ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 196 ตกใจ(2)
บทที่ 196 ตกใจ(2)
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนนั้นยอมรับออกมาตรงๆ ทั้งจูเฟยและจ้าวเวยต่างก็ตกใจ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี
“พวกคุณยังไม่ต้องเชื่อก็ได้ หัวหน้าฉิงได้ขับกลับมาที่บ้านด้วย ถ้าพวกคุณไม่เชื่อเอาไว้หลังงานเลี้ยงรุ่นเลิก พวกคุณค่อยไปดูก็ได้ แต่รถมันค่อนข้างแพงฉันไม่รู้ว่าหัวหน้าฉิงจะยอมเอารถมาโชว์ให้พวกเราดูรึเปล่า?” ฝานหลินพูดพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม
ฝานหลินเองก็มีแผนในใจอยู่ เขาไม่ได้ใจดีพอที่จะโอ้อวดให้ฉิงเทียนต่อหน้าเพื่อนๆเหล่านี้อยู่แล้ว จริงๆแล้วฝานหลินนั้นคิดว่า ฉิงเทียนจะแกล้งทำเป็นรวยไปได้ถึงไหน รถก็เช่ามาไม่ใช่เหรอ? ถ้าเกิดขึ้นรถไปแล้วเผลอทำอะไรเสียหายขึ้นมากับรถของคุณละก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนะ
เมื่อนึกภาพฉิงเทียนที่กำลังหวั่นวิตกขึ้นมาในหัวของเขาแล้ว หัวใจของฝานหลินก็รู้สึกดีขึ้นมา รถหรูเช่นนี้ซ่อมแต่ละทีย่อมเสียค่าซ่อมตกประมาณ 10,000 – 100,000 หยวน!
“ได้ เดี๋ยวฉันต้องไปขอดูแน่นอน ฉันเองก็อยากได้แลนด์โรเวอร์มานานแล้ว” จูเฟยพูดอย่างตื่นเต้น
“ได้เลย แต่ตอนนี้มาเล่นไพ่นกกระจอกกันก่อนเถอะ” เมื่อเห็นฉิงเทียนที่มีท่าทีไม่ต่างจากเดิมแล้ว ฝานหลินนั้นอยากจะพูดออกไปว่ารถของฉิงเทียนนั้นเช่ามา แต่เมื่อคิดถึงแผนของเขาก่อนหน้านี้ ที่จะให้เขาแพ้ไพ่นกกระจอกแล้วทำให้อับอายต่อหน้าจ้าวเวยแล้ว ฝานหลินจึงได้เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ในใจที่ไม่สงบ
ฝานหลิน จูเฟยและจ้าวเวยต่างก็หยิบปึกเงิน 10,000 หยวนออกมาจากกระเป๋าของพวกเขา ฉิงเทียนจึงได้รู้สึกอายๆขึ้นมาเมื่อพบว่าเขาไม่ได้พกเงินติดตัวมามากขนาดนั้น แม้แต่บัตรเครดิตก็ไม่ได้เอามาด้วย เมื่อฝานหลินเห็นว่าฉิงเทียนไม่ได้หยิบเอาเงินออกมา ก็ได้พูดดูถูกเขาในใจ: ถ้าไม่มีเงิน ก็ไม่ต้องแกล้งฝืนทำเป็นมีก็ได้
แต่ทว่าเขาไม่ได้ใจดีพอที่จะให้ฉิงเทียนยืมเงินหรอกนะ แล้วมองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังทำหน้ามีปัญหา แล้วค่อยดูว่าเขาจะทำอย่างไร?
จูเฟยที่เห็นว่าฉิงเทียนยังไม่หยิบเอาเงินออกมาเสียที เขาก็ได้ควักเอาเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ฉิงเทียน “เอาเงินฉันไปยืมก่อนก็ได้นะ”
เมื่อเห็นว่าจูเฟยนั้นได้ส่งเงินให้เขายืม ฉิงเทียนก็ได้ยิ้มอย่างอายๆแล้วพูดขึ้น “จูเฟย ฉันขอยืมเงินคุณก่อนก็แล้วกันเอาไว้ฉันจะคืนเงินให้ทีหลังนะ” ว่าแล้วฉิงเทียนก็เอื้อมมือไปรับ
แต่ฉิงเทียนยังไม่ทันที่จะได้รับเงิน ฝานหลินก็มาแย่งเอาไปเสียก่อน แล้วหันหน้ามาหาฉิงเทียนด้วยสายตาที่ดูถูก “หัวหน้าฉิง พวกเราเล่นกันไม่มากแท้ๆ คุณก็ไม่น่าขอยืมเงินคนอื่นต่อให้คุณไม่มีเงินสิ!”
