ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 271 ความลับ (1)
บทที่ 271 ความลับ (1)
“ฉิงเทียน นายพูดจริงๆเหรอ?” จูเฟยถามอย่างประหลาดใจ ถึงแม้เขาคิดไว้แล้วว่าจะมีโอกาสแค่ 80% ที่จะได้งานนี้ แต่มีใครบ้างที่จะไม่หวัง 100% แล้วยังจะทำให้เซียะเกาเทียนนั้นลงจากตำแหน่งอีกต่างหาก จะไม่ทำให้จูเฟยนั้นตกใจได้เยี่ยงไร
ฉิงเทียนเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดอย่างมั่นใจ “ฉันเคยโกหกนายรึเปล่าล่ะ?”
เมื่อเห็นฉิงเทียนที่พูดอย่างมั่นใจแล้ว จูเฟยก็ได้เดินไปหาฉิงเทียนแล้วนั่งลงข้างๆแล้วหรี่ตามองมาที่เขาก่อนจะยิ้มขึ้นมาแล้วถามเขา “นี่พี่ชาย พอจะบอกฉันหน่อยได้ไหมว่านายจะทำอย่างไร?”
ตัวของจูเฟยแนบชิดสนิทกับเขา แล้วมือขวาของเขาก็ได้โอบกอดไหล่ของเขา ฉิงเทียนจึงได้รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันทีและผลักจูเฟยออกไป แล้วรีบวิ่งไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามด้วยความเร็วสูงสุด จากนั้นก็ได้พูดด้วยใบหน้าที่รังเกียจ “จูเฟย ความต้องการทางเพศของฉันยังปกติดีอยู่นะโว้ย”
“ฮ่าๆๆ” มองไปที่สีหน้าของพี่ชายของเขา ฉิงหยูก็ได้หัวเราะออกมา ถึงท่าทีของจูเฟยเมื่อสักครู่นั้นออกจะเกินไปสักหน่อยก็เถอะ!
ในเวลานี้ จูเฟยจึงได้รู้สึกตัวว่าเขานั้นกังวลเรื่องนี้มากเกินไป จึงทำให้เขาทำอะไรเกินไปหน่อย แต่ท่าทีของฉิงเทียนนี่มันอะไรกัน เขาเองก็ชอบผู้หญิงเหมือนกันนะ โดยเฉพาะสาวทรงโตบั้นท้ายสวย ใครเขาสนผู้ชายกันละโว้ย!
“ไปไหนก็ไปเลยฉิงเทียน แกไม่ตายดีแน่!” จูเฟยพูดด่าเขากลับ “ฉันเองก็ชอบผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายโว้ย”
“เอาน่า ฉันรู้ว่านายยังชอบผู้หญิงอยู่” ฉิงเทียนมองไปที่จูเฟยที่กำลังคลั่ง จึงได้เลิกล้อเขาเล่นอีก
“งั้นก็บอกเสียที ว่านายจะทำอย่างไร?” จูเฟยจึงได้ถามเขาอีกครั้งอย่างสงสัย
แต่พอฉิงเทียนจะเริ่มเอ่ยปากเรื่องแผนของเขา จูไห่ก็ได้หัวเราะเสียงดังจากนอกห้องพร้อมกระเป๋าในมือของเขา “โอ้ ไหนใครจะทำอะไรกัน? ขอลุงร่วมวงสนทนาของเหล่าหนุ่มๆหน่อยได้ไหม?”
จากนั้นเขาก็ได้ยิ้มและเดินเข้ามาหาแล้วจากนั้นก็ยื่นมือจับกับฉิงเทียน “หลานฉิงเทียน พวกเราพบกันอีกครั้งแล้วนะ!”
“ลุงจูก็สบายดีสินะครับ” ฉิงเทียนเองก็ได้ยื่นมือไปจับตอบ ด้วยท่าทีไม่นอบน้อมแต่ก็ไม่ล่วงเกิน จากนั้นเขาก็ได้แนะนำน้องชายของเขาฉิงหยูได้รู้จัก “นี่คือผู้กำกับการตำรวจประจำอำเภอเรา ลุงจูไห่”
“คนนี้คือน้องชายของผมครับ ฉิงหยู!”
