ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 208 เฝิงเกา
บทที่ 208 เฝิงเกา
“ดูเหมือนจะทำแรงเกินไปหน่อยแฮะ” ฉิงเทียนลูบจมูกตัวเองขณะที่มองดูเฝิงเกาที่ลอยจนไปติดเพดาน
“ตุบๆ” ด้วยเสียงที่ดังสนั่น เฝิงเกาตกลงมานอนกองอยู่ที่พื้นห้อง
“อ๊าก! เจ็บ” เฝิงเกากัดฟันร้องด้วยความเจ็บปวด
“เป็นอย่างไรบ้าง ลูกพี่เฝิง?”
“ผู้กองเฝิง คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละคนได้พากันเข้ามาหาอย่างเร่งรีบ และพยายามช่วยกันประคองเฝิงเกา ในเวลานี้เฝิงเการู้สึกราวกับว่าร่างกายทั้งหมดมันไม่ใช่ของเขา และพอตำรวจเข้ามาแตะต้องตัวเขาปุ๊บ เขาก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บไปทั่วทั้งร่างทันที ราวกับรถที่กำลังถูกบด ราวกับเสียงถั่วที่กำลังคั่ว
ในห้องทำงานอีกห้องหนึ่งนั้น เซียะเกาเทียนกำลังดุจูไห่ด้วยสีหน้าที่ดำมืด
“คุณ ที่เป็นถึงผู้กำกับประจำสถานีตำรวจของอำเภอ แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบต่อตำรวจด้วยกัน แล้วยังปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยอีก! ผมคิดว่าตำแหน่งผู้ของคุณคงได้จบเร็วๆนี้แน่”
จูไห่ที่ยืนฟังโดยไม่ได้แสดงสีหน้าของออกมาอยู่นั้น จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงดังลั่น และรู้สึกได้ว่าทั้งสถานีกำลังสั่งไหว!
“เกิดอะไรขึ้น?” เซียะเกาเทียนถามด้วยความประหลาดใจ และจูไห่ก็คิ้วขมวด!
ในเวลานี้เอง มีคนที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับเสียงที่ตื่นตระหนก “ท่านเลขาธิการเซียะครับ ผู้กองเฝิงถูกทำร้ายครับ!”
“อะไรนะ?” เซียะเกาเทียนตกใจและไม่สนใจที่จะดุจูไห่ต่อ เขารีบลุกจากเก้าอี้แล้วรีบเดินไปหาฉิงเทียนทันที ส่วนจูไห่ก็ได้รีบเดินตามหลังมาด้วย
เซียะเกาเทียนมองดูประตูที่ปิดอยู่และถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ข้างๆ “ทำไมประตูถึงยังปิดอยู่? รีบๆไปเปิดเร็วเข้า!”
“ครับ, ได้ครับ!” แล้วเหล่าตำรวจก็พากันถีบประตูให้เปิด!
ด้วยเสียงดังลั่น ประตูก็ได้เปิดออกโดยตำรวจหลายคน เซียะเกาเทียนก็พบเฝิงเกาที่สีหน้ากำลังเจ็บปวดนอนกองอยู่กับพื้น
เขาก็รู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที ถึงแม้น้องเขยของเขาคนนี้จะไม่ค่อยเอาอ่าว แต่ก็ยังเป็นน้องเขยของเขาอยู่ เมื่อเห็นเขาถูกทำร้ายเช่นนี้แล้วยังต่อหน้าต่อตาเขา สายตาของเขาก็ได้หรี่ลงและจ้องไปยังฉิงเทียน!
ส่วนจูไห่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อเขาเห็นเฝิงเกาถูกอัดจนเยินเช่นนี้ เฝิงเกานั้นต่อต้านเขามาโดยตลอด บางครั้งก็ไม่แม้แต่จะสนใจคำสั่งของเขาด้วยซ้ำ และยังทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดตลอดอีกด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็นน้องเขยของเลขาธิการพรรคประจำอำเภอแล้วล่ะก็ เฝิงเกาคงไม่ได้มาผู้กองประจำสถานีตำรวจแห่งนี้หรอก
และที่ยิ่งไปกว่า ไม่ว่าเขาจะรังเกียจเฝิงเกามากเพียงใด แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรเฝิงเกาได้เลย นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาสูญเสียความน่านับถือไป! แต่ตอนนี้กลับมีคนมาช่วยสั่งสอนแทนให้เขาแล้ว เขาจึงได้รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
แต่ฉิงเทียนเองก็ลงมือหนักเกินไป ดูเหมือนว่าเป็นเขาก็คงไม่สามารถช่วยเขาออกไปได้แล้ว! จูไห่คิดอย่างเป็นกังวล
เซียะเกาเทียนได้เดินเข้าไปด้วยสีหน้าที่ไม่ดี และมองไปที่เฝิงเกาอย่างกระวนกระวายแล้วถามเขา “เกิดอะไรขึ้น?”
