ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 110 โอกาสในการกราบเข้ายอดเขาโอสถ!
ทว่าเมื่อได้ไข่หยกใบนี้มา กู้หย่วนก็ถือว่าได้รับสัตว์อสูรวิญญาณคุณภาพระดับสีทองมาครอบครอง
เมื่อใดที่ฟักออกมา ไม่เพียงแต่จะเป็นกำลังรบสำคัญให้เขา แต่ยังจะทำให้เขาได้รับพรสวรรค์ที่น่าทึ่งบางอย่างมาด้วย
“ไม่ต้องเกรงใจ นี่คือสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับอยู่แล้ว”
เมื่อไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวที่เฝ้ารอคอยมาเนิ่นนานถูกฟักออกมาได้สำเร็จ อารมณ์ของฉินหงซิ่วก็เบิกบานเป็นอย่างมาก พาลให้มองกู้หย่วนที่อยู่ตรงหน้าดูเจริญหูเจริญตาขึ้นเป็นกอง
นางปรายตามองป้ายเหล็กยืนยันตัวตนที่เอวของกู้หย่วน แววตาฉายแววสงสัยเล็กน้อย
“เจ้าเป็นศิษย์ของยอดเขาโอสถงั้นรึ?”
กู้หย่วนส่ายหน้า
“ไม่ใช่ขอรับ ท่านเทพธิดาเข้าใจผิดแล้ว ข้าเป็นเพียงคนเก็บสมุนไพรของหออวี้ติ่งเท่านั้น”
ฉินหงซิ่วพยักหน้าเบาๆ นางเก็บตัวอ่อนของผีเสื้อกระบี่เงาเขียวเข้าไปในถุงสัตว์วิญญาณ จากนั้นก็หยิบป้ายไม้ท้อสีแดงชาดชิ้นหนึ่งส่งให้กู้หย่วน
“พรสวรรค์ในการเลี้ยงดูสัตว์อสูรวิญญาณของเจ้าถือว่ายอดเยี่ยมมาก วันข้างหน้าข้าอาจจะมีเรื่องให้เจ้าช่วยเหลือ นี่คือของแทนตัวจากเขาหลานเค่อของข้า และยังเป็นยันต์สื่อสารด้วย หากเจ้าพบเจอเรื่องสำคัญอันใด ก็สามารถใช้ของสิ่งนี้ตามหาข้าได้”
ความสามารถในการเลี้ยงดูสัตว์อสูรวิญญาณของกู้หย่วน นางได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่ายอดเยี่ยมเพียงใด ขนาดไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวที่ใกล้จะตายอยู่รอมร่อ เขาก็ยังสามารถฟักมันออกมาได้
สิ่งนี้ทำให้นางตัดสินใจมอบป้ายไม้สื่อสารให้กับกู้หย่วน หากวันข้างหน้าบังเอิญเจอเรื่องทำนองนี้อีก ก็จะได้มาขอให้กู้หย่วนช่วยเหลือ
“ขอบพระคุณท่านเทพธิดาขอรับ”
เขาหลานเค่อ… กู้หย่วนรับของมาอย่างระมัดระวัง แม้ในใจจะสงสัย แต่ก็ลอบจดจำชื่อเขาหลานเค่อเอาไว้ในใจ
เมื่อมีป้ายไม้สื่อสารชิ้นนี้ เขาก็ถือว่าได้สานสัมพันธ์กับเขาหลานเค่อแห่งนี้แล้ว
หากภายภาคหน้าเขาไม่สามารถกราบเข้ายอดเขาโอสถ เพื่อเรียนรู้เคล็ดวิชาแท้จริงวิถีมรรคได้ เขาก็สามารถลองหาลู่ทางจากเขาหลานเค่อแห่งนี้แทนได้เช่นกัน
แต่สำหรับชื่อเขาหลานเค่อนี้ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กู้หย่วนก็ตัดสินใจเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ขอเรียนถามท่านเทพธิดา เขาหลานเค่อที่ท่านเพิ่งกล่าวถึง ใช่สำนักเซียนใหญ่โตอย่างยอดเขาโอสถหรือไม่ขอรับ?”
