ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 109 ฟักไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว!
เมื่อเดินทางมาถึงหุบเขาอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง กู้หย่วนก็นั่งลงพักผ่อน แววตาครุ่นคิด
“ต้วนเฉิน ศิษย์สายในของสำนักกระบี่ดารางั้นรึ? แล้วยังจะมีเป่าฉานเจินเหรินแห่งนิกายกู่เสินอีก... บุคคลระดับบิ๊กเบิ้มจากสองสำนักเซียนใหญ่ ต่างก็เดินทางมาถึงเมืองเซิ่งหยางกันแล้ว ไม่รู้ว่าพวกยอดฝีมือจากยอดเขาโอสถจะมาด้วยหรือเปล่านะ?”
“ช่างเถอะ จะมาหรือไม่มาก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับข้าเลย”
กู้หย่วนส่ายหน้า สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป จากนั้นก็หยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมา
เมื่อเปิดกล่องออก ก็พบกับไข่หยกสีเขียวขนาดเท่าไข่ไก่นอนนิ่งอยู่ภายใน ผิวของมันดูใสกระจ่างและชุ่มชื้น ราวกับถูกสลักเสลาขึ้นมาจากหยกชั้นเลิศที่ไร้ตำหนิ แผ่ซ่านแสงสีเขียวอ่อนๆ ออกมา
นี่คือ ไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว นั่นเอง!
ความเหนื่อยยากตลอดสิบกว่าวันที่ผ่านมา ทำให้เขาสะสมแต้มเต๋ามาได้ถึงสี่หมื่นกว่าแต้ม และตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่จะต้องฟักไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวใบนี้ออกมาเสียที
【ท่านได้รับ ไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว (สีทอง) ต้องการใช้ 1300 แต้มเต๋า เพื่อฟักไข่หรือไม่?】
【ไข่ใบนี้มีพลังชีวิตอ่อนแรง ต้นกำเนิดไม่เพียงพอ มีโอกาสล้มเหลวในการฟักถึงเก้าในสิบส่วน จำเป็นต้องใช้ 3900 แต้มเต๋า เพื่อเติมเต็มต้นกำเนิด ยืนยัน/ปฏิเสธ?】
“ยืนยัน!”
กู้หย่วนตัดสินใจแน่วแน่ แววตาสงบนิ่ง
ฉับพลันนั้น แต้มเต๋าบนหน้าต่างระบบสัตว์อสูรก็ถูกหักออกไป 3900 แต้ม
จากนั้น ไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวที่อยู่ตรงหน้า ก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีขาวที่ทั้งบริสุทธิ์และเปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิต
ในขณะที่แสงสว่างค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปในตัวไข่ กู้หย่วนก็สัมผัสได้อย่างเลือนราง ว่าพลังชีวิตที่เคยแผ่วเบาภายในไข่ใบนี้ กำลังค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อแสงสีขาวหลอมรวมเข้ากับไข่หยกจนหมดสิ้น ผิวของไข่หยกสีเขียวก็เริ่มเปล่งประกายแสงสีเขียวที่เข้มข้นและสว่างไสวขึ้น
มองเผินๆ อาจจะดูเหมือนหยกสีเขียวที่ส่องประกายระยิบระยับ แต่แท้จริงแล้วมันกลับซ่อนความแหลมคมเอาไว้ภายในอย่างลึกล้ำ กลิ่นอายความคมกริบเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากตัวไข่
ราวกับว่ามีเจตจำนงแห่งกระบี่ที่ทั้งบริสุทธิ์และแหลมคมซ่อนอยู่ภายใน
เจตจำนงแห่งกระบี่นี้ บริสุทธิ์และแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่ามันสามารถตัดขาดพันธนาการทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ได้!
