สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 755 ชิ้นส่วนยุทธภัณฑ์เทพ
ท่าทีที่ซีเซวียนแสดงออกมาในครั้งนี้ ทำเอาจั่วม่อต้องประหลาดใจไม่
น้อย แต่ในไม่ช้าก็เข้าใจจิตเจตนาของซีเซวียน จริงอยู่ว่าสำหรับม่ออวิ๋นไห่
ซีเซวียนเป็นกุญแจสำคัญในการต่อกรกับคุนหลุนและเทียนหวน แต่ใน
ขณะเดียวกันสำหรับซีเซวียนแล้ว พันธมิตรเพียงหนึ่งเดียวในโลกซิวเจ่อที่
พวกมันจะพึ่งพาได้ก็มีแต่ม่ออวิ๋นไห่เท่านั้น
หลังจากพิจารณาเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพของซีเซวียนโดยละเอียด
จั่วม่อก็กระจ่างใจทันทีว่าไฉนซีเซวียนไม่หวงแหนเคล็ดวิชาพลังเทพของ
พวกมันเท่าใด ไม่ต้องแปลกใจที่ผู้คนพากันกล่าวว่าต้นกำเนิดของพลัง
เทพห้าธาตุ มาจาก ‘เคล็ดวิชาพลังเทพห้าธาตุย้อนทวน’ ซึ่งซวงอวี่คิดค้น
ขึ้น ในความเห็นของจั่วม่อ พลังเทพห้าธาตุของซีเซวียนดูครึ่ง ๆ กลาง ๆ
ยิ่ง ขาดแสงประกายอันสะดุดตา หากผู้ที่คิดค้นเคล็ดวิชานี้เป็นสำนักทั่วไป
ย่อมต้องบอกว่ายอดเยี่ยมไม่น้อย แต่ซีเซวียนในฐานะหนึ่งในสี่มหาสำนัก
ผู้เกรียงไกร กลับคิดค้นได้เพียงเคล็ดวิชาเทพอันครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นนี้ เป็น
ที่เห็นได้ว่าพวกมันขาดแคลนอัจฉริยะบุรุษมากเพียงใด
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อไม่คิดยื่นมือเข้าช่วยพวกมันพัฒนาเคล็ดวิชา
ฝึกปรือพลังเทพ มันย่อมไม่กล้าดูแคลนยักษ์ใหญ่ผู้มีรากฐานหลายพันปี
ตนนี้ แม้แต่เรือผุกร่อนยังมีน้าหนักอยู่สามส่วน หากพวกมันมีเวลาให้ตั้งตัว
ติด ผู้ใดทราบว่าพวกมันจะฟื้นคืนมาได้หรือไม่?
ซีเซวียนที่ทรงพลังอำนาจ ไหนเลยจะยังยินดีเป็นพันธมิตรของม่อ
อวิ๋นไห่ต่อไป
หลักจากขบคิดใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่ มันก็เรียกสองปรมาจารย์ค่าย
จินวูเข้าพบ ส่งมอบม้วนหยกให้แก่พวกมัน
หลังจากนั้นสักครู่ สองปรมาจารย์ใบหน้าทอแววดูถูกเหยียดหยาม
แน่นอนว่าเคล็ดวิชาพลังเทพระดับนี้ย่อมเป็นที่หยามดูแคลนของพวกมัน
น้อยคนนักที่จะล่วงรู้ อันที่จริงม่ออวิ๋นไห่มีเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพ
