ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 2 กลืนกินธาตุสายฟ้า ปลุกพลังหมัด 1.4 ตัน!
บทที่ 2 กลืนกินธาตุสายฟ้า ปลุกพลังหมัด 1.4 ตัน!
“นี่คือ… การชี้นำของพระเจ้างั้นเหรอ?”
“หรือว่าเป็นความสามารถที่ซ่อนอยู่กัน?”
เมื่อฉู่โม่วเห็นข้อความที่ลอยอยู่ตรงหน้า ตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลแต่อย่างใด กลับกัน ชายหนุ่มกำลังวิเคราะห์สิ่งนี้อย่างใจเย็น
การผ่านประสบการณ์อันน่าขมขื่นมานานถึงห้าปี ก่อนจะกลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างคนอื่น มันทำให้สภาพจิตใจของเขาสงบนิ่งมาก แม้จะเจอเรื่องที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนก็ตาม
“ข้อความพวกนี้… โผล่แค่บนตัวของสัตว์อสูรงั้นเหรอ? จะว่าไป ฉันว่าฉันไม่เคยเห็นข้อความแบบนี้ตอนมองไปที่เฉินซีเวยเลยนี่นา”
“แสดงว่ามันมีผลแค่กับสัตว์อสูร… ไม่สิ หรือว่า…”
เขาหันมองไปยังร่างตัวเซเบิลสายฟ้าสีม่วงที่อยู่บนโต๊ะ ก่อนเริ่มหรี่ตาลงพลางบ่นพึมพำเบา ๆ “หรือว่าจะมีผลแค่กับซากศพที่สามารถกินได้แค่อย่างเดียว?”
ตอนนี้ข้อมูลที่พอจะเดาได้นับว่าค่อนข้างน้อย แถมยังช่วยให้ฉู่โม่วเข้าถึงสิ่งที่ต้องการจะรู้ได้เพียงนิด
แต่ไม่ว่าสิ่งนี้จะเป็นอะไร ไม่ว่าจะเป็นความสามารถที่ซ่อนอยู่หรือพระเจ้าชี้ทาง จากเท่าที่เห็นนี้… อย่างไรก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
ฉู่โม่วอยากทดสอบมันมากกว่านี้…
ดังนั้น
ชายหนุ่มตัดสินใจหันหน้าเข้าหาตัวเซเบิลสายฟ้าสีม่วง ยื่นมือออกไปเหนือร่างของมัน และพูดเบา ๆ “กลืนกิน!”
ทันทีที่เสียงของเขาเงียบลง ฝ่ามือของฉู่โม่วก็เปล่งแสงสีทองออกมาห่อหุ้มร่างไร้วิญญาณของตัวเซเบิลสายฟ้าเอาไว้
แสงสีทองนั้นดึงเอาอณูสีทอง ที่มีลักษณะคล้ายละอองออกมาจากเป้าหมาย และเข้ามาในมือของเขา
[การกลืนกินเสร็จสิ้น!]
[ได้รับ ‘ธาตุสายฟ้าระดับ 2’ !]
[ต้องการ ‘หลอมรวม’ หรือไม่?]
พลังธาตุสายฟ้าเหรอ?
