ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 548 กองทัพยิ่งใหญ่ของอันหลิน
“เสี่ยวน่าๆ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม” อันหลินถามอย่างร้อนรน
ทีน่าไม่ตอบ กุมหน้าอกที่กระเพื่อมไม่หยุดไว้ หายใจหอบอย่างรุนแรง
โคโค่สตีฟ ไมรอนและเสวี่ยจ่านเทียนกรูกันเข้ามา ใบหน้าต่างก็แสดงอารมณ์ออกมาอย่างหลากหลาย
“หัวใจแห่งดินแดนแทรกซึมเข้าร่างกายได้ด้วยหรือ นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ”
ไมรอนเบิกตากว้าง ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“เลือดสามสิบมิลลิลิตรของข้า หมดสิ้นกันแล้ว…” โคโค่สตีฟทำหน้าเศร้าสลด
“มหาปราชญ์ทลายฟ้าจะก้าวเข้าสู่ขั้นนั้นแล้วหรือ” เสวี่ยจ่านเทียนพูดด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม
ลำแสงสีขาวค่อยๆ หม่นหมองลงไป ลมหายใจของทีน่าก็เริ่มเชื่องช้าลง ดูท่าทางน่าจะไม่เจ็บแล้ว
นางลืมตาสีมรกตที่มีน้ำตาสั่นระริกขึ้น หดขาอยู่ในอ้อมกอดของอันหลินแล้วพูดกลั้วเสียงสะอื้นว่า “ยักษ์อันหลิน…ข้า…ข้าสร้างปัญหาใช่ไหม”
อันหลินลูบศีรษะของทีน่าด้วยรอยยิ้ม “เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เราไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ!”
เสาแสงสีขาวที่พุ่งออกจากใต้หอคอยขึ้นสู่ฟ้านอกหอคอยสีดำอันตรธานหายไป
ชายชุดแดงอ้วนเตี้ยที่กำลังจะใช้เสียงพิฆาตสังหารสาวหิมะทั้งสองในคราวเดียวกันชะงักงัน หันหลังไปอย่างยากลำบาก สีหน้าพลันย่ำแย่เหลือทน “เกิดอะไรขึ้น…ล้มเหลวหรือ ไม่สิ กลิ่นอายของหัวใจแห่งดินแดนหายไปแล้ว…”
ชายชราผอมสูงหันมองหอคอยด้วยความงุนงง สายตามีความฉงนและความอึ้งเจือปนอยู่
เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ทั้งให้ทั้งสองตั้งตัวไม่ทัน
การป้องกันของหอคอยไม่ถูกทลาย พวกเขามองข้ามไปจุดหนึ่ง เหตุพลิกผันเกิดขึ้นจากข้างใน…
ท้องฟ้าเริ่มแตกร้าวราวกับกระจกที่ไม่มีแรงค้ำยัน เริ่มแตกแยกแล้วหายไปในอากาศในที่สุด เผยให้เห็นท้องนภาที่ดวงดาวเดียรดาษอันไกลโพ้น
ค่ายกลสีเลือดบนพื้นก็เริ่มหม่นหมองลงไป แสงสว่างค่อยๆ มลายหายไป มีเพียงเสียงของวิญญาณที่กึกก้องไม่หยุดหย่อนเช่นที่ผ่านมา
ตะปูมิติกลายเป็นเส้นสีเลือดโจมตีค่ายกลคุ้มกันหอคอยสีดำ
ร่างแล้วร่างเล่าเหาะออกจากหอคอยสีดำ อันหลิน ทีน่า โคโค่สตีฟ ไมรอนและเสวี่ยจ่านเทียนที่ใช้อาคมคาบฉิน มีอา ทาเบอร์
ชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนถูกทีน่ากลืน คล้ายว่าห้วงมายาที่น่ากลัวจะสลายไปเอง ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าทั้งสามที่อยู่ในห้วงมายาก็ค่อยๆ ฟื้นกันทีละคน
พวกเขาไม่ใช่คนโง่ หลังสอดส่ายสายตามองรอบกายแล้วก็พอจะเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้ว ด้วยเหตุนี้สีหน้าจึงแตกต่างกันออกไป
“ได้รับการช่วยเหลือแล้วหรือ…ไม่สิ อาจจะไม่ได้ถูกช่วยก็ได้…” ฉินเซิ่ง ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าเผ่าปีกปัณฑูรหันมองผีดูดเลือดที่ได้รับอิสระสองตนข้างๆ แววตาหม่นลงเล็กน้อย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ทาเบอร์กลับหัวเราะร่า “โคโค่สตีฟ ไมรอนทำได้สวย! ไม่ได้ช่วยแค่ข้า แต่ยังจับผู้ยิ่งใหญ่ของกลุ่มอิทธิพลตรงข้ามมาเป็นเชลยได้ถึงสองคน ถ้ากลับไปข้าจะรายงานจักรพรรดิอิดุนน์ ให้เขาตบรางวัลให้พวกเจ้าอย่างงามแน่นอน!”
