ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว - บทที่ 290 - คนหนึ่งเล่นบทโหด คนหนึ่งเล่นบทดี
- Home
- ร้านขายของชำวันสิ้นโลก: แค่มาม่าก็แลกทองได้แล้ว
- บทที่ 290 - คนหนึ่งเล่นบทโหด คนหนึ่งเล่นบทดี
บทที่ 290 – คนหนึ่งเล่นบทโหด คนหนึ่งเล่นบทดี
เย่อิงไม่ปล่อยให้เหล่าผู้ปลุกพลังได้ประมวลผลข้อมูล เธอยกนิ้วที่สองขึ้นมา
“ข้อสอง สิทธิ์ในการรับยุทโธปกรณ์ก่อน อาวุธที่พัฒนาล่าสุดจากโรงผลิตอาวุธ, ยุทโธปกรณ์ที่ปรับปรุงใหม่ล่าสุดจากสถาบันวิทยาศาสตร์ สมาชิกหน่วยคมมีดราตรีมีสิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนเป็นลำดับแรก”
ถ้าข้อแรกคืออำนาจ ข้อนี้ก็คือผลประโยชน์ที่จับต้องได้
ในบรรดาผู้ปลุกพลังที่อยู่ที่นี่ ใครบ้างจะไม่ตาร้อนกับรถรบเดินเท้าของหน่วยองครักษ์?
ถ้ามีทางเลือก ใครจะอยากไปสู้กับซอมบี้ในระยะประชิด ถ้าสามารถกำจัดมันได้จากระยะไกลก็ย่อมดีที่สุด
ผู้ปลุกพลังสู้เก่งก็จริง แต่ถ้ามีอะไรที่ทำให้การต่อสู้มันง่ายขึ้น ใครจะปฏิเสธ
ในกลุ่มคนเริ่มมีเสียงกลืนน้ำลายดังขึ้น
ผู้ปลุกพลังบวกกับอำนาจการยิงที่ทรงพลัง นั่นมันก็เหมือนเสือติดปีกชัดๆ!
“ข้อสาม…” เสียงของเย่อิงกดต่ำลง แต่กลับทรงพลังยิ่งกว่าเดิม “และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด”
หัวใจของทุกคนเต้นระทึก
“สถาบันวิทยาศาสตร์ของนิวซิตี้ ได้จัดตั้งโครงการแกนคริสตัลขึ้นแล้ว เป้าหมายหลักของพวกเขา ก็คือการวิจัยและพัฒนา ยาเสริมแกร่ง ที่สามารถเพิ่มความสามารถของผู้ปลุกพลังได้อย่างปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง”
“และหน่วยคมมีดราตรี จะเป็นกลุ่มแรกที่มีคุณสมบัติในการใช้ยาเหล่านี้”
ตู้ม!
ประโยคนี้ราวกับสายฟ้าฟาด ลงกลางสมองของทุกคน
ยาเสริมแกร่ง!
เพิ่มพลังพิเศษได้อย่างคงที่!
คำไม่กี่คำนี้ ทำลายกำแพงจิตใจสุดท้ายของผู้ปลุกพลังทุกคนจนหมดสิ้น
ในยุคสุดท้าย อะไรสำคัญที่สุด?
ความแข็งแกร่ง!
พวกผู้ปลุกพลังมาแย่งแต้มทัพกันที่นี่ เพื่ออะไร
นอกจากสภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ก็เพื่อจะหาอาวุธดีๆ มาเพิ่มความสามารถให้ตัวเอง
แต่ปืนที่ดีแค่ไหน ท้ายที่สุดก็เป็นของนอกกาย
มีเพียงพลังที่สลักอยู่ในร่างกายเท่านั้น ที่จะเป็นของตัวเองตลอดไป!
วิธีการเพิ่มความแข็งแกร่งของผู้ปลุกพลังมีเพียงการดูดซับแกนคริสตัล แต่การดูดซับแกนคริสตัลก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีขีดจำกัด
ก่อนอื่น ร่างกายต้องทนรับไหว ถ้าผลีผลามดูดซับแกนคริสตัลจำนวนมากเข้าไป ก็อาจทำให้ร่างกายพังทลายได้
ในความเป็นจริง นอกจากหลินโม่ที่อาศัยคุณสมบัติพิเศษของร้านค้าที่ปลอดภัยสัมบูรณ์ ในการดูดซับแกนคริสตัลได้อย่างรวดเร็วแล้ว ผู้ปลุกพลังคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเย่อิง หรือผู้นำสี่ขั้วอำนาจ ประสิทธิภาพในการดูดซับแกนคริสตัลของพวกเขาต่ำมาก
ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าหากสามารถพัฒนายาพลังพิเศษ สกัดเอาแก่นแท้ในแกนคริสตัลออกมาได้ ก็จะช่วยเร่งการดูดซับได้ ผลลัพธ์ย่อมไม่ต้องพูดถึง
ไม่มีผู้ปลุกพลังคนไหน ที่จะต้านทานสิ่งยั่วยวนนี้ได้!
