ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 306 ศาสตร์ปรุงยา (7)
บทที่ 306 ศาสตร์ปรุงยา (7)
คุณไม่รู้เรื่องของแอพถาวเป่าสวรรค์อย่างนั้นเหรอ?” ฉิงเทียนมองไปที่สีหน้าที่สงสัยของไป๋กงหยางแล้วถาม
“ถาวเป่าสวรรค์ มันคืออะไร? ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน?” คิ้วทั้งสองข้างของไป๋กงหยางนั้นมาบรรจบกันแล้วถามด้วยความสงสัย เขาไม่เคยได้ยินเรื่องของของสิ่งนี้มาก่อนในตอนที่เขาอยู่ที่โลกเซียน!
ฉิงเทียนที่เห็นไป๋กงหยางยังมีสีหน้าสับสนอยู่ ก็แสดงว่าเขานั้นไม่รู้จักจริงๆ จึงได้อธิบาย “ถาวเป่าสวรรค์นั้นคือร้านที่เราใช้ซื้อของออนไลน์น่ะ” แล้วฉิงเทียนก็ได้สาธยายระบบของถาวเป่าสวรรค์ในโลกเซียนให้ไป๋กงหยางฟัง
สำหรับเซียนอย่างไป๋กงหยางแล้ว สามารถที่จะเข้าใจได้ทันทีเพียงแค่สาธยายแค่รอบเดียว แล้วในเวลานี้สายตาของเขาก็ได้จับจ้องไปที่โทรศัพท์ของฉิงเทียน ร่างวิญญาณของเขาได้สั่นขึ้นมา แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นในใจของเขา
ฉิงเทียนจึงที่เห็นไป๋กงหยางกำลังตื่นเต้นจึงได้ถาม “หลานไป๋ ทำไมจู่ๆเจ้าถึงได้ดูตื่นเต้นขึ้นมา?”
“ฮ่าๆ ใช่แล้วข้ากำลังตื่นเต้นมาก!” ไป๋กงหยางหัวเราะ แล้วจากนั้นสายตาของเขาก็ได้สว่างวาบขึ้นมาและจับจ้องไปที่ฉิงเทียนราวกับเห็นสมบัติกองมหึมา
ฉิงเทียนจึงได้ถอยหลังออกมา และคิดว่าไป๋กงหยางจ้องมองเขาเช่นนี้ จะต้องไม่ดีแน่ๆ
ไป๋กงหยางที่เห็นว่าฉิงเทียนนั้นถอยออกไป เขาจึงได้เดินเข้าไปหาฉิงเทียนด้วยสีหน้าที่ประจบประแจงแล้วพูด “ท่านอาจารย์อาฉิง น้องชายของท่านกับข้านั้นอีกไม่นานก็จะเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกัน นอกจากนี้ท่านก็ยังเป็นผู้อาวุโสของข้าอีกด้วย ถ้าผู้เยาว์ของท่านมีปัญหาอะไร ท่านก็ยินดีจะช่วยใช่ไหม?”
นี่มันจะต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ “มะ มีอะไรรึหลานไป๋?” ฉิงเทียนถามกลับไป
“ก็แค่เรื่องเล็กน้อยน่ะครับ!” ไป๋กงหยางถูมือของตัวเอง แล้วมองไปที่ฉิงเทียนด้วยรอยยิ้ม
“ก็ถ้าแค่เรื่องเล็กน้อย ทำไมคุณถึงได้จ้องมาที่ผมแบบนี้ด้วย?” แล้วฉิงเทียนก็คิดในใจ ตอนแรกหมอนี่ยังไม่อยากจะเรียกเขาว่าอาจารย์อาแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับยินดีที่จะเรียก มันจะแหม่งๆไปแล้วโว้ย
แต่เอาเถอะยังไงอีกเดี๋ยวเขาก็เป็นศิษย์พี่ของเสี่ยวหยู และตัวเขาเองก็ขอให้เขาสอนวิชาปรุงยาให้ด้วย ฉิงเทียนจึงได้พูดพร้อมกับยิ้ม “ถ้าผมสามารถช่วยได้ ผมจะช่วยคุณเองหลานไป๋!”
เมื่อเห็นฉิงเทียนตอบตกลงแล้ว ไป๋กงหยางก็รู้สึกยินดีขึ้นมา “อาจารย์อาฉิงครับ, ท่านช่วยมองหาร้านยากงหยางในนั้นให้ข้าหน่อยสิ?”
