ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 550 สมาชิกกองทัพผีดูดเลือดเพิ่มมาอีกคน
- Home
- ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม
- ตอนที่ 550 สมาชิกกองทัพผีดูดเลือดเพิ่มมาอีกคน
พออันหลินได้ยินคำว่าขุมทรัพย์ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
แต่ครู่เดียวเขาก็สงบสติอารมณ์ ใบหน้าเรียบเฉยอีกครั้ง
ชายชราชุดแดงทั้งสองจากไปแล้ว ตอนนี้ได้เวลาเก็บกวาดสมรภูมิรบแล้ว
ซูจิ้นเซียงกับเยี่ยนฮวารู้ว่าทีน่าหลอมเป็นหนึ่งกับชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดน แต่กลับไม่กล้าลงมือเลยสักนิด
อย่าเพิ่งเอ่ยถึงอันหลินที่ยากลึกเกินหยั่งรวมถึงกองทัพที่ยิ่งใหญ่ด้านหลังนั่นเลย แม้แต่พลังต่อสู้ของตัวทีน่า หากอาศัยสภาพที่บาดเจ็บสาหัสในตอนนี้ของพวกนางก็ไม่มีโอกาสชนะหรอก
ด้วยเหตุนี้การตัดสินใจของพวกนางจึงเด็ดขาดอย่างยิ่ง ชั่วขณะที่หมอกขาวลอยล่องหิมะปกคลุม ร่างกายก็หายลับไปจากดินแดนแห่งนี้แล้ว
พวกอันหลินไม่ได้ไล่ตามไป หนึ่งเพราะไม่มีความสามารถที่น่ากลัวเยี่ยงชายชราชุดแดง สองเพราะสภาพของพวกเขาเองก็ย่ำแย่ ทีน่าเพิ่งใช้พลังของชิ้นส่วนหัวใจแห่งดินแดน ตอนนี้ใบหน้าค่อนข้างซีดเซียว นั่งตัวอ่อนปวกเปียกอยู่บนไหล่ของอันหลินราวกับพลังหมดเกลี้ยง
หลี่ว์ต้งปินกับฉินเซิ่งน่ะยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทั้งสองต่างก็บาดเจ็บสาหัส หลังกินโอสถไปหนึ่งเม็ดก็นั่งสมาธิบนพื้นเพื่อรักษาสภาพบาดแผลทันที เพื่อไม่ให้อาการบาดเจ็บกระทบต่อรากฐานมรรคา
อันหลินพาพวกโคโค่สตีฟร่อนลงบนพสุธาด้วย กินยาวิเศษเม็ดหนึ่งเพื่อบำรุงกำลัง
“อันหลิน! พลังของเจ้าพัฒนาได้น่ากลัวเกินไปแล้วกระมัง!” หลิวฉู่ฉู่ย่ำกระแสลมมา ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ แล้วร่อนลงประหนึ่งผีเสื้อ ก่อนจะแย้มสรวล แววตาเฉียบแหลมที่จ้องอันหลินทอความสงสัยอยู่ไม่น้อย
อันหลินยิ้มบางๆ “มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เสน่ห์ส่วนบุคคลรุนแรงเกินไป ทุกคนล้วนอยากติดตามข้า”
ไมรอนกลอกตา ไม่พูดอะไร
โคโค่สตีฟกลับหยิบกระบี่สีขาวเล่มหนึ่งออกมาจากอาวุธมิติแล้วมองทาเบอร์ด้วยแววตาที่พราวระยับ ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนอะไรในใจ
ทาเบอร์ถูกจ้องจนเย็นวาบไปทั้งตัว ทว่าไม่พูดอะไรเลยสักคำ
เขาอ่านออกแล้วว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร เขาตกอยู่ในเงื้อมมือของกลุ่มอิทธิพลมนุษย์แล้ว ผีดูดเลือดผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าสองตนทรยศหักหลังแล้ว! แถมยังกลายเป็นทาสของนักพรตแปลงจิตคนหนึ่งด้วย!