ความแยบยลของเจตจำนงแห่งกระบี่สายนี้ ทำให้กู้หย่วนถึงกับเกิดความรู้แจ้งบางอย่างขึ้นมาเคล็ดกระบี่คร่าวิญญาณที่เขาฝึกฝนอยู่ก็คล้ายจะถูกกระตุ้นตามไปด้วย แรงบันดาลใจหลั่งไหลพรั่งพรู แก่นแท้ของวิชากระบี่ชุดนี้ยิ่งแจ่มชัดและลึกซึ้ง ไหลเวียนอยู่ในจิตใจของเขาอย่างช้าๆ
กู้หย่วนรู้สึกได้เลยว่า ความเข้าใจและการหยั่งรู้ที่เขามีต่อเคล็ดกระบี่คร่าวิญญาณนั้น ลึกล้ำมากยิ่งขึ้น
สมแล้วที่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวที่อยู่ภายในไข่หยกใบนี้ เป็นถึงลูกหลานที่สืบทอดสายเลือดมาจากแมลงประหลาดบรรพกาลอย่าง ผีเสื้อกระบี่หยกมรกต
ลำพังแค่ไข่หยกใบเดียว ยังสามารถสร้างปฏิกิริยาตอบสนองทางวิญญาณได้ถึงเพียงนี้
และเมื่อมองกลับมาที่ไข่ผีเสื้อตรงหน้า
หากก่อนหน้านี้ พลังชีวิตในไข่หยกใบนี้เป็นเพียงเปลวเทียนริบหรี่ ที่แค่โดนลมพัดเบาๆ ก็พร้อมจะมอดดับลงได้ทุกเมื่อล่ะก็ ในตอนนี้ พลังชีวิตของมันก็ลุกโชนโชติช่วงราวกับเตาไฟที่กำลังลุกไหม้ แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนไม่รู้ตั้งกี่เท่าต่อกี่เท่า
ภายใต้เปลือกไข่ คล้ายกับมีชีวิตน้อยๆ กำลังฟักตัวอยู่ ราวกับพร้อมที่จะเจาะเปลือกไข่ออกมาเผชิญโลกกว้างและรับชีวิตใหม่ได้ทุกเมื่อ
【ต้นกำเนิดของไข่ใบนี้ได้รับการเติมเต็มแล้ว ต้องการฟักไข่หรือไม่?】
“ฟักไข่!”
กู้หย่วนยืนยันอีกครั้งในใจ
หลังจากแต้มเต๋าถูกหักออกไปอีก 1300 แต้ม ในวินาทีต่อมา แสงสว่างที่เปล่งประกายออกมาจากไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวในมือ ก็ค่อยๆ หรี่ลง แสงสีเขียวบนเปลือกไข่เริ่มหดตัว จางลง และเก็บซ่อนประกายเอาไว้ภายใน
แกรก!
จู่ๆ ก็มีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนเปลือกไข่หยก
แกรก! แกรก!
รอยร้าวเริ่มขยายวงกว้างขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีรอยร้าวใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเพิ่ม จนลามไปทั่วทั้งใบไข่หยก พร้อมกับส่งเสียงแตกละเอียดดังเป๊าะแป๊ะถี่ๆ
ไม่นานนัก เปลือกไข่หยกก็แตกออก แล้วหนอนอวบอ้วนสีเขียวหยกตัวหนึ่ง ก็ค่อยๆ คืบคลานออกมาจากข้างใน
หนอนเขียวตัวนี้มีขนาดลำตัวหนาประมาณนิ้วหัวแม่มือ รูปร่างอวบอ้วนจ้ำม่ำ คล้ายกับหนอนผีเสื้อทั่วไป ทั่วทั้งตัวเปล่งประกายใสกระจ่าง บนผิวหนังยังมีลวดลายสีเทาดำเล็กๆ ปรากฏอยู่ประปราย ดูแล้วก็ให้ความรู้สึกน่ารักน่าชังและดูเด๋อด๋าไม่เบา
เมื่อคลานออกมาจากไข่หยกแล้ว มันก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองกู้หย่วนเลยสักนิด เอาแต่ก้มหน้าก้มตาแทะกินเปลือกไข่ของตัวเอง ส่งเสียงดังก้อง “กร้วมๆ” อย่างเอร็ดอร่อย
แท้จริงแล้ว สิ่งที่คลานออกมาจากไข่หยกใบนี้ กลับไม่ใช่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว แต่เป็นหนอนเขียวตัวหนึ่งต่างหาก!