“ผมขอเข้าร่วมหน่วยคมมีดราตรี!”
ไม่รู้ว่าเป็นใครที่ตะโกนขึ้นมาเป็นคนแรก ก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ทันที
“ผมก็ขอเข้าร่วมด้วย!”
“คุณเย่อิง! เลือกผมสิ! ผมยอมทำทุกอย่าง!”
ฝูงชนคลั่งไปแล้วโดยสมบูรณ์
พวกเขาไม่ใช่แค่แย่งชิงภารกิจแต้มทัพอีกต่อไป แต่กำลังแย่งชิงโอกาสที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิต
สีหน้าที่พวกเขามองไปยังเย่อิง ไม่มีความไม่พอใจหรือกังขาอีกต่อไป เหลือเพียงการประจบสอพลอ
ในขณะที่บรรยากาศในหอประชุมพุ่งสูงถึงขีดสุด เย่อิงกลับทำการกระทำที่ไม่มีใครคาดคิด
เธอหันหลังกลับ เผชิญหน้ากับหลินโม่ที่ยืนเงียบมาตลอด แล้วโค้งคำนับเล็กน้อย
“นายท่านคะ การขยายกำลังพลของหน่วยคมมีดราตรีเป็นเรื่องใหญ่ ขอให้นายท่านเป็นผู้ตัดสินใจ”
ในชั่วพริบตา สายตาที่ร้อนแรงทั้งหมด ก็ย้ายจากร่างของเย่อิงไปยังร่างของหลินโม่
หลินโม่ออกจากกลุ่มคน เดินออกมาข้างหน้า ใบหน้าเจือแววกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขากวาดตามองไปรอบๆ มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังเหล่านั้น แล้วถอนหายใจเบาๆ
“เย่อิง การตัดสินใจของคุณ มันกะทันหันเกินไป”
เขาไม่ได้เห็นด้วยทันที และก็ไม่ได้คัดค้าน เพียงแค่ใช้โทนเสียงเหมือนกำลังปรึกษาหารือ
หัวใจของผู้ปลุกพลังในที่นั้นแขวนอยู่บนเส้นด้ายอีกครั้ง
คุณหลินหมายความว่ายังไง? หรือว่าเขาไม่เห็นด้วย?
“นายท่านคะ ประชากรในนิวซิตี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกเดี๋ยวคนจากฐานที่มั่นประภาคารอีกเป็นพันก็จะมา สถานการณ์ในอนาคตจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น” น้ำเสียงของเย่อิงเจือแววอ้อนวอน “เพียงแค่หน่วยองครักษ์ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งหมดได้ กำลังพลของหน่วยคมมีดราตรีก็ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องขยายกองกำลัง ถึงจะสามารถแบ่งเบาภาระให้นายท่านได้ดียิ่งขึ้นค่ะ”
หลินโม่ขมวดคิ้ว เดินไปเดินมาอยู่กับที่สองสามก้าว ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย
ในหอประชุมเงียบกริบ ทุกคนต่างกลั้นหายใจ รอคอยคำตัดสินสุดท้าย
“ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผลอยู่บ้าง”
ในที่สุดหลินโม่ก็หยุดเดิน พูดขึ้นช้าๆ
“นิวซิตี้ต้องการคมมีดที่คมยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับอันตรายที่ซ่อนอยู่ในความมืด”
ประโยคนี้ ทำให้ทุกคนโล่งใจไปได้ครึ่งหนึ่ง
“แต่ว่า…” หลินโม่เปลี่ยนเรื่อง สายตากวาดมองซาโซริ, มองควงเฟิง, มองทุกคนในที่นั้น “หน่วยคมมีดราตรีไม่ใช่สถานสงเคราะห์ ยิ่งไม่ใช่การเกณฑ์ทหารภาคบังคับ”
“ผมอยากจะย้ำจุดหนึ่ง การเข้าร่วมหน่วยคมมีดราตรี ต้องมาจากความสมัครใจอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนของผาหิน, หรือคนของฟางโจว, หรือพี่น้องจากรังผึ้ง ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือก”
“ผมจะไม่บังคับใคร นิวซิตี้ก็จะไม่บังคับใคร ใครที่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในนิวซิตี้ ใช้แรงงานของตัวเองแลกแต้มอุทิศ ผมยินดีต้อนรับ ใครที่อยากจะสู้สักตั้ง ใช้ชีวิตไปแลกอนาคต ผมก็สนับสนุน”
คำพูดของหลินโม่ จริงใจและตรงไปตรงมา
เมื่อครู่ที่ยังโดนกฎเกณฑ์อันเย็นชาของเย่อิงกดดันจนหายใจไม่ออก ตอนนี้ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
ดูสิ คุณหลินยังเข้าข้างพวกเรา!
