบ]
…
ครั้งนี้อาจเป็นเพราะก้าวเข้าสู่ขอบเขตอันยิ่งใหญ่ ทำให้ภรรยาแต่ละคนมอบรางวัลคนละสองชิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับคะแนนพิเศษ 100 แต้มจากทุกคน!!
เนื่องจากเขาได้ยันต์แสงทองอีกหนึ่งใบ ทำให้ตอนนี้มีทั้งหมดสองใบ
นอกจากนี้เขายังได้รับสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสองชิ้นอีกด้วย
หุ่นเชิดขั้นสูงระดับสอง วานรทองแดง!!
มันคือหุ่นเชิดที่สามารถเอาชนะยอดฝีมือผู้อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายได้!
ต่อให้ต้องรับมือกับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตาน ก็ยังพอสู้ได้
ส่วนเรือเหาะวิญญาณขั้นสูงระดับสองยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันคือเรือเหาะที่ผสมผสานการป้องกัน ความเร็วและการโจมตีเข้าด้วยกัน
ใช่แล้ว เรือส่านหลิงเฟยสามารถโจมตีได้
มันมีปากกระบอกปืนที่สี่ทิศรอบเรือเหาะ
พลังเทียบเท่ากับการโจมตีของขอบเขตจินตานธรรมดา
แน่นอนว่าการจะใช้งานย่อมแลกด้วยหินวิญญาณมหาศาล
แต่เท่านี้สวี่หยางก็มีความสุขแล้ว
ด้วยสองสิ่งนี้ เขาก็ไม่ต้องกลัวขอบเขตสร้างรากฐานขั้นปลายอีกต่อไป
แน่นอนว่าของก่อนหน้านี้รวมกันยังไม่ดีเท่ากับยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามเลย
หลังจากยันต์ไปถึงขั้นสูงระดับสอง หากสูงกว่านั้นก็จะถูกเรียกว่ายันต์ศักดิ์สิทธิ์
ไม่ว่ายันต์จะทรงพลังแค่ไหน แต่มันก็เป็นของที่ใช้แล้วทิ้ง
แต่ยันต์ศักดิ์สิทธิ์นั้นต่างออกไป
ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนกับศัสตราศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถใช้ได้หลายครั้ง
หลังจากพลังถูกใช้ไปแล้วก็จำเป็นต้องถ่ายทอดพลังวิญญาณจึงจะใช้ได้อีกครั้ง
แน่นอนว่าการใช้หลายครั้งก็ใช่ว่าจะใช้ได้ผลเสมอไป
ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เลวร้ายที่สุดสามารถใช้ได้ประมาณสามถึงห้าครั้งเท่านั้น ถ้าดีขึ้นหน่อยก็สามารถใช้ได้สิบถึงสิบสองครั้ง
สิ่งสำคัญก็คือ ยันต์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสามสามารถจัดการกับผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตจินตานได้!!!
“อย่างที่คิดเลย ยิ่งขอบเขตสูงเท่าไหร่ คุณภาพของรางวัลก็ยิ่งสูงตามไปด้วย รางวัลในครั้งนี้มียันต์ศักดิ์สิทธิ์เสียด้วย”