ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 332 มาเพื่อปล้นกิ่งมารเงาปีศาจ
- Home
- ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า
- บทที่ 332 มาเพื่อปล้นกิ่งมารเงาปีศาจ
นี่มันพลังบ้าบออะไรกัน?
คนสวมหน้ากากเขียวชุดคลุมดำรู้สึกชาร้าวไปทั้งร่าง ในใจเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่น
จางอวิ๋นมองอีกฝ่ายที่เพียงแค่กระอักเลือดออกมาเล็กน้อย ก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
ผู้บำเพ็ญกายาระดับเหลียนซวีนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ!
นับตั้งแต่เขาเหยียบย่างเข้ามาในลานแดนมาร นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนรับการโจมตีเต็มแรงของเขาแล้วแค่กระอักเลือด ไม่ถึงกับตัวแตกตายคาที่
“มิน่าถึงกล้าปากดีต่อหน้าข้า…”
คนสวมหน้ากากเขียวตั้งหลักได้ ร่างกายพลันเปล่งแสงสีเขียวประหลาดออกมา จ้องมองจางอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชาอำมหิต
“ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ข้าก็จะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าสักหน่อย!”
ฟุ่บ!
สิ้นเสียง ร่างทั้งร่างของเขาก็สลายกลายเป็นลำแสงสีเขียวมรกต กวาดทรายมารในอากาศให้แหวกออก พุ่งเข้าใส่จางอวิ๋นด้วยความเร็วสูงปานสายฟ้า
“ช้าไป!”
เพียงแค่พุ่งมาได้ครึ่งทาง เสียงราบเรียบของจางอวิ๋นก็ดังขึ้นข้างหู
เปรี้ยะ!
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่านความว่างเปล่า ร่างของจางอวิ๋นปรากฏขึ้นที่ด้านข้างของเขาในพริบตา
“แย่แล้ว!!”
คนสวมหน้ากากเขียวหน้าถอดสี รีบโคจรแสงสีเขียวทั่วร่างมารวมกันเพื่อป้องกันตัว
ปัง!
แต่ยังไม่ทันได้รวมพลังเสร็จ ก็ถูกหมัดของจางอวิ๋นที่อัดแน่นด้วยพละกำลังมหาศาลดุจขุนเขาถล่ม ต่อยเข้าเต็มเปา! พลังแสงสีเขียวที่เพิ่งก่อตัวระเบิดกระจายทันที
กร๊อบ!
หน้ากากศิลาเขียวแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
พรวด!
เลือดสดๆ พ่นกระฉูดออกจากปาก ร่างของคนสวมหน้ากากเขียวปลิวละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาด กลายเป็นลูกบอลมนุษย์เปื้อนเลือด กระเด็นไปตกกระแทกพื้นทรายห่างออกไปกว่าร้อยเมตร ก่อให้เกิดพายุทรายฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
“หือ?”
ผู้บำเพ็ญเพียรในละแวกใกล้เคียงเห็นความเคลื่อนไหวรุนแรงทางนี้ ต่างก็ชะงักและพากันขยับเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อมาถึง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมขาว ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางฝุ่นทรายที่โปรยปราย ในมือหิ้วร่างของชายชุดคลุมดำที่เสื้อผ้าขาดวิ่น ใบหน้าเหลือเพียงเศษซากหน้ากากสีเขียวเล็กๆ ติดอยู่
“นี่มัน…”
ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนจำเอกลักษณ์ของเศษหน้ากากสีเขียวนั้นได้ ต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“เจ้าเขียว!!”
สมาชิกองค์กรสีรุ้งที่สวมหน้ากากสีอื่นอีกไม่กี่คนเห็นสภาพเพื่อนร่วมทีม ในดวงตาก็ฉายแววตระหนก รีบได้สติแล้วพากันพุ่งตัวเข้ามาหมายจะช่วย
ตู้ม!
แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้ามาถึงระยะประชิด ชายหนุ่มรูปงามชุดขาวก็เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ราวกับไล่แมลงวัน คลื่นพลังลมปราณรุนแรงก็ซัดสาดเข้าใส่หน้าพวกเขาราวกับกำแพงยักษ์
เหล่าสมาชิกองค์กรสีรุ้งหน้าเปลี่ยนสี รีบยกมือขึ้นต้านรับคลื่นพลัง แล้วเซถอยหลังไปคนละหลายก้าวอย่างเสียหลัก
ซู้ด!
ภาพนี้ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างสูดหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ จ้องมองจางอวิ๋นผู้หล่อเหลาในชุดขาวด้วยสายตาเหลือเชื่อ
ยอดฝีมือผู้นี้โผล่มาจากไหนกัน? แค่สะบัดมือเบาๆ ก็ซัดสมาชิกระดับสูงขององค์กรสีรุ้งหลายคนกระเด็นถอยไปได้?