จูเฟยที่เห็นว่าเงินของเขาถูกฝานหลินฉกไปกลางทาง ก็รู้สึกหัวเสียขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “นี่ฝานหลิน ฉันจะให้ใครยืมเงินก็เรื่องของฉัน คุณมายุ่งอะไรด้วย?”
“แต่งานเลี้ยงรุ่นวันนี้ฉันเป็นคนจัดการนะ” ฝานหลินก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่เผยจุดอ่อนให้เห็น “เฮ้, เพื่อนๆศิษย์เก่าทุกคน พวกคุณช่วยฉันตัดสินทีสิว่า หัวหน้าฉิงของพวกเรามาเล่นไพ่นกกระจอกวงเล็กแท้ๆ แต่กลับขอยืมเงินคนอื่นเล่นแบบนี้ มันจะไม่แย่เกินไปสำหรับอดีตเพื่อนร่วมชั้นอย่างพวกเราไปหน่อยเหรอ!”
ถึงแม้ว่าคนอื่นๆต่างก็เล่นไพ่นกกระจอกที่โต๊ะของตัวเองอยู่ แต่ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจกับฉิงเทียนและโต๊ะนั้น
พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าทั้งฝานหลินและฉิงเทียนนั้นต่างก็ไม่ถูกกันมาตั้งแต่ในโรงเรียนแล้ว แล้วยังมีจ้าวเวยที่เป็นถึงดอกไม้ของชั้นเรียนอีก
อีกทั้งจ้าวเวยและฉิงเทียนนั้นก็มีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกันมาตั้งแต่ในโรงเรียนแล้วด้วย และฝานหลินเองก็ตามจีบจ้าวเวยอยู่ในช่วงหลายปีมานี้ เรื่องของทั้งสามคนนี้ช่างน่าดูชมมากกว่าละครทีวีเสียอีก
หลังจากที่ได้ยินที่ฝานหลินกล่าว พวกเขาก็รู้ว่าฝานหลินนั้นเริ่มลงมือโจมตีฉิงเทียนแล้ว
ฉิงเทียนคุณนี่มันช่างแย่เสียเหลือเกิน ดีนะว่าฉันไม่ได้เป็นแฟนกับคุณในตอนนั้น” เจิ้งหยงมองไปที่ฉิงเทียนและพูดอย่างขยะแขยง
เมื่อคนอื่นๆที่ได้ยินที่เจิ้งหยงพูดพวกเขาต่างก็หัวเราะออกมา แล้วคิดว่าหน้าของผู้หญิงคนนี้ช่างหนาเสียเหลือเกินจริงๆ
แต่ก็ไม่มีใครเลยที่ช่วยพูดแก้ต่างให้ฉิงเทียน อย่างไรเสียฝานหลินนั้นก็เข้ากับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆได้ดีกว่า และยังสามารถขอให้เขาช่วยอะไรบางอย่างในอนาคตได้ด้วย ส่วนฉิงเทียนนั้นเป็นแค่พนักงานต๊อกต๋อยซึ่งไม่ได้ดีไปกว่าพวกเขาเลย แล้วทำไมพวกเขาจะต้องไปทำให้ฝานหลินโมโหด้วย นั่งคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิด
แล้วพูดคนต่างก็พูดขึ้นมา “หัวหน้าฉิง คุณยังจะอยากเล่นอีกเหรอทั้งๆที่ไม่มีเงินน่ะ?”
“ใช่ๆ หัวหน้าฉิงถ้าไม่มีเงินก็พูดออกมาเถอะ ไม่ต้องทำเป็นหางฟูแบบหมาป่าก็ได้”
เจิ้งหยงก็ได้พูดดูถูกออกมาเสียงดัง “หัวหน้าฉิง คุณไม่มีเงินแม้แต่จะเล่นไพ่นกกระจอกอย่างนั้นเหรอ?”