“อย่างที่คิด เขาเองก็ดูเป็นคนมีความสามารถเช่นกัน!” จูไห่พูดชมเขา แต่จริงๆแล้วจูไห่เองก็ตกใจขึ้นมาทันทีเมื่อเขาพบฉิงหยู จากการทำงานในกรมตำรวจมานานหลายปี เขาสามารถรู้ได้ทันทีว่าฉิงหยูเองก็เป็นผู้ฝึกวิชาด้วย
ฉิงหยูเองก็ได้มองดูจูไห่ ในตอนนี้เขาอดใจรอที่จะสืบหาข้อมูลภายในจากจูไห่ไม่ไหวแล้ว แต่เขาก็รู้ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะถาม เขาจึงได้สงบจิตใจที่กระวนกระวายเอาไว้แล้วผงกหัวด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณสำหรับคำชมครับ”
“นั่งลงก่อนสิ ลุงเองก็อยากจะฟังแผนการดีๆของหลานฉิงเทียนเหมือนกัน!” จูไห่ยักไหล่
หลังจากที่ทั้ง 4 คนนั่งลง ฉิงเทียนก็ได้พูดอย่างถ่อมตัว “เอาล่ะ เรามาคุยกันเรื่องแผนของผมกัน ในเมื่อบริษัทก่อสร้างเจียงหยู่นั้นมีคนงานที่ได้รับบาดเจ็บมากมาย หากว่าเราหาสักคนในนั้นแล้วหนุนให้เขาฟ้องบริษัทเจียงหยู่ มันก็จะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมา แล้วโอกาสของบริษัทของคุณที่จะได้งานนี้กลายเป็น 100% แน่”
จูเฟยรู้สึกผิดหวัง เขานึกว่าฉิงเทียนนั้นจะมีแผนที่ดีกว่านี้ เพราะความคิดนี้เขาก็เคยคิดมาแล้ว “พวกเราเคยมีความคิดเช่นนี้มานานแล้ว แต่คนงานเหล่านั้นกลัวพวกอันธพาลของบริษัทเจียงหยู่มาก จะมีใครที่จะกล้า!”
“แล้วถ้าฉันสามารถหาผู้เคราะห์ร้ายมาหานายได้ล่ะ?” ฉิงเทียนพูดอย่างมั่นใจ
“จริงรึ ถ้าเกิดเราสามารถเกลี้ยกล่อมให้ผู้เคราะห์ร้ายฟ้องเจียงหยู่ได้สักคน คนงานคนอื่นๆก็จะต้องพากันฟ้องร้องเขาตามแน่ แล้วเราก็จะได้งานนี้ไปแน่นอน” แล้วจูเฟยที่ผิดหวังเมื่อสักครู่ก็กลายเป็นตื่นเต้นขึ้นมาแทน
“เช่นนั้นนายก็ไปที่หมู่บ้านตระกูลจ้าวเพื่อตามหาผู้หญิงที่ชื่อจางชุ่ยฉิง สามีของเธอนั้นเคยอยู่ในบริษัทก่อสร้างเจียงหยู่” ฉิงเทียนได้พูดบอกจูเฟยเกี่ยวกับจางชุ่ยฉิงโดยไม่ปิดบัง
“ได้เลย ฉันจะรีบไปที่นั่นเดี๋ยวนี้แหละ” จูเฟยไม่รอช้าลุกจากโซฟาแล้วเตรียมออกเดินทางทันที
แต่ก่อนที่เขาจะได้ออกไป จูไห่ก็ได้พูดขึ้นด้วยเสียงที่สุขุม “ใจเย็นก่อน เรายังสามารถกวนเรื่องนี้ให้วุ่นวายขึ้นได้อีก” ฉิงเทียนนั้นมั่นใจว่าขิงแก่ย่อมเผ็ด
จูเฟยที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ก็ได้ถามอย่างสงสัย “คุณพ่อครับ คุณพ่อมีความคิดอะไรดีๆอย่างนั้นเหรอครับ?” ไม่ใช่ว่าพ่อของเขานั้นเกลียดการใช้ลูกเล่นลับหลังคนอื่นมาโดยตลอด? ดูเหมือนว่าพ่อของเขาจะโดนเซียะเกาเทียนต้อนจนมุมเสียแล้ว ทำให้เขาใช้วิธีที่ตัวเขาเองก็เกลียดที่สุด
จูไห่ก็ได้ยิ้มแล้วตอบ “จริงๆแล้ว กรรมสิทธิ์เกือบทั้งหมดของบริษัทก่อสร้างเจียงหยู่นั้นเป็นของเซียะเกาเทียน หากว่าเราสามารถทำให้บริษัทก่อสร้างเจียงหยู่สั่นคลอนได้ เซียะเกาเทียนก็จะต้องลงมือแน่ แล้วจากนั้นพ่อก็จะสามารถค้นหาหลักฐานในการทุจริตของเขาได้”
เมื่อได้ยินแผนของจูไห่แล้ว นี่จะเป็นจุดที่จะทำให้เซียะเกาเทียนตกลงไปสู่ความตายที่ไม่รู้จบ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาหวังอยู่แล้วฉิงเทียนจึงผงกหัวอย่างพึงพอใจ แต่เนื่องจากเป็นเรื่องของการเมือง ฉิงเทียนจึงไม่คิดที่จะยุ่งกับเรื่องนี้
จูไห่ที่นั่งอยู่อีกด้านก็ได้จ้องมองสีหน้าของฉิงเทียน เขานั้นรู้สึกตื่นเต้นที่เห็นว่าฉิงเทียนนั้นเห็นด้วยที่จะจัดการกับเซียะเกาเทียน ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเวลาที่เขาจะถามหาถึงอำนาจที่จะมาหนุนหลังเขาแล้ว
ดังนั้นจูไห่จึงได้บอกกับจูเฟย “จูเฟยเจ้าออกไปซื้ออาหารแล้วก็ไปบอกให้แม่ของลูกกลับมาบ้านไวๆหน่อย วันนี้เราจะดื่มกันสักหน่อย!”
