ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 151 กลับมาบนสวรรค์
บทที่ 151 กลับมาบนสวรรค์
มองดูท่าทีของหลิวไห่ที่ถ่อมตัวเช่นนี้ ก็เดาได้ถึงสภาพของหลิวไห่ที่เหมือนถูกจองจำ แต่ในใจของฉิงเทียนนั้นยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจและยังไม่สามารถที่จะตีสีหน้าที่ดีกับหลิวไห่ได้ อย่างไรเสียหลิวไห่ก็เป็นคนที่อยากที่จะฆ่าเขา
ฉิงเทียนคิดว่าตัวเขานั้นก็ไม่ใช่นักบุญจึงไม่แปลกที่เขาจะไม่มีคุณธรรมขนาดนั้น การที่เขารักษาให้หลิวไห่ในเวลานี้ถือเป็นการยอมให้อย่างมากของฉิงเทียนแล้ว แล้วเขาก็พูดด้วยเสียงที่อ่อนแรง “คุณกลับบ้านไปก่อนแล้วพักฟื้นสักหนึ่งปี แล้วคุณก็จะหายดีเดินได้อย่างอิสระ!”
ส่วนหลิวตันที่เห็นว่าความรู้สึกของฉิงเทียนที่มีต่อหลิวไห่ยังแย่อยู่ ในใจของเธอก็กระวนกระวายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะตัวเธอนั้นคิดที่จะจับฉิงเทียน การที่พี่เขยกับน้องชายของเธอกินแหนงแคลงใจกันก็คงจะไม่ใช่เรื่องดี
ถึงแม้ว่าเธอจะกระวนกระวาย แต่หลิวตันเองก็รู้ดีว่าเรื่องพวกนี้ไม่ใช่อะไรที่จะเปลี่ยนกันง่ายๆแค่วันสองวันอยู่แล้วดังนั้นเธอจึงได้กลับไปพร้อมกับหลิวไห่ก่อน แล้วคิดว่าจะสร้างโอกาสยังไงดีต่อไปดี ฉิงเทียนนั้นไม่เพียงแต่จะทำให้เธอมีความรู้สึกที่ดีด้วยแล้ว แต่เขายังผู้ที่มีอิทธิพลกับการเปลี่ยนแปลงของหลิวไห่อีกด้วย
หลังจากที่หลิวตันและหลิวไห่กลับไปแล้ว สายตาของซูเสวี่ยก็ได้จ้องมองมาที่ฉิงเทียนด้วยแววตาสายตาที่ไม่สู้ดีนัก
“ที่รัก ทำไมคุณถึงได้มองมาที่ผมแบบนั้นล่ะครับ?” ฉิงเทียนอดไม่ได้ที่จะใจหาย และหวังว่าซูเสวี่ยนั้นจะไม่รู้เรื่องระหว่างเขาและหลิวตัน
แต่เมื่อสักครู่นั้นฉิงเทียนเองก็พยายามที่จะหลบเลี่ยงหลิวตัน และไม่ได้พูดคุยกับหลิวตันเลยด้วย!
“ไม่มีอะไร!” ซูเสวี่ยตอบพร้อมกับยิ้ม แล้วจากนั้นก็จ้องมาที่ฉิงเทียนเขม็งอยู่อีกสักพัก เมื่อเห็นว่าสีหน้าของฉิงเทียนไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เธอจึงได้ล้มเลิกความคิดของเธอที่คิดว่าจะต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างระหว่างฉิงเทียนกับหลิวตันทิ้งไป
ว่ากันว่าผู้หญิงนั้นมีลางสังหรณ์ดีตั้งแต่เกิดแถมยังแม่นยำมากอีกด้วย ตั้งแต่ตอนที่หลิวตันเข้าประตูมา ซูเสวี่ยรู้สึกได้ว่าหลิวตันนั้นมีความรู้สึกที่ต่างออกไปจากดวงตาของหลิวตันตอนที่เธอมองมาที่ฉิงเทียน
เมื่อเห็นสายตาของซูเสวี่ยที่พ้นไปจากตัวของเขาแล้ว ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะโล่งอกออกมา!
“ที่รัก ต่อจากนี้ไปคุณช่วยอยู่ห่างๆจากหลิวตันหน่อยได้ไหมคะ?” ซูเสวี่ยกุมมือของฉิงเทียนเอาไว้แล้วเขย่ามือของเขาไปมาอย่างออดอ้อน
“ผมสัญญาเลยว่าต่อจากนี้ผมจะไม่ติดต่อกับเธออีก” ฉิงเทียนเอามือทุบอกของเขาและพูดสัญญาออกมา
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนสัญญา ซูเสวี่ยก็ได้อิงแอบแนบอกของฉิงเทียนแล้วพูดอ่อนโยน “ที่รัก คุณคิดว่าคุณจะตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่นในอนาคตไหม?”