ฝานหลินนั้นรู้สึกพอใจขึ้นมาอย่างมากกับท่าทีของทุกคน แล้วเขาก็ได้จ้องไปที่ฉิงเทียนและดูว่าเขาจะทำอย่างไร? ส่วนจ้าวเวยเองก็มองไปที่ฉิงเทียนเช่นกัน และไม่แม้แต่คิดที่จะช่วยเขา
ฝานหลินเองก็ตามจีบเธออยู่เช่นกัน และเขาก็สามารถหาเงินได้หลายแสนหยวนต่อปีอีกด้วย ดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าเธอจะทำเป็นไม่สนใจเขา จ้าวเวยคิดเช่นนั้น
อย่างไรเสียทุกคนก็ไม่ได้เด็กอายุ 17 ปีกันอีกแล้ว ในตอนที่ฝานหลินบอกว่าฉิงเทียนนั้นมีรถแลนด์โรเวอร์ จ้าวเวยเองก็ตกใจมา แต่หลังจากที่เธอตกใจ จ้าวเวยก็สงบใจได้และคิดว่าเรื่องนี้มันจะต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ
ฝานหลินนั้นไม่มีทางที่จะพูดถึงฉิงเทียนในแง่ที่เหนือกว่าตัวเองต่อหน้าเพื่อนๆในชั้นแน่ เพราะทุกครั้งที่มีการรวมกันระหว่างหมู่เพื่อน เขานั้นมักจะพูดถึงแต่ความแย่ของฉิงเทียนมาโดยตลอด แล้วเขาจะมาพูดชมฉิงเทียนได้อย่างไร
แต่จูเฟยก็ลุกขึ้นยืนเช่นกันแล้วตะโกนออกมา “นี่มันอะไรกัน พวกคุณแต่ละคนเป็นบ้าอะไรกันไปหมดแล้วเนี่ย”
เมื่อจูเฟยตะโกนออกไป เหล่าที่เรียกตัวเองว่าเพื่อนเก่านั้นต่างก็นั่งลงไปเงียบๆ และไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา
“แล้วนี่มันหมายความว่ายังไงฝานหลิน? มันมีปัญหาอะไรนักหนากับการที่ฉันจะให้ฉิงเทียนยืมเงิน เหมือนคุณอยากจะมีปัญหากับฉันเลยนะ?” แล้วเขาก็ม้วนแขนเสื้อขึ้นมา ราวกับเตรียมที่จะทะเลาะกับเขา!
ฝานหลินนั้นไม่แม้แต่จะมองหน้าจูเฟย แล้วก็พูดขึ้นมา “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ฉิงเทียนก็ห้ามยืมเงินคนอื่น!”
ฉิงเทียนมองดูทุกคนทั้งหมดที่นี่ ดูว่ามีคนที่เรียกตัวเองว่าเพื่อนเก่าเขาจำนวนมากเท่าไรกันที่กำลังรอดูเขาเสียหน้า เมื่อเขาถอนหายใจออกมา ก็มีคนที่หัวเราะเบาๆออกมา
“ฝานหลิน คุณรอฉันแป๊บนึงนะ ฉันจะไปถอนเงินออกมาก่อน” ว่าแล้วฉิงเทียนก็เดินออกไปทันที
มองดูฉิงเทียนที่เดินออกไป ฝานหลินก็ได้ตะโกนตามหลังไป “เฮ้ หัวหน้าฉิงอย่าเพิ่งรีบหนีไปไหนนะ พวกเรากำลังรอคุณอยู่”
ฮ่าๆ….เขาหัวเราะอย่างผู้มีชัย ไม่รู้ว่านานมากเท่าไรแล้ว ที่ในที่สุดเขาก็ได้ดูถูกฉิงเทียนต่อหน้าคนอื่นๆเสียที และให้จ้าวเวยได้รู้ว่าใครกันแน่ที่คู่ควรกับเธอจริงๆ
ในเวลานี้ จ้าวเวยก็คิ้วขมวดขึ้นมานิดหน่อยแล้วพูดขึ้น “เฮ้อ ฉิงเทียนกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงนะ?” จริงๆแล้วเธอนั้นกลับคิดว่าตอนมัธยมเธอหลงรักฉิงเทียนได้อย่างไรนะ
แล้วทุกๆคนก็หัวเราะราวกับว่าเป็นเรื่องที่ตลกมากที่สุดในโลก
มีเพียงจูเฟยที่วิ่งไล่ตามฉิงเทียนไปแล้วพูดขึ้น “ฉิงเทียนคุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นแบบนี้หรอก อย่าเก็บไปคิดมากเลยนะ” จากนั้นเขาก็หยิบปึกเงินออกมายื่นให้ฉิงเทียนแล้วพูด “คุณใช้เงินนี้ไปก่อน อย่าไปสนใจที่ฝานหลินพูดเลย”