แววตาของฉู่โม่วสะท้อนความประหลาดใจ
ตั้งแต่ที่มนุษยชาติเริ่มค้นพบวิธีการดูดกลืนสสารลึกลับที่เกี่ยวข้องกับพลังแห่งสวรรค์และโลกมาพัฒนาร่างกายตนเอง หลังจากนั้นอีกหลายปี การสำรวจกับการพัฒนาก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนในปัจจุบันนี้ พวกเขาสามารถแยกย่อยคุณสมบัติต่าง ๆ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ในที่สุด
โดยทั่วไปแล้ว ร่างกายของผู้ปลุกพลังที่ตื่นขึ้นนั้นจะไม่มีคุณสมบัติพิเศษอะไรแฝงมาด้วย
แค่แบ่งเป็นระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ อ่อนแอ ต่ำ กลาง ไปจนระดับสูง
นอกจากนั้นจะขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของแต่ละคน
พรสวรรค์โดยกำเนิดที่จะทำให้ผู้ปลุกพลังมีความสามารถพิเศษแตกต่างจากไปจากคนอื่น ๆ
ยกตัวอย่างเช่น บนโลกใบนี้มีธาตุหลักอยู่ห้าธาตุ ได้แก่ ดิน น้ำ ทอง ไฟ และไม้ก็จริง แต่โลกยังมีธาตุอื่นอย่าง ลม สายฟ้า และแสงสว่างอยู่อีกด้วย
ถ้าผู้ปลุกพลังคนนั้นสามารถควบคุมความสามารถพิเศษของตัวเองได้อย่างชำนาญ และผสานเข้ากับธาตุที่เหมาะสม
เขาก็จะได้รับคุณสมบัติเพิ่มเติมเมื่อใช้งานความสามารถดังกล่าวด้วย
ไม่ว่าจะเป็นธาตุดินที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังป้องกัน แต่ในขณะเดียวกันก็แข็งแกร่งจนธาตุอื่นเปรียบได้ยาก
หรือธาตุลมที่ประจักษ์แล้วว่าสามารถมอบความคล่องแคล่วว่องไวให้แก่ผู้ถือครองได้
ไม่ว่าจะเป็นธาตุไหนเอง ต่างก็มีความแข็งแกร่งในตัวมันเองทั้งนั้น และเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะธาตุไหนก็สามารถนำไปผสานเข้ากับความสามารถพิเศษได้!
เพราะแบบนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า…
เพียงแค่สามารถปลุกพรสวรรค์ของตนเองขึ้นมาได้ ผู้ปลุกพลังคนนั้นก็จะแข็งแกร่งกว่าผู้ปลุกพลังระดับเดียวกันที่มีแค่พละกำลังทางกายภาพเป็นไหน ๆ!
และด้วยธาตุสายฟ้าระดับสองที่ฉู่โม่วได้มานี้ ก็ทำให้เขามีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้ใช้ธาตุสายฟ้าที่เก่งกาจได้ด้วย!
“หลอมรวม!”
ฉู่โม่วเลือกคำสั่งหลอมรวมอย่างไม่ลังเล
ครืน!
ร่างกายเหมือนถูกฟ้าผ่า สุรเสียงดังกัมปนาทผุดขึ้นจากทั่วร่างราวกับแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางบ่อกักเก็บกระแสไฟฟ้า
เสียงคำรามของสายฟ้าคลั่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกได้ว่ามันกำลังเคลื่อนผ่านอวัยวะทั้งกล้ามเนื้อ หรือกระดูกไป
ความเจ็บปวดอันหาที่เปรียบไม่ได้กัดกินหัวใจของฉู่โม่วตลอดกระบวนการ
ถึงกระนั้น เขายังพยายามกัดฟันสู้ทนโดยไม่ปริปากร้องใด ๆ ทั้งสิ้น
โชคดี…
ที่ความเจ็บปวดดังกล่าวไม่ได้คงอยู่เป็นเวลานาน มันหายไปอย่างรวดเร็วราวกับเป็นมวลน้ำที่ไหลออกจากท่อ เหลือทิ้งไว้เพียงความผ่อนคลายเท่านั้น
หัวใจเต้นแรงดั่งสัญญาณรัวกลอง มันสูบฉีดเลือดที่อัดแน่นไปด้วยพลังใหม่ไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย
ขณะเดียวกัน เขาก็สามารถมองเห็นอัสนีสีม่วงอ่อนปรากฏขึ้นตามผิวหนังทั่วทั้งร่างกายด้วยตาเปล่า
มันใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่ง จึงหายกลับเข้าไปในร่างกายดังเดิม
ฉู่โม่วที่เฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จนกระทั่งมันจบลง เขาทดลองยื่นมือออกไปด้านหน้า
ทำจิตใจให้สงบนิ่ง
ทันใดนั้น สายฟ้าสีม่วงก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา!