“พี่เขยครับ พี่เขย เจ้าฉิงเทียนนั่นมันไม่ใช่มนุษย์ครับ วรยุทธ์ของเขาสูงมากเกินไปแล้ว ทั้งผมและลูกน้องต่างก็ถูกทำร้ายหมดเลยครับ พี่เขยครับคุณจะต้องช่วยล้างแค้นให้ผมด้วยนะครับ!” เฝิงเกาที่เห็นพี่เขยของเขามาหา ก็ได้พูดออกมาทั้งน้ำมูกและน้ำตา
เมื่อเห็นน้องเขยของเขาอยู่ในสภาพที่น่าสังเวช ถ้าภรรยาของเขารู้เรื่องนี้เข้าล่ะก็ ไม่ยอมให้เขานอนร่วมเตียงแน่ๆ
“จูไห่, ผู้ต้องหาดุร้ายขนาดนี้ คุณปล่อยเขาไปได้ยังไง?” เซียะเกาเทียนพูดด้วยสีหน้าที่เย็นชา “ขอผมดูหน่อยซิว่าเจ้าฆาตกรคนนี้จะมีหน้าตาเป็นยังไง ทำไมเขาถึงได้ดุร้ายและท้าทายกฎหมายเช่นนี้”
หลังจากที่พูดจบเขาก็ได้เดินไปหาฉิงเทียน ซึ่งจูไห่ก็ได้เดินตามอย่างเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไร
เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าท่านเลขาธิการรู้ถึงตัวตนของหลิวตันแล้วเขาจะทำสีหน้าอย่างไร เพราะเขารู้ดีว่าอำเภอนี้ไม่เคยมีการลงทุนใดๆในช่วงนี้มานานมากแล้ว แล้วดันไปทำให้ประธานบริษัทใหญ่อย่างหลิวตันโมโหเข้าอีก
ถ้าเกิดว่าไม่มีการลงทุนในอำเภอนี้ขึ้นมา จะไม่ใช่เรื่องดีต่อวงการธุรกิจของเขาแน่ ซึ่งจะเป็นเรื่องยากมากขึ้นไปอีกต่อการดึงดูดนักลงทุนในอนาคต! แต่จูไห่เองก็ไม่คิดที่จะบอกเซียะเกาเทียน
“แกคือฉิงเทียนสินะ” เซียะเกาเทียนพูดขึ้นมาและยืนอยู่ตรงหน้าของฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่ข่มขู่
“ใช่” ฉิงเทียนตอบไปโดยไม่ได้มอง เหมือนไม่รู้ว่าเขากำลังถูกข่มขู่อยู่
เขานั้นเป็นแค่เจ้าหน้าที่ในอำเภอเล็กๆบนโลก ในขณะที่ฉิงเทียนเป็นถึงเจ้าหน้าที่บนสวรรค์ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งแค่เจ้าหน้าที่ระดับ 9 แต่ก็เทียบไม่ได้กับของเซียะเกาเทียนเลย
เมื่อเห็นฉิงเทียนที่ไม่เปลี่ยนสีหน้าและยังเมินเฉยต่อเขา เซียะเกาเทียนก็มีสีหน้าที่บูดเบี้ยวขึ้นมาทันที เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนที่ไม่สนใจเขาอยู่ด้วยในอำเภอนี้ ตั้งแต่ที่เขาได้แต่งตั้งขึ้นมาจากผู้กำกับของสถานีตำรวจมาเป็นเลขาธิการพรรคประจำอำเภอ ก็ไม่เคยมีคนที่กล้าเมินเฉยเขาอีกเลย? นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนที่เมินเฉยเขาเช่นนี้