มองไปที่เงินที่อยู่ตรงหน้าเขา ฉิงเทียนรู้สึกตื้นตันขึ้นมา แต่เขาก็ได้ยิ้มตอบและดันกลับไปแล้วพูดอย่างทะนงตน “มันไม่จำเป็นจริงๆ เงินแค่ 10,000 หยวนก็ไม่ต่างอะไรไปจากหยดน้ำในมหาสมุทรสำหรับฉัน ฉันสามารถถอนเอาเงิน 10 ล้านหยวนมาได้ คุณรออยู่แป๊บนึงนะเดี๋ยวฉันไปกดเงินออกมาก่อน
จูเฟยรู้สึกประหลาดในที่เห็นสีหน้าที่มั่นใจของฉิงเทียน และเชื่อขึ้นมาว่าที่ฉิงเทียนพูดนั้นเป็นความจริง
ส่วนหลิวตันที่อยู่ที่ห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง ก็เริ่มเบื่อเล่นโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วนอนอย่างขี้เกียจ เผยให้เห็นรูปร่างที่สุดเซ็กซี่ของเธอ
“ฉิงเทียนขี้เหนียว ป่านนี้ไม่ยอมมาตามฉันเสียที ไปตายที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” ทันทีที่ฉิงเทียนเปิดประตูเข้ามา เขาก็พบหลิวตันที่กำลังด่าเขาอยู่ ก็ได้ลูบจมูกตัวเองแล้วพูดขึ้น “นี่ฉันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? ขนาดเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ก็ยังไม่วายที่จะพูดถึงฉันเนี่ย”
เมื่อได้ยินเสียงของฉิงเทียน หลิวตันก็ได้ลุกขึ้นยืนทันที แล้วรีบไปหาฉิงเทียนโดยไม่พูดถึงเรื่องเมื่อสักครู่ และเปลี่ยนเรื่องพูดพร้อมกับยิ้ม “นี่ งานเลี้ยงรุ่นของคุณจบแล้วเหรอ?”
“ยังหรอก ฉันมาที่นี่เพื่อขอยืมเงินคุณน่ะ” ฉิงเทียนพูดอย่างช่วยไม่ได้ จริงๆแล้วฉิงเทียนนั้นไม่ได้พกเงินหรือบัตรเครดิตติดตัวมาเลย แต่ที่ฉิงเทียนยังสามารถพูดอย่างมั่นใจได้เพราะเขารู้ว่าหลิวตันจะต้องพกเงินสดติดตัวมามากแน่ๆ
“ทำไมคุณถึงต้องการเงินล่ะ?” หลิวตันถามอย่างสงสัย
“มีปัญหาเกิดขึ้นนิดหน่อยน่ะ เอาเป็นว่าฉันขอยืมเงินก่อนก็แล้วกันนะ แล้วคุณค่อยถามอีกทีทีหลังนะ” ฉิงเทียนไม่อยากที่จะเล่าให้หลิวตันฟังละเอียดมากนัก เพราะถ้าหลิวตันรู้เข้าเธอคงได้ตามเขาไปที่งานเลี้ยงรุ่นด้วยแน่ๆ
แต่ประธานหลิวนั้นไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกได้ง่ายๆ เธอเป็นถึงประธานบริษัทใหญ่นานาชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเธอนั้นฉลาดแบบสุดๆ และเมื่อเธอได้ยินที่ฉิงเทียนอธิบายแบบกำกวมแล้ว เธอก็รู้ว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นที่นั่นแน่ๆ
เธอจึงยืนกอดอกแล้วพูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าคุณไม่เล่าความจริงมา ฉันจะไม่ให้คุณยืมเงินเด็ดขาด”
“ฉันจะให้ยืมเงินหรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ฉันอยากจะรู้ว่าคุณจะยืมเงินไปเพื่ออะไร ถ้าคุณบอกว่าจะเอาเงินนี้ไปซื้อบริการอย่างว่า ฉันก็จะไม่ว่าคุณเลย”
เมื่อเห็นหลิวตันที่พูดเรื่องเหลวไหลอย่างมากออกมา ฉิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ซึ่งจากท่าทีของเธอแล้ว เธอคงไม่ยอมให้เขายืมเงินง่ายๆแน่ ซึ่งในตอนนั้นเองที่ฉิงเทียนคิดว่าเขาน่าจะเอาเงินออกมาสักล้านนึงแล้วเก็บเอาไว้ในแหวน
“คุณไม่อยากที่จะยืมแล้วเหรอ?” หลิวตันถามขึ้นมาราวกับจะกินเขา
“เดี๋ยว ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะไม่เอา” ฉิงเทียนก็ได้รีบยกมือขึ้นมาทำท่ายอมแพ้