ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 119 การแข่งขัน(1)
บทที่ 119 การแข่งขัน(1)
ผู้ชายทั้งสองคนยืนจ้องหน้ากันเป็นเวลานานกว่า 3 นาที จนกระทั่งจงเทารู้สึกได้ว่าเขาไปพบพลังวิญญาณจากตัวของฉิงเทียน แล้วจากนั้นเขาจึงได้เลิกใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์
แต่ฉิงเทียนเองก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังวิญญาณจากจงเทาแล้วคิด “จงเทานั้นเป็นผู้ฝึกวิชาจริงๆด้วย และระดับของเขาก็น่าจะใกล้เคียงกับเราที่อยู่ในระดับเหลียนฉี” ฉิงเทียนคิดอย่างมั่นใจ
เขาไม่รู้ว่าจงเทานั้นอาจจะเป็นลูกลับๆหรือไม่ก็ผู้สืบทอดวิชามาจากอาจารย์ก็ได้ ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น
“คุณคงจะเป็นหมอเทวดาจงเทาสินะครับ” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาก่อน
ผู้คนเมื่อได้ยินฉิงเทียนพูดขึ้นมาก็อดไม่ได้ที่จะจ้องไปที่จงเทา และรอจงเทาตอบกลับมา อย่างไรก็ดีชายหนุ่มทั้งสองคนนี้ต่างก็เรียกได้ว่าเป็นวีรบุรุษหนุ่มในสายตาของพวกเขา ในยุคสมัยนี้พวกเขานั้นถือเป็นสุดยอดของวงการแพทย์แผนจีนที่ใครๆต่างก็ชื่นชม
“ผมไม่กล้าเรียกตัวเองว่าหมอเทวดาจงหรอกครับ ผมเป็นแค่หมอธรรมดาๆเท่านั้น” ถึงแม้ว่าจงเทานั้นจะพูดถ่อมตัว แต่สีหน้าของเขานั้นกลับดูภาคภูมิใจมาก
สีหน้าของเขานั้นดูเหมือนจะบอกว่า ฉันนี่แหละคืออัจฉริยะ และพวกกระจอกอย่างพวกแกก็ต้องมายกย่องบูชาฉัน
ฉิงเทียนนั้นไม่สนใจหรอกว่าเขานั้นจะถ่อมตัวหรือไม่, เขามาที่นี่วันนี้เพื่อที่จะช่วยตระกูลล้างแค้น และทำให้ตระกูลซูฟื้นฟูได้ชื่อเสียงในวงการแพทย์แผนจีนโบราณของเมืองโม๋ตู
“คุณหมอจงช่างถ่อมตัวจริงๆ ทั้งๆที่คุณสามารถจัดการกับร้านยีเย่ากวนทั้ง 10 สาขาได้ภายใน 3 วัน และยังสามารถเอาชนะผู้เฒ่าซูได้อีก” ฉิงเทียนกล่าว
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูดจงเทาก็ได้แสดงสีหน้าภาคภูมิใจออกมา เขานั้นกำลังที่จะพูด แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดตาอ้วนหานที่อยู่ข้างหลังเขาก็พูดออกมาเสียก่อนอย่างเสียงดัง “คุณหมอเทวดาจงนั้นเก่งสมกับชื่อ แม้แต่ผู้อาวุโสซูก็ยังต้องยอมแพ้คนอื่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผมแนะนำให้คุณอย่าเอาชื่อเสียงมาทิ้งดีกว่า”
เมื่อซูเสวี่ยและฉิงหยูเห็นตาอ้วนหานกำลังดูถูกคนอื่นมากขนาดนั้น พวกเขาจึงได้คิดที่จะโต้เถียง
แต่ฉิงเทียนก็ได้จ้องทั้งสองคนให้หยุดก่อน แล้วทั้งคู่ก็ได้กลืนน้ำลายและปิดปากของพวกเขา
“ก็ไม่ใช่เพราะอย่างที่คุณพูดเหรอว่าเขานั้นเก่งด้านยาจีน วันนี้ผมถึงได้มาที่นี่เพื่อท้าสู้กับจงเทา!” ฉิงเทียนนั้นไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดของตาอ้วนหานและพูดด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนพูด จงเทาก็ชะงักอย่างช่วยไม่ได้ แต่ยังคงมีรอยยิ้มที่มั่นใจอยู่บนใบหน้าเขา
“คุณจะท้าสู้กับคุณหมอจงงั้นเหรอ? แล้วทำไมเขาจะต้องสู้กับคุณด้วยล่ะ” ตาอ้วนห้านพูดอย่างอวดดี
ส่วนจงเทาที่อยู่ข้างๆเขานั้นก็ไม่ได้พูดว่าเขาแต่อย่างใด แต่กลับชื่นชมกับคำป้อยอของตาอ้วนหาน
เมื่อเห็นตาอ้วนหานพูดอย่างไร้ยางอาย ซูเสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา “ตอนที่พวกคุณมาที่ยีเย่ากวนเพื่อท้าแข่ง พวกเราไม่เคยทำกับพวกคุณแบบนี้เลยนะ?”