เขาไม่ได้ลำเอียงเข้าข้างเย่อิงที่เป็นคนสนิท แต่กลับคิดเผื่อพวกเราทุกอย่าง เคารพการตัดสินใจของพวกเรา
ซาโซริและไป๋ลู่สบตากัน ทั้งคู่ต่างอ่านความหมายเดียวกันได้จากสีหน้าของอีกฝ่าย
คนหนึ่งเล่นบทโหด (หน้าขาว) คนหนึ่งเล่นบทดี (หน้าแดง)
เย่อิงตั้งกำแพงไว้สูงลิบลิ่ว ตั้งกฎเกณฑ์ไว้ตายตัว ทำให้คนยำเกรง ไม่กล้าหืออือ
ส่วนหลินโม่ก็สวมบทเป็นผู้นำครอบครัวที่ใจกว้าง ด้านหนึ่งก็ปลอบใจผู้คน อีกด้านหนึ่งก็โยนสิทธิ์ในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายกลับมาให้พวกเขาเอง
ทั้งผลักทั้งดึง แค่นี้ก็กุมหัวใจของทุกคนไว้ได้อยู่หมัด
สูง!
สูงส่งจริงๆ!
“คุณหลินพูดถูก!” ซาโซริเป็นคนแรกที่ออกมาแสดงจุดยืน เขาประสานหมัดคารวะหลินโม่ เสียงดังฟังชัด “พวกเราทุกคนฆ่าฟันกันออกมาจากกองซากศพ ตอนนี้มีโอกาสดีๆ วางอยู่ตรงหน้า ใครไม่อยากคว้าไว้นั่นแหละคือคนโง่!”
“ฉันเห็นด้วย”
ไป๋ลู่ออกมาจากฝูงชน เสียงใสกังวานแฝงความแน่วแน่
เธออ่านเจตนาของหลินโม่ออก จึงตัดสินใจออกมายืนสนับสนุนในทันที
ไป๋ลู่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว หันไปถามเย่อิงโดยตรง “คุณเย่อิง บอกมาเลยค่ะ ว่าการทดสอบคัดเลือกเข้าหน่วยนี่มันทดสอบอะไร? ภารกิจคุ้มกันประภาคารครั้งนี้ ต้องฆ่าซอมบี้เท่าไหร่ถึงจะผ่านเกณฑ์”
“ขอแค่คุณบอกกติกาออกมา พี่น้องจากฟางโจวของเรารับรองไม่มีใครถอยแน่นอน!”
สิ้นเสียงของไป๋ลู่ สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่เย่อิงอีกครั้ง
“การทดสอบคัดเลือก ง่ายมาก”
เย่อิงไม่ขายของ พูดกฎกติกาออกมาตรงๆ
“ภารกิจคุ้มกันครั้งนี้ ก็คือสนามสอบ”
“ข้อแรก ตัดสินกันที่แต้มทัพ หลังจากภารกิจสิ้นสุด จะคัดเลือกคนที่ได้แต้มทัพสูงสุด 100 อันดับแรก เข้าร่วมหน่วยคมมีดราตรี”
ประโยคนี้ทำให้ผู้ปลุกพลังหลายคนถอนหายใจอย่างโล่งอก
โควตา 100 คน จำนวนนี้ไม่ถือว่าน้อย ขอแค่ทุ่มสุดตัวในภารกิจคุ้มกันครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส
บรรยากาศที่เมื่อครู่ยังตึงเครียด พลันผ่อนคลายลง
หลายคนเริ่มคำนวณในใจแล้วว่าจะทำยังไงให้ตัวเองฆ่าได้มากที่สุดในสนามรบ เพื่อชิงอันดับดีๆ มาให้ได้