“ดูท่าจะไม่ได้อยู่ที่เจ้าแฮะ…”
จางอวิ๋นไม่ได้สนใจสายตาตกตะลึงของฝูงชน เขาตรวจสอบแหวนมิติของคนสวมหน้ากากเขียวในมืออย่างลวกๆ แล้วโยนร่างทิ้งไป ก่อนจะเงยหน้ามองสมาชิกองค์กรสีรุ้งกลุ่มนั้น
“บอกข้าได้ไหมว่า… กิ่งมารเงาปีศาจอยู่ที่ใคร?”
ได้ยินคำถามนั้น สมาชิกองค์กรสีรุ้งต่างสายตาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที รังสีสังหารแผ่พุ่งออกมาจากร่าง
ผู้คนรอบข้างต่างพากันอึ้งกิมกี่
นี่พี่แกมาเพื่อแย่งกิ่งมารเงาปีศาจซึ่งๆ หน้าแบบนี้เลยงั้นรึ?
“ไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร?”
หนึ่งในสมาชิกองค์กรสีรุ้งที่สวมหน้ากากสีแดงก้าวออกมาข้างหน้า เอ่ยถามเสียงเข้ม แฝงไว้ด้วยความระมัดระวัง
“มาปล้นกิ่งมารเงาปีศาจ!”
จางอวิ๋นตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
สิ้นคำพูด บรรยากาศโดยรอบพลันหยุดนิ่งวังเวง
คนสวมหน้ากากแดงแห่งองค์กรสีรุ้งสีหน้าเย็นยะเยือกภายใต้หน้ากาก
“ดูเหมือนท่านต้องการจะเป็นศัตรูกับองค์กรสีรุ้งของพวกเราสินะ…!!” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
เปรี้ยะ!
แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี แสงสายฟ้าสีขาวก็พุ่งวาบมาปรากฏตรงหน้า ทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสี รีบระเบิดพลังโลหิตอันพลุ่งพล่านออกมาคุ้มกันกายตามสัญชาตญาณ
ปัง!
ทว่าพลังโลหิตที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้น ก็ถูกหมัดหมัดหนึ่งทุบจนแตกกระจายดุจกระจกบางๆ พลังมหาศาลระเบิดออกตามมาติดๆ
อุก!
คนสวมหน้ากากแดงอยากจะกัน แต่ก็กันไม่อยู่ ถูกหมัดนั้นซัดจนกระอักเลือด ตัวปลิวละลิ่วกระเด็นออกไปราวกับกระสอบทราย
มองดูคนสวมหน้ากากแดงที่ร่วงลงกระแทกพื้นทรายห่างออกไปหลายสิบเมตรจนฝุ่นตลบ ผู้คนรอบข้างต่างอ้าปากค้าง
บางคนถึงกับขยี้ตาตัวเอง ไม่อยากจะเชื่อว่าภาพตรงหน้าเป็นเรื่องจริง!
สมาชิกองค์กรสีรุ้งอันเลื่องชื่อ… กลับถูกคนต่อยปลิวในหมัดเดียวกลางลานแดนมารเนี่ยนะ!!
“บังอาจนัก!!”
สมาชิกองค์กรสีรุ้งคนอื่นที่เหลือได้สติ ร่างกายต่างเปล่งแสงสีต่างๆ ออกมาพร้อมกัน
สีน้ำเงิน, สีเหลือง, สีม่วง…
คนสวมหน้ากากสีน้ำเงินพุ่งเข้ามาใกล้เป็นคนแรก แต่ไม่ได้โจมตีซึ่งหน้า กลับเล็งโจมตีไปที่ขาทั้งสองข้างของจางอวิ๋นเพื่อตัดกำลัง
จางอวิ๋นกำลังจะเตะสวน แต่คนสวมหน้ากากเหลืองที่มีแสงสีเหลืองห่อหุ้มกายก็พุ่งเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว หมัดคู่ที่อัดแน่นด้วยพลังปฐพีหนักหน่วงปะทะเข้ากับเขา จนสามารถต้านทานพละกำลังของเขาได้ชั่วขณะ
เพียงชั่วพริบตานั้น แสงสีน้ำเงินก็เข้าปกคลุมทั่วเท้าของเขา
จางอวิ๋นพยายามจะขยับ แต่แสงสีน้ำเงินนี้กลับเหนียวหนึบยิ่งกว่ายางไม้พันปี ตรึงเท้าทั้งสองข้างของเขาไว้กับที่อย่างแน่นหนา
“ทรายมารกลืนกิน!”
ในขณะเดียวกัน สมาชิกองค์กรสีรุ้งคนสุดท้ายที่สวมหน้ากากสีม่วง ก็ตบฝ่ามือลงบนพื้นทราย แสงสีม่วงสาดส่อง ควบคุมทรายมารโดยรอบให้ก่อตัวเป็นปากของสัตว์ร้ายยุคดึกดำบรรพ์ พุ่งเข้ากลืนกินร่างของจางอวิ๋นจากทั่วทุกทิศทาง!
