ร้านค้าจากแดนสวรรค์ - บทที่ 368 สังหาร (1)
บทที่ 368 สังหาร (1)
“พวกเขาไม่ได้หาย แต่จะต้องมีห้องลับแน่ๆ พวกเขาน่าจะกำลังซ่อนตัวอยู่” ไป๋กงหยางคาดเดา
ฉิงหยูก็ได้พูดอย่างโมโห “ไม่ว่าจะมีห้องลับหรือไม่ พวกเขาก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่” ฉิงหยูก็ได้เริ่มค้นหา โดยไม่ปล่อยให้สิ่งน่าสงสัยหลุดรอดไปได้
อีกทางด้านหนึ่ง ทั้งสองคนที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องลับ “ที่นี่มันคืออะไรครับ ท่านผู้นำตระกูล?” หยูกางที่ทนไม่ไหวก็ได้ถามขึ้นมา เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
“หยูกาง เจ้าเป็นคนแรกที่รู้เรื่องห้องลับนี้นอกจากข้า” “เดิมที ข้าคิดว่าคงยังอีกนานกว่าจะได้ใช้ห้องนี้ แต่ไม่นึกว่าจะได้ใช้งานเร็วขนาดนี้”
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับท่านผู้นำตระกูล? ถึงแม้ตระกูลหยูจะไม่ใช่ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในจิงตูก็จริง แต่ก็ไม่น่าที่จะมีคนกล้ามาโจมตีตระกูลหยูของเรานะครับ”
ผู้นำตระกูลหยูก็ได้จับจ้องไปที่จี้หยกในมือของเขาแล้วกล่าว “ใช่แล้ว ตระกูลหยูของเราเป็นตระกูลที่ใหญ่ในจิงตู แต่ในสายตาคนบางคนแล้ว กองกำลังเท่านี้สามารถจัดการได้ด้วยการเป่าเพียงครั้งเดียว”
“เจ้ารู้อะไรไหม? ห้องลับนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยท่านปรมาจารย์ที่หนุนหลังตระกูลหยูของเราอยู่!”
“อะไรนะครับ สร้างขึ้นมาโดยปรมาจารย์ท่านนั้นเหรอครับ?” หยูกางพูดอย่างตกใจ ซึ่งเขาเองก็รู้ถึงความแข็งแกร่งของปรมาจารย์ท่านนั้นดี เขาสามารถทำให้ลูกน้องของเขาที่ถูกฝึกมาอย่างดีต้องลงไปนอนกองกับพื้นด้วยเพียงอึดใจเดียว
แล้วผู้นำตระกูลก็ได้พูดด้วยยิ้มแบบแย่ๆ “ต่อหน้าท่านแล้ว ความแข็งแกร่งของตระกูลหยูเราก็เป็นได้เพียงแค่ผายลม และหยกนี้ก็ทำขึ้นมาโดยเขาเช่นกัน จากที่ท่านบอกหยกอันนี้จะแสดงให้เห็นเฉพาะตอนที่มีผู้บำเพ็ญเพียรบุกรุกเข้ามาในบ้านสกุลหยูของเราเท่านั้น”
มองไปที่สองจุดดำที่อยู่บนจี้หยกแล้ว สีหน้าของหยูกางก็ได้เปลี่ยนไป แล้วเขาก็ได้พูดขึ้นมาด้วยความกลัว “ท่านผู้นำตระกูลครับ ท่านหมายความว่าสองคนนี้คือผู้บำเพ็ญเพียรงั้นเหรอครับ?”
“ใช่แล้ว!” ผู้นำตระกูลหยูผงกหัวอย่างแน่นหนัก “ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะไม่ต้องการให้เราใช้แผนการที่พวกเราจะใช้ จึงได้บุกมาที่บ้านสกุลหยูของเรา”
“แต่ถึงเขาจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียร แต่กลับบุกเข้ามาในตระกูลหยูอย่างไร้มารยาทเช่น ข้าจะปล่อยให้พวกเขารอดกลับไปแน่” สีหน้าของผู้นำตระกูลหยูก็ได้เปลี่ยนไปเป็นดูน่ากลัว “ข้าจะแจ้งไปยังท่านปรมาจารย์ที่หนุนหลังตระกูลเราอยู่ในเมื่อแผนการที่พวกเราจะใช้ไม่ได้ผลแล้ว ข้าก็จะให้เขามาฆ่าคนพวกนั้นแทน”
ทันทีที่หยูกางได้ยินว่าท่านปรมาจารย์ที่หนุนหลังอยู่ หยูกางที่มีสีหน้ากังวลเมื่อสักครู่ ก็ดูเหมือนจะได้คนช่วยเหลือแล้วจึงได้พูดพึมพำๆราวกับกำลังปลุกใจตัวเองอยู่ “ใช่แล้ว เราจะกลัวพวกเขาไปทำไมกัน?”
