ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 233 โลกความฝัน (7)
บทที่ 233 โลกความฝัน (7)
“ผมไม่ได้ช่วยคุณ แค่ผมไม่ชอบพวกเสแสร้งอย่างเขา” ฉิงเทียนจ้องไปที่ตาของเฉียงเวยแล้วยิ้ม
เฉียงเวยไม่ชะงักเลยแม้แต่น้อย และมองไปที่ดวงตาของฉิงเทียน เธอพบว่าตาของเขานั้นจริงใจมากปราศจากซึ่งความหื่นกระหายเหมือนอย่างที่คนอื่นมองมาที่เธอ แล้วความประทับใจของเธอที่มีต่อฉิงเทียนจึงดีขึ้น
เมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูด ชายใส่แว่นกรอบทองก็ได้พูดดูถูกเขาอย่างมุ่งร้ายทันที “อย่างมาพูดไร้สาระน่า ก็ได้ฉันจะตกลงพนันกับแกเอง อย่ามัวแต่มองตาแกรีบๆตัดหินนั่นได้แล้ว ถึงจะไม่มีทางที่จะตัดออกมาได้หยกก็เถอะ!”
แล้วคนตัดหินก็ได้พูดโดยไม่ไว้หน้าชายใส่แว่นทองเลยแม้แต่น้อย “หินหยกก้อนนี้เป็นของผู้หญิงคนนี้ ถ้าเธออยากให้ตัดต่อผมก็จะตัดให้!” จากนั้นก็ได้มองมาที่เฉียงเวย!
เฉียงเวยก็ได้ผงกหัว เธอตัดหินก้อนนี้มาจนขนาดนี้แล้ว ตัดอีกจะเป็นอะไรไป ถึงแม้จะมีความหวังอยู่แค่ริบหรี่ที่จะยังมีหยกอยู่ในหินก้อนนั้นแต่เธอก็ต้องสู้ นอกจากนี้ชายที่อยู่ข้างๆเธอตอนนี้ก็ได้บอกกับเธอว่าจะต้องมีหยกอยู่ในนี้แน่ๆ
ในใจของเฉียงเวยนั้นลองใคร่ครวญจากที่เห็น แล้วคิดว่าฉิงเทียนจะต้องมีความสามารถด้านนี้แน่ๆ
ส่วนเจ้าดำที่ได้ยินว่าฉิงเทียนนั้นคิดเดิมพัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดกับฉิงเทียนด้วยเสียงที่เบาๆอย่างเป็นห่วง “ฉิงเทียน แกมีเหลืออยู่แค่ 1,000 ชั่วโมงเองนะ ถ้าแกแพ้ขึ้นมาล่ะก็ แกได้ตายแน่”
“ไม่ต้องกังวลไปเจ้าดำ นายเชื่อมั่นในตัวฉันเถอะน่า” ฉิงเทียนตบไหลของเจ้าดำแล้วยิ้ม ถึงแม้ว่าเขาจะเสียไป 1,000 ชั่วโมง แต่เขาก็ยังมีหินหยกอีกตั้ง 5 ก้อนซึ่งน่าจะได้สัก 10,000 ชั่วโมงอยู่ นอกจากนี้ฉิงเทียนก็มั่นใจมากว่าในเสี้ยวของหินหยกก้อนนั้นจะต้องมีหยกแน่ๆอยู่แล้ว
แล้วชายแว่นทองก็ไม่ได้แสดงทีท่าอะไรกับคนตัดหินอีก เขาไม่สนกับเวลาแค่ 1,000 ชั่วโมงอยู่แล้ว แต่เขาไม่พอใจกับท่าทีของฉิงเทียนที่มีต่อเขามากกว่า
แล้วตอนนี้ก็ได้มีคนมามุงมากขึ้นเรื่อยๆ เดิมทีการที่มีสาวสวยอย่างเฉียงเวยตัดหินหยกเช่นนี้ ก็ทำให้ผู้คนมากมายมารุมล้อมเธออยู่แล้ว นอกจากนี้การที่ฉิงเทียนกับชายแว่นทองเดิมพันกันอีก ก็ได้ทำให้ผู้คนมารุมล้อมกันมากขึ้นไปอีก
“แกว่าข้างไหนจะชนะ?” ผู้คนที่มามุงดูก็ได้พูดขึ้นมา อย่างไรเสียแค่ดูเฉยๆก็ไม่ได้เสียอะไรอยู่แล้ว
“ผมว่าทางสุภาพบุรุษใส่แว่นน่าจะฝ่ายชนะ ดูจากการแต่งกายของเขาและท่าทางที่ดูเหมือนนักวิชาการแล้ว เขาจะต้องมีความรู้เรื่องนี้บ้างแน่ๆ แล้วดูทางฝ่ายนั้นสิ!” เขาพูดและชี้ไปที่ฉิงเทียน “ชุดคนงาน ผมยังเกรงอยู่ว่าเขาจะมีเวลาพอจ่ายรึเปล่า?”
