ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 121 การแข่งขัน(3)
บทที่ 121 การแข่งขัน(3)
จงเทาจึงได้เดินออกไปข้างหน้าและวางมือของเขาไว้ที่มือของหลิวไห่ ฉิงหยูที่อยู่ไม่ไกลก็ได้เดินมาหาแล้วพูดกับฉิงเทียน “พี่ครับ พี่ปล่อยให้เขารักษาก่อนได้ยังไงครับ? ถ้าเกิดเขารักษาได้ก่อนพี่ก็แพ้เลยนะครับ!”
ซูเสวี่ยและซูกังที่อยู่ถัดออกไปเองก็ได้ลุกขึ้นบ้างเพื่อรอฟังคำตอบจากฉิงเทียน
ฉิงเทียนจึงได้หัวเราะและพูดกับฉิงหยู “ไม่ต้องกังวลไปหรอกเสี่ยวหยู พี่นั้นยังพอมั่นใจอยู่!”
หลังจากที่ได้ยินที่ฉิงเทียนพูด ฉิงหยูก็ได้เกาหัวของเขาและไม่รู้ว่าฉิงเทียนกำลังพูดอะไรอยู่ ผู้คนที่อยู่ข้างๆเขาเองต่างก็พากันสับสน
ถ้าว่ากันตามเหตุผลแล้ว การที่ให้จงเทาตรวจสอบอาการหลิวไห่ก่อนนั้น เกี่ยวข้องกันกับความสัมพันธ์บางอย่างของเขากับฉิงเทียน? ซึ่งพวกเขานั้นไม่รู้ว่าฉิงเทียนนั้นคือผู้ที่ทำให้ขาของหลิวไห่เป็นแบบนั้น ฉิงเทียนจึงได้พูดอย่างมั่นใจในเข็มเงินที่เขาปักเอาไว้ที่ขาของหลิวไห่ แน่นอนว่าทุกคนไม่รู้เรื่องนี้ ในขณะที่ฉิงเทียนมองดูจงเทาที่กำลังตรวจดูอาการของหลิวไห่อย่างมั่นใจ
จงเทานั้นคิ้วขมวดอยู่ตลอดเวลา หลังจากที่ผ่านไปพักใหญ่ๆ จงเทาก็ได้คุกเข่าลงและเคาะลงไปที่หัวเข่าของหลิวไห่ด้วยมือของเขา แต่ขาของหลิวไห่ก็ไม่มีอาการตอบสนอง
“เป็นไปไม่ได้ ว่ากันตามจริงแล้ว เส้นประสาททั้งหมดที่ขาของเขานั้นยังคงเต้นอยู่ แต่กลับไม่มีอาการตอบสนองที่ขาของเขา” จงเทาคิดในใจอย่างสงสัย
ฉิงเทียนมองดูจงเทาที่กำลังคิ้วขมวดตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ จึงรู้ว่าเขานั้นหาเงื่อนงำไม่เจอแน่ จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีขึ้นมาแต่ฉิงเทียนก็ยังไม่อาจวางใจได้ อย่างไรเสียจนกระทั่งถึงตอนนี้จงเทานั้นยังใช้วิธีการรักษาแบบคนธรรมดาอยู่และไม่ได้ใช้แบบผู้ฝึกวิชา
แน่นอนว่าหลังจากที่จงเทาทำการตรวจสอบด้วยวิธีการธรรมดาอยู่สักพักก็ไม่พบว่าไม่มีอาการใดๆ จงเทาจึงได้วางมือของเขาไปที่ขาของหลิวไห่แล้วปล่อยพลังวิญญาณออกไปที่ขาของหลิวไห่ เพื่อทำการกระตุ้นเส้นประสาทที่ขาของเขา!
