ระบบสัตว์วิญญาณกับวิถีเซียนจ้าวอสูร - ตอนที่ 283 โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณ!
ทว่าใครจะคาดคิดว่าในเวลานี้เอง สายตาของกู้หย่วนกลับหันไปมองยังห้องหลอมโอสถที่อยู่ไม่ไกลนัก
ที่นั่น จู่ๆ ก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้น ราวกับว่ามีคนค้นพบอะไรบางอย่าง
“หืม? เกิดอะไรขึ้นกัน?”
กู้หย่วนหันขวับไปมองทันที ในใจเกิดความอยากรู้อยากเห็น ซ้ำยังเจือความตื่นตะลึง!
เพราะเมื่อครู่นี้ เขาได้ยินชื่อหนึ่งเข้าเต็มสองหู โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณ!
ของสิ่งนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ!
เป็นที่รู้กันดีว่า ผู้ฝึกตนที่จะเลื่อนขั้นสู่เขตแดนจินตาน จำเป็นต้องหลอมรวมชีวิตและวิญญาณเข้าด้วยกัน ควบแน่นพลังแก่นแท้ ปราณ และวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว ก่อกำเนิดประกายสีทองอันเป็นอมตะขึ้นมาสายหนึ่ง ถึงจะสามารถรักษาสมดุลของอายุขัยเอาไว้ได้
และหากยอดฝีมือระดับจินตานต้องการก้าวไปอีกขั้น ก็จำเป็นต้องบ่มเพาะวิญญาณหยินขึ้นมาภายในจินตาน จากนั้นจินตานก็จะแตกสลาย และวิญญาณหยินก็จะถือกำเนิดขึ้น!
วิญญาณหยินก่อตัวขึ้นจากการใช้วิชาเทวะของผู้ฝึกตนเป็นเปลือกนอก ครอบครองมหาฤทธาและพลังเวทอันไร้ขีดจำกัด สามารถละทิ้งกายเนื้อ โบยบินทะยานฟ้า ดำดิ่งลงดิน และเข้าออกดินแดนปรภพได้อย่างอิสระ!
กระทั่งต่อให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส กายเนื้อถูกทำลาย ก็ยังสามารถแย่งชิงร่างของผู้อื่น หรือแม้กระทั่งเข้าไปอยู่ในร่างทารกเพื่อจุติใหม่ได้
วิชาเทวะระดับนี้ต่างหาก ถึงจะเรียกว่าเป็นพลังและวิถีทางของยอดฝีมือระดับหยินเสินอย่างแท้จริง!
และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ยอดฝีมือระดับหยินเสิน กลายเป็นผู้กุมอำนาจระดับสูงที่แท้จริงของสำนักใหญ่ต่างๆ!
อย่างเช่นยอดเขาโอสถที่กู้หย่วนสังกัดอยู่ แม้ยอดฝีมือระดับจินตานจะหาตัวจับยาก และล้วนเป็นบุคคลระดับสูงของยอดเขาโอสถ ทว่าหากนับกันจริงๆ แล้ว ในยอดเขาโอสถมียอดฝีมือระดับจินตานอยู่อย่างน้อยๆ ก็หกเจ็ดสิบคน
ที่บอกว่าเป็นระดับสูง เอาเข้าจริงก็ยังดูครึ่งๆ กลางๆ อยู่บ้าง
ส่วนยอดฝีมือระดับหยินเสินนั้น แม้นักพรตเฮ่อหลิงผู้เป็นอาจารย์ของกู้หย่วนจะไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังมากนัก แต่กู้หย่วนก็รู้ดีว่า จำนวนคนระดับนี้มีไม่เกินสิบคนอย่างแน่นอน
ยอดฝีมือระดับหยินเสินมีอายุขัยยืนยาวถึงสามพันปี ในหมู่ยอดฝีมือระดับหยินเสินของยอดเขาโอสถในปัจจุบัน อาจจะมีบุคคลยิ่งใหญ่ที่เพิ่งสลายจินตานบรรลุหยินเสินอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ย่อมต้องเป็นผู้ที่สั่งสมบารมีมานานนับพันปีอย่างไม่ต้องสงสัย
จะเห็นได้ว่า การหล่อหลอมจินตานนั้นว่ายากแล้ว แต่การบรรลุหยินเสินนั้นยากยิ่งกว่าเป็นสิบเป็นร้อยเท่า!
