ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 232 ตายเหมือนเดิม ไม่ผิดตัว
ร่างกายของหลิงหวังสำนักหลีหุนจงใหญ่ขึ้นกว่าก่อนหน้าหนึ่งเท่า ร่างของเขาราวกับหอคอยเหล็กอย่างไรอย่างนั้น
เสื้อผ้าบนตัวของเขาฉีกขาด ผิวที่เผยออกมาเปล่งประกายแสงสีทอง เลือด กระดูกและร่างกายของเขาเปลี่ยนไปมากจนน่าตกใจ พลังอำนาจที่ปล่อยออกมากระจายไปทั่วทั้งเวทีประลอง
ใบหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ด้านหนึ่งยังคงเป็นเหมือนก่อนหน้านี้ แต่อีกด้านหนึ่งกลับซูบผอมเหมือนกับโครงกระดูก ผิวหนังติดกระดูก เบ้าตาลึก ลูกตาสีขาว
ท่าทางของเขาในตอนนี้ทำให้คนที่ได้เห็นล้วนแต่รู้สึกขนลุกขนพอง แล้วถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัว
“พลังลมปราณบนตัวเขาเหมือนว่าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อครู่นี้!”
“ใช่แล้ว! แล้วก็แข็งแกร่งขึ้นมากด้วย”
“นึกไม่ถึงเลยว่าสำนักหลีหุนจงจะมีวิชาที่ชั่วร้ายเช่นนี้ รวมร่างกับศพ คิดๆ ดูแล้ว ข้าขนลุกไปหมดแล้ว”
“เหอะ ความบ้าของสำนักหลีหุนจงเดิมก็ขึ้นชื่อที่สุดอยู่แล้ว พวกเขาสามารถทำอย่างว่าแบบนั้นกับศพได้ แล้วรวมร่างกับศพมันจะไปแปลกอะไร”
“ต่อไปจะมีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแล้ว”
“ประมุขเซียนของจยาเซียนงดงามและน่าหลงใหลเช่นนี้ แต่ในวันนี้กลับต้องมาต่อสู้กับปีศาจตัวหนึ่ง”
“ถ้าเจ้าเป็นห่วงนางขนาดนั้น ก็ลงสนามไปสู้แทนประมุขเซียนเลยสิ”
“เหอะๆ ช่างมันเถอะ ข้าไม่ได้มีความสามารถขนาดนั้น!”
“…”
ผู้คนบนอัฒจันทร์ต่างพูดคุยกัน
มีคนบางส่วนที่ตะลึงในความน่ากลัวของสำนักหลีหุนจง แล้วก็มีคนบางส่วนเป็นห่วงเจียงหลี
การประลองนัดสุดท้ายในตอนนี้ สำนักหลีหุนจงไม่สามารถพลิกมาชนะได้แล้ว พวกเขาต้องยอมรับความจริงที่พวกเขาพ่ายแพ้
หลิงหวังสำนักหลีหุนจงก้าวเท้าออกมา พลังอำนาจที่น่ากลัวก็ออกมาจากใต้ฝ่าเท้า เหยียบไปบนเวทีที่แตกร้าว แล้วเขาก็กลายเป็นแสงสีทองพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
ความเร็วนั้นทำให้รอบตัวของเขาเกิดประกายไฟ
แต่ว่าหลังจากที่รวมร่างกับหุ่นเชิดศพ พลังป้องกันในร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งจนถึงขีดสุด แล้วจะไปสนใจความร้อนเช่นนี้ทำไม
“ข้าได้กลายเป็นปีศาจแบบนี้ เพื่อที่จะฆ่าเจ้า วันนี้เจ้าต้องตายถึงจะสาสม! วางใจได้ หลังจากที่เจ้าตาย ข้าจะนำศพของเจ้ากลับไปที่สำนักหลีหุนจงแล้วฝึกฝนให้เป็นหุ่นเชิดที่สมบูรณ์แบบ บที่สุด ทำให้เจ้าอยู่บนโลกใบนี้ตลอดกาล!” หลิงหวังสำนักหลีหุนจงพูดด้วยใบหน้าที่โหดเหี้ยม
ความเย็นชาในคำพูดของเขา ผู้คนรอบๆ ที่ได้ยินล้วนแต่รู้สึกขนลุก
“ไอ้พวกคนบ้าน่าขยะแขยง!” กงเสวี่ยฮวาพูดขึ้นด้วยความเกลียดชัง
“หลิงหวังขั้นสามสูงสุด” ประมุขหวังเวิ่นฉิงเลิกคิ้ว พูดระดับขั้นพลังของหลิงหวังสำนักหลีหุนจงหลังจากที่รวมร่างแล้ว
ไหวปี้สั่นไปทั้งตัว กัดปากไว้แน่น ไม่สามารถปิดบังสีหน้าที่เป็นกังวลได้อีกแล้ว
บนอัฒจันทร์ของสำนักหลีหุนจง เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงก็โล่งใจขึ้นมาก เหมือนว่าเห็นภาพความตายที่น่าเวทนาของเจียงหลีแล้ว และได้เผยรอยยิ้มที่ลำพองใจออกมา า
“โห่! แข็งแกร่งขนาดนี้เชียว!”
