ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 199 ความวิเศษของเนตรมองทะลุ (1)
บทที่ 199 ความวิเศษของเนตรมองทะลุ (1)
“กิน……กิน……” ฝานหลินนั้นชนะอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่จูเฟยกับจ้าวเวยก็ยังได้ชนะบ้างเป็นช่วงๆ มีเพียงหลิวตันที่ยังไม่ชนะสักตาเลย ตอนนี้ก็เสียไปหลายหมื่นหยวนแล้ว
“ว้าวรองหัวหน้าฝาน คุณช่างเก่งจังเลย มันทันไรก็จบรอบนึงแล้ว คุณชนะได้เงินเยอะเชียว ไม่เหมือนใครบางคนที่เสียเอาๆ” พูดจบเธอก็มองมาที่ฉิงเทียนด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง
เมื่อได้ยินที่เจิ้งหยงพูดชมเขา ฝานหลินก็รู้สึกได้ว่าเจิ้งหยงนั้นไม่น่ารำคาญเหมือนเมื่อก่อนสักเท่าไร
จึงหยิบปึกเงินออกมาวางตรงหน้าเขา แล้วโยนให้เจิ้งหยงจากนั้นก็ยิ้มแล้วพูด “วันนี้ผมก็แค่โชคดีน่ะ ผมจะตกรางวัลให้คุณสักพันหยวนก็แล้วกัน”
เจิ้งหยงยิ้มและพูดอย่างภาคภูมิใจ “ขอบคุณมากนะจ๊ะ ท่านรองหัวหน้า”
แล้วทุกคนก็หันมามองเจิ้งหยงอย่างอิจฉา ไม่คิดว่าเพียงแค่เธอพูดคำสวยๆแค่ไม่กี่คำ ก็ได้เงินมามากขนาดนั้นมาแล้ว
แต่ละคนต่างก็รู้สึกเสียดายและคิดว่ารู้อย่างนี้ออกไปพูดบ้างดีกว่า อะไรจะมาสำคัญไปกว่าเงิน!
มองไปที่สีหน้าที่ราวกับเป็นผู้ชนะของฝานหลินแล้ว “ไม่เล่นแล้ว…..” หลิวตันทิ้งไพ่ในมืออย่างโมโหแล้วพูดอย่างอารมณ์ไม่ดี
“ที่รักเล่นแทนทีสิ คุณต้องจัดการทุกคนแล้วเอาเงินที่ฉันเสียไปคืนมาให้ได้นะ” หลิวตันก็ได้ลุกขึ้นไปหาฉิงเทียนแล้วพูดกับเขาอย่างออดอ้อน
หลิวตันได้ใช้ร่างกายที่เซ็กซี่ของเธอแนบเข้ากับแขนของฉิงเทียน ไฟในใจของฝานหลินนั้นก็ได้ลุกโชติช่วงขึ้นมากขึ้นกว่าเดิม แล้วคิดอย่างชั่วร้าย: คุณคิดเหรอว่าอย่างฉิงเทียนจะสามารถเอาชนะได้? ถ้าฉันต้องการให้เขาแพ้ วันนี้เขาก็ต้องแพ้
“ไม่เล่นเหรอ ฉิงเทียน?” ฝานหลินถามอย่างจงใจ
“เล่นสิ ทำไมจะไม่ล่ะ?” เขายืนมองดูอยู่สักพัก แล้วฉิงเทียนก็พูดดูถูกในใจ: คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่านายทำอะไรบางอย่างกับโต๊ะไพ่นกกระจอกนี้น่ะ ลูกเล่นตื้นๆแบบนี้มันก็ทำได้แค่ให้นายแพ้ช้าลงเท่านั้นแหละ
ตอนนี้มีคนที่มามุงดูมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีใครที่เล่นไพ่นกกระจอกที่โต๊ะของตัวเองเลย ทุกคนต่างมารุมล้อมดูที่โต๊ะของฉิงเทียน
“ในวงนี้รองหัวหน้าฝานนี่โชคดีมากจริงๆนะ”
“วงนี้เล่นกันตาละหมื่นหยวน ฉิงเทียนเสียไปร่วมหลายหมื่นหยวนแล้ว
“อยากจะรู้เหมือนกันว่าวันนี้รองหัวหน้าจะชนะได้เงินไปเท่าไร?”