ทว่าโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณที่กู้หย่วนเพิ่งได้ยินเมื่อครู่นี้กลับแตกต่างออกไป ของสิ่งนี้คือโอสถวิญญาณระดับสุดยอดที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า ซึ่งมีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการบรรลุหยินเสิน
ในสถานการณ์ปกติ หากยอดฝีมือระดับจินตานคนหนึ่งต้องการทะลวงเข้าสู่เขตแดนหยินเสิน ต่อให้มีพรสวรรค์และรากฐานกระดูกล้ำเลิศเพียงใด หรือเตรียมตัวมาพร้อมสรรพแค่ไหน โอกาสที่จะทะลวงผ่านก็ยังมีน้อยนิดนัก
ตีเสียว่ามีโอกาสเพียงแค่หนึ่งถึงสองส่วนเท่านั้น
บางทีอาจจะมีเพียงบุคคลเก่งกาจที่มีพรสวรรค์เหนือล้ำอย่างหลี่ฉางเซิงเท่านั้น ที่จะรู้สึกว่าการทะลวงสู่ระดับหยินเสินไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป
ทว่าหากมีโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณสักเม็ด โอกาสในการทะลวงสู่ระดับหยินเสินก็จะเพิ่มขึ้นถึงสองหรือสามส่วน
ดังนั้น โอสถเม็ดนี้จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่าโอสถเบิกมรรคหยินเสิน ซึ่งหมายถึงการเบิกทางสู่ผลวิบากแห่งหยินเสินนั่นเอง
หากโอสถวิญญาณเม็ดนี้นำไปวางไว้ในโลกภายนอก เกรงว่าจะต้องทำให้เกิดคลื่นพายุลูกใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน ยอดฝีมือระดับจินตานจำนวนนับไม่ถ้วนจะต้องแห่แหนกันมาอย่างบ้าคลั่ง ต่อให้ต้องทุ่มหมดหน้าตักก็ยอม!
สำหรับยอดฝีมือระดับจินตานหลายๆ คน นี่ไม่ใช่แค่โอสถวิญญาณธรรมดา แต่มันคือสมบัติล้ำค่าที่จะเปิดโอกาสให้พวกเขาก้าวไปสู่ความเป็นอมตะ!
ที่สำคัญคือ ตามที่กู้หย่วนรู้มา แม้โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณนี้จะล้ำค่าและสำคัญมากสำหรับยอดฝีมือระดับจินตาน แต่มันก็ไม่ได้จำกัดไว้ให้เฉพาะยอดฝีมือระดับจินตานใช้เท่านั้น
ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนเขตแดนเทียนเหรินอย่างเขาก็สามารถกลืนกินและหลอมกลั่นได้เช่นกัน
ส่วนสรรพคุณนั้นหรือ…
เมื่อกลืนกินโอสถเม็ดนี้เข้าไปแล้ว มันจะช่วยชำระล้างและเสริมสร้างดวงวิญญาณ ทำให้ดวงวิญญาณมีแก่นแท้ของหยินเสินแฝงอยู่สายหนึ่ง
แม้นจะเป็นเพียงแก่นแท้เพียงสายเดียว แต่เพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะปูทางให้ผู้ฝึกตนเขตแดนเทียนเหรินก้าวไปสู่เขตแดนหยินเสินในอนาคตได้แล้ว
เมื่อถึงเวลาหล่อหลอมจินตาน โอกาสสำเร็จย่อมต้องเพิ่มขึ้นถึงสามหรือห้าส่วนอย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น โอกาสในการทะลวงสู่ระดับหยินเสินในภายภาคหน้าก็จะเพิ่มขึ้นอีกราวๆ หนึ่งหรือสองส่วนด้วย
แน่นอนว่าประโยชน์เหล่านี้เป็นเพียงแค่สิ่งที่เห็นได้ชัดเท่านั้น ยังมีประโยชน์อื่นๆ แอบแฝงอยู่อีกไม่น้อย
การมีแก่นแท้ของหยินเสินเพียงสายเดียว สำหรับกู้หย่วนแล้ว อย่างน้อยๆ มันก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำความเข้าใจและฝึกปรือวิชาเทวะ ตลอดจนการประลองต่อสู้กับผู้อื่น!
ดังนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากู้หย่วนย่อมต้องหวั่นไหว
ของดีขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะไม่หวั่นไหว
เขาตรงดิ่งไปยังห้องหลอมโอสถแห่งนั้นอย่างไม่ลังเล
ในเวลานี้ มีผู้ฝึกตนจำนวนหนึ่งมารวมตัวกันอยู่ในห้องหลอมโอสถแล้ว และคนเหล่านี้ก็มีท่าทีตื่นเต้นไม่น้อย สายตาของพวกเขาต่างจดจ้องไปที่เตาหลอมโอสถสัมฤทธิ์เตาหนึ่งในห้องนั้นเป็นระยะๆ
พร้อมกับกระซิบกระซาบพูดคุยกัน ราวกับกำลังปรึกษาอะไรบางอย่างอยู่
กู้หย่วนเงี่ยหูฟังเพียงครู่เดียว ก็พอจะจับใจความสถานการณ์ได้แล้ว
ที่แท้ ภายในเตาหลอมโอสถสัมฤทธิ์ใบนี้ กำลังหล่อเลี้ยงโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณอยู่หนึ่งเม็ด และเช่นเดียวกัน บนเตาหลอมใบนี้ก็ถูกวางค่ายกลป้องกันเอาไว้ด้วย
หากต้องการทำลายค่ายกล แล้วหยิบเอาโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณด้านในออกมา หากมียอดฝีมือระดับหยินเสิน หรือผู้ยิ่งใหญ่ระดับหยางเสินมาเยือน ก็อาจจะพอมีหวังทำลายได้
ทว่าผู้ฝึกตนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ ล้วนเป็นเพียงผู้ฝึกตนเขตแดนเทียนเหรินเท่านั้น แม้จะมีจินตานอยู่บ้างสองสามคน แต่ก็ไม่ใช่บุคคลเก่งกาจระดับจินตานขั้นสูงอะไร อย่างมากก็เป็นแค่ระดับจินตานขั้นกลางหรือขั้นต่ำเท่านั้น
ผู้ฝึกตนระดับนี้ อย่าว่าแต่พวกเขาเลย กู้หย่วนลงมือเองยังมีโอกาสทำลายค่ายกลได้มากกว่าเสียอีก
ดังนั้น ทุกคนจึงทำได้เพียงยืนจ้องเตาหลอมโอสถสัมฤทธิ์ใบนี้ตาปริบๆ
เช่นเดียวกับโอสถวิญญาณก่อนหน้านี้ การจะได้โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณในเตาหลอมใบนี้มาครอบครอง ย่อมต้องบรรลุเงื่อนไขบางอย่างให้ได้เสียก่อน
ส่วนจะเป็นเงื่อนไขอะไรนั้น คนพวกนี้ไม่ได้พูดถึง ซึ่งก็ทำให้กู้หย่วนเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา
เมื่อเห็นกู้หย่วนเดินเข้ามาใกล้ คนเหล่านี้ก็มีสีหน้าซับซ้อน
การกระทำของกู้หย่วนเมื่อครู่นี้ พวกเขาล้วนเห็นประจักษ์แก่สายตา ชัดเจนว่ากู้หย่วนไม่เพียงแต่มีพละกำลังสูงส่ง แต่ฝีมือการหลอมโอสถของเขาก็ยอดเยี่ยมไม่เบา
บุคคลระดับนี้ พวกเขาส่วนใหญ่ย่อมไม่กล้าตอแย ทว่าในใจก็ยังแอบรู้สึกไม่ยินยอมอยู่บ้าง เพราะเห็นได้ชัดว่ากู้หย่วนเองก็สนใจโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้เช่นกัน