“สำเร็จ!”
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อของฉู่โม่วแสดงความดีใจออกมาชนิดไม่สามารถปกปิดไว้ได้
“ต้องไปทดสอบสักหน่อยแล้ว!”
หลังจากที่ปรับปรุงธาตุสายฟ้าที่เพิ่งรับมาให้เข้าที่เข้าทางได้แล้ว เขาพลันรับรู้ได้ทันทีในความรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นแล้ว… ยิ่งทำให้ร้อนใจอยากจะทดสอบมันเสียเหลือเกิน!
เนื่องจากเฉินซีเวยนั้นต้องฝึกฝนวรยุทธ์ ดังนั้นเธอจึงจำเป็นต้องออกกำลังกายและฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ภายในบ้านของพวกเขาจึงมีห้องสำหรับฝึกซ้อมการต่อสู้แบบพิเศษถูกสร้างเอาไว้ด้วย
ภายในห้องฝึกซ้อม
นอกจากเครื่องมีสำหรับซ้อมการต่อสู้แล้ว มันยังมีเครื่องสำหรับทดสอบความแข็งแกร่งถูกติดตั้งเอาไว้ให้เห็นอย่างสง่า
เจ้าเครื่องทดสอบที่ว่านั้นมีลักษณะเป็นเหมือนแท่นหินที่สูงราว ๆ สองเมตร และที่ด้านบนสุดของมันมีจอแสดงผลติดตั้งอยู่
สิ่งนี้ไม่ใช่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยอณูแห่งชีวิต
มูลค่าของมันเองก็จัดว่าสูงมากทีเดียว
เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า มีเพียงผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถครอบครองมันได้
แต่ด้วยความที่ศักยภาพของเฉินซีเวยจัดอยู่ในระดับสูงจึงได้รับการสนับสนุนจากสถาบัน เธอจึงได้สิทธิ์พิเศษในการนำเครื่องมือนี้มาใช้เป็นการส่วนตัวได้
ตอนนั้นเอง
ที่เครื่องทดสอบความแข็งแกร่ง มีผลลัพธ์การทดสอบเพียงแค่แถวเดียวเท่านั้น
3.79 ตัน!
“เครื่องทดสอบความแข็งแกร่งนี่เป็นแค่ด่านแรกเท่านั้น ระดับสูงสุดที่เครื่องนี้สามารถรับได้ก็คือ 4.53 ตัน ซึ่งถือเป็นระดับทั่วไปของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้น เฉินซีเวยสามารถสร้างแรงต่อยได้มากกว่า 3.63 ตันเข้าไปแล้ว… อีกไม่นานเธอเองก็น่าจะเป็นจอมยุทธ์ได้แล้วแน่ ๆ!”
เห็นผลการทดสอบที่แสดงออกมานั่นแล้วฉู่โม่วก็หรี่ตาลง
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเฉินซีเวยถึงกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่ทางสถาบันต้องทะนุถนอมไว้ขนาดนั้น!
จอมยุทธ์ เป็นหนึ่งในสามขั้นของผู้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ หรือ วรยุทธ์ ซึ่งแบ่งออกเป็น ผู้ฝึกยุทธ์ จอมยุทธ์ และปรมาจารย์ยุทธ์
การที่สามารถบรรลุเข้าสู่การเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีนั้นจัดว่าเก่งกาจมากทีเดียว!
เฉินซีเวยอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น! ดังนั้นจึงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า เธอคือผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง!
“พลังของฉันจะแข็งแกร่งขนาดไหนนะ? หมัดของฉันจะได้สักกี่ตัน?”
ฉู่โม่วคิดก่อนจะสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ
เขากำหมัดแน่นก่อนจะต่อยเข้าไปที่เครื่องทดสอบตรงหน้าเต็มแรง
ตึง!
