ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 101 ทำสงครามจิตวิทยากับหมอนักบุญ
บทที่ 101 ทำสงครามจิตวิทยากับหมอนักบุญ
จางจ้งจิ่งที่อยู่บนโลกเซียนก็ได้พิมพ์อย่างตื่นเต้น “เถ้าแก่ฉิง ไม่ทราบว่าเจ้าได้เอาชื่อของข้าไปทำอะไรในโลกเบื้องล่างอย่างนั้นรึ?”
เมื่อถูกถามโดยท่านหมอนักบุญแล้ว ฉิงเทียนจึงได้รู้สึกผิดขึ้นมาและคิดว่าหรือว่าท่านหมอจะรู้เรื่องที่เราอ้างชื่อของท่านเป็นอาจารย์สอนวิชาแพทย์ให้เรากันแน่นะ?
เขาจึงได้พิมพ์ตอบกลับไปอย่างเก้ๆกั้งๆ: “คือว่า ท่านหมอนักบุญครับ ผมได้บอกกับคนในโลกเบื้องล่างไปว่าคุณนั้นเป็นอาจารย์ของผมครับ จากผมจึงได้รับเขาเป็นศิษย์ในนามของคุณครับ”
“อะไรนะ เจ้ารับศิษย์โดยใช้ชื่อข้าอย่างนั้นเรอะ?” มองไปที่ข้อความที่ตอบกลับมาโดยหมอนักบุญแล้ว ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะตกใจขึ้นมา หรือว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนี้จะเป็นสิ่งที่ผิดอย่างนั้นเหรอ?
จากนั้นเขาจึงได้ทักไปอยู่หลายหน แต่จางจ้งจิ่งที่อยู่ในโลกสวรรค์นั้นกลับยังสงบสติอารมณ์ไม่ได้อยู่พักใหญ่ๆ
“ถ้าเป็นอย่างนี้ ข้าก็จะสามารถรักษาวิชาแพทย์ของข้าเอาไว้ได้ โดยที่ไม่ทำผิดกฎของสวรรค์ด้วย” เมื่อพูดออกมาเช่นนี้ จางจ้งจิ่งหมอนักบุญก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“เถ้าแก่ฉิงไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก หากว่าเจ้าไม่ได้เอาชื่อของข้าไปทำอะไรไม่ดี ส่วนเรื่องของลูกศิษย์ที่เจ้าไปรับมา ช่วยถ่ายรูปให้ข้าดูหน่อยได้ไหม?” เมื่อเห็นท่านหมอนักบุญตอบกลับมา
ฉิงเทียนจึงได้ถอนหายใจออกมา เมื่อสักครู่เขากังวลมากว่าท่านหมอนักบุญจะโทษเขาเสียแล้ว เขาจึงได้ถ่ายรูปของโจวซวี่ด้วยโทรศัพท์มือถือของเขาแล้วกดส่งรูปไปให้จางจ้งจิ่งดู
แล้วภาพขนาดใหญ่ของโจวซวี่ก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของจางจ้งจิ่ง ในรูปภาพนั้นเขาสามารถมองเห็นได้ทุกส่วนของโจวซวี่รวมถึงเครื่องในของเขาก็สามารถมองเห็นได้ด้วย
หลังจากที่มองดูโจวซวี่ในรูปได้สักพักใหญ่ๆแล้ว ท่านหมอนักบุญก็ได้ผงกหัวอย่างพึงพอใจและพูดขึ้น “ไม่เลวๆ เขานั้นยังสามารถที่จะเรียนรู้วิชาได้อยู่”
หลังจากนั้นเขาจึงได้เขียนข้อความลงไปในรูปที่ลอยอยู่: “ชายคนนี้เป็นลูกศิษย์ของข้าได้”
หลังจากที่ได้รับข้อความตอบกลับมาในโทรศัพท์มือถือ ฉิงเทียนก็ไม่คิดว่าท่านหมอนักบุญนั้นจะตอบตกลง จากนั้นโดยที่ฉิงเทียนยังไม่ทันได้พิมพ์ข้อความตอบกลับไป ก็มีสัญลักษณ์อะไรบางอย่างปรากฏขึ้นมาในหน้าจอโทรศัพท์ของฉิงเทียนซึ่งเขาไม่รู้ว่าสัญลักษณ์นี้มันคืออะไร?