เหล่าผู้คนที่มุงดูต่างก็พากันกระซิบกระซาบด้วยความอิจฉา ฝานหลินนั้นรู้สึกดีขึ้นมาเมื่อได้ยินการสนทนาของผู้คนที่อยู่รอบๆเขา แล้วเขาก็โบกมือขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “เดี๋ยววันนี้ผมจะเลี้ยงมื้อค่ำเอง”
เมื่อได้ยินว่าฝานหลินจะเลี้ยงพวกเขา ก็ได้มีเสียงเชียร์ดังขึ้นมารอบๆตัวเขา “รองหัวหน้าฝานช่างเป็นคนที่ใจดีอะไรอย่างนี้ วันนี้รองหัวหน้าต้องจบหน้าสี่ให้ได้เลยนะ”
โดยเฉพาะเจิ้งหยงที่เดินมาบีบนวดหลังของฝานหลินแล้วพูดยอเขา “วันนี้รองหัวหน้าต้องชนะเอาเงินมาให้ได้มากๆเลยนะ”
“เร็วเข้าเถอะ จะหยุดคุยกันได้รึยัง?” จูเฟยมองไปที่ท่าทีที่อิ่มเอมใจของฝานหลินแล้ว จากนั้นก็หันไปมองหน้าเหล่าเพื่อนร่วมชั้นรอบๆเขาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ วันนี้เขาโชคไม่ดีเสียไปมากกว่า 50,000 หยวนแล้ว ทำไมฝานหลินถึงได้โชคดีอะไรอย่างนี้
…………………
มองไปที่ไพ่ 13 ใบตรงหน้าเขา ฉิงเทียนก็คิ้วขมวดขึ้นมา หน้าไพ่โคตรแย่เลย เป็นหน้าไพ่ทั้งสามชุดที่ไม่ซ้ำกันเลย แล้วมีมังกรแดงกับมังกรเขียวให้อีกอย่างละตัว เรียกได้ว่าไม่มีหน้าไพ่ดีๆเลย
และที่ด้านหลังของฉิงเทียน หลิวตันก็มองเห็นฉิงเทียนที่กำลังคิ้วขมวด และคิดอย่างสลดใจ “ทำไมดวงของเขาถึงได้แย่มากกว่าของฉันนักนะ? ดูเหมือนว่าตานี้ก็คงจะเสียอีกแน่ๆ!”
แน่นอนว่า สีหน้าของฉิงเทียนแล้วหลิวตันนั้นถูกเห็นโดยฝานหลินแล้ว จึงได้คิดในใจ: เป็นอย่างไรบ้างล่ะฉิงเทียน วันนี้ฉันจะทำให้แกต้องเสียจนหมดตูดเลย
แล้วเขาก็ยิ้มและพูดออกมา “ตานี้โชคดีจังเลยนะ อะไรก็หยุดผมไม่ได้แล้ว”
“ตานี้ก็ระวังเอาไว้ให้ดีละกัน” ฝานหลินแกล้งทำเป็นห่วงแล้วมองไปที่ฉิงเทียน
หลิวตันก็มองดูฝานหลินที่ทำราวกับเป็นผู้ชนะแล้วและก็พูดขึ้น “ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรามีเงิน”
หลังจากนั้นเจิ้งหยงก็ได้พูดแบบไม่ยอมรับ “จะแพ้อยู่แล้วยังจะทำปากดีอีก”
“เริ่มเล่นกันได้แล้ว!” จ้าวเวยพูดขึ้นมา
“1ไผ่” ฉิงเทียนทิ้งไพ่ออกมา
“3เหรียญ”
“4เหรียญ”
“เรียงสี่”
หลังจากนั้นสักพัก ฉิงเทียนก็พบว่าไพ่ในมือของตัวเองนั้นไม่ได้ดีขึ้นจากเดิมเลย ไม่ว่าหยิบอะไรมาก็จับคู่ไม่ได้สถานการณ์ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
“ไพ่มันห่วยเกินที่จะจบได้เลยนะเนี่ย” จูเฟยพูดอย่างอารมณ์ไม่ดี
“3ไผ่”
“กิน” ฝานหลินพูดขึ้นมาแล้วยิ้ม “ฮ่าๆ ผมช่างโชคดีอะไรอย่างนี้?”