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”
ฉินหงซิ่วปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เขาหลานเค่อไม่ใช่สำนักเซียนใหญ่โตอะไรหรอก แต่เป็นถ้ำพำนักบำเพ็ญเพียรของข้าเอง ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเทือกเขาอวิ๋นเมิ่ง ส่วนตัวข้านั้น ก็ไม่ใช่ศิษย์จากสำนักใหญ่อะไร แต่เป็นเพียงผู้ฝึกตนอิสระ”
ถ้ำพำนักบำเพ็ญเพียร? ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเทือกเขาอวิ๋นเมิ่ง?
ในใจของกู้หย่วนสั่นสะท้าน ยิ่งรู้สึกว่าแม่นางฉินที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
เทือกเขาอวิ๋นเมิ่งกว้างใหญ่ไพศาลไร้ขอบเขต ทอดยาวครอบคลุมพื้นที่ถึงหกแคว้นในแดนใต้ภายในไม่เพียงแต่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งกำเนิดของสมุนไพรวิญญาณ ดอกไม้ประหลาด แร่หินวิญญาณ โลหะวิเศษ และของวิเศษระดับฟ้าดินมากมาย แต่ยังเต็มไปด้วยสถานที่อันตรายสุดหยั่งคาด
ลึกเข้าไปภายในนั้น ยังมีภูตผีปีศาจและมหาอสูรที่มีพลังเทียบเท่ากับขอบเขตเทียนเหรินหรือขั้นหรูเซิ่งอยู่อีกมากมาย
ยิ่งไปกว่านั้น ว่ากันว่ายังมีราชันย์อสูรที่บำเพ็ญเพียรจนจำแลงกายเป็นมนุษย์ และหมายจะบรรลุวิถีเป็นเซียนอสูรซ่อนตัวอยู่อีกด้วย!
กระทั่งสำนักเซียนใหญ่อย่างยอดเขาโอสถ หรือนิกายกู่เสิน ก็ยังก่อตั้งสำนักอยู่บนพื้นที่ที่มีพลังปราณหนาแน่นภายในเทือกเขานี้
การที่นางสามารถตั้งถ้ำพำนักอยู่ในสถานที่ที่อันตรายเช่นนี้ ซ้ำยังสามารถยืนหยัดอยู่ได้ แม่นางฉินผู้นี้ต้องมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เก้าในสิบส่วนคงเป็นยอดฝีมือผู้ฝึกตนอิสระที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงส่งลิบลิ่ว!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้หย่วนก็รีบประสานมือคารวะ
“เสียมารยาทแล้ว ที่แท้ผู้อาวุโสก็เป็นผู้ฝึกตนอิสระนี่เอง… จริงสิ ข้ามีคำถามข้อหนึ่ง ไม่ทราบว่าจะขอคำชี้แนะจากผู้อาวุโสได้หรือไม่ขอรับ?”