นี่มันเรื่องราวน่ากลัวที่ประหลาดชัดๆ!
“โอ้โฮ! เช่นนั้นเจ้าก็ยอดเยี่ยมมาก!” ราวกับหลิวฉู่ฉู่ชินกับความหลงตัวเองของอันหลินแล้ว หลังพยักหน้าแล้วก็หันสายตามองทีน่า จิ้มใบหน้าที่นุ่มเนียนของทีน่าแล้วพูดอย่างประหลาดใจว่า “เจ้าภูตน้อย ทำไมเจ้าตัวใหญ่ขึ้นแล้วล่ะ”
“เพราะข้าโตแล้วอย่างไรละ!” ทีน่าพูดอย่างเริงร่า
มุมปากของหลิวฉู่ฉู่กระตุกยิกๆ เยี่ยมเลย คำถามทั้งสองข้อของนางต่างก็ได้รับคำตอบที่เหลวไหล รู้สึกว่าพูดต่อไปไม่ได้แล้ว ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ
นางกอดเสวี่ยหมิงหมิงที่อ่อนนุ่มในอกไว้แน่น รำพันในใจว่าสัตว์เลี้ยงของตนนี่แหละที่ห่วงใยใส่ใจที่สุด
หลังเลือดลมของอันหลินกลับมาเต็มเปี่ยมแล้วก็หลั่งเลือดหยดหนึ่งลงบนกระบี่สีขาวของโคโค่สตีฟ
โคโค่สตีฟมายังตรงหน้าทาเบอร์ ดวงตาสุกใสร้อนรุ่ม ใบหน้าฉายรอยยิ้มมีเลศนัย จ้องจนทาเบอร์หวาดผวาในใจ
“นี่เป็นคมกระบี่ที่อาบพิษร้ายแรง…” โคโค่สตีฟว่าแล้วก็แลบลิ้นเย้ายวนของนางออกมาเลียคมกระบี่…
ผลัวะ อันหลินตบไปที่ศีรษะของโคโค่สตีฟ
“ขืนเจ้ายังเลียอีกประเดี๋ยวเลือดศักดิ์สิทธิ์ของข้าก็หมดพอดี!” อันหลินเตือนอย่างเย็นเยือก
โคโค่สตีฟเบะปาก หันมองทาเบอร์แล้วชูกระบี่ขึ้นอีกครั้ง
ทาเบอร์เห็นดังนั้นก็พูดอย่างร้อนรนว่า “เจ้าทำอะไรน่ะ ข้าจะบอกอะไรให้นะ หากเจ้ากล้าทำร้ายข้าละก็ จักรพรรดิอีดุนน์ไม่ไว้ชีวิตพวกเจ้าแน่! เขาจะทำให้พวกเจ้าได้สัมผัสกับบทลงโทษที่ทรมานยิ่งกว่าความตายถึงพันหมื่นเท่า!”