มากกว่าหนึ่งเคล็ดวิชา ควรทราบว่าพื้นฐานการบำเพ็ญเพียรของแต่ละคน
นั้นผิดแผกแตกต่างกัน เนื่องเพราะในค่ายของจั่วม่อมีทั้งซิวเจ่อ มีอสูรและ
ปิศาจจำนวนมากปะปนอยู่ด้วยกัน
ด้วย ‘เคล็ดวิชาพลังเทพเมฆาไร้รูป’ ของจั่วม่อเป็นพื้นฐาน จากนั้น
บังเกิดเคล็ดวิชามากมายแตกกิ่งก้านสาขาออกไป ตัวจั่วม่อเองสนับสนุน
การคิดค้นเคล็ดวิชาเหล่านี้อย่างเต็มที่ กระทั่งยังช่วยพวกมันขัดเกลาเคล็ด
วิชาพลังเทพแต่ละวิชาจนสำเร็จสมบูรณ์ มันไม่คิดบังปิดสิ่งใดไว้แม้แต่
น้อย
อยู่ในบรรยากาศเช่นนี้ สองปรมาจารย์รอบรู้เจนจัดเกี่ยวกับพลังเทพ
หลากหลายประเภทอย่างปรุโปร่ง การที่หยามดูแคลนเคล็ดวิชาพลังเทพ
ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นนี้ย่อมเป็นที่เข้าใจได้
“ซีเซวียนเสื่อมทรุดลงมากดังคาด เคล็ดวิชาพลังเทพเช่นนี้ไม่ควรค่า
ต่อการเหลือบแล” ปรมาจารย์ซุนเป่ากล่าวอย่างไม่ไว้หน้า
ปรมาจารย์จี๋เหว่ยจุปากเบา ๆ พลางกล่าว “หากได้รับเคล็ดวิชาเทพ
ของคุนหลุนกับเทียนหวนคงจะดีกว่านี้มาก ทั้งสองนั้นสมควรมีแก่นสารที่
ดีอยู่บ้าง”
ฟังสุ้มเสียงของสองปรมาจารย์ที่คล้ายจะหยามดูแคลนทั่วหล้า จั่วม่อ
อดแย้มยิ้มไม่ได้ จากนั้นชักนำเข้าเรื่อง “ใช้พลังเทพของซีเซวียนออกแบบ
ยุทโธปกรณ์เทพที่เหมาะสมกับพวกมัน เวลาสองเดือนเพียงพอหรือไม่?”
“สองเดือน?” ซุนเป่าอุทานเสียงสูงอย่างตกตะลึง “ครึ่งเดือน! แค่ครึ่ง
เดือนเท่านั้น!”
“ครึ่งเดือน!” จั่วม่อมีสีหน้าเคลือบแคลง
ซุนเป่าพอเห็นสายตาไม่แน่ใจของจั่วม่อ พลันเผ่นผึงขึ้นราวกับถูกดู
แคลนอย่างรุนแรง “ต้าเหริน หากท่านไม่เชื่อข้า ข้าเหล่าซุนหากทำไม่ได้
ดังที่กล่าว ยินดีถูกลงโทษตามกฏของกองทัพ!”
จี๋เหว่ยใบหน้าแดงฉานไปถึงลำคอ ประหนึ่งว่าได้รับความอับอาย
อย่างใหญ่หลวงก็มิปาน
ปฏิกิริยาอันรุนแรงของคนทั้งสองทำเอาจั่วม่อถึงกับอกสั่นขวัญแขวน
เจ้าพวกนี้ที่แท้หยิ่งทระนงถึงเพียงนี้! อย่างไรก็ตาม ความสนใจของมันถูก
ดึงดูดอย่างรวดเร็วด้วยคำรับประกัน ‘ครึ่งเดือน’ รีบถามว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้
ก่อนเดือนแปดของปีหน้าสามารถสามารถหลอมสร้างได้มากน้อยเท่าใด?”