“ข้าไม่ชอบคำเรียกขานว่าผู้อาวุโสเลย”
น้ำเสียงของฉินหงซิ่วเย็นชาขึ้นเล็กน้อย
“พูดมาเถอะ มีปัญหาอะไร”
ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะเป็นสตรีที่อายุมากแค่ไหน ก็ล้วนไม่ชอบให้ใครมาเรียกตัวเองว่าแก่สินะ… กู้หย่วนลอบคิดในใจ ก่อนจะโอนอ่อนผ่อนตาม กลับไปใช้คำเรียกขานเดิมทันที
“ไม่ปิดบังท่านเลย ข้าน้อยมีชาติกำเนิดธรรมดา ตอนนี้อยู่ห่างจากขอบเขตเทียนเหรินอีกไม่ไกลนัก แต่เพราะขาดแคลนเคล็ดวิชาแท้จริงวิถีมรรค จึงตั้งใจจะกราบเข้ายอดเขาโอสถ ทว่าข้ามีความรู้เกี่ยวกับยอดเขาโอสถน้อยมาก จึงอยากจะขอคำชี้แนะจากท่านเทพธิดาสักหน่อยขอรับ”
ฉินหงซิ่วประหลาดใจเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่ากู้หย่วนจะถามคำถามนี้ นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถ่ายทอดสิ่งที่ตนรู้ให้ฟัง
“ยอดเขาโอสถเป็นสำนักเซียนที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นฉินโจว ภายในสำนักมีความเชี่ยวชาญหลักอยู่สองแขนง คือการปลูกสมุนไพรวิญญาณและการหลอมโอสถ ธุรกิจของพวกเขาครอบคลุมไปทั่วทั้งหกแคว้นในแดนใต้หออวี้ติ่งที่เจ้าสังกัดอยู่ ก็เป็นหนึ่งในกิจการของพวกเขาเช่นกัน”
“คัมภีร์วิถีเต๋าและวิชาอาคมอิทธิฤทธิ์ของยอดเขาโอสถ ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในธาตุไม้และธาตุไฟ คัมภีร์หลักของสำนักอย่างคัมภีร์จ้าวโอสถ คัมภีร์วิเศษจุดศูนย์รวมหยางม่วง และคำอธิบายแท้จริงวิถีลี้ลับเตาหลอมโอสถล้วนเป็นคัมภีร์วิถีเต๋าระดับสวรรค์ที่ชี้ตรงสู่ขอบเขตวิญญาณต้นกำเนิดเซียนแท้จริง (หยวนเสินเจินเซียน) แม้จะไม่ใช่คัมภีร์วิถีเต๋าระดับสุดยอดของโลก แต่ก็ถือเป็นมรดกสืบทอดที่หาได้ยาก ว่ากันว่าคัมภีร์เหล่านี้เคยสร้างวิญญาณต้นกำเนิดเซียนแท้จริงมาแล้วทั้งสิ้น”
พูดถึงตรงนี้ ฉินหงซิ่วก็ปรายตามองกู้หย่วนแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า
“แต่ทว่า สภาพร่างกายของเจ้าเอนเอียงไปทางธาตุน้ำ คัมภีร์หลักไม่กี่เล่มนี้ คงจะไม่ค่อยเหมาะสมกับเจ้าสักเท่าไหร่หรอก”
กู้หย่วนหัวเราะขื่น
“ท่านเทพธิดาประเมินข้าสูงเกินไปแล้วขอรับ ข้ามีคุณธรรมความสามารถอันใด ถึงจะได้ครอบครองคัมภีร์หลักเหล่านั้น ข้าเพียงแค่หวังว่าจะได้เคล็ดวิชาแท้จริงวิถีมรรคที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อให้ข้าสามารถหล่อหลอมรากฐานวิถีมรรรคระดับสูงได้ เพียงเท่านี้ก็เกินพอแล้วขอรับ”
ฉินหงซิ่วพยักหน้า
“อย่างไรเสีย ยอดเขาโอสถก็เป็นสำนักเซียนใหญ่ที่สืบทอดมานับหมื่นปี ได้รับสืบทอดวิถีแห่งเตาหลอมโอสถจากยุคบรรพกาลมาบางส่วน ภายในหอตำราของพวกเขาย่อมต้องมีคัมภีร์วิถีเต๋าธาตุน้ำเก็บรวบรวมไว้ไม่น้อยแน่ หากเจ้ามีความตั้งใจเพียงเท่านี้ ก็นับว่าเหมาะสมอยู่”
เมื่อเห็นกู้หย่วนมีสีหน้าครุ่นคิด นางจึงเอ่ยต่อ
“ความจริงแล้ว การปรากฏตัวของตำหนักเซียนมังกรชาดในครั้งนี้ ยอดเขาโอสถจะต้องส่งบุคคลระดับผู้อาวุโสลงเขามาอย่างแน่นอน เพราะภายในตำหนักเซียนมังกรชาดมีสมุนไพรวิญญาณ คัมภีร์วิถีเต๋า และของวิเศษธาตุไฟอยู่มากมาย ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อคนของยอดเขาโอสถอย่างยิ่ง และนี่แหละ คือโอกาสของเจ้า!”
