ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 722 ฟางผิงที่อยู่ทุกหนทุกแห่ง (3)
ทะเลาะกันยกใหญ่แล้ว เรื่องราวก็จบลงไปแบบนี้
ไม่ถึงตอนที่แตกหักกันอย่างถึงที่สุด พวกเฟิงเมี่ยเซิงก็ไม่อาจลงมือจริงๆ เช่นกัน
ฝูงชนไม่นานก็แยกย้ายกันไป
ระหว่างที่เฟิงเมี่ยเซิงเดินกลับก็เอ่ยว่า “ขุยหมิง อีกเดี๋ยวไปรอข้าที่โถงเฟิงเย่!”
“ขอรับ!”
เฟิงเมี่ยเซิงไม่มากความอีก สาวเท้าไปอย่างรวดเร็ว
ฟางผิงครุ่นคิดในใจ นี่เป็นเรื่องดีหรือแย่กันแน่?
—
ในเวลาเดียวกัน
ตำหนักจักรพรรดิ
เจ้าราชสำนักพิงตัวกับเก้าอี้ คลี่ยิ้มว่า “ขุยหมิง…ขุนพลเขตแดนข้างนอกคนหนึ่ง ก่อคลื่นลมหลายครั้งแล้ว อันเอ๋อร์ ทำให้ข้าผิดหวังอีกแล้ว ในเมื่อจะฆ่าเขา นั่นก็ควรฆ่าให้ตาย ตอนนี้นึกไม่ถึงว่าจะก่อเรื่องจนทหารเทียนจื๋อได้รับผลกระทบไปด้วย”
เจ้าราชสำนักถอนหายใจเบาๆ หลีอันทำให้เขาผิดหวังอยู่บ้างจริงๆ
ฆ่าขุนพลคนหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าจะกระตุ้นคลื่นลมไปทั่วทั้งเมือง
ไม่ใช่แค่นี้ กระทั่งผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายฮวาฉีเต้ายังติดร่างแหไปด้วย
ตอนนี้ตรงหน้าเจ้าราชสำนักไม่ใช่ใครอื่น
ยอดฝีมือที่ดูเหมือนยังอายุน้อย หรือก็คือฮวาฉีเต้าที่พวกฟางผิงเห็นบนกำแพงเมืองก่อนหน้านี้ก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน
รอเจ้าราชสำนักพูดจบแล้ว ฮวาฉีเต้าก็เอ่ยเรียบนิ่งเฉกเช่นปกติว่า “ราชา ตระกูลเฟิงคิดจะแทนที่ตำแหน่งข้า ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเหมือนกัน! หากเฟิงจิ่วเฉิงมีชีวิตอยู่ยังอาจมีหวัง แต่เฟิงจิ่วเฉิงตายในพื้นที่ระหว่างเขตแดนแล้ว ตระกูลไม่มีใครมีคุณสมบัติ!”
เจ้าราชสำนักคลี่ยิ้มว่า “พูดแบบนี้ ยังต้องขอบคุณฟางผิงน่ะสิ?”
เจ้าราชสำนักหยอกเล่นอยู่บ้าง หัวเราะเบาๆ เอ่ยว่า “จะว่าไปแล้ว บางทีอาจต้องขอบคุณฟางผิงเหมือนกัน เจ้าเด็กน่าสนใจ เพระเขา ราชาไหวถึงกับต้องเสียทั้งเขตแดนสิบแปดทางใต้! เพราะเขา แม่ทัพสวรรค์ใต้อำนาจราชาเฟิงบาดเจ็บล้มตายจนแทบเกลี้ยง ทั้งเพราะเขา เฟิงเมี่ยเซิงก็ได้รับคำวิจารณ์อย่างหนัก ราชสำนักเทียนมิ่งบรรลุข้อตกลงร่วมกับราชสำนักเร็วขนาดนี้ เขาก็มีความดีความชอบไม่น้อย…ฉีเต้า เจ้าว่าข้าควรจะขอบคุณเขาหรือเปล่า?”
ฮวาฉีเต้าเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง “ราชา ฟางผิงถึงขั้นอารยะแล้วเหมือนกัน ถูกสงสัยว่าเป็นราชาปีศาจกลับมาเกิด จำเป็นต้องป้องกันไว้! หากเขาเดินในสามเส้นทางขึ้นมาได้จริงๆ…”
“ง่ายขนาดนั้นที่ไหนกัน!”