อีกทางด้านหนึ่ง ฉิงหยูก็เริ่มหมดความอดทนหลังจากที่หาพวกเขาไม่พบ ฉิงหยูได้ใช้กำปั้นทุบไปที่โต๊ะดัง “ปัง….” แล้วโต๊ะก็หักทันที
“ออกมาที่นี่เดี๋ยวนี้นะ หนอยแน่ะไปซ่อนอยู่ที่ไหนกัน? ศิษย์พี่ครับใช้จิตศักดิ์สิทธิ์ของท่านหาพวกเขาให้ผมทีเถอะครับ” ฉิงหยูนั้นได้ใช้จิตศักดิ์สิทธิ์ของเขาในการตรวจสอบไปแล้ว แต่เขาก็ไม่พบอะไรเลย แม้แต่จิตศักดิ์สิทธิ์ของฉิงเทียนที่อยู่ในระดับตู้จี๋แล้วก็ยังไม่พบอะไรเลย
“ไม่มีปัญหา!” ด้วยการใช้จิตศักดิ์สิทธิ์ระดับจินเซียนในการค้นหา ทุกการเคลื่อนไหวในห้องนี้ก็ได้แสดงเข้ามาในหัวของเขา
“หึๆ พวกเขาซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือทางซ้ายพวกเรานี้ ดูเหมือนว่าจะมีการวางอาคมเอาไว้ ซึ่งสามารถป้องกันจิตศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำกว่าต้าเฉิงลงไปได้ ดูเหมือนว่าผู้ที่วางอาคมนี้น่าจะมีพลังวัตรเหนือกว่าระดับตู้จี๋ขึ้นไป”
“ผมไม่สนพลังวัตรของเขาหรอก!” ฉิงหยูเดินมาที่ชักหนังสือ แล้วปล่อยหมัดออกไป แล้วทั้งชั้นหนังสือก็ได้กลายเป็นกองขี้เถ้าทันที
แล้วในตอนนั้นเอง ทั่วทั้งตระกูลหยูก็ได้ยินเสียงที่ดังแสบแก้วหูขึ้นมาทันที
“หัวหน้าครับ เสียงดังมาจากห้องของท่านผู้นำตระกูลครับ!” จางหารพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ
พานปินเองก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าจะต้องเป็นฝีมือของศัตรูแน่ พานปินจึงได้ตะโกนออกไป “เร็วเข้า รีบไปที่ห้องของท่านผู้นำตระกูลเร็ว”
ทันทีที่ชั้นหนังสือพังทลายก็พบม่านแสงที่ขวางทางฉิงเทียนกับฉิงหยูอยู่ ทำให้ไม่สามารถที่จะมองเห็นด้านในได้ และผู้นำตระกูลหยูและหยูกางที่อยู่ด้านในของอาคมนั้นก็ได้มองไปที่ด้านหน้าของเขาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม แล้วทั้งคู่ต่างก็คิดในใจ ทำไมถึงยังไม่มีใครมาเสียที! และทั้งคู่ต่างก็หวังให้อาคมนี้สามารถป้องกันพวกเขาได้
“ขอให้ไม่เจอ ขอให้ไม่เจอ” ทั้งสองคนต่างคิดในใจอย่างเงียบๆ
แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่พวกเขาคิด ถึงแม้ว่าอาคมนั้นจะสามารถทนทานต่อจิตศักดิ์สิทธิ์ของฉิงเทียนและฉิงหยูได้ แต่ก็ไม่สามารถทนต่อพลังทำลายของพวกเขาได้
“เสี่ยวหยูถอยออกมา พี่จะทำลายอาคมนี้เอง” ฉิงเทียนพูดพร้อมกับเรียกกระบี่อัสนีสวรรค์ให้โผล่ออกมาในมือของเขา
ทันทีที่กระบี่อัสนีสวรรค์ออกมา ตัวกระบี่นั้นก็ได้ห้อมล้อมด้วยพลังสายฟ้า
ฉิงเทียนจับกระบี่อัศนีสวรรค์ไว้ในมือแล้วตะโกน “ไป!” แล้วกระบี่อัศนีสวรรค์ก็ได้ปล่อยสายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งออกไปกระแทกกับม่านแสงนั้นอย่างรุนแรง
แล้วสายฟ้าที่พุ่งออกไปก็ได้ทำให้เกิดลมกระโชกแรงขึ้นมา แล้วทำให้เพดานหายไปทันที
“เพล้ง…..” แล้วม่านแสงก็ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆราวกับกระจก
แล้วทั้งสองคนนั้นก็ได้เผยตัวให้ฉิงเทียนและคนอื่นๆเห็นทันที “ท่านผู้นำตระกูลครับ เราถูกพบแล้ว” หยูกางตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขา
แล้วผู้นำตระกูลหยูก็ได้ทำตัวสมกับที่เป็นผู้นำตระกูลใหญ่ ถึงแม้ว่าในใจของเขาจะกลัวมาก แต่เขาก็ยังนิ่งเฉยแล้วพูดขึ้น “ข้าไม่ทราบว่าพวกเจ้าทั้งสองคนมาทำอะไรที่บ้านสกุลหยูของข้า”
ในเวลานี้พานปินกับจางหานก็ได้นำทีมของเขามาล้อมเอาไว้พอดี และแต่ละคนต่างก็ถือปืนเล็งมาที่ฉิงเทียนและคนอื่นๆ
“ท่านผู้นำตระกูล นายน้อยกางครับ พวกเรามาแล้วครับ!” พานปินเดินมาหาหยูกาง
“ล้อมพวกเขาไว้เร็วเข้า!” หยูกางก็ได้ชี้ไปที่ฉิงเทียนและฉิงหยูและพูดอย่างรวดเร็ว
พานปินมองไปที่ฉิงเทียนและฉิงหยูแล้วกล่าว “พวกแกเป็นใครกัน? ยอมให้จับแต่โดยดี”
ฉิงหยูก็ได้พูดด้วยความโกรธ “ถอยไปซะ!”
ด้วยเสียงดัง “ตูม” พานปินก็ได้ลอยไปกระแทกกับกำแพงอย่างแรง
“หัวหน้า ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?” แล้วเหล่ารปภ.ก็ได้พากันล้อมทันที แต่ละคนต่างก็จ้องไปที่ฉิงเทียนและคนอื่นๆด้วยสีหน้าที่ดุดัน
“อย่าขยับ ถ้าพวกแกขยับ พวกเราจะยิงทันที บังอาจมาทำร้ายหัวหน้าพวกเราได้”
แล้วสายตาที่ดุดันของฉิงหยู ก็ได้จ้องไปที่เหล่ารปภ.
ฉิงเทียนก็ได้ตบไหล่ของฉิงหยูเป็นเชิงบอกว่าอย่าเพิ่งทำอะไรคนพวกนี้ และพูดกับพวกเขา “ทุกท่าน นี่เป็นเรื่องของพวกเรากับตระกูลหยู จะเป็นการดีกว่าถ้าพวกคุณจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ไม่อย่างนั้น…..” แล้วมือของฉิงเทียนก็ได้แตะไปที่พื้นห้อง แล้วปืนในมือของพวกเขาก็ได้กลายเป็นฝุ่นผงในทันที
“นี่มัน….” เหล่ารปภ.ต่างก็พากันจ้องไปที่ฉิงเทียนราวกับเห็นผี แล้วพวกเขาก็ผงะถอยออกมาและไม่กล้าที่จะเดินเข้ามาอีก
“หนีกันเถอะ นี่มันผี!” แล้วเหล่ารปภ.ก็ได้พากันหนีราวกับเห็นผี
ฉิงเทียนมองไปที่ท่าทีของคนพวกนั้นด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะเดินมาหาผู้นำตระกูลหยูและบอก “ผมเชื่อว่าพวกคุณรู้ดีว่าผมมาทำอะไรที่นี่?”
“ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น!” ผู้นำตระกูลหยูก็ได้ตอบอย่างยิ้มแห้งๆ
“ตาแก่ อย่าคิดว่าฉันจะไว้หน้าแกนะ” ฉิงหยูก็ได้ยกเท้าของเขาขึ้นมาแล้วเตะไปที่ขาของหยูกางหย่างรุนแรง
“กร็อบ…..”
“อ๊ากก ขาฉัน ขาฉัน!” หยูกางกรีดร้องและลงไปกองกับพื้น
“พวกแก ทำเช่นนี้แล้วอย่าคิดว่าจะรอดไปได้นะ ตระกูลหยูของพวกเราถือเป็นหน้าเป็นตาของจีนนะ” ผู้นำตระกูลหยูก็ได้จ้องมาที่ฉิงเทียน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนข่มขู่เช่นนี้
“ตอบคำถามฉันมา!” ฉิงหยูพูดอย่างไม่สนใจ
“ฮึ่ม!”
“กร็อบ…..”
“อ๊ากก ขาฉัน!” หยูกางก็ได้ตะโกนออกมาอีกรอบก่อนที่จะลงไปกองที่พื้นอีก
“ยังไม่ยอมพูดอีกใช่ไหม? ต่อไปเป็นตาแก!” ฉิงหยูก็ได้มองไปที่ผู้นำตระกูลหยูด้วยสีหน้านิ่งๆ