“เรื่องง่ายๆเช่นนี้เอง!” ฉิงเทียนพูดพร้อมกับบุ้ยปากตัวเอง ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้เอง แต่กลับทำให้เขากลัวเสียตั้งนาน ว่าแล้วฉิงเทียนก็ได้พิมพ์ลงไปในช่องค้นหาในโทรศัพท์ทันที: ร้านขายยากงหยาง
เสียใจด้วยค่ะ เราไม่พบหน้าเพจนี้
แล้วฉิงเทียนก็ได้แสดงหน้าจอนั้นให้ไป๋กงหยางดู เมื่อเห็นหน้าจอแล้วสีหน้าของไป๋กงหยางก็ได้มืดมนขึ้นมาแล้วจากนั้นเขาก็กล่าว “เฮ้อ สงสัยข้าจะคิดมากเกินไป”
“นี่คือชื่อร้านของคุณเหรอ?” ฉิงเทียนมองไปที่ไป๋กงหยางซึ่งกำลังเต็มไปด้วยความผิดหวัง แล้วถามถึงชื่อนี้
“ใช่ขอรับ ข้าเคยเปิดร้านในโลกเซียนมาก่อน ข้านั้นยังหลงคิดไปว่าร้านของข้าอาจจะอยู่ในนั้นบ้าง แต่ดูเหมือนว่าข้าจะแค่คิดไปเอง” ไป๋กงหยางพูดด้วยเสียงอ่อยๆ
ในเวลานี้ไป๋กงหยางนั้นจนแกลบมาก ในการต่อสู้กับเจ้าปีศาจกินเมฆนั้น เขาไม่เพียงแต่จะเหลือแค่ร่างวิญญาณแล้ว แต่เขาก็ยังเสียแหวนเก็บของที่ระเบิดไปในการต่อสู้ครั้งนั้นด้วย แล้วเงินเก็บครึ่งชีวิตของเขาก็ได้หายไป ณ ตอนนั้นด้วย ตอนแรกเขาหลงคิดว่าทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวของเขา จะทำให้เขานั้นประหลาดใจได้บ้าง แต่แล้วก็พบว่าเขานั้นฝันเฟื่องมากเกินไป
แล้วเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะได้กลับไปที่โลกเซียนเมื่อไร ตอนนี้เขาจะมีหินเซียนไปก็เท่านั้น ไป๋กงหยางได้ฝังความคิดนี้เอาไว้ในของเขา
“อาจารย์อาฉิง เรามาปรุงยากันเถอะ” ไป๋กงหยางเงยหน้าขึ้นมาพูดกับฉิงเทียน
“เยี่ยม!” ฉิงเทียนเก็บโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในแหวนเก็บของ
“สิ่งสำคัญสองสิ่งของการปรุงยาคือไฟโอสถและหม้อปรุงยาก็ได้มาแล้ว ตอนนี้ท่านเริ่มจากการเรียกไฟโอสถออกมาก่อนแล้ววางมันที่ใต้หม้อปรุงยา” สีหน้าของไป๋กงหยางเริ่มจริงจังขึ้นมา
ฉิงเทียนก็ได้ทำตามที่ไป๋กงหยางบอกอย่างเงียบๆ และเรียกสายฟ้าอัคคีออกมาวางที่หม้อแพลเลเดียม แล้วทันใดนั้นทั่วทั้งหม้อก็ถูกห่อหุ้มด้วยสายฟ้าสีขาว
“แล้วตอนนี้ก็ใส่สมุนไพรทั้งหมดลงไปในหม้อแล้วควบคุมอุณหภูมิเพื่อทำให้สมุนไพรทั้งหมดละลายกลายเป็นของเหลว จุดที่ยากที่สุดนั่นคือสมุนไพรแต่ละชนิดนั้นมีจุดหลอมเหลวต่างกันออกไป แต่ทว่าพวกเราจะต้องทำให้สมุนไพรทั้งหมดนั้นละลายพร้อมกัน และในขณะเดียวกันก็จะต้องทำการสกัดเอาสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ที่ไม่จำเป็นออกมาจากสมุนไพรเหล่านั้นแล้วเก็บแต่สิ่งที่ต้องใช้เอาไว้ ยิ่งไปกว่านั้นขณะที่สมุนไพรกำลังหลอมเหลวนั้น เราจะต้องทำให้สมุนไพรทั้งหมดไม่โดนหรือผสมกันเองจนกว่าจะกลายเป็นของเหลวทั้งหมดในหม้อ ซึ่งในเวลานี้เหล่านักปรุงยาจะทำการควบคุมเตาด้วยจิตศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้สมุนไพรละลายเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ แล้วระวังให้ได้สัดส่วนที่ดีที่สุดในการผสมยาเข้าด้วยกัน
“เรื่องของสัดส่วนนี้ก็สำคัญมากเช่นกัน จะต้องทำให้พอดีไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป มีเพียงสัดส่วนที่ถูกต้องเท่านั้นที่จะทำให้ตัวยานั้นกลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา”