ในวันนี้ สายตาของหลิวตันได้ทำให้ซูเสวี่ยตระหนักถึงปัญหานี้เป็นครั้งแรก ว่าแฟนหนุ่มของเธอนั้นสามารถดึงดูดใจของผู้หญิงจำนวนมากได้
ก่อนที่ฉิงเทียนจะตอบ ซูเสวี่ยก็ได้เงยหน้าขึ้นมาและมองมาที่ดวงตาของฉิงเทียนด้วยสายตาที่แน่วแน่แล้วพูดขึ้น “ที่รัก ถ้าวันหนึ่งคุณไปรักคนอื่นแล้วคุณจะต้องบอกฉันนะ แล้วฉันจะเลือกที่จะไปเอง”
พูดจบสีหน้าของเธอก็ไม่ดีขึ้นมา และมองมาที่ฉิงเทียนด้วยแววตาที่เจ็บปวด เขาจึงได้กอดซูเสวี่ยด้วยความหวงแหนแล้วพูดขึ้น “เสวี่ยเอ๋อ ไม่มีทางที่ผมจะเลิกรักคุณแน่นอน”
“ค่ะ, ฉันจะเชื่อคุณค่ะ”
แล้วใบหน้าของทั้งสองคนเข้าหากันเรื่อยๆ หลังจากผ่านไปคืนหนึ่ง ในห้องนั้นก็เต็มไปด้วยร่องรอยความบ้าคลั่งของฉิงเทียนและซูเสวี่ยในคืนที่ผ่านมา
เป็นไปได้ว่าเมื่อคืนก่อน ซูเสวี่ยนั้นถูกกระตุ้นโดยหลิวตัน ทำให้บางท่วงท่าที่ปกติเธอจะไม่ยินยอมนั้น เธอได้ตกลงยอมให้ฉิงเทียนเมื่อคืนเพื่อให้ฉิงเทียนได้มีความสุขกับรสชาติใหม่ๆ
เมื่อฉิงเทียนตื่นขึ้นมาเขาก็มองมาที่เสวี่ยเอ๋อที่อยู่ข้างๆเขา เขาลูบใบหน้าที่สวยๆของซูเสวี่ยและเขาก็ได้แอบพูดในใจ: ไม่ต้องกังวลนะเสวี่ยเอ๋อ ผมจะอยู่กับคุณตลอดไป
เขาจะต้องตามหาฉางเอ๋อบนสวรรค์ในคืนนี้ เพื่อถามหาวิธีแก้ร่างกายจิ่วยินเสวียนยินให้ได้
บางทีเป็นเพราะฉิงเทียนนั้นเคลื่อนไหวแรงไป ซูเสวี่ยวจึงได้ค่อยๆลืมตาขึ้นมา และเมื่อพบว่าฉิงเทียนกำลังมองมาที่เธอด้วยสายตาที่รักใคร่แล้ว ทำให้เธอรู้สึกหวานเหมือนทานน้ำผึ้งอย่างช่วยไม่ได้
“ที่รัก วันนี้คุณไปช็อปปิ้งกับฉันหน่อยได้ไหม?” ซูเสวี่ยมองมาที่เขาด้วยสายตาที่คาดหวัง
มองไปที่สายตาที่คาดหวังของซูเสวี่ยแล้ว ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะโทษตัวเอง ตั้งแต่เขาและซูเสวี่ยรักกัน เขาก็ได้ไม่ได้พาเธอไปเดินเที่ยวเหมือนอย่างคู่รักคนอื่นเลย ไปอยู่แค่เพียงครั้งเดียวคือตอนที่ซูเสวี่ยช่วยเขาเลือกซื้อเสื้อผ้า
“ได้สิ, วันนี้ผมจะเป็นของคุณทั้งวันเลย” ฉิงเทียนกอดซูเสวี่ย “แต่วันนี้ผมขอทำตามใจตัวเองสองอย่าง!”
“ไหนคุณบอกเวลาของคุณจะเป็นของฉันไง? ยังจะมีข้อแม้สองอย่างอีก!” ซูเสวี่ยพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
มองไปที่ท่าทีที่น่ารักของซูเสวี่ยฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะบีบจมูกของซูเสวี่ยแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “สองอย่างที่ผมว่าก็คือขอผมออกค่าของให้ที่รักเองและถือของให้ด้วย”
“ที่รักสุดยอดที่สุดเลย ฉันรักคุณค่ะ” ซูเสวี่ยจึงลุกจากเตียงอย่างตื่นเต้นและเริ่มแต่งตัว ในขณะเดียวกันเธอก็หันไปพูดเร่งฉิงเทียน “ที่รักเร็วเข้าสิคะ ตอนนี้ 10 โมงแล้วนะคะ ถ้าคุณไม่รีบไปช็อปปิ้งตอนนี้ เราจะมีเวลาช็อปปิ้งเหลือแค่ครึ่งวันนะคะ”
…………………
ในยานธุรกิจ ซูเสวี่ยเดินถือกระเป๋าห้อยไว้ข้างหลัง แล้วแวะเดินเข้าร้านโน้นร้านนี้เป็นช่วงๆ ข้าวของในมือของฉิงเทียนนั้นก็ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และท้ายที่สุดเขาต้องหอยถุงผ้าไว้สองถุงที่คอของเขา
อย่างที่คิดไว้ ว่าผู้หญิงนั้นไม่เคยรู้สึกเหนื่อยยามที่เธอเดินเที่ยวซื้อของจริงๆ แต่ฉิงเทียนนั้นรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเพราะเขาไม่ได้ใช้พลังวิญญาณช่วยเลย ถึงเขาร่างกายเขาจะแข็งแกร่งเพราะอยู่ในขั้นจินตันก็ตาม แต่อย่างไรเสียเขาก็เดินช็อปปิ้งตั้งแต่ 10 โมงเช้าจน 5 โมงเย็นเลยทีเดียว!