“เลิกพล่ามได้แล้ว ข้ากำลังจะขัดเกลาชีวิตที่โสมมสิ้นดีของเจ้าอยู่นะ เจ้ามันโง่จริงๆ…” โคโค่สตีฟกลอกตาอย่างไม่พอใจ เงื้อมือขึ้นแล้วตวัดกระบี่ลง เฉือนหน้าอกของทาเบอร์ตนเกิดเป็นบาดแผลขนาดใหญ่
เลือดสาดกระจาย
ทาเบอร์คำรามในคอ กัดฟันแล้วจ้องโคโค่สตีฟเขม็ง
จู่ๆ เขาก็สั่นสะท้านไปทั้งตัวราวกับตกอยู่ในความทรมานอันใหญ่หลวง
จากนั้นดวงตาของเขาก็เริ่มเลื่อนลอย ใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อแปลกๆ
หลิวฉู่ฉู่เดินไปหยุดข้างๆ อันหลินแล้วพูดอย่างแปลกใจว่า “เจ้าแห่งพิษ เจ้าจะใช้เลือดเล่นงานเขาแล้วหรือ แต่เขาเป็นถึงผู้ยิ่งใหญ่ผีดูดเลือดระดับหวนสู่ความว่างเปล่าเชียวนะ พิษในเลือดของเจ้าต้านทานผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าไม่ได้แล้วหรือ”
“เหอะๆ…ฆ่าไม่ตาย เพียงแต่ว่าต่อไปเขาจะภักดีกับข้า” อันหลินยิ้มบางๆ
หลิวฉู่ฉู่มองอันหลินอย่างงุนงงแล้วก็ทำท่าเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ พลันก็มองโคโค่สตีฟกับไมรอนแล้วมองทาเบอร์อีกครั้ง ก่อนจะตะลึงพรึงเพริด “นี่มัน…หรือว่า…”
ทาเบอร์ลืมตาขึ้นแล้ว ใบหน้าแดงเรื่อ มองผีดูดเลือดสองตนตรงหน้าแล้วเบนสายตาไปจ้องอันหลิน “ถึงว่า…ข้าสัมผัสได้ว่าชีวิตของข้าได้รับการยกระดับ ข้าเข้าใจแล้ว…”
อันหลินถือกระบี่พิชิตมาร ตัดเถาวัลย์แดนอนธการที่พันกายทาเบอร์แหลกไม่เป็นชิ้นดีในพริบตา “สร้างพันธะสัญญาทาสกับข้า ข้าจะให้เจ้าได้รับโอกาสดื่มเลือดศักดิ์สิทธิ์ของข้า”
ใบหน้าของทาเบอร์ฉายความลังเล ร่างกายหยุดนิ่งกับที่ประหนึ่งกำลังต่อสู้ทางความคิดอย่างดุเดือด
“ไม่เอาก็ไสหัวไป จะได้ไม่มาแย่งเลือดกับข้า” โคโค่สตีฟทำเสียงฮึดฮัด
“ให้เขาไสหัวไปไม่ได้ ต้องฆ่าเขาให้ตาย เขาจะได้ไม่กลับไปรายงานข่าว” ไมรอนกลับพูดอย่างเป็นจริงเป็นจัง
ทาเบอร์ “…”
“เอาเถอะ ข้าตกลง” คิ้วที่ขมวดมุ่นของทาเบอร์พลันคลายออก “ท่านผู้สูงศักดิ์มีโลหิตเช่นนี้ได้ คิดว่าผลสำเร็จในวันหน้าต้องหาตัวจับยากเป็นแน่ เป็นทาสของท่านก็ไม่นับว่าเสียศักดิ์ศรี”
ทาเบอร์วางตำแหน่งได้ชัดเจนอย่างมาก อันหลินฟังแล้วตาลุกวาว “เจ้าเรียกข้าว่าผู้สูงศักดิ์หรือ คำเรียกนี้ไม่เลว!”
เขาหันสายตามองโคโค่สตีฟกับไมรอนแล้วเอ่ยว่า “ต่อไปพวกเจ้าเลิกเรียกข้าว่านายท่าน เรียกข้าผู้สูงศักดิ์แทน!”