“บ้าเอ๊ย คุณได้อีกแล้วนะ ฝานหลินโชคของนายวันนี้มันจะดีไปแล้วนะ” จูเฟยโยนเงินวางด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ
จากนั้นตาที่ 2, 3 และ 4 ฝานหลินก็ชนะตลอด แล้วในตาที่ 5 จูเฟยก็ได้คืนมาบ้าง และจ้าวเวยก็ได้ในตาที่ 6
หลังจากที่ครบรอบ ฉิงเทียนไม่ชนะเลยสักรอบ และเขาก็มีเงินเหลือไม่ถึงหมื่นหยวนแล้ว
“จะยังเล่นต่อรึเปล่า?” ฝานหลินแกล้งทำเป็นถามอย่างจงใจ
“เล่นต่อสิ ผมไม่เชื่อหรอกว่า วันนี้ผมจะเสียได้ตลอดน่ะ” จูเฟยพูดขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้
“แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าหัวหน้าฉิงมีเงินเหลือรึเปล่า?” ฝานหลินพูดและมองไปที่หน้าตักของฉิงเทียนที่เงินไม่เหลือแล้ว
“ที่รักผมขอเงินอีกสักหมื่นหยวนสิ” ฉิงเทียนหันไปขอหลิวตันที่อยู่ข้างหลังเขา
เมื่อได้ยินฉิงเทียนเรียกเธอว่าที่รัก หลิวตันก็รู้สึกเหมือนทานน้ำผึ้งขึ้นมา จึงได้ตอบกลับไปอย่างน่ารัก “ได้สิ, ฉันมีเงินอยู่แล้ว”
จากนั้นเธอก็หยิบเงินออกมาอีกห้าปึกมาวางไว้ตรงหน้าของฉิงเทียน ทำเอาผู้คนตกใจ “โว้ว รวยอะไรอย่างนี้”
“5ปึกเลยเหรอ?”
“แฟนของฉิงเทียนทำงานอะไรกันแน่? เธอช่างรวยอะไรอย่างนี้?”
“หรือว่าฉิงเทียนจะเป็นฝ่ายถูกเลี้ยงจริงๆ”
“ก็ดูฉิงเทียนที่ตอนนี้ทั้งหล่อแล้วยังหน้าใสอีกนั่นสิ ข้าเองก็คิดว่าฉิงเทียนต้องเป็นฝ่ายถูกเลี้ยงแน่ๆ”
“ทุกๆคนต่างก็กระซิบกระซาบกันอยู่ข้างหลังเขา
ฝานหลินที่อยู่ใกล้ๆก็ได้มองด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อ “หรือว่าหมอนั่นจะเป็นฝ่ายถูกเลี้ยงจริงๆ?” ฝานหลินพูดกับตัวเองในใจ สวยก็สวย หุ่นก็ดี แล้วยังจะมีเงินเป็นถุงเป็นถังอีก แล้วทำไมคนอย่างเธอถึงได้เป็นฝ่ายที่หาเลี้ยงคนอื่นได้นะ หรือว่าเธอเป็นแม่ม่าย หรือว่าเป็นพวกที่มีความต้องการสูงกันแน่นะ?
…………..