“สิ่งนี้คืออะไรครับ? ท่านหมอนักบุญ” ฉิงเทียนพิมพ์ถาม
หลังจากนั้นสักพัก ท่านหมอนักบุญก็ได้ตอบกลับมา: “นี่คือลิงก์ที่เข้าไปยังร้านของข้า เจ้าลองกดเปิดดูได้เลย”
ที่แท้ก็เป็นลิงก์นี่เอง ฉิงเทียนจึงได้กดเข้าไปดู แล้วเขาก็พบหน้าจอหนึ่งปรากฏขึ้นมาในโทรศัพท์มือถือของเขา ซึ่งมีตัวหนังสือขนาดใหญ่อยู่ในหน้าจอนั้นด้วยซึ่งเขียนเอาไว้ว่า “ยาลูกกลอนทองคำ”
ขอบเขตผู้ใช้: ต่ำกว่าเซียน
ราคา: 1 หินเซียน
โดยเฉพาะตอนที่ฉิงเทียนเห็นราคา ทำให้อดไม่ได้ที่จะตะลึง: ทำไมยาลูกกลอนทองคำถึงได้ถูกขนาดนี้ได้เนี่ย? ตอนที่เราเคยค้นหาในถาวเป่าสวรรค์มาก่อนเจอแต่ราคาเป็นพันหินเซียนทั้งนั้น
ดังนั้นเขาจึงได้พิมพ์ถามไป: “ทำไมยาลูกกลอนของท่านหมอถึงได้ถูกนักล่ะครับ?”
จางจ้งจิ่งผู้เป็นหมอนักบุญในโลกสวรรค์นั้น ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นคำถามของฉิงเทียน จากนั้นเขาก็พิมพ์ตอบกลับมา: “ที่เจ้าเจอน่ะเป็นยาลูกกลอนสำหรับเซียนใช้ทานน่ะ ส่วนอันนี้สำหรับคนธรรมดาทาน ราคามันก็เลยต่างกันน่ะสิ”
หลังที่อ่านที่ท่านหมอนักบุญอธิบายแล้ว ฉิงเทียนก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่ายาลูกกลอนทองคำที่เขาพบในถาวเป่าสวรรค์นั้นมันเป็นยาอมฤต จึงไม่น่าแปลกที่ราคามันจะแพงมาก!
“ถ้าอย่างนั้นยาลูกกลอนทองคำที่เราเห็นในถาวเป่าสวรรค์นั้นก็เป็นยาอมฤตทั้งหมดน่ะสิ” ฉิงเทียนพูดกับตัวเองอย่างตกใจ จากนั้นเขาจึงได้พิมพ์กลับไปทันที: “ท่านหมอนักบุญครับ ยาลูกกลอนทองคำที่เห็นในถาวเป่าสวรรค์นั้นเป็นของเซียนทั้งหมดเหรอครับ?”