เจ้าราชสำนักหัวเราะเบาๆ เอ่ยหยอกว่า “ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาเดินในสามเส้นทางได้จริงๆ แล้วจะยังไงต่อ? สงครามของเหนือราชาไม่เกี่ยวข้องกับข้า อย่าลืมว่าสี่ตำหนักเหนือราชาแดนเทพ เหนือราชามีนับร้อย! เดินในสามเส้นทาง จะฆ่าได้กี่คนกัน? ยิ่งเป็นแบบนี้ ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้เหนือราชาแดนเทพจับตาเฝ้าระวัง มองเป็นศัตรู…ถึงเวลานั้น จะช้าจะเร็วก็ตายอยู่ดี! บางทีแบบนี้ยิ่งดีกว่า…ตำหนักเหนือราชาแข็งแกร่งเกินไป เหนือราชามากเกินไป…ฉีเต้า ทำลายดินแดนแห่งการเกิดใหม่ ยังต้องการเหนือราชามากมายขนาดนั้นหรือไง?”
ฮวาฉีเต้าหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย!
เจ้าราชสำนักเอ่ยเรียบนิ่ง “ไม่ต้องการ!”
เหนือราชามากมายขนาดนั้น มีศัตรูยังคงเป็นเรื่องดี ไม่มีศัตรู นั่นก็แย่แล้ว!
ตอนนี้ศัตรูอยู่ข้างหน้า ตำหนักเหนือราชายังไม่อาจจำกัดได้
ไม่ต้องพูดถึงหลังจากกำราบดินแดนแห่งการเกิดใหม่แล้ว!
เหนือราชานับร้อย ทางที่ดีตายไปเหลือไว้แค่ไม่กี่คนพอ แน่นอนว่าอันดันแรกต้องทำลายดินแดนแห่งการเกิดใหม่ก่อน
แบบนี้แล้วถึงจะมีผลดีต่อราชสำนัก!
เก้าตำหนัก…นั่นเดิมทีก็ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของราชสำนัก!
เก้าตำหนัก เป็นแค่องค์กรของราชสำนัก ราชสำนักถึงจะเป็นใจกลาง ไม่ใช่ตำหนักเหนือราชาเป็นใจกลาง ราชสำนักเป็นแค่หุ่นเชิด
เจ้าราชสำนักมีความทะเยอทะยานอันแรงกล้า!
เขาไม่ยินดีจะเป็นเจ้าราชสำนักหุ่นเชิดคนหนึ่ง!
ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ถึงจะเป็นโอกาส
ถ้าดินแดนแห่งการเกิดใหม่อ่อนแอเกินไปจริงๆ กลับอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป อ่อนแอเกินไป โจมตีครั้งเดียวก็แตกพ่าย งั้นเหนือราชาของตำหนักเหนือราชาพวกนั้นยังจะไม่เหนือกว่าเขาไปอีกหรือไง?
กลับกัน มีกำลังทัดเทียมกันเป็นเรื่องดีกว่า
ส่วนเหนือราชาตายไปเท่าไหร่ ผู้ฝึกยุทธ์ตายไปเท่าไหร่ นั่นแล้วยังไง?
เวลานั้นหลังจากสงครามครั้งนั้น ยอดฝีมือแดนเทพสูญเสียแทบไม่เหลือ ไม่นานก็มีคนมาเติมเต็มช่องว่างไม่ใช่หรือไง
มีแดนเทพอยู่ งั้นทุกอย่างก็ไม่มีปัญหาแล้ว
เจ้าราชสำนักเอ่ยออกไปส่งๆ ไม่พูดเรื่องนี้อีกเหมือนกัน เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่อตระกูลเฟิงจับจ้องตำแหน่งของเจ้า งั้นสิบวันให้หลัง เจ้าก็หลีกทางออกมาซะ!”
“ราชา!”
“ขว้างกระดูกออกไปหนึ่งชิ้น ให้พวกเขาไปแย่งกัน!”