ซุนเป่าขบคิดคำนวณในใจ จากนั้นกล่าว “ขึ้นอยู่กับว่าเราจะ
ดำเนินการอย่างไร หากทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มี ห้าหมื่นหกหมื่นชุดนั้นไม่มี
ปัญหา ทว่านั่นจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเราวางงานทางด้านอื่น ๆ ทั้งหมดไว้
ก่อน”
“แล้วหากไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการงานอื่น ๆ เล่า?” จั่วม่อซักต่อ
“สองหมื่นถึงสามหมื่นชุด” ปรมาจารย์ซุนเป่าถอนใจอย่างโล่งอกอยู่
บ้าง มันไม่ต้องการหมดเปลืองเวลาไปกับการหลอมสร้างยุทโธปกรณ์เทพ
เหล่านี้ โลกแห่งพลังเทพยังมีความลี้ลับอีกมากมายรอให้มันไปสำรวจ
“นี่เป็นการค้ารายใหญ่หรือไม่?” จี๋เหว่ยพลันเอ่ยปากแทรก ดวงตา
เริ่มเป็นประกาย”
“อา ภายในเดือนแปดของปีหน้า เราผลิตได้มากเท่าใด ซีเซวียนจะ
ซื้อทั้งหมดนั้น” จั่วม่อกล่าวพลางพยักหน้ายืนยัน
ซุนเป่าตาลุกวาบ พลันถามว่า “ราคาเท่าใด?”
จี๋เหว่ยกระตือรือร้นสนใจขึ้นมาทันที ทั้งสองคนดวงตาทอประกาย
เจิดจ้า แม้ว่าค่ายจินวูเป็นกำลังหลักทางเศรษฐกิจของม่ออวิ๋นไห่ แต่พวก
มันก็ผลาญเงินทองอย่างมหาศาลเช่นกัน สำหรับการลงทุนในค่ายจินวู
จั่วม่อไม่เคยตระหนี่แม้แต่น้อย วัตถุดิบชั้นสูงทุกชนิด การทดลองทุก
ประเภท ล้วนเปิดกว้างให้พวกมันกระทำได้ตามใจปรารถนา
และด้วยการลงทุนอย่างไม่มีเงื่อนไขของจั่วม่อนี้เอง หนุนส่งให้ค่าย
จินวูยิ่งมายิ่งแข็งแกร่งทรงพลัง เรื่องนี้สามารถดูได้จากเพลิงไฟประจำตัว
ที่พวกมันใช้ในการหลอมสร้าง ในอดีตผู้ที่สามารถถือครองไฟอีกาทองคำ
ระดับสี่มีเพียงสมาชิกแกนหลักเท่านั้น แต่ถึงยามนี้ เปลวไฟในตำนานของ
กองกำลังจั่วม่อ ได้แพร่หลายจนกลายเป็นเพลิงไฟมาตรฐานสำหรับ
สมาชิกสำนักนอกของค่ายจินวูทุกคน
ขอเพียงท่านยินดีเข้าร่วมหอสาขาของค่ายจินวู ท่านจะได้รับไฟอีกา
ทองคำเป็นของขวัญแรกเข้า
ไฟอีกาทองคำสามารถเก็บเกี่ยวจากค่ายกลอีกาทองคำมหภาค แม้ว่า
ไม่ได้มีราคาแพงเหมือนเช่นแต่ก่อน แต่ยังคงไม่ใช่จำนวนเงินเล็กน้อย การ
นำมามอบให้แก่ศิษย์สำนักนอกอย่างกว้างขวางย่อมหมายถึงต้นทุน
มหาศาล แต่การลงทุนประดานี้ จั่วม่อไม่เคยบ่นว่าแม้สักครึ่งคำ
สิ่งนี้ส่งผลโดยตรง เหล่านักหลอมสร้างจากทั่วหล้าพากันหลั่งไหลเข้า
มายังม่ออวิ๋นไห่ราวคลุ้มคลั่ง