“ทำไมถึงยังไม่ยอมขยับอีกนะ?” จงเทาได้ทำการส่งพลังวิญญาณของเขาเข้าไปถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่หลิวไห่ก็ยังไม่มีอาการตอบสนอง
“หรือว่าเราจะมาผิดทางกันนะ หรือว่าเส้นประสาทที่ขาของเขาไม่ได้เสียหาย?” จงเทาถามตัวเอง ในขณะที่การเคลื่อนไหวที่มือของเขานั้นยังไม่หยุด แล้วใช้พลังวิญญาณไปกระตุ้นที่ขาของหลิวไห่อย่างต่อเนื่อง
จริงๆแล้ว มันมีเข็มเล่มบางมากที่ปักเอาไว้โดยฉิงเทียนกดทับเส้นประสาทของหลิวไห่อยู่ ซึ่งตำแหน่งของเข็มเงินนั้นคือจุดที่ที่ขาและตัวของหลิวไห่เชื่อมต่อกันอยู่
ให้คิดว่าคนปกตินั้นเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่มีลำน้ำแยกสาขากันออกไป และมีลำน้ำนั้นคือเส้นประสาทที่แพร่ไปยังขา แต่เมื่อฉิงเทียนได้ปิดกันลำน้ำนี้เอาไว้ เส้นประสาทก็จะไม่มีน้ำไหลผ่านเข้ามาได้ เมื่อผ่านไปเรื่อยๆขาของหลิวไห่ก็จะแห้งเหี่ยวไปอย่างช้าๆ จนในที่สุดก็จะแห้งตายไป
นี่คือการลงโทษของฉิงเทียนที่เขามอบให้กับหลิวไห่ ผู้ที่จ้างนักฆ่าให้มาฆ่าฉิงเทียนซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ฉิงเทียนนั้นไม่อยากที่จะปล่อยให้เขาตายง่ายๆ
ด้วยการปล่อยพลังวิญญาณจากมือของจงเทา เหงื่อก็ไหลออกมาจากหัวของจงเทาอย่างต่อเนื่อง “ยังไม่สำเร็จอีกเหรอ!” ในขณะที่จงเทากำลังลำบากอยู่นั้น ผู้ชายที่อยู่ถัดจากเขาก็ตะโกนออกมา “ขยับแล้ว! ขยับแล้ว!”
ในขณะที่เขาตะโกนอยู่นั้น สายตาของผู้คนก็จับจ้องไปที่ขาของหลิวไห่ ในเวลานี้เองที่ขาของหลิวไห่ที่ทุกคนจับจ้องอยู่นั้น ก็ได้มีอาการตอบสนองเป็นช่วงๆด้วยการนวดของจงเทา
แต่สายตาของฉิงเทียนนั้นแน่นอนว่าเขาพบว่าจงเทานั้นได้ใช้พลังวิญญาณของเขาในการกระตุ้นประสาทของหลิวไห่ ทำให้เส้นประสาทนั้นขยับเป็นช่วงๆเพราะการกระตุ้นด้วยพลังวิญญาณ
“พวกเรากำลังจะแพ้งั้นเหรอ?” ซูกังที่พบว่าขาของหลิวไห่ขยับอยู่นั้น ก็ได้นั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆเขา
เมื่อเห็นแบบนี้ ซูเสวี่ยก็ได้รีบมายืนข้างหน้าของซูกังแล้วปลอบเขา “คุณพ่อค่ะ คุณพ่อต้องเชื่อฉิงเทียนนะคะ”
“ขาของฉันขยับแล้ว ขาฉันขยับแล้ว….” หลิวไห่ก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดังเมื่อเห็นว่าขาของเขาขยับได้แล้ว
มองดูหลิวไห่ที่ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ส่วนจงเทานั้นแน่นอนว่ายังไม่เลิกยุ่งกับขาของหลิวไห่ เพราะว่าเขารู้ว่าขาของหลิวไห่นั้นขยับได้เพราะพลังวิญญาณของเขาเท่านั้น ถ้าเขาปล่อยขาของหลิวไห่ตอนนี้ ก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมทันที
“ปัญหามันอยู่ตรงไหนกันแน่นะ?” จงเทายังคงถามตัวเองอยู่ “เส้นประสาทยังไม่ขยับ และไม่พบสิ่งแปลกปลอมที่เส้นประสาทด้วย”
ในขณะที่เขากำลังคิดอย่างหนักนั้น แพทย์จีนอาวุโสที่อยู่ใกล้ๆกับเขานั้นก็พูดขึ้น “ถึงเวลาที่จะถามว่าคุณหมอจงพบสาเหตุรึยังครับ?”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหมออาวุโสแล้ว จงเทานั้นยังจับเงื่อนงำได้แค่นิดเดียวซึ่งยังไม่พอ พอหมออาวุโสพูดขึ้นมาเขาจึงได้หยุดปล่อยพลังวิญญาณของเขา”
ด้วยเสียงดัง “ฟู่” หลังจากที่จงเทาได้หยุดปล่อยพลัง ขาของหลิวไห่ก็ได้ตกลงมาจากการยกสูงเมื่อครู่เหมือนของที่ตกลงมาโดยไม่มีอะไรรั้งเอาไว้
“ทำไมขาของฉันถึงขยับไม่ได้อีกแล้ว” เมื่อเห็นว่าขาของเขานั้นขยับไม่ได้อีกแล้ว หลิวไห่ก็ได้พูดขึ้นมาด้วยความโกรธ “แกทำอะไรกับขาของฉัน ฉันจะยอมยกให้แกทุกอย่างหากว่าแกสามารถที่จะรักษาขาของฉันให้หายได้ พ่อของฉันคือหลิวซิงหยุน”
ความหวังที่เห็นขาของตัวเองขยับเมื่อครู่ตอนนี้กลับขยับไม่ได้แล้ว ซึ่งเป็นอะไรที่หลิวไห่ยากที่จะเข้าใจ ดังนั้นนิสัยของเขาที่ทำตัวยโสโอหังจึงได้กลับออกมาอีกครั้ง
เมื่อได้ยินที่หลิวไห่พูด จงเทาก็คิ้วขมวดอย่างช่วยไม่ได้และรู้สึกไม่พอใจหลิวไห่อย่างมาก ถ้าไม่ใช่เพราะนี่เป็นการแข่งล่ะก็ เขาเองก็ไม่อยากที่จะเสียเวลากับไอ้โง่นี่เหมือนกัน!