หลังแรงสั่นสะเทือน จอแสดงผลที่อยู่ด้านบนสุดของแป้นก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับตัวเลขแสดงพลังหมัดที่พุ่งทะยานมาอย่างรวดเร็ว
0.69 ตัน!
เห็นค่าตัวเลขเช่นนี้ ฉู่โม่วก็ดูตกใจจนออกนอกหน้า
นั่นเพราะเขาเพิ่งจะปลุกความสามารถในตัวขึ้นมาได้เท่านั้น การที่ได้พลังหมัดที่สูงขนาดนี้ ถือได้ว่าเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนชนิดเทียบไม่ติด!
“ต่อไป ลองเพิ่มพลังของธาตุสายฟ้าลงไปดูแล้วกัน!”
ชายหนุ่มหรี่ตาลงอีกครั้งก่อนจะเริ่มเค้นเอาธาตุสายฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายให้ไปรวมอยู่ที่กำปั้น เมื่อทำได้แล้ว เขาก็ปล่อยหมัดเข้าใส่เครื่องทดสอบความแข็งแกร่งอีกครั้ง
ตึง!
ด้วยกระแสไฟฟ้าสีม่วงที่ไหลเวียนอยู่ในมือ ทันทีที่มันเข้าปะทะกับแท่นหินเบื้องหน้า กระแสไฟฟ้าเหล่านั้นก็ช็อตใส่แท่นหินแทน
ทันใดนั้นเอง
เครื่องทดสอบก็สั่นอีกครั้ง คราวนี้มันสั่นแรงขึ้นจนตัวเลขของการทดสอบรอบก่อนหน้าหายไป ก่อนแทนที่ด้วยค่าวัดใหม่ที่สูงถึง 1.4 ตัน!
สิ่งนี้ทำเอาฉู่โม่วถึงกับเหงื่อตก
1.4 ตัน!
เขาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นไปกับค่าวัดที่สูงลิ่ว
หนึ่งจุดสี่ตันเลยนะ!
ความแข็งแกร่งระดับนี้ มันเทียบเท่าได้กับผู้ปลุกพลังระดับกลางเลย!
“ความสามารถของธาตุสายฟ้านี่ช่างน่ากลัวจริง ๆ!”
“แค่ปลุกความสามารถให้ตื่นขึ้นมาได้ ก็สามารถต่อยได้รุนแรงถึง 0.69 ตัน และเพียงแค่เสริมพลังของธาตุสายฟ้าเข้าไป พลังหมัดก็เพิ่มขึ้นเกือบจะเท่าตัว!”
“แถมธาตุสายฟ้านี้ยังเป็นแค่ระดับ 2 ด้วย ถ้าหากฉันสามารถหาธาตุสายฟ้าระดับที่ 2 หรือสูงกว่ามาเพิ่มพลังได้ มันจะขนาดไหนกันนะ!?”
ฉู่โม่วกำหมัดแน่นอีกครั้ง ภายในใจเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
คิดได้ดังนั้น ภาพของร่างตัวเซเบิลสายฟ้าสีม่วงที่วางอยู่บนโต๊ะก็ลอยกลับเข้ามาในหัว
“ลองดูซิว่าจะกลืนกินเพิ่มได้ไหม!”
ฉู่โม่วเดินออกจากห้องฝึกซ้อม ก่อนจะรีบกลับไปหาร่างไร้วิญญาณของตัวเซเบิลสายฟ้าอีกครั้ง แล้วยื่นมือไปทำแบบเดียวกับตอนก่อนหน้า “กลืนกิน!”
แสงสีทองพลันเปล่งออกจากฝ่ามืออีกครั้ง มันห่อหุ้มร่างของเป้าหมายและนำมาซึ่งลูกแก้วสีแดงเล็ก ๆ ลูกหนึ่ง
[กลืนกินเสร็จสิ้น!]
[ได้รับ]
…