เจ้าราชสำนักเอ่ยอย่างเยือกเย็น “ผู้ที่จับจ้องตำแหน่งผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายไม่ได้มีแค่ตระกูลเฟิง! ต่างหมายตากันทั้งนั้น! พวกเขาไม่เอ่ยถึง ข้าก็อยากส่งให้ตระกูลเฟิงอยู่ดี! ตำแหน่งผู้บัญชาการฝ่ายซ้ายส่งให้เขา หากตำแหน่งผู้บัญชาการกลางพวกเขาอยากได้ ก็ส่งให้พวกเขาเหมือนกัน! ในเมื่อตกต่ำ นั่นก็ต้องข่มกลั้น! สงครามใหญ่กำลังจะมาถึง ในเมื่อคนพวกนี้ยินดีอยากจะได้ตำแหน่งนี้ก็มอบให้พวกเขาไปทั้งหมด ให้พวกเขาไปห้ำหั่นกันเอง”
ฮวาฉีเต้าไม่ยินยอมอยู่บ้าง ครุ่นคิดแล้วก็ถามว่า “ราชา อาการบาดเจ็บของท่าน...”
“ไม่รีบ มีโอกาสอยู่ แม้จะไม่สามารถฟื้นฟูก็ไม่เป็นไร แม่ทัพสวรรค์ฝ่ายขวายังอยู่ เจ้ายังอยู่ นั่นก็คือโอกาส!”
เจ้าราชสำนักยิ้มอย่างเรียบนิ่ง ไม่นานก็เอ่ยว่า “ฟางผิงเป็นมารของเฟิงเมี่ยเซิง ขุยหมิงใกล้จะเป็นมารของอันเอ๋อร์แล้ว สิบวันให้หลัง จัดการสักหน่อย ให้อันเอ๋อร์ฆ่าขุยหมิงซะ เสียหน้า เสียตำแหน่งผู้บัญชาการฝ่ายซ้าย เสียทั้งหมด…ฆ่าขุนพลหนึ่งคน ไม่มีใครคัดค้านหรอก! แบบนี้ก็ดี ให้อันเอ๋อร์และเจ้าคนเมื่อก่อนหายไป”
“ฉีเต้าเข้าใจแล้ว!”
ฮวาฉีเต้าขานรับ ก่อนจะเอ่ยว่า “ราชา ยังมีจ้าวซิ่งอู่อยู่ทางนั้น จะจัดการยังไง?”
“จ้าวซิ่งอู่…”
เจ้าราชสำนักเคาะบนบัลลังก์เบาๆ หลังจากนั้นสักพักก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เกือบลืมเขาไปแล้ว ฉีเต้า เจ้าว่าถ้าจ้าวซิ่งอู่กลายเป็นผู้บัญชาการฝ่ายซ้าย จะน่าสนใจยิ่งขึ้นหรือเปล่า?”
“ราชา!”
“จ้าวซิ่งอู่…ผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่!”
เจ้าราชสำนักพึมพำว่า “ฝ่ายซ้าย…ฝ่ายซ้ายโยนไปละกัน ฝ่ายกลางและฝ่ายขวาที่ไม่เชื่อฟังพวกนั้นโยนไปฝ่ายซ้ายทั้งหมด! คนของพวกราชาเฟิงส่งเข้าไปในนั้น! ให้พวกเขากัดกันเอง จ้าวซิ่งอู่เกรงว่าอยากจะคว้าโอกาสแบบนี้เหมือนกัน ควบคุมทหารเทียนจื๋อหนึ่งแสนนาย โอกาสดีขนาดนี้! ถ้าสามารถหลอกฆ่าทหารเทียนจื๋อหนึ่งแสนนายได้ เกรงว่าเขาคงจะยินดีทำ…ช่วยพวกเราเก็บกวาดสิ่งสกปรกพวกนี้ก็ดีเหมือนกัน”
“ราชา ท่านหมายถึง?”