“ฮ่าๆ ก็เพราะพวกแกมันโง่น่ะสิ!” ตาอ้วนหานพูดอย่างดูถูกแบบไม่ไยดี
“แก….” ซูเสวี่ยหน้าแดงด้วยความโกรธกับคำพูดของตาอ้วนหาน
“แล้วคุณต้องการอะไร?” ฉิงเทียนจับมือของซูเสวี่ยบอกให้เธอใจเย็นลง
เมื่อเห็นฉิงเทียนจับมือของซูเสวี่ย สายตาของจงเทาก็ได้ฉายแสงแห่งความเกลียดชังมาเป็นช่วงๆ
ฉิงเทียนเองก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่มุ่งร้ายของจงเทา และอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย
“ทุกคนที่อยู่ที่นี่ในวันนี้ครับ, ผมตกลงที่จะสู้กับคุณก็ได้” จงเทาลุกขึ้นยืนและพูดกับผู้คน “แต่ผมมีข้อแม้ข้อหนึ่ง: นั่นคือพวกคุณจะต้องเดิมพันด้วยคลินิกยีเย่ากวนของตระกูลซูในเมื่องโม๋ตู”
“อะไรนะ” ซูกังอุทานขึ้นมาทันทีที่เขาได้ยินคำพูดของจงเทา
ยีเย่ากวนในโม๋ตูนั้นถือเป็นรากฐานของตระกูลซู ต่อให้ไม่มีร้านนี้พวกเขานั้นยังสามารถไปเปิดร้านยีเย่ากวนที่เมืองอื่นได้ก็จริงอยู่ แต่การไม่มียีเย่ากวนในโม๋ตูนั้น ตระกูลซูนั้นไม่เพียงแต่จะต้องอับอายในวงการแพทย์แผนจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่รอดในวงการนี้ได้อีกต่อไปด้วย
“มันจะมากเกินไปแล้วนะที่จะเอายีเย่ากวนในโม๋ตูมาเดิมพัน”
“ยีเย่ากวนของตระกูลซูในโม๋ตูนั้นเปิดกิจการมานานว่าครึ่งศตวรรษแล้วนะ”
“นี่มันที่เขาเรียกว่า “ถ้าจะสู้ก็ต้องยอมเสีย” สินะ”
………….
หลังจากที่ได้ยินที่ทุกคนคุยกัน สีหน้าของผู้เฒ่าซูยังคงสงบนิ่งอยู่ ราวกับว่าสิ่งที่พวกเขาคุยกันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา
“คุณกล้าพนันแบบนั้นได้ยังไง?” เมื่อตาอ้วนหานได้ยินที่จงเทาพูดเรื่องที่เดิมพันด้วยยีเย่ากวนของตระกูลซู หัวใจของเขาก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมา
เมื่อคิดถึงยีเย่ากวนของตระกูลซูในเมืองโม๋ตูทั้งหมดแล้วมีมูลค่าถึง 1หมื่นล้านหยวน และถ้าคิดจากข้อตกลงกันระหว่างเขากับจงเทาก่อนหน้านี้ เมื่อแบ่งกันแล้วเขาก็จะได้ถึง 3 พันล้านหยวน
3 พันล้านหยวน เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เนื้อบนใบหน้าของตาอ้วนหาน ก็สั่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นทันที
“พวกแกจะตกลงเดิมพันกันด้วยยีเย่ากวนหรือไม่” ตาอ้วนหานพูดอย่างตื่นเต้น
ในเวลานี้ ฉิงเทียนก็ได้ส่งสายตาไปหาซูกังและผู้เฒ่าซูอย่างช่วยไม่ได้ ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะมั่นใจว่าเขานั้นจะชนะได้ แต่สินทรัพย์เหล่านี้มันไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของตระกูลซูต่างหาก
เมื่อเห็นฉิงเทียนส่งสายตาซูกังก็คิดไม่ตก ไม่ใช่ว่าเขานั้นไม่เชื่อในฝีมือของฉิงเทียน อย่างไรสินทรัพย์เหล่านี้ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงครึ่งหนึ่งของชีวิตของเขา มันเป็นสิ่งที่ตระกูลซูได้สร้างมันขึ้นมา แล้วถ้าฉิงเทียนเทียนแพ้ขึ้นมาล่ะ เมื่อคิดได้เช่นนี้ซูกังก็ได้ลังเล