แต่เมื่อเขาเห็นเหล่าตำรวจมือดีประจำอำเภอนี้ที่อยู่รอบๆแล้ว ทุกคนล้วนลงไปนอนกองกับพื้น แต่ละคนต่างก็ครวญครางด้วยความเจ็บปวด ทำให้เขารู้สึกตกใจขึ้นมา ว่านี่ยังเป็นฝีมือของคนธรรมดาจริงๆเหรอ? ตำรวจเหล่านี้ถือว่าเป็นหัวกะทิของในเขตนี้ ซึ่งโดยทั่วไปพวกเขาสามารถจัดการคนหลายคนได้อย่างสบายๆ
“หรือว่าเขาจะเป็นคนแบบเดียวกันกับที่พบที่บ้านของน้องเขยของเรามาก่อน?” แม้ว่าเลขาธิการเซียะจะตกใจ แต่เขาก็เคยเห็นคนที่ทรงพลังเช่นนี้มาก่อน ตระกูลของน้องเขยนั้นเคยมีแขกที่มาที่บ้านเขา และคนคนนั้นสามารถต่อสู้กับคนในหน่วยพิเศษนับ 100 คนได้
แต่เมื่อเขานึกถึงเรื่องที่น้องเขยของเขาที่ถูกทำร้ายจนเป็นเช่นนี้แล้ว และที่นี่ยังเป็นเขตรับผิดชอบของเขาอีก แล้วเขาก็เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นด้วย เขากล้าทำเช่นนี้กับเขาได้อย่างไร?
“แกกล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีตำรวจอย่างนั้นรึ” แล้วเลขาธิการเซียะก็ได้ชี้ไปที่ฉิงเทียนที่ทำท่าไม่สนใจเขาอยู่
ฉิงเทียนที่นั่งอยู่ที่โซฟาก็ได้เงยหน้าขึ้นมา เขานั้นได้ฟังการสนทนาระหว่างเขากับจูไห่เมื่อสักครู่แล้ว เขารู้แล้วว่าเลขาธิการเซียะนั้นมาที่นี่ก็เพื่อมาสร้างปัญหาให้เขา ดังนั้นเขาจึงได้ยิ้มตอบกลับไป
ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่เย็นชา “คุณลองดูนี่ก่อน ที่คือสิ่งที่น้องเขยของคุณได้ยัดเยียดให้ผม” เขาพูดถึงเอกสารฉบับเดียวกันกับที่เขาเคยให้จูไห่ แล้วก็มีสายลมพัดมาจนพัดเอาเอกสารนั้นมาถึงที่ใต้เท้าของท่านเลขาธิการ
จูไห่ที่อยู่ด้านหลังนั้นก็พบว่าฉิงเทียนกับหลิวตันนั้นไม่คิดจะไว้หน้าท่านเลขาธิการเลย ซึ่งเขารู้ดีว่าสิ่งที่หัวหน้าของเขาเกลียดมากที่สุดก็คือการที่คนอื่นไม่ไว้หน้าเขา ถึงการที่ฉิงเทียนทำนั้นจะไม่ได้ตั้งใจล่วงเกินเขา จูไห่จึงได้มองไปที่ฉิงเทียนด้วยความกังวล แต่แล้วเขาก็เห็นหลิวตันที่ยังคงสงบนิ่งอยู่และนั่งอยู่ข้างๆฉิงเทียน
เขาจึงได้โล่งอกขึ้นมาบ้าง อย่างไรเสียที่นั่งอยู่ข้างๆเขาก็เป็นเหมือนกับเทพแห่งโชคลาภ และท่านเลขาธิการคงไปล่วงเกินเธอด้วยการกระทำของเขาอย่างแน่นอน
เมื่อคิดเช่นนี้ จูไห่ก็อดไม่ได้ที่จะดูถูกเขา: เซียะเกาเทียน คราวนี้คุณเหยียบโดนตอที่แข็งเสียแล้ว
แน่นอนว่า เซียะเกาเทียนเองก็เห็นสายลมที่จู่ๆก็พัดเอาเอกสารจากบนโต๊ะมาที่เท้าของเขา แต่โดนปราศจากซึ่งความสนใจรองเท้าหนังที่เงางามของเขานั้นก็ได้เหยียบไปที่เอกสารนั้นทันทีแล้วพูดขึ้น “ผมไม่เห็นเอกสารอะไรทั้งนั้น ผมเห็นแต่แกที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ วางใจได้เลยแกได้ใช้ชีวิตที่เหลือในคุกแน่”