“ไม่ว่าจะใช่หรือเปล่า ไม่จำเป็นต้องสนใจ”
เจ้าราชสำนักไม่ใส่ใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าจ้าวซิ่งอู่ควบคุมฝ่ายซ้าย นั่นก็น่าสนใจแล้ว ในอนาคตบางทีคนของราชาเฟิงพวกนี้อาจจะเสียเปรียบเพราะเขา แต่พวกราชาเฟิงคงไม่เชื่อใจเขาอย่างเต็มร้อย ไว้ค่อยดูเถอะ ไม่ว่าจะเป็นยังไง ให้จ้าวซิ่งอู่ได้เปรียบ บางทีอาจจะเป็นเรื่องดี เทียบกับพวกราชาเฟิงยังดียิ่งกว่า มอบให้คนของราชาเฟิง นั่นยังต้องระวังฝ่ายซ้ายกลายเป็นคนของราชาอย่างแท้จริง แต่มอบให้ผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนเกิดใหม่…จะมีคนเชื่อใจหรือไง? วุ่นวายไปเถอะ วุ่นวายหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
“ฉีเต้าเข้าใจแล้ว”
“ไปเถอะ”
“…”
—
จวนราชาเฟิง
เฟิงเมี่ยเซิงมองฟางผิงอยู่ยกใหญ่ ยกแก้วชาขึ้นจิบหนึ่งคำ เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเกิดเรื่องวันนี้ขึ้น เจ้าราชสำนักต้องฆ่าเจ้าอย่างแน่นอน!”
“ข้าทราบดี!”
“งั้นเจ้ายังกล้าลากทหารเทียนจื๋อลงน้ำโคลนมาอีก”
“ในเมื่อข้าติดตามองค์ชายก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนที่พึ่งพิงเช่นกัน เดิมทีก็ล่วงเกินหลีอันแล้ว นั่นก็ล่วงเกินเจ้าราชสำนักไปพร้อมกัน! ข้าเชื่อว่าองค์ชายต้องกลายเป็นเจ้าราชสำนักได้แน่!”
เฟิงเมี่ยเซิงหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยด้วยใบหน้าเยียบเย็น “ข้าสั่งให้เจ้าทำ เจ้าถึงจะสามารถทำได้! ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าทำ ครั้งหน้าหากตัดสินใจโดยพลการอีก อย่าโทษว่าข้าไร้เมตตา! ไสหัวไป ไม่ถึงระดับสูง เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติวางกลอุบายแทนข้า!”
“ข้าขอตัว!”
ฟางผิงไม่สนใจแม้แต่น้อย กลับเผยสีหน้าดีใจ แทบจะปกปิดอาการไม่มิดด้วยซ้ำ
รอฟางผิงออกไปแล้ว เฟิงเมี่ยเซิงค่อยยิ้มขึ้นมา เอ่ยว่า “เฟิงเจ๋อ เป็นอย่างไร?”
ข้างหลังนั้น ยอดฝีมือขั้นแปดคนหนึ่งปรากฏกายขึ้น เอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ใจกล้าดีเดือด ความรู้ไม่ตื้นเขิน แต่ยังคงมีจุดบกพร่องใหญ่ ฝีมือไม่เพียงพอ ถ้าหากองค์ชายให้ความสำคัญ สามารถประทานของล้ำค่าบางอย่างได้ วันหน้าควบคุมราชสำนัก บางทีอาจจะมีประโยชน์”
เฟิงเมี่ยเซิงคล้ายจะคิดอะไรสักอย่าง เอ่ยว่า “ครั้งหน้าไปแดนรบราชา ต้องพาเขาไปด้วย!”
“งั้นทางทหารเทียนจื๋อ…”
“ไม่ต้องสนใจ!”
เฟิงเมี่ยเซิงเอ่ยอย่างดูแคลน “ตอนนี้ทหารเทียนจื๋อไม่ได้เหมือนทหารเทียนจื๋อเมื่อก่อนแล้ว!”
เฟิงเจ๋อไม่พูดต่ออีก เฟิงเมี่ยเซิงกลับเอ่ยว่า “ขุยหมิงกลับทำให้ข้านึกถึงคนหนึ่ง…”
ชั่วพริบตานั้น จู่ๆ เฟิงเมี่ยเซิงก็รู้สึกว่าขุยหมิงเหมือนฟางผิงอยู่บ้าง!
ไม่ใช่อะไร ความสามารถในการใส่ร้ายคนอื่นเหมือนกับฟางผิงไม่มีผิด!
ตอนที่ขุยหมิงตะโกนวิ่งหนีตายมาหาเขา เขาคล้ายกับมองเห็นฟางผิงในตอนแรก
เฟิงเมี่ยเซิงส่ายหัวเบาๆ แววตาเผยความเย็นเยียบ พึมพำว่า “ฟางผิง…ไม่ช้าก็เร็วจะฆ่าเจ้า!”
————–