ในภายหลัง เพื่อที่จะหยุดการไหลออกของผู้มีความสามารถ คุนหลุน
และเทียนหวนจำต้องดำเนินนโยบายเพิ่มผลประโยชน์ในแก่บรรดาซิวเจ่อ
สายการผลิตเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม นี่คล้ายจะล่าช้าไปบ้าง ม่ออวิ๋นไห่
รวบรวมซิวเจ่อสายการผลิตจำนวนมากไว้ในอุ้งหัตถ์ตั้งแต่แรก ไฟอีกา
ทองคำระดับสี่ ควรทราบว่ามีคนมากมายต่อให้ขายตัวเองไปชั่วชีวิต ยังไม่
มีปัญญาซื้อได้
ค่ายจินวูเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่สวาปามทองคำเป็นอาหาร
อย่างแท้จริง ดังนั้นสองปรมาจารย์ค่ายจินวูมีความรู้สึกไวต่อผลกำไรเป็น
พิเศษ
“ราคาจะขึ้นอยู่กับการออกแบบของเจ้า ผลกำไรขั้นต้นให้กำหนดไว้
ที่สองร้อยส่วน” จั่วม่อพออ้าปากก็โผล่หางจิ้งจอกทันที แบบฉบับของ
พ่อค้าหน้าเลือดเปล่งประกายออกมา
ปรมาจารย์ซุนเป่าคุ้นเคยกับการหลอมสร้างดี รีบสาธยายว่า
“ยุทโธปกรณ์เทพมารตฐานชุดหนึ่งมีต้นทุนราว ๆ ห้าสิบชิ้นจิงสือระดับ
เจ็ด คิดผลกำไรที่สองร้อยส่วน เท่ากับราคาขายจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งร้อย
ห้าสิบจิงสือระดับเจ็ดต่อหนึ่งชุด อา คร่าว ๆ ก็คงราว ๆ นี้ พลังของ
ยุทโธปกรณ์เทพนี้สมควรบรรลุถึงแปดสิบจากร้อยส่วนของระบบม่ออวิ๋น
เรา”
จี๋เหว่ยดวงตาเป็นประกาย ลมหายใจเริ่มกระชั้นขึ้นมาเล็กน้อย
“การค้ารายใหญ่! หากคิดที่จำนวนสองหมื่นชุด เท่ากับว่าเราจะได้กำไร
สองล้านจิงสือระดับเจ็ด ไม่ได้การ อย่างน้อยเราต้องทำให้ได้สามหมื่น
ชุด!”
“พอมีวิธีในการเร่งกระบวนการผลิตอยู่หลายวิธี” ซุนเป่ากล่าวอย่าง
ครุ่นคิด “เวลานี้นักหลอมสร้างระดับต่าของเราที่มีไฟอีกาทองคำมีจำนวน
ไม่น้อย เราสามารถให้พวกมันหลอมสร้างชิ้นส่วนง่าย ๆ บางส่วนสำหรับ
ยุทโธปกรณ์เทพเสียก่อน ด้วยวิธีนี้จะช่วยให้เราประหยัดเวลาได้มาก บ่อ
เพลิงเทวะของเรากำลังจะก่อสร้างแล้วเสร็จ มันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการผลิตของเรา เราสามารถลดเวลาในการผลิตลงไปได้อีก รวมทั้ง
หมดแล้ว เราควรสามารถผลิตได้สี่หมื่นชุด!”
“สี่ล้านจิงสือระดับเจ็ด!” กระทั่งจี๋เหว่ยผู้พบเห็นความมั่งคั่งมาจนคุ้น
ชิน ยังอดร้องอุทานพลางสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บไม่ได้
นี่เป็นตัวเลขที่ชวนให้ผู้คนใจสั่นสะท้าน!