มีอาหลุบตาลง แววตากลับลอบมองอันหลิน ใบหน้าฉายความครุ่นคิด
เถาวัลย์แดนอนธการที่พันรอบร่างกายของพวกเขามีพลังผนึกที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในสภาพสูญสิ้นกำลังต่อสู้ อยากมีอิสระเกรงว่าคงต้องอาศัยพลังภายนอกในการกำจัดเถาวัลย์แดนอนธการเหล่านี้
“โคโค่สตีฟ รีบจัดการเถาวัลย์สีดำที่น่ารำคาญพวกนี้ให้ข้าเร็วเข้า” ทาเบอร์ออกคำสั่ง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือ โคโค่สตีฟทำเหมือนกับไม่ได้ยินคำพูดของเขา
เขาชะงักไปก่อน จากนั้นก็เบนสายตามองทีน่า ส่วนอันหลินนั้นเขาย่อมมองข้ามไปนานแล้ว นักพรตแปลงจิตคนเดียวจะทำอะไรได้ หรือ…ภูตตนนี้ต่างหากที่เป็นผู้กุมบังเหียนตัวจริงของกองทัพนี้
ทาเบอร์กำลังจะสนทนากับทีน่า ชายชราชุดแดงทั้งสองที่อยู่ห่างไกลก็จับจ้องมาที่ทีน่าพร้อมกันทันใด ระเบิดจิตสังหารอันท่วมท้นออกมาตั้งแต่หัวจรดเท้า!
“เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมจู่ๆ ถึงมาโผล่ที่นี่ได้” ชายชราอ้วนเตี้ยพูดอย่างเกรี้ยวกราด
“ชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดนเล่า” ชายชราผอมสูงกำหมัดแน่น เห็นได้ชัดว่ายากจะสงบสติอารมณ์
“ไม่รู้เหมือนกัน…จู่ๆ หัวใจแห่งดินแดนก็หายไปแล้ว” อันหลินพูดอย่างฉงนสนเท่ห์
“ข้าเห็นชัดเจนเชียวละ ดูเหมือนจะฉีกมิติหายลับไปในความเลือนรางแล้ว” โคโค่สตีฟก็พูดอย่างเป็นจริงเป็นจังตามไปด้วย
คนที่เหลือต่างก็เงียบงัน เรื่องนี้ใครเล่าจะยอมรับ!
หากว่ายอมรับ มันเท่ากับบอกชายชราสองคนนั้นว่า ‘รีบมาจัดการข้าสิ’ มันเป็นการเย้ยหยันซึ่งหน้า!
ดังนั้นในเวลาแบบนี้ เสแสร้งทำหน้าซื่อต่างหากเป็นผู้ชนะ!
ต้องขอบคุณการปรากฏตัวของพวกอันหลิน สาวหิมะหวนสู่ความว่างเปล่าทั้งสองถึงได้มีเวลาหายใจหายคอ เอาชีวิตรอดได้
มุมปากของหลี่ว์ต้งปินยังเปื้อนเลือด ถูกหมัดของชายชราผอมสูงชกจนวิงเวียนศีรษะ บัดนี้เมื่อเห็นอันหลินถูกผีดูดเลือดสองตนขนาบข้าง จึงระเบิดโทสะ ตวาดเสียงกร้าวอย่างอดไม่ได้ว่า “สารเลว! รีบปล่อยอันหลินเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นข้าจะสังหารพวกเจ้าด้วยกระบี่!”
ไมรอนชะงักไปเล็กน้อยแล้วชี้ตัวเอง “หมายถึงข้าหรือ”
“เจ้าด้วย!” หลี่ว์ต้งปินชี้กระบี่ไปที่โคโค่สตีฟ
โคโค่สตีฟ “…”
“วางใจเถอะอันหลิน ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” จู่ๆ ใบหน้าของหลี่ว์ต้งปินก็เปื้อนยิ้มอ่อนโยนราวกับต้องการให้อันหลินวางใจ
“เอ่อ…ผู้อาวุโสหลี่ว์ใจเย็นๆ อันที่จริงล้วนเป็นคนกันเอง” อันหลินกลัวหลี่ว์ต้งปินจะพุ่งเข้ามาฆ่าสมุนของตัวเองจริงๆ จึงรีบชี้แจงเป็นพัลวัน
“เจ้าว่าอะไรนะ” หลี่ว์ต้งปินชะงักไป
“อืม…อย่างที่ท่านเห็น พวกเขาเป็นทาวของข้า” อันหลินกล่าว
รอบข้างเงียบสงัดลงทันตา
โคโค่สตีฟกับไมรอนกลับพยักหน้าจริงจังก่อนจะพูดว่า “อันหลินเป็นเจ้านายของพวกเรา พวกเราเป็นพวกเดียวกัน!”