ฉิงเทียนนั้นไม่ได้สนใจคนพวกนี้ที่พูดวิจารณ์เขาแล้ว และมองดูฝีมือการตัดหินของคนตัดหิน ส่วนเฉียงเวยก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนด้วยสายตาแปลกๆ และพูดในใจ: ชายคนนี้ต้องการอะไรกันแน่นะ?
ด้วยการเจียหินอย่างต่อเนื่องของคนตัดหิน ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่ากำลังเข้าใกล้หยกที่อยู่ข้างในมากขึ้นเรื่อยๆ
“เขียว มันเขียวจริงๆด้วย!”
“ไม่คิดเลยว่ามันจะออกมาเป็นหยกจริงๆ”
ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างก็ตกใจที่เห็นหินก้อนในมือของคนตัดหินมีสีเขียวโผล่ขึ้นมา
ส่วนเฉียงเวยก็ได้มองมาที่ฉิงเทียนอย่างสงสัยมากขึ้นเรื่อย: หรือว่าชายคนนี้จะสามารถมองเห็นหยกที่อยู่ข้างในได้?
มีเพียงชายใส่แว่นกรอบทองที่พูดต่างจากคนอื่น “ยังไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นหยกจริงๆรึเปล่า แค่เห็นเป็นสีเขียวๆ มันยังเร็วเกินไปที่จะยินดีกันนะ”
คำพูดของชายใส่แว่นทองทำให้คนอื่นๆคิดว่าเขากำลังอิจฉาอยู่ แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่ชายอ้วนซื้อหินก่อนนั้นไป ทุกคนต่างก็เงียบและมองไปที่หินก้อนนั้นอย่างกระวนกระวาย
คนตัดหินเองจากที่ใจเย็นก็ได้ถามเฉียงเวยอย่างตื่นเต้น “จะให้ตัดตรงไหนต่อดี?”
เฉียงเวยก็คิ้วขมวดขึ้นมาและไม่ได้ตอบอะไร ส่วนฉิงเทียนก็ได้เข้ามาแทรก จากจิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาแล้ว ฉิงเทียนก็ได้พูดและวาดเส้นโค้งไปที่หินที่เหลืออยู่แค่ขนาดเท่ากำปั้น “ช่วยตัดตามเส้นนี้ด้วยครับ”
ในเวลานี้ผู้คนรอบๆต่างก็กลั้นหายใจ และมองดูอย่างคาดหวัง เมื่อสักครู่พวกเขาคิดว่าหินก้อนนี้ไม่น่าจะมีส่วนที่เป็นสีเขียวแล้ว แต่ตอนนี้กลับมาร่องรอยสีเขียวขึ้นมาแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถหัวเราะฉิงเทียนได้แล้ว
แล้วคนตัดหินก็ได้ตัดไปตามเส้นที่ฉิงเทียนได้วาดเอาไว้ แล้วก็พบส่วนที่เป็นสีเขียวมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้หินหยกขนาดเท่ากำปั้นเด็กทารกปรากฏอยู่ตรงหน้าผู้คน
เมื่อเป็นรูปร่างของหยกแล้ว ผู้คนโดยรอบต่างก็พากันโล่งอก และมองไปที่เฉียงเวยด้วยความอิจฉา พวกเขาต่างก็ไม่คิดว่าจะมีหยกจริงๆออกมา และแต่ละคนต่างก็มองไปที่ฉิงเทียนด้วยสายตาที่ยกย่อง
แล้วชายสวมแว่นทองก็รู้สึกหดหู่ทันที เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าหินก้อนนั้นจะติดออกมาได้หยกจริงๆ
“ฉิงเทียน แกนี่มันสุดยอดจริงๆ แกเดาถูกจริงๆด้วย” เจ้าดำพูดอย่างยกย่องเขา