หากข่าวคราวนี้รั่วไหลออกไป เกรงว่าแดนซิวเจ่อทั่วหล้าคงต้องเดือด
พล่านแล้ว
จั่วม่อหน้าแดงก่า แต่มันไม่ปล่อยให้จำนวนมหาศาลนี้บดบังความคิด
จิตใจมัน กล่าวด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย “เราจะไม่รับชำระเงินเป็นจิงสือ แต่จะ
เรียกเป็นวัตถุดิบแทน ยุคสมัยนี้จิงสือเสื่อมค่าลงไปทุกวัน ส่วนราคา
วัตถุดิบม่แต่จะเพิ่มสูงขึ้น ด้วยวิธีนี้ เราจึงจะขูดรีดซีเซวียนได้อย่างเต็มที่”
ซุนเป่าและจี๋เหว่ยพยักหน้ารัว ๆ อย่างบ้าคลั่ง
นับตั้งแต่โลกผ่านเข้าสู่ยุคสมัยแห่งพลังเทพ คุณค่าและการใช้งาน
ของจิงสือมีแต่ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ มันไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับการฝึกปรือ
บำเพ็ญเพียรอีกต่อไป คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจิงสือมาจากพลังปราณ
ธรรมชาติที่เก็บกักอยู่ภายใน ทว่าในยุคสมัยแห่งพลังเทพ สิ่งที่ผู้คน
แสวงหาคือพลังเทพ ไม่ใช่พลังปราณอีกแล้ว
ในทางกลับกัน ด้วยผลสืบเนื่องจากศึกสงคราม ราคาวัตถุดิบกลับพุ่ง
ทะยานอย่างไม่หยุดยั้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุดิบระดับสูง ราคาพุ่งลิ่วขึ้นไปอย่างรวดเร็วจน
ดูเหมือนว่าพวกมันต้องแข่งกันทำสถิติราคาใหม่ ๆ ทุกวี่วัน หากมิใช่ว่า
จั่วม่อกับพวกไม่ได้ลอบยกเค้าทุกสิ่งทุกอย่างจากหอสมบัติพุทธะของวัด
เสวียนคง และหากมิใช่ว่าเหล่าวัตถุดิบระดับสูงที่วัดเสวียนคงสั่งสมมานาน
หลายพันปีล้วนมาจบลงในมือของมันจนหมดสิ้น จั่วม่อคงไม่อาจแบกรับ
ค่าใช้จ่ายอันน่าสะพรึงกลัวของค่ายจินวูได้
‘ล่มเมือง’ ของกงซุนชาและ ‘เพลิงผลาญ’ ของเปี๋ยหาน วัตถุดิบ
ระดับสูงแทบทั้งหมดที่ใช้หลอมสร้างชุดเกราะทั้งสองนี้ มาจากขุมสมบัติ
ของวัดเสวียนคงนี้เอง
เหตุที่จั่วม่อไม่ได้หลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพชุดใหม่ มิใช่ว่าเพราะมัน
ไม่มีขีดความสามารถพอที่จะหลอมสร้าง แต่เนื่องเพราะมันไม่มีทรัพยากร
ให้ใช้ต่างหาก ยุทธภัณฑ์เทพแต่ละชุดต้องใช้วัตถุดิบชั้นสูงกองโตเท่าภูเขา
เลากา วัตถุดิบเหล่านั้นไม่ว่าชิ้นใดก็มีค่าควรเมือง
หลังจากหลอมสร้างชุดเกราะยุทธภัณฑ์เทพสองชุด วัตถุดิบระดับสูง
ของม่ออวิ๋นไห่แทบจะถูกใช้ไปหมดสิ้น
กระทั่งคุนหลุนและเทียนหวนยังไม่กล้าหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพ
โดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ถี่ถ้วน
ยุทธภัณฑ์เทพถือเป็นสุดยอดศาสตราวุธในยุคสมัยนี้ เป็นตัวแทนของ
จุดสูงสุดแห่งศาสตร์วิชาหลอมสร้างในยุคสมัยแห่งพลังเทพ
จั่วม่อขบคิดใคร่ครวญไม่รู้ว่ากี่รอบต่อกี่รอบ ก่อนจะตัดสินใจหลอม
สร้าง ‘ล่มเมือง’ และ ‘เพลิงผลาญ’ อากุ่ยมียุทธภัณฑ์เทพของตนเองอยู่
แล้ว เป็นชุดเกราะสีเทาที่ได้มาจากส่วนลึกของเนินสุสานภูต จั่วม่อขนาน
นามมันว่า ‘วิญญาณมิดับสูญ’ ส่วนตัวจั่วม่อเองถือครองกรงเล็บพิฆาต
มังกรและสายใยสามพันอาวรณ์ แม้ว่าของวิเศษสองชิ้นนี้รวมกันยังไม่อาจ
เทียบเท่ายุทธภัณฑ์เทพชุดหนึ่ง แต่สมควรไม่อ่อนด้อยกว่ายุทธภัณฑ์เทพ
เทียม
ที่สำคัญไปกว่านั้น จั่วม่อเชื่อมั่นว่า ‘ล่มเมือง’ และ ‘เพลิงผลาญ’ จะ
เป็นประโยชน์ต่อม่ออวิ๋นไห่มากกว่า
อย่างไรก็ตาม สี่ล้านจิงสือระดับเจ็ด มากพอที่จะหลอมสร้าง
ยุทธภัณฑ์เทพที่แท้จริงชุดหนึ่ง!