แน่นอนว่าผู้ฝึกตนทั้งหลายล้วนสนใจโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้ แต่พวกเขาก็รู้ตัวเองดีว่า โอกาสที่จะได้ของสิ่งนี้มาครองนั้นริบหรี่เพียงใด ดังนั้นเมื่อเห็นกู้หย่วนมีหวังที่จะได้มันไป ในใจย่อมต้องเกิดความไม่พอใจขึ้นมาบ้างเป็นธรรมดา
ทว่าจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจ ทุกคนก็ไม่ได้แสดงออกให้เห็น เมื่อเห็นกู้หย่วนเดินมา ต่างก็พากันแหวกทางให้
กู้หย่วนเดินมาหยุดอยู่หน้าเตาหลอมโอสถสัมฤทธิ์ พลางพินิจพิจารณาเตาหลอมใบนี้
เตาหลอมโอสถสัมฤทธิ์ใบนี้มีความสูงประมาณครึ่งตัวคน รูปร่างคล้ายน้ำเต้า มีสามขา สองหู ส่วนบนเล็ก ส่วนล่างใหญ่ พื้นผิวเต็มไปด้วยลวดลายอันสลับซับซ้อนและลี้ลับ แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายความเก่าแก่และน่าเกรงขาม
และบนพื้นผิวของเตาหลอมสัมฤทธิ์ ก็มีม่านแสงอาคมค่ายกลชั้นหนึ่งส่องประกายอยู่
เมื่อมองผ่านลวดลายฉลุเข้าไป ก็จะเห็นแสงวิญญาณสีทองแดงลอยค้างอยู่ภายในท้องเตา
ท่ามกลางแสงนั้น สามารถมองเห็นโอสถวิญญาณสีทองแดงเม็ดหนึ่งกำลังได้รับการหล่อเลี้ยงจากแสงวิญญาณอยู่ลางๆ
บนพื้นผิวของมัน มีจุดแสงสีดำเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็มกะพริบวิบวับอยู่ประปราย
รูปลักษณ์เช่นนี้ มันคือโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณไม่ผิดแน่!
กู้หย่วนส่งสัมผัสเทวะเข้าไปตรวจสอบ ทันใดนั้นข้อมูลชุดหนึ่งก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา
สิ่งที่เหนือความคาดหมายของกู้หย่วนก็คือ ข้อมูลชุดนี้กลับเป็นตำรับยา และยังเป็นตำรับยาของโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเสียด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อมูลอีกประการหนึ่งระบุไว้ว่า หากต้องการครอบครองโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้ จะต้องทำความเข้าใจตำรับยานี้ให้ทะลุปรุโปร่งภายในเวลาสามชั่วยาม
ไม่ถึงกับต้องหลอมโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณออกมาได้จริงๆ แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องทำความเข้าใจถึงหลักการของโอสถ และความเปลี่ยนแปลงของคุณสมบัติทางยาระหว่างการหลอมให้แตกฉาน
เช่นนี้แล้ว ถึงจะได้รับโอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณที่อยู่ด้านในไป
และที่น่าสนใจก็คือ โอสถเทวะหล่อหลอมวิญญาณเม็ดนี้ถูกหลอมเสร็จสมบูรณ์มาตั้งนานแล้ว
(จบตอน)