ใบหน้าของโคโค่สตีฟกับไมรอนกระตุกยิกๆ แล้วพยักหน้าอย่างยากลำบาก “ได้ ท่านผู้สูงศักดิ์”
ลำดับต่อไปก็ง่ายเลย ให้โคโค่สตีฟกับไมรอนไปให้ไกลหน่อย จากนั้นหลั่งเลือดเพื่อทำพันธะสัญญา ทุกขั้นตอนราบรื่น คล่องแคล่วอย่างยิ่ง
แล้วอันหลินก็แจ้งเงื่อนไขมอบรางวัลแก่ทาเบอร์ พร้อมกับหลั่งเลือดห้ามิลลิลิตรให้โคโค่สตีฟด้วย
โคโค่สตีฟลิ้มรสเลือดศักดิ์สิทธิ์ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข เล่นเอาทาเบอร์กับไมรอนอิจฉาแย่แล้ว
สุดท้ายอันหลินก็ใช้เลือดสามมิลลิลิตรแลกกับแหวนมิติของทาเบอร์ อาวุธของทาเบอร์เป็นอาวุธเซียน อันหลินจึงไม่ได้ริบ เพียงแค่หอบเอาสมบัติที่เหลือของเขาไปเท่านั้น
ทาเบอร์ซาบซึ้งใจยิ่งนัก
หลิวฉู่ฉู่มองอย่างตะลึงงันอยู่ข้างๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีการกระทำที่สุดยอดแบบนี้ด้วย!
“อันหลิน…เจ้า เจ้าน่ากลัวมากจริงๆ!” หลิวฉู่ฉู่อดอุทานไม่ได้
เสวี่ยจ่านเทียนขำพรืด “ทำเป็นแตกตื่นไปได้ นายท่านของข้าเป็นบุคคลที่อยู่เหนือสวรรค์เก้าชั้นฟ้า สยบพวกเขาได้เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล”
“ไหนล่ะที่บอกว่าร่วมต่อสู้ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ไม่กี่วันก่อนพวกเรายังดิ้นรนต่อสู้ในแดนเทพโบราณอยู่เลย ไม่กี่วันต่อมา เจ้าก็เย้ยเขตดารามายาแล้ว โลกนี้บ้าคลั่งเกินไปแล้ว…” หลิวฉู่ฉู่มองฟ้ารำพัน
อันหลินยิ้มจางๆ “ความจริงมนุษย์ต้องเรียนรู้จะตั้งเป้าหมายในการต่อสู้ เช่นนั้นจึงจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในการต่อสู้ได้โดยไม่รู้ตัว”
“อย่างเช่นว่า” หลิวฉู่ฉู่ถาม
“อย่างเช่นว่าข้าตั้งเป้าหมายเล็กๆ ก่อน รวบรวมผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองสักร้อยก้อน!” อันหลินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หลิวฉู่ฉู่แน่นหน้าอกขึ้นมาโดยพลัน “เหอะๆ…ไยเจ้าไม่พูดละว่ารวบรวมสักร้อยล้านก่อน”
อันหลินลูบคาง “ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหนึ่งก้อนเท่ากับหนึ่งล้านหินวิญญาณ ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองหนึ่งร้อยก้อนก็คือร้อยล้านหินวิญญาณ เจ้าพูดถูก”
หลิวฉู่ฉู่ “…”
หลิวฉู่ฉู่คิดว่าตัวเองกับอันหลินอยู่คนละโลก ขืนยังคุยกันต่อไปความดันอาจจะขึ้นได้
อันหลินยกเค้าสมบัติจากแหวนมิติของทาเบอร์ด้วยสีหน้าสุขสม
ผลึกต้นกำเนิดดินแดนสีทองสองก้อน สีแดงห้าก้อน สีน้ำเงินสามก้อน สีขาวยี่สิบห้าก้อน หนึ่งล้านสามแสนหินวิญญาณ ยาวิเศษสามสิบเม็ด ผลเซียนสิบสองลูก อาวุธวิเศษเจ็ดชิ้น ผลเซียนสามลูก…
ผลเซียนเป็นผลลมอนธการ ระดับหก ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้พลังแห่งลมอนธการ ความเร็วเพิ่มพูนในเวลาอันสั้น
หลังอันหลินเก็บของเหล่านี้แล้ว ก็เริ่มหันสายตามองทางมีอาที่เงียบตลอดมา
ตามหลักแล้วผู้ยิ่งใหญ่เผ่าเงือกตนนี้ก็ถือเป็นศัตรูของมนุษย์เช่นกัน จะจัดการนางอย่างไรดี…