ท่านหมอนักบุญตอบ: “เพราะว่าลูกค้าในถาวเป่าสวรรค์นั้นเป็นเซียนกัน แน่นอนว่าพวกเขาจึงขายแต่ยาอมฤต
หลังจากที่ได้คำตอบมา เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วตะโกน: ม่าย แล้วอย่างนี้เราจะหาซื้อยาลูกกลอนได้ยังไง
หลังจากที่จางจ้งจิ่งส่งข้อความไป เขาก็ลูบหนวดของเขาและบ่นพึมพำกับตัวเอง “จะยกเว้นก็แค่เจ้านี่แหละ ที่เป็นของแปลกเพราะถาวเป่าสวรรค์นั้นล้วนแล้วแต่เป็นเซียน”
แน่นอนว่าฉิงเทียนนั้นไม่รู้ว่าท่านหมอนักบุญนั้นได้พูดอะไรออกมา ในเวลานี้เขากำลังกังวลว่าจะทำอย่างไรเรื่องยาดี แล้วเขาจะฝึกวิชาต่อไปได้อย่างไร เดิมทีฉิงเทียนนั้นคิดที่จะเก็บหินเซียนให้มากพอแล้วซื้อยาลูกกลอนจากถาวเป่าสวรรค์ให้เสวี่ยเอ๋อและพวกพี่น้องของเขา
แต่จู่ๆเขากลับต้องมาพบว่ายาลูกกลอนทองคำที่ขายในถาวเป่าสวรรค์นั้นล้วนเป็นยาอมฤต และคนธรรมดาไม่สามารถทานได้ด้วย แผนการนี่จึงต้องล้มเลิกไป
ขณะที่ฉิงเทียนกำลังใช้ความคิดอยู่นั้น โทรศัพท์ของเขาก็ได้ส่งเสียงร้องออกมา
ท่านหมอนักบุญ: ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถหายาลูกกลอนจากในถาวเป่าสวรรค์ได้ แต่ข้าสามารถปลุงยาลูกกลอนทองคำสำหรับคนธรรมดาได้ ข้าจึงได้ส่งลิงก์นั้นให้เข้าเป็นกรณีพิเศษ เจ้าสามารถซื้อไปลองดูก็ได้
“เยี่ยม ท่านหมอนักบุญก็ปรุงยานี้ได้ด้วย” ฉิงเทียนยิ้มขึ้นมาเมื่อเห็นข้อความของจางจ้งจิ่ง
จากนั้นเขาจึงกดเขาลิงก์นั้นเพื่อสั่งซื้อยา ในพริบตาเดียว ก็มีขวดขาสีเขียวปรากฏขึ้นมาในมือของฉิงเทียน
เมื่อเปิดฝาจุกออกมาและเทยาลงมาในมือ ก็พบว่ายามีขนาดพอๆกับลูกแก้ว
ฉิงเทียนลองดมยาที่อยู่ในมือของเขาแล้วก็ถึงกับอาเจียน “ยานี้กลิ่นแรงไม่เหมือนกับที่เราเคยซื้อมาตอนแรกเลยแฮะ”
ถ้าคำพูดนี้ท่านหมอนักบุญจางจ้งจิ่งได้ยินเข้า เขาคงดุฉิงเทียนจนตายแน่ เพราะยาอมฤตที่ฉิงเทียนซื้อมาครั้งแรกนั้นเป็นยาของไท่ซ่างเหล่าจวิน ซึ่งถือได้ว่าเป็นยาวิเศษที่ไม่สามารถหาได้ง่ายๆในสวรรค์ ยาลูกกลอนทองคำนั้นจะไปเทียบได้อย่างไร
ฉิงเทียนจึงได้วางยาลูกกลอนทองคำไว้ตรงหน้าเขาแล้วจากนั้นก็โยนเข้าปากลงไป
ทันใดนั้น ฉิงเทียนก็พลันรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขานั้นเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ มีพลังวิญญาณอยู่น้อยมากบนโลก ฉิงเทียนจึงจำเป็นต้องใช้น้ำจากโลกเซียนในการฝึก แต่มันก็เป็นเพียงน้ำธรรมดาซึ่งมีพลังวิญญาณอยู่น้อยมาก
เดิมที่ ฉิงเทียนนั้นเป็นชายที่กินถึง 80% ถึงจะอิ่ม แต่ในเวลานี้ต่อให้เขาทานแค่ 12% ก็อิ่มแล้ว ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณในร่างกายของเขานั้นมันเริ่มเกินจุดอิ่มตัวไปแล้ว