ฉิงเทียนเปิดหม้อขึ้นมาตามที่ไป๋กงหยางบอก แล้วทำการใส่สมุนไพรทั้งหมดที่จำเป็นสำหรับทำยารักษากระดูกลงไปในหม้อเสร็จแล้วก็ปิดหม้อ
แล้วร่างกายและจิตใจของฉิงเทียนก็ได้ถูกนำมาใช้ จิตศักดิ์สิทธิ์ของฉิงเทียนได้ถูกใช้เพื่อควบคุมอุณหภูมิของสายฟ้าอัคคี และคอยเฝ้าดูสมุนไพรละลายในหม้อปรุงยา
สมุนไพรต่างๆในหม้อปรุงยานั้นอยู่ภายใต้การควบคุมด้วยจิตศักดิ์สิทธิ์ของฉิงเทียน และสร้างช่องว่างขึ้นมาระหว่างสมุนไพรแต่ละชนิด ส่วนอุณหภูมิของไฟโอสถก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆภายใต้การควบคุมของฉิงเทียน แล้วใบฝอยดาวที่อยู่ในหม้อก็ได้เริ่มละลายแล้ว ในขณะที่สมุนไพรอื่นๆยังไม่มีทีท่าจะละลายเลย
ฉิงเทียนคิ้วขมวดแล้วรีบควบคุมสายฟ้าอัคคีให้ลดอุณหภูมิในส่วนของใบฝอยดาวลงมา แล้วในขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มอุณหภูมิในส่วนของสมุนไพรอื่นๆ
ในเวลานี้ฉิงเทียนไม่เพียงแต่จะต้องควบคุมอุณหภูมิของสายฟ้าอัคคี แต่ยังจะต้องควบคุมอุณหภูมิภายใต้สมุนไพรแต่ละชนิดในหม้อปรุงยาด้วย ซึ่งสิ้นเปลืองพลังของเขาอย่างมหาศาล เพียงแค่ไม่นานหน้าผากของฉิงเทียนก็เริ่มเต็มไปด้วยเหงื่อ แต่ในเวลานี้ฉิงเทียนยังไม่สามารถหาอุณหภูมิที่จะทำให้สมุนไพรทั้งหมดสามารถละลายพร้อมกันได้
ฉิงเทียนรู้สึกได้ว่าเขาจำเป็นที่จะต้องหาจุดหลอมเหลวของสมุนไพรใหม่ตลอดเวลา เพราะหม้อปรุงยาเองก็ช่วยนำพาความร้อนด้วย
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ฉิงเทียนจะสามารถหาจุดหลอมเหลวของสมุนไพรแต่ละชนิดได้ แล้วควบคุมให้สมุนไพรทั้งหมดสามารถละลายพร้อมกันได้
“แล้วเราจะสามารถละลายสมุนไพรเหล่านี้ทั้งหมดพร้อมกันได้อย่างไรเนี่ย?” ฉิงเทียนเริ่มที่จะทนไม่ไหว จิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้ทำการควบคุมสายฟ้าอัคคีอย่างต่อเนื่อง และมองหาอุณหภูมิที่ถูกต้อง
“อ๊ะ แย่ล่ะ, เราปล่อยให้เขาปรุงยารักษากระดูกเลยได้อย่างไร นี่เป็นยาระดับสองนี่นา” ไป๋กงหยางที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าสมุนไพรที่ฉิงเทียนใส่ลงไปในหม้อปรุงยาเมื่อสักครู่นั้นคือส่วนผสมทำยารักษากระดูก
การปรุงยานั้นควรจะเริ่มที่ระดับหนึ่งก่อนแล้วค่อยหัดปรุงยาระดับสอง ซึ่งการฝึกนั้นมีมาในรูปแบบนี้มาโดยตลอด ซึ่งทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ไม่มีใครเลยที่กระโดดข้ามจากการปรุงยาระดับแรกมาปรุงยาระดับสองเลย!
“ดูเหมือนคราวนี้ว่าอาจารย์อาฉิงคงจะแย่เสียแล้วที่ปรุงยาพลาดตั้งแต่ครั้งแรกเช่นนี้!” ไป๋กงหยางถอนหายใจออกมา และในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย
ในตอนแรก เขาเองก็คาดหวังที่จะให้ฉิงเทียนนั้นปรุงยาได้สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกเหมือนกัน เพราะมีนักปรุงยาจำนวนน้อยมากในโลกเซียนที่สามารถปรุงยาได้สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก แล้วแต่ละคนนั้นก็ได้กลายมาเป็นนักปรุงยาที่มีพรสวรรค์ แต่ในเวลานี้ฉิงเทียนได้ข้ามการปรุงยาระดับแรกไปแล้วเริ่มปรุงยาระดับสองเลย ในมุมมองของไป๋กงหยางนั้น การปรุงยาครั้งนี้คงจบลงด้วยความล้มเหลว