“เป็นเช่นนี้จะทำอย่างไรดี”
“ประมุขเซียนจะรับมืออย่างไร”
“…”
บนอัฒจันทร์ ผู้คนที่ชมการประลองล้วนแต่มองไปบนฟ้าดูการต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มขึ้นด้วยความตื่นเต้น เหมือนว่าตอนนี้พวกเขากำลังต่อสู้อยู่อย่างไรอย่างนั้น
กลางอากาศ เจียงหลีมองปีศาจที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง ได้ยินเสียงร้องตะโกนของเขา แววตาก็สงบลง
“เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วจะสามารถเอาชนะได้แน่นอนรึ” เจียงหลีพูดอย่างช้าๆ
หลิงหวังสำนักหลีหุนจงยิ้มออกมาอย่างโหดเหี้ยม “หรือว่าเจ้ายังคิดว่าตัวเองจะชนะอยู่อย่างนั้นรึ”
เจียงหลีแววตาเปล่งประกาย แล้วค่อยๆ เผยความเหยียดหยามออกมา เหมือนว่ากำลังเย้ยหยันความอวดดีและไร้เดียงสาของเขา
ทันใดนั้น พลังอำนาจบนตัวเจียงหลีก็เริ่มเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้นางไม่ได้ปลดปล่อยพลังอำนาจทั้งหมดออกมา จึงทำให้ทุกคนคิดว่านางเป็นคนที่เพิ่งจะเข้าสู่ระดับหลิงหวัง
ไม่ผิด! นางเพิ่งจะเข้าสู่อาณาเขตหลิงหวัง แต่ไม่ได้หมายความว่านางจะอ่อนแอ!
พลังในตัวเจียงหลีระเบิดออกมา ขั้นพลังที่แท้จริงของนางได้ถูกเปิดเผยต่อหน้าผู้คนเป็นครั้งแรก
หลิงหวังขั้นหนึ่ง!
หลิงหวังขั้นสอง!
หลิงหวังขั้นสาม!
หลิงหวังขั้นสี่!
พลังอำนาจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายหยุดที่หลิงหวังขั้นสี่
“หลิงหวังขั้นสี่! สวรรค์! นางเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง ปีศาจพวกนี้ฝึกฝนอย่างไรกัน เก่งเกินไปแล้ว!”
“นึกไม่ถึงว่าประมุขเซียนจยาเซียนจะมีพลังหลิงหวังขั้นสี่! เหลือเชื่อจริงๆ!”
“ที่มาของข่าวการวางเดิมพันครั้งนี้มาจากไหนกัน นึกไม่ถึงว่าจะขาดข้อมูลที่สำคัญเช่นนี้ ถ้าหากข้ารู้ตั้งแต่แรกล่ะก็ ข้าก็จะวางเดิมพันฝั่งจยาเซียนอย่างแน่นอน”
“อย่าหาข้ออ้างให้กับโชคชะตาของตัวเองเลย ต่อให้เจ้ารู้ก่อน เจ้าก็เลือกสำนักหลีหุนจงที่น่าเชื่อถือกว่าอยู่ดี ใครจะรู้ว่าการประลองครั้งนี้ ม้ามืดอย่างจยาเซียนจะเก่งกาจขนาดนี !”
“ฮ่าๆๆ! คนสำนักหลีหุนจงดูโง่ไปเลย รวมร่างกับศพเพื่อเพิ่มพลังเป็นหลิงหวังขั้นสามสูงสุด และคิดว่าตัวเองจะชนะอย่างแน่นอน แต่กลับไม่คิดว่าประมุขเซียนไม่เพียงแต่งดงาม แล้วยั งมีทักษะพรสวรรค์ที่สูงกว่า และเป็นหลิงหวังขั้นสี่!”