“แต่เจ้าจงจำไว้ ภายในยอดเขาโอสถ แบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจใหญ่ คือฝ่ายตระกูลผู้บำเพ็ญเพียรและฝ่ายสำนัก ทั้งสองฝ่ายมักจะมีความขัดแย้งกันอยู่เสมอ หากเจ้าคิดจะกราบเข้ายอดเขาโอสถ ด้วยฐานะของเจ้า คงยากที่จะได้รับการยอมรับและให้ความสำคัญจากฝ่ายตระกูลผู้บำเพ็ญเพียร ดังนั้น ทางที่ดี เจ้าควรจะหาลู่ทางจากฝ่ายสำนักจะดีกว่า”
กู้หย่วนจดจำคำพูดเหล่านี้ไว้ในใจอย่างแม่นยำ ก่อนจะประสานมือคารวะด้วยสีหน้าจริงจัง
“ขอบพระคุณท่านเทพธิดาที่ช่วยชี้แนะขอรับ! วันข้างหน้าหากท่านมีสิ่งใดให้รับใช้ ข้าน้อยจะไม่มีวันปฏิเสธเด็ดขาด”
สิ่งที่ฉินหงซิ่วบอกกล่าวมา สำคัญต่อเขามากจริงๆ
หากยังไม่ทันได้สืบรู้สถานการณ์ภายในยอดเขาโอสถให้กระจ่าง แล้วบุ่มบ่ามไปขอฝากตัวเป็นศิษย์ เกรงว่าท้ายที่สุดแล้ว อีกฝ่ายคงไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาด้วยซ้ำ
เมื่อได้ข้อมูลจากแม่นางฉินผู้นี้ ผนวกกับสิ่งที่เฒ่าเฉินเคยแย้มๆ ให้ฟังก่อนหน้านี้ ในใจของกู้หย่วนก็พอจะมีแผนการบางอย่างขึ้นมาบ้างแล้ว
…
หลังจากที่ฉินหงซิ่วชี้แนะกู้หย่วนเสร็จ นางก็จากไปอย่างรวดเร็ว คาดว่าคงรีบไปจัดการป้อนอาหารตัวอ่อนของผีเสื้อกระบี่เงาเขียว
ส่วนกู้หย่วนก็ไม่ได้รั้งอยู่ที่เดิมนานนัก เขารีบเดินทางกลับไปยังที่พักในเมืองเป่ยเหลียงอย่างรวดเร็ว
หลังจากพูดคุยสัพเพเหระกับบิดามารดาอยู่สองสามประโยค เขาก็เดินเข้าไปในสวนหลังบ้าน แล้วหยิบไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวที่เพิ่งได้มาเมื่อครู่ออกมา
【ท่านได้รับ ไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว (สีทอง) ต้องการใช้ 1300 แต้มเต๋า เพื่อฟักไข่หรือไม่?】
【ไข่ใบนี้มีพลังชีวิตอ่อนแรง ต้นกำเนิดไม่เพียงพอ มีโอกาสล้มเหลวในการฟักมากกว่าเก้าในสิบส่วน จำเป็นต้องใช้ 3600 แต้มเต๋า เพื่อเติมเต็มต้นกำเนิด ยืนยัน/ปฏิเสธ?】
…
ข้อความแจ้งเตือนจากระบบสัตว์อสูรปรากฏขึ้น เพียงแต่มันแตกต่างจากตอนที่ฟักไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวของฉินหงซิ่วเล็กน้อย
ไข่หยกใบนี้ใช้แต้มเต๋าในการเติมเต็มต้นกำเนิดน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด น่าจะเป็นเพราะความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างไข่หยกแต่ละใบ
กู้หย่วนไม่ได้ใส่ใจนัก เขากดปุ่มยืนยันโดยตรง
“ยืนยันการเติมเต็มต้นกำเนิด!”
สิ้นเสียง ผิวของไข่หยกก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีขาวที่ทั้งบริสุทธิ์และเปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิต
ภาพเหตุการณ์แบบเดียวกับเมื่อครู่นี้ ปรากฏขึ้นตรงหน้ากู้หย่วนอีกครั้ง