“โอ้ ฉันคิดว่าพวกเราคงยังไม่มีโอกาสได้แนะนำตัวกันเลย!” หลิวตันพูดอย่างช้าๆ
การพูดของหลิวตันนั้นได้ทำให้สายตาของเซียะเกาเทียนสว่างขึ้นมา เมื่อสักครู่เขามัวแต่สนใจฉิงเทียนจนไม่ได้สนใจหลิวตันที่อยู่ข้างๆเขาเลย ซึ่งเมื่อเขาเห็นเธอแล้วเขาก็รู้สึกทึ่งอย่างมากแม้แต่หัวใจของเขาก็ยังรู้สึกคล้อยตาม
“เธอสวยยิ่งกว่าคนที่เรามีเก็บเอาไว้เสียอีก”
“ไม่ทราบว่าคุณคือใครครับ?” เซียะเกาเทียนชี้ไปที่หลิวตันแล้วถาม ตอนนี้เขากำลังคิดหาทางที่จะพาเธอไปขึ้นเตียงให้ได้
หลิวตันมองไปที่เซียะเกาเทียนด้วยท่าทีที่ขยะแขยง แน่นอนว่าเธอสามารถอ่านจากสายตาของเซียะเกาเทียนออก เห็นได้ชัดว่าเขานั้นอยากจะเป็นเจ้าของเธอ
“ฉันเป็นแฟนสาวของผู้ต้องสงสัยที่คุณพูดถึง” หลิวตันพูดอย่างดูถูก
“ฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยเหมือนกัน ใครก็ได้ไปจับเธอสองคนนั้นเอาไปเข้าคุกเดี๋ยวนี้” เซียะเกาเทียนแอบคิดในใจ ในเวลานี้ถ้าเขาจับฉิงเทียนและอีกคนเขาคุกได้ ไม่เพียงแต่จะล้างแค้นให้น้องเขยได้แล้วแต่ยังสามารถตอบสนองต่อความต้องการของเขาได้ด้วย
แต่ตอนที่คนอื่นๆได้รับคำสั่งของเขา กลับไม่มีใครที่กล้าออกมาเลย เซียะเกาเทียนก็ได้หันหน้ามาด้วยความโกรธและพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านหลังเขาต่างพากันถอยหลัง
พวกเขาต่างก็ไม่อยากที่จะเป็นคนที่ลงไปนอนกองเป็นคนถัดไป นี่ไม่ใช่อะไรที่คนร่างเล็กอย่างพวกเขาจะไปจัดการกับคนอย่างฉิงเทียนได้ แล้วพวกเขาต่างก็แอบคิดในใจ: ได้โปรดอย่าเรียกผมเลย
มองไปที่สีหน้าที่หวาดกลัวของพวกเขาแล้ว เซียะเกาเทียนก็สีหน้าหม่นหมองขึ้นมาทันที คนพวกนี้มันเป็นอะไรกัน? ช่างน่าสังเวชเสียจริงๆ
แล้วมองไปที่จูไห่ที่ทำท่าเหมือนไม่เกี่ยวอะไรกับเขาแล้ว มันทำให้ในใจของเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา แล้วจู่ๆเขาก็ออกคำสั่งกับจูไห่ “ผู้กำกับจู ไปจับตัวคนร้ายมาให้ผมเดี๋ยวนี้ อย่างปล่อยให้เขามาอาละวาดในอำเภอของเราได้” แต่จริงๆแล้วในใจของเขากลับคิด: ยืนมองดูข้าแล้วขำงั้นเหรอ ดี, ตอนนี้ข้าจะส่งแกไปตาย มันคงจะดีถ้าแกตาย ไม่เพียงแต่ข้าจะกำจัดศัตรูอย่างแกได้แล้ว แต่ยังทำให้ฉิงเทียนต้องตายอย่างทุกข์ทรมานด้วย
“ไปซะสิ!” เมื่อเห็นว่าจูไห่มีทีท่าลังเลอยู่ เซียะเกาเทียนก็พูดกระตุ้นเขา