มองไปที่ซูเสวี่ยที่ไม่มีทีท่าว่าจะบ่นเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย
“ที่รัก ผมว่าเราไปทานมื้อค่ำกันเถอะ” มองไปที่ซูเสวี่ยที่ยังรู้สึกอยากช็อปปิ้งอยู่ แล้วจากนั้นก็หันมองมาที่ถุงในมือทั้งสองข้างและที่คอของเขา ฉิงเทียนก็ได้ถามเธออย่างอ่อยๆ
“ก็ดีนะคะ เราไปทานมื้อค่ำกันเถอะ” ในที่สุดซูเสวี่ยที่มีทีท่าลังเลว่าจะไปดูอีกหลายร้านที่อยู่ตรงหน้า แล้วเธอก็ผงกหัวด้วยความลังเล
ฉิงเทียนที่เกรงว่าซูเสวี่ยนั้นจะกลับไปซื้อของต่อ จึงได้จูงซูเสวี่ยแล้วเดินอย่างรวดเร็วไปที่รถ แต่สุดท้ายซูเสวี่ยก็ได้เดินวกกลับไปอีก 3-4 ร้าน ซึ่งกินเวลาไปถึง 20 นาทีจนถึงที่รถที่อยู่ห่างไม่ถึง 1 กิโลเมตร
………………….
กลับมาถึงที่บ้านในตอนค่ำ ฉิงเทียนก็นอนลงบนเตียงโดยไม่เคลื่อนไหวอะไรอีก เพื่อที่จะแสดงความจริงใจของเขา ฉิงเทียนจึงไม่ได้ใช้พลังวิญญาณในวันนี้และช็อปปิ้งอย่างคู่รักธรรมดากับซูเสวี่ยแต่ผลคือ ซูเสวี่ยนั้นหลังจากทานข้าวเสร็จก็ได้นำเอาข้าวของทั้งหมดกลับบ้านของเธออย่างสบายดี ในขณะที่ฉิงเทียนรู้สึกราวกับว่ากระดูกนั้นไม่ได้อยู่ในตัวของเขาแล้ว
“คราวหน้าจะไม่คิดอะไรโง่ๆแบบนี้อีกแล้ว ไอ้การไม่ใช้พลังวิญญาณเนี่ย” ฉิงเทียนพูดอย่างรู้สึกผิด
เพ่าฝูที่อยู่ในทะเลความรู้มองดูฉิงเทียนที่นอนนิ่งไม่เคลื่อนไหวอยู่บนเตียง ก็ได้หัวเราะแล้วพูดขึ้น “นายท่านที่ขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ สุดท้ายก็ต้องมาร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด”
“แต่นายท่านยังมีงานรออยู่อีกนะเจ้าคะ ท่านบอกจะขึ้นไปบนสวรรค์คืนนี้มิใช่รึเจ้าคะ?” เพ่าฝูพูดเตือนเขา
ไปที่สวรรค์ในคราวนี้ ฉิงเทียนไม่รู้สึกอยากกินหรือนอนเหมือนอย่างในครั้งแรก แล้วเขาก็ได้ดึงเอาตราประทับออกมาจากในทะเลความรู้
เขากุมมันเอาไว้แน่นแล้วจากนั้นก็ได้หลับไป เมื่อฉิงเทียนตื่นขึ้นมาเขาก็พบว่ามาถึงบนสวรรค์แล้ว
“ทำไมเราถึงมาโผล่ที่ตำหนักของไท่ไป๋จินซิงล่ะคราวนี้?” ฉิงเทียนพูดอย่างสงสัยและมองดูตำหนักของไท่ไป๋จินซิงที่อยู่ตรงหน้าเขา
ไท่ไป๋จินซิงนั้นรู้ว่าฉิงเทียนนั้นจะมาบนสวรรค์วันนี้ เขาจึงได้ให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งมารอเขาอยู่ที่ด้านนอกของประตู
เด็กหนุ่มคนนั้นเดินมาหาเขาแล้วพูดขึ้น “ท่านฉิงขอรับ นายท่านบอกให้ท่านไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยงลูกท้อเมื่อคราวก่อนทันทีขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นรบกวนคุณเทพช่วยนำทางให้ผมด้วยครับ” ฉิงเทียนตอบและก้มหัว