เขาจึงรีบนั่งขัดสมาธิ แล้วหลับตาลงเพื่อซึมซับพลังวิญญาณ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ฉิงเทียนก็ลืมตาขึ้นมาแล้วพูดอย่างตื่นเต้น “ยาลูกกลอนทองคำนี่มันสุดยอดจริงๆด้วย”
ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะรู้แล้วว่ายาลูกกลอนทองคำนั้นให้ผลดีมากสำหรับเขาในเวลานี้ แต่ฉิงเทียนนั้นยังไม่กล้าที่จะถามจางจ้งจิ่งอย่างเร่งรีบ
เขาเชื่อว่าจางจ้งจิ่งนั้นคงจะไม่ปรุงยาให้คนธรรมโดยไม่มีเหตุผลแน่ๆ ถึงแม้ว่าท่านหมอนั้นจะพูดดีกับเขาก็ตาม แต่ฉิงเทียนก็เข้าใจได้ว่าตัวเขานั้นเป็นได้แค่มดตัวน้อยในสายตาของพวกเซียน ในเวลานี้จางจ้งจิ่งได้ฉวยโอกาสให้ยากับเขาเช่นนี้ เขาจะต้องขออะไรจากเขาแน่ๆ
“หรือว่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับหมอกสีขาวนั่นกันแน่นะ?” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะสงสัยหมอกสีขาวที่ลอยออกมาในตอนที่โจวซวี่ก้มคำนับเป็นศิษย์
จางจ้งจิ่งในโลกสวรรค์นั้นกำลังดื่มชาอย่างไม่เร่งรีบอะไร เขากำลังรอให้ฉิงเทียนนั้นมาขอร้องเขา
“ยาลูกกลอนขวดนั้นน่าจะสามารถช่วยสหายเสี่ยวฉิงได้อย่างมาก” จางจ้งจิ่งลูบหนวดของเขาและพูดด้วยรอยยิ้ม
“เขาน่าจะติดต่อมาหาเราในเร็วๆนี้แน่ ในเวลานั้นเราใช้วิชาของเราในการขอให้เขาช่วยเผยแพร่วิชาแพทย์แผนจีนออกไป นั่นจึงเป็นเหตุที่พลังแห่งความศรัทธามาหาเราแน่” เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
แต่ทว่า เรื่องนี้มันกลับไม่ง่ายอย่างที่เขาคิดเสียแล้ว ฉิงเทียนนั้นกลับไม่ติดต่อมาหาเขาอีก
เขาจึงเริ่มทนไม่ไหวแล้วรออย่างกระวนกระวายแล้วพูดบ่นกับตัวเอง “ทำไมถึงยังไม่มีข้อความมาอีกนะ?”
ฉิงเทียนที่อยู่บนโลกเองก็ไม่ดีไปกว่ากันเท่าไร เขาจ้องไปที่จอโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา แล้วเขาก็ตะโกนในใจ: ข้อความล่ะ ข้อความ!
ในที่สุดจางจ้งจิ่งที่อยู่ในแดนสวรรค์ในที่สุดก็ลุกขึ้นยืนแล้วพูดขึ้น “*อาจจะไม่เจอร้านอีกหลังจากผ่านหมู่บ้านนี้ไปแล้วก็ได้ ยังไงก็ไม่มีใครอื่นนอกจากเขาที่จะช่วยเราเผยแพร่วิชาของเราได้” (*”อาจจะไม่เจอร้านอีกหลังจากผ่านหมู่บ้านนี้ไปแล้วก็ได้” หมายถึงถ้าไม่ฉวยโอกาสเสียแต่ตอนนี้ หากปล่อยผ่านไปอาจจะไม่เจอโอกาสนี้อีกแล้วก็ได้)
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็หยิบเอาศิลาขาวออกมา แล้วเขียนลงในอากาศ: “สหายเสี่ยวฉิงยังอยู่ไหม?”
แล้วโทรศัพท์มือถือในโลกมนุษย์ก็ดังขึ้นมา ฉิงเทียนจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เพราะเขารู้แล้วว่าเขานั้นคือผู้ที่ชนะในสงครามจิตวิทยาในครั้งนี้