ทว่ากู้หย่วนกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
ผีเสื้อคือช่วงโตเต็มวัย หรือก็คือตัวเต็มวัย ในทางกลับกัน หนอนเขียวที่อยู่ตรงหน้านี้ ก็คือระยะตัวอ่อนของผีเสื้อ ซึ่งก็ถือเป็นช่วงกำลังเติบโตของผีเสื้อนั่นเอง
ต้องรอให้ตัวอ่อนเติบโตจนถึงระดับหนึ่งเสียก่อน ถึงจะเข้าสู่ระยะดักแด้ และสุดท้ายก็คือการลอกคราบกลายเป็นผีเสื้อ!
แม้ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวจะเป็นลูกหลานของแมลงประหลาดบรรพกาลอย่างผีเสื้อกระบี่หยกมรกต แต่มันก็ต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้เช่นเดียวกัน
【ฟักไข่ ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว สำเร็จ!】
【ผีเสื้อกระบี่เงาเขียว (สีทอง)】
【คำอธิบาย】 นี่คือลูกหลานของแมลงประหลาดบรรพกาลผีเสื้อกระบี่หยกมรกตถือเป็นผีเสื้อวิญญาณที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า เกิดมาพร้อมกับวิชาอาคมอิทธิฤทธิ์แห่งวิถีกระบี่อันเฉียบคม เพียงโบกสะบัดปีก ก็สามารถสาดซัดปราณกระบี่หยกเขียวอันคมกริบออกมาได้ มีอานุภาพน่าสะพรึงกลัวระดับหนึ่งกระบี่ทำลายหมื่นวิชา! แม้แมลงชนิดนี้จะยังอยู่ในระยะตัวอ่อน แต่ก็สามารถพ่นประกายกระบี่ออกมาได้ มีอิทธิฤทธิ์ไม่ธรรมดา
การวิวัฒนาการเป็นผีเสื้อกระบี่หยกมรกตต้องเติบโตเป็นผีเสื้อกระบี่เงาเขียวเต็มวัย และใช้ 160 000 แต้มเต๋า!
【สถานะ】 ปกติ
【ระดับขั้น】 ช่วงเติบโต (1%)
…
“หนึ่งแสนหกหมื่นแต้มเต๋า…”
กู้หย่วนมองดูตัวอ่อนของผีเสื้อกระบี่เงาเขียวที่กำลังแทะเปลือกไข่อย่างเมามัน มุมปากของเขาถึงกับกระตุก ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดดี
ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวตัวนี้ ต้องใช้แต้มเต๋าถึงหนึ่งแสนหกหมื่นแต้มในการอัปเกรดเป็นผีเสื้อกระบี่หยกมรกตเชียวรึ นี่มันเยอะจนน่าเกลียดเกินไปแล้ว!