หลี่ว์ต้งปิน “…”
จู่ๆ ร่างกายเขาก็เสียการทรงตัวเล็กน้อย ใช้มือคลึงศีรษะแล้วเงยหน้ามองฟ้า “ช่างเป็นห้วงมายาที่น่ากลัวเหลือเกิน ข้าต้องมนต์ตั้งแต่เมื่อใดกัน…”
“โอ้โฮ! ยักษ์อันหลินสุดยอดจังเลย พี่ชายพี่สาวสองคนนี้เป็นทาสของเจ้าไปแล้วหรือ…” ทีน่าได้ฟังก็พลอยดีใจไปด้วย ใบหน้าน่ารักเชิดขึ้นแล้ววางลงบนไหล่ของอันหลินประหนึ่งนกน้อยอิงมนุษย์
นอกจากชายชราชุดแดงสองคนแล้ว คนที่เหลือต่างก็เบนสายตามองอันหลินกันระนาว สูดหายใจเข้าดังเฮือกไม่รู้เท่าใดต่อเท่าใด
ตอนนี้สถานการณ์ชัดเจนมากแล้วว่าอันหลินต่างหากที่เป็นผู้นำกองทัพนี้!
“ที่แท้เขาก็คืออันหลินในสงครามสำนักวิหคชาดเองหรือ ยากลึกเกินหยั่งจริงๆ…” ซูจิ้งเซียงก็มองชายหนุ่มรูปงามที่อยู่ไม่ไกลด้วยความนับถือแล้วเอ่ยเสียงเบาเช่นกัน
“ลำพังแค่สีหน้าท่าทางที่ไม่สะทกสะท้านยามเผชิญหน้ากับชายชราผอมสูงของเขาก็น่าเลื่อมใสมากพอแล้ว” เยี่ยนฮวาก็พูดขึ้นเช่นกัน
อันที่จริงยังมีอีกประโยคที่นางไม่ได้พูดออกมานั่นก็คือ…หากไม่ใช่เพราะอันหลินพากองทัพของเขาหนีออกจากหอคอยสีดำได้ทันท่วงที พวกนางอาจจะตายอยู่ที่นี่แล้วก็ได้ มองจากแง่มุมอื่นแล้ว เป็นอันหลินที่ช่วยพวกนางไว้
คนที่ตกใจที่สุดคือทาเบอร์ เขามองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งๆ รู้สึกเพียงว่าสมองขาวโพลน
โคโค่สตีฟกับไมรอนที่ยิ่งใหญ่ทรงพลัง เป็นที่นับหน้าถือตาของชาวผีดูดเลือดมากเหลือคณากลับกลายเป็นทาสของนักพรตแปลงจิตคนหนึ่งงั้นหรือ นี่มันเกินจริงยิ่งกว่าห้วงมายาอีกไหมล่ะ!
สุดท้ายทาเบอร์ก็หันสายตาไปหาอันหลิน ริมฝีปากขยับทว่าไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
ฉินเซิ่งกลับโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง มนุษย์เป็นมิตรกับเผ่าปีกปัณฑูร ครั้งนี้เขาแน่ใจแล้วว่าตัวเองได้รับการช่วยเหลือแล้ว
เป็นดังที่คาด คล้ายว่าทีน่าจะได้รับกระแสจิตจากอันหลิน พยักหน้าเบาๆ แล้วยื่นมือออกมา ลำแสงสีขาวพุ่งออกจากฝ่ามือพร้อมกับพลังทำลายล้าง โจมตีเถาวัลย์แดนอนธการที่พันธนาการฉินเซิ่งให้เป็นผุยผงทันที
ฉินเซิ่ง หัวหน้ากลุ่มหวนสู่ความว่างเปล่าของเผ่าปีกปัณฑูรถูกปลดพันธนาการ ได้รับอิสระอีกครั้ง!
นี่เป็นการแสดงออกที่ชัดเจนที่สุดว่าอันหลินเป็นผู้นำของกองทัพนี้จริงๆ!
ขณะที่ทุกคนกำลังจิตใจว้าวุ่นอยู่นั้น ชายชราชุดแดงทั้งสองก็เคลื่อนไหวแล้ว และเป้าหมายของพวกเขาก็คือศูนย์กลางของกองทัพนี้อย่างอันหลิน!