จูเฟยเข้าใจได้ทันทีว่าพ่อของเขานั้นคิดที่จะคุยกับฉิงเทียนตามลำพัง ดังนั้นเขาจึงได้พาฉิงหยูออกไปซื้อของด้วย
จึงมีเพียงฉิงเทียนและจูไห่ที่เหลืออยู่ในห้องนั้น
จริงๆแล้วฉิงเทียนเองก็คิดที่จะเตรียมถามเขาเรื่องของพ่อแม่เช่นกัน และเห็นว่าเหลือกันอยู่เพียงแค่ 2 คนแล้ว เขาจึงไม่ปิดบังอีกต่อไปแล้วถามเขาตรงๆ “ลุงจู ผมขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม?”
“นายคงคิดที่จะถามเรื่องของพ่อแม่ของเธออยู่สินะ?” จูไห่ตอบ เขานั้นรู้อยู่แล้วว่าถ้าฉิงเทียนจะมาที่บ้านเขาในเวลานี้ก็คงจะเป็นเพราะเรื่องของอุบัติเหตุในครั้งนั้น ซึ่งเขาเองก็ได้ครุ่นคิดถึงเรื่องในครั้งนั้นเช่นกัน เพราะว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ดังนั้นเขาจึงจำเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้อย่างชัดเจน
ฉิงเทียนก็ได้ผงกหัวอย่างจริงจัง
จูเฟยคิดอยู่พักหนึ่งแล้วถอนหายใจและตอบ “จริงๆแล้ว ต่อให้นายไม่ถามลุงในเรื่องนี้ ลุงก็คิดที่จะเล่าความจริงให้ฟังอยู่ดี การตายของพ่อแม่นายนั้นเกี่ยวข้องกับตระกูลเฉินที่อยู่หนุนหลังเซียะเกาเทียนอยู่” จูเฟยพูดขึ้นมาก่อน
“เกี่ยวข้องกับตระกูลเฉินอย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนรู้สึกสงสัยว่าพ่อแม่ของเขาที่เป็นแค่คนธรรมดานั้นจะไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตระกูลเฉินได้อย่างไร และจากที่ผู้เฒ่าผู้ใหญ่บ้านเล่านั้นก็บอกว่าเกี่ยวข้องกับผู้ฝึกวิชาด้วย!
อาจจะเป็นไปได้ว่าจูไห่นั้นต้องการที่จะให้เขาช่วยสู้กับเซียะเกาเทียน จึงได้แต่งเรื่องออกมาเช่นนั้น ทำให้ฉิงเทียนมองไปที่จูไห่อย่างสงสัย
จูไห่ก็มองไปที่ตาของฉิงเทียนก็รู้ได้ทันทีว่าฉิงเทียนนั้นกำลังสงสัยเขาอยู่จึงได้พูดสาบานออกไป “หลานฉิงเทียน ลุงไม่ได้หลอกนายเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก เรื่องนี้มีตระกูลเฉินอยู่เบื้องหลังจริงๆ และการตายของพ่อแม่นายก็ได้เซียะเกาเทียนเป็นคน รายงานต่อตระกูลเฉินในเวลานั้น ไม่อย่างนั้นคนที่มีตำแหน่งแค่ผู้กำกับการตำรวจในเวลานั้นจะกลายมาเป็นเลขาธิการพรรคประจำอำเภออย่างรวดเร็วได้อย่างไร?”