ฉิงเทียนได้ยินที่คนเหล่านี้กระซิบกระซาบกันแต่ก็ไม่พูดอะไรออกไป ส่วนหลิวตันก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนที่มีสีหน้าบูดบึ้ง เธอก็ได้เอนตัวไปหาฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “สิ่งที่เพื่อนๆของคุณเขาพูดกันน่ะ ฉันว่าก็ดีเหมือนกัน ให้ฉันเป็นฝ่ายเลี้ยงดูคุณเองละกันนะ” เธอพูดจบแล้วก็หัวเราะออกมา ซึ่งเป็นการหัวเราะที่ทำให้ภูเขาสั่นไหว ทำให้เหล่าผู้ชายต่างก็พากันจ้องเขม็งมา
ฉิงเทียนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเขาพบว่าปากของหลิวตันนั้นเริ่มแกร่งกล้ามากขึ้น เธอเริ่มหยอกล้อเขาเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ
“มาเริ่มเล่นต่อดีกว่า” ฉิงเทียนทำเป็นไม่สนใจเธอแล้วหยิบไพ่ขึ้นมาดู
“ฝานหลิน ขอดูหน่อยเถอะว่าคุณจะทำยังไง? หลังจากที่พูดจบ ฉิงเทียนก็ได้เคลื่อนพลังวิญญาณไหลเวียนไปตามร่างกาย แล้วจากนั้นก็เคลื่อนไปที่ตาของฉิงเทียนอย่างรวดเร็ว
แล้วในตอนนั้นเองเมื่อฉิงเทียนลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง สายตาของฉิงเทียนก็ได้มองทะลุโต๊ะเล่นไพ่นกกระจอกไป
แล้วเขาก็เห็นฝานหลินนั้นกำลังถือรีโมตควบคุมอยู่ในมือของเขา แล้วเมื่อเขากดปุ่มที่รีโมตควบคุม แล้วไพ่นกกระจอกที่อยู่ใต้โต๊ะไพ่ก็ได้จัดเรียงไพ่ตามที่เขาได้ตั้งค่าเอาไว้ แล้วจากนั้นก็ดำเนินเครื่องไปตามปกติ
“เข้าใจแล้ว ก็ว่าทำไมคุณถึงได้โชคดีนัก” ฉิงเทียนพูดดูถูกเขาในใจ
แล้วเขาก็ได้มองไปที่ไพ่ของฝานหลิน “ให้มันอย่างนี้สิ, เอาแต่ไพ่ดีๆให้ตัวเองนะ” แล้วฉิงเทียนก็พูดด่าเขาในใจ
เขามองดูไพ่ของฝานหลินที่มีตั้งแต่ 1 ไผ่เรียงจนไปถึง 9 เขาจึงรู้แล้วว่าฝานหลินกำลังรอไพ่อะไรอยู่
“ไม่ต้องห่วงนี้ ตานี้คุณไม่ได้ไพ่ใบนั้นแน่” ฉิงเทียนพูดดูถูกเขาในใจแล้วก็หยิบไพ่ขึ้นมา
“มังกรเขียว”
“ตอง” จูเฟยพูดอย่างดีใจ “ในที่สุดก็มาแล้ว”
หลิวตันก็คิ้วขมวดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าฉิงเทียนทิ้งไพ่ใบนั้นลงไป แล้วเธอก็คิดในใจอย่างสงสัย: ทำไมถึงทิ้งไพ่ใบนั้นนะ
ส่วนฝานหลินเองก็คิดในใจเช่นกัน “ทำไมฉิงเทียนถึงไม่ทิ้งไพ่ใบนั้นลงมานะ ทั้งๆที่ไพ่ของเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้สักหน่อย ถือว่าเขาจะรู้ว่าเรากำลังรอไพ่ใบนี้? เป็นไปไม่ได้น่า”
“นี่ ฝานหลินตาคุณแล้วนะ” ฉิงเทียนยิ้มเยาะในใจ
“อ้อ” ฝานหลินพูดอย่างตกใจ เขามองไปที่ฉิงเทียนที่กำลังยิ้มอยู่ ฝานหลินก็รู้สึกได้ว่าเขาจะต้องรู้อะไรบางอย่างแน่
“3หมื่น”
“ตอง” จูเฟยยิ้มแล้วหยิบเอาไพ่ของฝานหลินไป “ในที่สุดไพ่ของผมก็มาแล้ว”
“2เหรียญ”
“ฮ่าๆ ในที่สุดก็ได้กินสักที” จูเฟยหัวเราะออกมา “ดวงกลับมาเป็นของผมแล้ว”
“มันเป็นไปได้ยังไง?” ฝานหลินพูดด้วยสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อ จากการจัดเรียงไพ่ของเขาแล้ว มันควรจะเป็นเขาที่ได้ และเป็นฉิงเทียนที่เสียสิ แล้วพอเขาเงยหน้าไปมองฉิงเทียน เขาก็พบว่าฉิงเทียนกำลังมองมาที่เขาและหัวเราะอยู่