“น่าเสียดายที่มันไม่ใช่สัตว์อสูรวิญญาณของข้า มิเช่นนั้นป่านนี้ข้าคงได้รับพรสวรรค์ของมันมาแล้ว”
กู้หย่วนจ้องมองผีเสื้อกระบี่เงาเขียวตรงหน้าด้วยสายตาร้อนแรง
“ไม่นึกเลยจริงๆ… ว่าเจ้าจะสามารถฟักมันออกมาได้เร็วขนาดนี้”
น้ำเสียงอ่อนหวานละมุนดังขึ้นจากด้านข้างกู้หย่วน เมื่อเขาหันไปมอง ก็พบว่าข้างกายเขามีเงาร่างที่งดงามสะคราญโฉม และมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
และนางก็คือ สตรีแซ่ฉินผู้นั้นนั่นเอง
“ที่แท้ก็แม่นางฉินนี่เอง”
ให้ตายเถอะ ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวเพิ่งจะฟักออกมาปุ๊บ นางก็ตามหาตัวจนเจอได้ปั๊บ สตรีผู้นี้ช่างลึกลับเสียจริง… กู้หย่วนประสานมือคารวะด้วยสีหน้าราบเรียบ ไม่แสดงอาการตื่นตระหนกใดๆ
“ข้าน้อยทำตามสัญญาสำเร็จแล้วขอรับ”
ฉินหงซิ่วกวักมือเบาๆ หนอนเขียวตัวน้อยที่กินเปลือกไข่จนหมด และมีขนาดตัวอวบอ้วนขึ้นมาอีกนิด ก็ลอยไปตกลงบนฝ่ามือของนางอย่างนุ่มนวล
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตอันพลุ่งพล่านที่แผ่ออกมาจากตัวหนอนเขียวในมือ รวมถึงเจตจำนงแห่งกระบี่ที่แม้จะแผ่วเบาแต่ก็บริสุทธิ์ยิ่งนักที่ซ่อนอยู่ภายใน นางก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
นางจ้องมองกู้หย่วนด้วยสายตาลึกล้ำ พลางเอ่ยว่า
“พูดตามตรงนะ ข้าแปลกใจมากที่เจ้าสามารถฟักมันออกมาได้”
ฉินหงซิ่วรู้สึกประหลาดใจจริงๆ
ขนาดสหายสนิทของนางที่เป็นถึงปรมาจารย์ด้านวิชาพิษกู่ ยังส่ายหน้าจนปัญญาที่จะฟักไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวใบนี้ออกมาได้เลย
กระทั่งตอนที่นางมอบของสิ่งนี้ให้กับกู้หย่วน นางก็ไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้มากมายนัก เป็นเพียงแค่ความคิดที่ว่า ลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหาย หากฟักไม่ออกก็แล้วไป แต่ถ้าฟักออกก็ถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ก็เท่านั้น
แต่ตอนนี้ ไข่ใบนี้กลับถูกเด็กหนุ่มธรรมดาที่ยังไม่ก้าวเข้าสู่วิถีมรรคด้วยซ้ำ อย่างกู้หย่วน ฟักออกมาได้สำเร็จ
นี่ไม่ได้หมายความว่า ฝีมือในการเพาะเลี้ยงและฟูมฟักสัตว์อสูรวิญญาณของกู้หย่วน เหนือชั้นกว่าสหายสนิทของนางงั้นหรือ?
นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ในมือของนางจะปรากฏไข่หยกสีเขียวขนาดเท่าไข่ไก่อีกใบขึ้นมา ไข่หยกสีเขียวใบนั้นส่องประกายตัดกับฝ่ามือที่ขาวเนียนละเอียดดุจหยกมันแพะของนางได้อย่างลงตัว
“ตามที่ตกลงกันไว้ ในเมื่อเจ้าช่วยข้าฟักไข่หยกใบนั้นได้สำเร็จ ตอนนี้ ไข่หยกใบนี้ก็ตกเป็นของเจ้าแล้ว”
ระหว่างที่พูด ไข่หยกสีเขียวก็ค่อยๆ ลอยไปตกลงบนมือของกู้หย่วนอย่างนุ่มนวล ราวกับถูกประคองไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็น
กู้หย่วนลองสัมผัสดูเพียงครู่เดียว ก็รู้ได้ทันทีว่าไข่หยกใบนี้ ไม่ได้แตกต่างจากไข่ใบก่อนหน้านี้เลย แม้พลังชีวิตภายในจะอ่อนแรง แต่ขอเพียงเติมเต็มต้นกำเนิดให้สมบูรณ์ ก็ยังสามารถฟักออกมาได้อยู่ดี
“ขอบพระคุณแม่นางฉินขอรับ”
ในที่สุดก็ได้ของมาสักที… กู้หย่วนดีใจจนเนื้อเต้น ในขณะเดียวกันก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาประสานมือกล่าวขอบคุณตามมารยาท
ไข่ผีเสื้อกระบี่เงาเขียวนั้นเป็นของล้ำค่าปานใด เขาก็แอบกังวลอยู่ลึกๆ ว่าสตรีตรงหน้าจะรักษาคำพูดหรือไม่ แต่ดูจากตอนนี้แล้ว เขาคงจะมองนางในแง่ร้ายเกินไปเอง