ในเวลานี้เองผู้เฒ่าซูก็พูดขึ้นมา “เดิมพันกับเขาไปเลย” จู่ๆผู้เฒ่าซูก็พูดขึ้นมา ทำให้ผู้คนต่างก็ตกตะลึงไปตามๆกัน แม้แต่ฉิงเทียนเองก็ยังชื่นชมในความกล้าหาญของผู้เฒ่าซูผู้เป็นศิษย์น้องของเขา ซูกังที่อยู่ข้างเขานั้นก็ผงะออกมาแล้วจากนั้นก็พูดขึ้น “คุณพ่อครับ นั่นคือรากฐานของตระกูลซูของพวกเราเลยนะครับ ถ้าพวกเราแพ้ขึ้นมาล่ะครับ”
“ถ้าพวกเราแพ้ก็คือแพ้ ถ้าพวกเราไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเงื่อนไขของพวกเขา พวกเรายังจะมีหน้าอยู่ในวงการแพทย์แผนจีนโบราณได้อีกเหรอ? มีบางเรื่องที่สามารถปล่อยผ่านไปได้ แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่ปล่อยผ่านไปไม่ได้เช่นกัน
บางทีเขาอาจจะที่จะคล้อยตามไปกับคำพูดของผู้เฒ่าซู ซูกังก็ได้พูดอย่างหนักแน่นทันที “ก็ได้ พวกเรายินดีที่จะใช้ยีเย่ากวนในโม๋ตูเป็นของเดิมพัน”
“แต่พวกคุณเองก็ต้องเดิมพันด้วยของที่มีค่าเท่ากันมาด้วย” ซูกังพูดต่อ
หลังจากที่ได้ยินที่ซูกังพูด ตาอ้วนหานก็อดไม่ได้ที่จะคิ้วขมวด จากเดิมทีที่เขากำลังตื่นเต้นกับ 3 พันล้านหยวนอยู่นั้น แต่ทันทีที่เขาได้ยินที่ซูกังพูดออกมา หัวใจของเขาที่กำลังร้อนรุ่มก็เหมือนถูกน้ำสาดใส่จนดับมอดทันที
เขาจะไปเอาของที่มีมูลค่า 1หมื่นล้านหยวนมาจากไหน เงินในตัวของเขานั้นมีไม่ถึง 100 ล้านหยวนเลย ตาอ้วนหานจึงได้หันไปมองจงเทาเพื่อเรียกร้องให้เขาช่วย
จงเทาเมื่อคิดถึงเงื่อนไขของซูกังกับสายตาช่วยเหลือของตาอ้วนหานแล้ว เขาก็ได้หยิบเอาขวดยาออกมาไว้ในมือของเขา และเขาก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดทันที!
ถึงแม้ว่าเขานั้นจะรวดเร็วมากจนคนธรรมดามองไม่เห็น แต่ฉิงเทียน, ฉิงหยูและซูเสวี่ยนั้นสามารถที่จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าเขานั้นหยิบของออกมาจากกระเป๋าที่เอวของเขา
“นั่นมันถุงเก็บของอย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนพูดขึ้นมาในใจ
จงเทาที่หยิบเอาขวดยาออกมานั้น ก็ได้พูดกับฉิงเทียน “ยาขวดนี้จะสามารถช่วยให้อายุขัยของคุณเพิ่มขึ้นและเพิ่มอายุขัยของพวกคุณเพิ่มขึ้นอีก 10 ปี”
“อะไรนะเพิ่มอายุขัยเพิ่มขึ้นอีก 10 ปีงั้นเหรอ?” หลังจากที่ได้ยินที่จงเทาพูด เจ้าอ้วนหานก็มีคำถามมากมายที่อยากที่จะปรึกษากับเขา และเขาก็จ้องไปที่ขวดยานั้นในมือของจงเทาด้วยแสงบริสุทธิ์ที่ออกมาจากตาข้างหนึ่งของเขา
ถ้าจะมีอะไรที่สามารถยืดอายุขัยออกไปได้ 10 ปี ก็ได้มีงั้นเหรอ? มันคือยาปาฏิหาริย์สำหรับคนธรรมดาที่ต้องการที่จะมีอายุที่ยาวนานขึ้น และยังมีคนที่ปรารถนาอยากจะเป็นอมตะ