ฉิงเทียนก็ได้พูดอย่างใจเย็น “ก็แค่โชคดี” จากนั้นเขาก็ได้หันไปบอกชายแว่นทอง “เอ้า คุณแพ้แล้วจ่ายให้ผู้หญิงคนนี้ 1,000 ชั่วโมงซะ”
“ได้ ก็แค่ 1,000 ชั่วโมง” ชายสวมแว่นตอบและมองเขาด้วยสายตาที่ไม่พอใจ
ในเวลานี้เฉียงเวยก็ได้ปฏิเสธและพูดขึ้น “คุณเป็นคนที่ชนะเดิมพัน 1,000 ชั่วโมงก็ควรจะเป็นของคุณนะ”
“ก็ผมจะให้” ฉิงเทียนพูดอย่างไม่ฟังเสียง
ผู้คนรอบๆต่างก็มองดูทั้งสองคนที่ผลักกันไปผลักกันมาไม่มีใครเอา จนในใจของพวกเขาบังเกิดความอิจฉา ถ้าไม่เอาก็แบ่งมาให้ทางนี้บ้างเซ่
“หรืออยากจะได้มากกว่านี้?” ชายแว่นทองก็ได้พูดขึ้นมา
มองไปที่เฉียงเวยที่ยังยืนกรานปฏิเสธ ฉิงเทียนก็ได้พูดขึ้นมา “ถ้าคุณไม่เอา ก็ให้คนอื่นๆเอาไปแบ่งกัน”
ทันทีที่ฉิงเทียนพูดจบ ทุกคนรอบๆต่างก็พากันตกใจ และแต่ละคนต่างก็พากันพูดประจบฉิงเทียน และหวังให้ฉิงเทียนช่วยเขาบ้าง
แล้วชายแว่นทองก็ได้รู้สึกสับสนและอยากที่จะร้องไห้ในใจ เวลานี้มันเป็นของเขาแท้ๆ แต่ดันเอากลับไปใช้ซื้อใจคนอื่น
เฉียงเวยก็ได้ยิ้มอย่างอ่อนโยนราวกับดอกไม้ร้อยดอกแล้วพูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้นเราแบ่งกันคนละครึ่ง แต่ก่อนอื่นให้ค่าคนตัดหิน 500 ชั่วโมงก่อน!”
ชายสวมแว่นกรอบทองก็ได้หันไปมองฉิงเทียนอย่างชิงชัง หลังจากที่เขาจ่ายไป 1,000 ชั่วโมงพร้อมกับร้องไห้ในใจ
ส่วนเฉียงเวยก็ได้ถือหยกเอาไว้ในมือและหันไปมองฉิงเทียนอย่างสงสัย แล้วเธอก็สังเกตเห็นหินหยกที่อยู่ในมือของฉิงเทียน
ในตอนแรกเธอก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะคุณภาพของหินหยกของฉิงเทียนทุกก้อนนั้นแย่มาก แต่เธอก็มีประสบการณ์จากเมื่อสักครู่แล้ว เฉียงเวยจึงอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าหินเหล่านั้นจะมีหยกหรือไม่
ส่วนชายแว่นทองเองก็ยังไม่ได้ไปไหน ฉิงเทียนนั้นได้ทำให้เขาเสียหน้ามาก เขาจึงอยากที่จะรู้ว่าหินหยกของฉิงเทียนนั้นจะมีหยกจริงๆหรือไม่เช่นกัน
ฉิงเทียนก็ได้หยิบเอาหินทั้ง 15 ก้อนที่เจ้าดำถืออยู่ยื่นให้กับคนตัดหินเมื่อสักครู่ “ได้โปรดช่วยตัดหินทั้ง 15 ก้อนนี้ให้ทีนะครับ”
“ได้สิ!” คนตัดหินตอบอย่างเต็มใจ เพราะเขาเพิ่งได้มา 500 ชั่วโมงเพราะฉิงเทียน จะไม่ให้เขาทำดีกับฉิงเทียนได้อย่างไร
“แล้วจะให้ตัดก้อนไหนก่อน?” คนตัดหินถามกลับไป
“ตัดก้อนนี้ก่อนละกัน!” ฉิงเทียนชี้มาที่หินหยกก้อนหนึ่งอย่างสุ่มๆ จริงๆแล้วฉิงเทียนนั้นชี้ไปที่หินหยกก้อนที่ไม่มีหยกอยู่ข้างใน ฉิงเทียนนั้นคิดว่าเขาไม่ควรที่จะทำตัวโดดเด่นมากนัก ถ้าเกิดเขาเอาหินที่มีหยกออกมาทันที แม้แต่คนโง่ก็ยังต้องสงสัยเขาแน่!
ดังนั้นฉิงเทียนจึงได้มีความคิดที่จะให้ตัดหิน 3 ก้อนแรกที่ไม่มีหยกก่อน