หลิวตันที่อยู่ข้างๆเขาเหมือนเห็นจงเทามีสีหน้าที่ไม่พอใจ ก็ได้รีบขอโทษและพูดขึ้น “คุณหมอจง น้องของดิฉันเสียมารยาทไปสักหน่อยขอโทษด้วยนะคะ” จากนั้นเธอก็หยิบเอาเช็คเงินสดออกมาจากตัวของเธอแล้วเขียนตัวเลขลงไปแล้วพูดขึ้น “หากว่ามีใครที่สามารถรักษาขาของเขาให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้ เช็ค 50 ล้านนี้จะตกเป็นของคนคนนั้น” จากนั้นเธอก็วางเงิน 50 ล้านลงไปที่ตรงหน้าฉิงเทียนและจงเทา
“50ล้านจริงๆเหรอเนี่ย? ถ้าผมรักษาได้ 50 ล้านก็จะตกเป็นของผมสินะ?”
“ฝันไปเถอะ ไม่รู้รึยังไงว่าพวกเขาเป็นใคร?”
“พวกเขาคือลูกชายและลูกสาวของหลิวซิงหยุน ถ้าเป็นโรคธรรมดาทั่วไปเขาก็คงรักษาให้หายด้วยกำลังเงินของหลิวซิงหยุนไปแล้ว คงไม่รอจนถึงตอนนี้หรอก”
“โอ้ จริงด้วยสิ”
เมื่อได้ยินที่ทุกคนคุยกัน ริมฝีปากของหลิวตันก็ได้ยกขึ้นมา ซึ่งเธอนั้นต้องการความคิดเห็นของทุกคน “นี่เป็นแค่เงินมัดจำล่วงหน้าเท่านั้น ถ้าดิฉันสามารถยืนยันได้ว่าน้องชายของดิฉันนั้นหายดีแล้ว จะจ่ายให้อีก 50ล้านหยวน”
เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างก็สนใจไปที่คำพูดที่น่าหลงใหลของหลิวตัน หมออาวุโสก็ได้กระแอมออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้ทุกคนกลับมาสนใจที่การแข่งขันอีกครัง
“คุณหมอจง คุณช่วยเขียนสิ่งที่คุณพบลงไปในกระดาษแผ่นนี้ และต่อไปจะเป็นรอบของการตรวจอาการของคุณหมอฉิงซึ่งให้เวลาครึ่งชั่วโมงเช่นกัน” หมออาวุโสได้พูดกับจงเทา
“ได้” หลังจากที่จงเทาตอบตกลง เขาก็หยิบเอาพู่กันบนโต๊ะขึ้นมาแล้วเขียนลงไปบนแผ่นกระดาษ
ในเวลานี้มือของซูเสวี่ยได้จับมือของฉิงเทียนเอาไว้แน่น ฉิงเทียนจึงได้ปล่อยมือออกจากซูเสวี่ยอย่างนุ่มนวลแล้วพูดขึ้น “เสวี่ยเอ๋อ คุณจะต้องเชื่อมั่นในสามีของคุณนะ ไม่ต้องกังวลและค่อยดูสามีของคุณช่วยเหลือตระกูลของคุณให้ชนะศึกนี้”
พูดจบเขาก็ได้เดินไปหาหลิวไห่ หลิวไห่เมื่อเห็นฉิงเทียนเดินเข้ามาหา ก็มองฉิงเทียนด้วยสีหน้ารังเกียจ