“แล้วแบบนี้ใครบดขยี้ใครกันแน่”
“ถ้าหากมีคนให้วางเดิมพันตอนนี้ ข้าวางเดิมพันฝั่งประมุขเซียนอย่างแน่นอน!”
“เหลวไหล! ตอนนี้จะมีคนวางเดิมพันฝั่งสำนักหลีหุนจงอยู่อีกหรือ”
“…”
สถานการณ์เปลี่ยนไปเร็วมาก อารมณ์ของผู้ชมการประลองบนอัฒจันทร์ก็เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ทั้งตื่นเต้นและตะลึง
“หลิงหวังขั้นสี่! นึกไม่ถึงว่านางจะเป็นหลิงหวังขั้นสี่!” ไหวปี้ตะลึงแล้วพูดพึมพำ
แววตาของประมุขวังเวิ่นฉิงเปล่งประกาย สายตาที่น่าหลงใหลคู่นั้นเต็มไปด้วยความขี้เล่น
“ฮ่าๆๆๆ! ประมุขเซียนช่างทรงพลังนัก!” บนอัฒจันทร์จยาเซียน ทันใดนั้นกงเสวี่ยฮวาก็คึกคักขึ้นมา
ทางด้านไท่อีเหมิน ไม่ว่าจะเป็นประมุขตระกูลไท่อีเหมินหรือว่าสุ่ยชิงหยางที่ได้เห็นทักษะพรสวรรค์ที่เจียงหลีเผยออกมา ก็ล้วนแต่เผยสีหน้าสับสน
“ประมุขเซียนแห่งจยาเซียนคนนี้ ประมาทไม่ได้เลย!”
“ถ้าหากครั้งนี้นางและจยาเซียนสามารถมีชีวิตรอดจากการตอบโต้ของสำนักหลีหุนจงไปได้ พวกเขาต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อจยาเซียนไว้”
“…”
กลุ่มอำนาจอื่นๆ ระหว่างที่สบตากัน ก็ได้ต่างพากันตัดสินใจแล้ว
ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงสีหน้ามัวหมองขึ้นมาอีกครั้ง ความเคียดแค้นที่ก่อขึ้นในแววตาเหมือนดังคมดาบ นึกไม่ถึงว่าเจียงหลีจะเป็นหลิงหวังขั้นสี่!
เป็นไปได้อย่างไรกันที่นางจะมีพลังหลิงหวังขั้นสี่!
ข่าวลือจากในสำนักบอกว่าก่อนหน้าที่นางออกมาจากดินแดนผนึกมารได้ไม่นาน เห็นๆ อยู่ว่านางเพิ่งจะเป็นหลิงจง!
กลางอากาศ หลิงหวังสำนักหลีหุนจงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจียงหลีจะยิ้มก็ยิ้มไม่ออกแล้ว ความน่ากลัวบนใบหน้าเหลือเพียงแค่ความโหดเหี้ยม
เจียงหลีจ้องมองเขา แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย “ไม่ว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปอัปลักษณ์เพียงใด ข้าก็จะฆ่าเจ้าเหมือนเดิม ไม่ผิดตัวแน่!”
“เจ้า!” ในแววตาของหลิงหวังสำนักหลีหุนจงเผยความหวาดกลัวออกมา
เขาชิงจู่โจมก่อน พลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวรวมกันอยู่ตรงหน้าของเขาแล้วกลายเป็นฝ่ามือยักษ์สีดำ ในฝ่ามือนั้นมีความเย็นยะเยือกราวกับเสียงร้องโหยหวนของภูตผีปีศาจ ฝ่ามือยื่นออกมา ฟ้าดินเปลี่ยนสีรากวับปีศาจมาเยือนโลก
เจียงหลียื่นมือออกมาอย่างไม่ร้อนรน ด้านหลังของนางก็มีร่างของเทียนหยาปรากฏขึ้นในแสงสีทอง
ชั่วพริบตา กลางอากาศก็ปรากฏนิ้วมือยักษ์ขึ้น บนนิ้วมือนั้นปล่อยพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัวออกมาราวกับทุกสิ่งที่ต่อต้านอยู่หน้านิ้วนี้ล้วนถูกกำหนดให้ดับสลาย
“ลงทัณฑ์!”