การประสานงานทั้งหมดเกิดขึ้นในชั่วพริบตา ผู้คนรอบข้างมองดูจางอวิ๋นถูกปากยักษ์ที่ทำจากทรายมารกลืนเข้าไปจนมิด ต่างก็ตื่นตระหนก
ต้องรู้ก่อนว่า ที่นี่คือแดนทรายมาร
ภายใต้สภาวะที่พลังวิญญาณและพลังงานต่างๆ ถูกจำกัด ยังสามารถใช้วิชาโจมตีประสานระดับนี้ได้ ก็มีแต่คนขององค์กรสีรุ้งกลุ่มนี้เท่านั้นแหละ!
เมื่อเห็นจางอวิ๋นถูกกลืนหายไป ผู้คนต่างส่ายหน้าเงียบๆ
แม้ชายหนุ่มผู้นี้จะแสดงพละกำลังที่น่าทึ่ง แต่การกล้าหาเรื่ององค์กรสีรุ้งซึ่งๆ หน้าแบบนี้ มันบ้าบิ่นเกินไป!
ในลานแดนมาร กลุ่มองค์กรสีรุ้งถือว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่ส…
ตู้มมม——!!
ยังไม่ทันที่ความคิดในหัวของทุกคนจะจบลง เสียงระเบิดกึกก้องก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
เห็นเพียงปากยักษ์ทรายมารที่กำลังปิดลง ระเบิดกระจายกลายเป็นเม็ดทรายปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า!
พร้อมกันนั้น พลังสีเหลืองและสีน้ำเงินที่ตรึงร่างเขาอยู่ ก็ถูกพลังสีเทาอมทองสายหนึ่งบดขยี้จนสลายไปไม่มีชิ้นดี
“เป็นไปไม่ได้?”
สมาชิกองค์กรสีรุ้งทั้งสามเห็นภาพนั้น ดวงตาฉายแววเหลือเชื่อ
“หมัดพลังยักษ์... ไร้เทียมทาน!!”
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ก็ได้ยินเสียงตะโกนก้อง หมัดที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างน่าสยดสยองพุ่งสวนกลับมา
“แย่แล้ว!”
สมาชิกองค์กรสีรุ้งทั้งสามหน้าถอดสี อยากจะหลบ แต่ก็หลบไม่พ้น
อุก! อุก! อุก!
เสียงกระอักเลือดดังขึ้นพร้อมกันสามครั้ง ร่างของทั้งสามคนปลิวละลิ่วออกไปพร้อมกันราวกับใบไม้ร่วง
ผู้คนรอบข้างยังไม่ทันได้ตั้งสติ ก็เห็นเงาร่างสีขาวที่รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ พุ่งไปจับร่างของสมาชิกองค์กรสีรุ้งทั้งห้าคนที่นอนกองอยู่รอบๆ มาโยนกองรวมกัน จับพวกมันซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ แล้วก็…
ตุบ!
จางอวิ๋นทิ้งก้นนั่งลงไปบนกองมนุษย์นั้นหน้าตาเฉย
“อั่ก!”
สมาชิกองค์กรสีรุ้งทั้งห้ารู้สึกราวกับถูกภูเขาทั้งลูกทับลงมา เลือดสดๆ ทะลักออกจากปากพร้อมกัน โดยเฉพาะคนสวมหน้ากากเขียวที่อยู่ชั้นล่างสุด รู้สึกเหมือนร่างกายจะระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ
บัดซบเอ๊ย… ทำไมต้องเอาข้าไว้ล่างสุดด้วยวะเนี่ย?
คนสวมหน้ากากเขียวกบรีดร้องโหยหวนในใจ
จางอวิ๋นไม่สนใจสีหน้าอันบิดเบี้ยวของมัน ที่เอาไว้ล่างสุดเพราะเขาค้นแหวนมิติไปแล้ว จะได้ค้นของอีกสี่คนข้างบนได้สะดวกๆ ต่างหาก
มองดูจางอวิ๋นที่จับสมาชิกองค์กรสีรุ้งระดับสูงห้าคนมาเล่นกายกรรมต่อตัว แล้วนั่งทับเพื่อค้นแหวนมิติอย่างสบายใจเฉิบ ผู้คนรอบข้างต่างพากันมุมปากกระตุก
โดยเฉพาะคนหนึ่งที่สวมหน้ากากพยัคฆ์ทมิฬ อดไม่ได้ที่จะกระชับหินบันทึกภาพที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อให้แน่นขึ้น
ในขณะนี้ ผ่านหินบันทึกภาพก้อนนี้ ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดได้ถูกถ่ายทอดไปยังห้องที่มีแสงสลัวภายในอาคารลับแห่งหนึ่งของลานแดนมาร...