ความตื่นเต้นยินดีของคนทั้งสามยามเมื่อเผชิญกับตัวเลขอันน่ากลัวนี้
ย่อมเป็นที่คาดคำนวณได้
“เรื่องนี้ต้องฝากไว้กับพวกเจ้าแล้ว” จั่วม่อกล่าว
ซุนเป่าแทบกระโดดขึ้นจากที่นั่ง กล่าวอย่างลิงโลด “ต้าเหรินโปรด
วางใจ ผู้น้อยจะไม่ปล่อยให้จิงสือสี่ล้านชิ้นหลุดรอดไปแม้แต่ชิ้นเดียว!”
จี๋เหว่ยพยักหน้าหงึกหงัก ช่วยยืนยันมาอีกทาง
“อา อา ข้าเชื่อมั่นในฝีมือของพวกเจ้า อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวัง
ให้มาก เก็บเป็นความลับให้ดี อย่าปล่อยให้ผู้คนล่วงรู้เร็วเกินไปนัก” จั่วม่อ
กำชับ
สองปรมาจารย์รีบรับคำ จากนั้นอำลาจากไปราวกับแทบทนรอไม่
ไหวแล้ว
ด้วยแผนงานขนาดใหญ่โตระดับนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะปิดบังหูตาของ
ฝ่ายอื่นๆ อย่างสมบูรณ์ ม่ออวิ๋นไห่เต็มไปด้วยสายลับจากทุกฝ่าย แม้ว่าจะ
ทำการกวาดล้างไม่เคยหยุดหย่อน แต่สายลับเหล่านี้ไม่ต่างจากวัชพืชที่
งอกเงยไม่หยุดยั้ง ฆ่าทิ้งไปหนึ่งอาจงอกเงยขึ้นมาอีกสิบ
แต่ขอเพียงเรื่องนี้ไม่รั่วไหลเร็วเกินไป ก็ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลมาก
ไป
มองส่งสองปรมาจารย์จนลับตา จั่วม่อหันไปมองชิ้นส่วนยุทธภัณฑ์
เทพที่คล้ายกิ่งไม้นั้นโดยไม่รู้ตัว
สองตาทอประกายด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทันใดนั้นอากุ่ยปรากฏขึ้น
ด้านหลังจั่วม่ออย่างกะทันหัน ราวกับว่านางสัมผัสได้ถึงอารมณ์โศกศัลย์
ของมันก็มิปาน
รอยแผลบนใบหน้าอากุ่ยหายดีแล้ว ใบหน้าของนางงดงามสะคราญ
เหมือนเช่นที่จั่วม่อเคยเห็นในความทรงจำของมัน ทว่าสีหน้าของนางยังคง
ปราศจากอารมณ์ความรู้สึก รอยสัญลักษณ์ที่กลางหว่างคิ้วแจ่มชัดเป็น
พิเศษ
พลังเทพมิดับสูญของนางยิ่งกลับกลายเป็นลึกล้าสุดหยั่งมากกว่าเดิม
“ข้าไม่เป็นไร” จั่วม่อหันไปแย้มยิ้มให้แก่นาง จากนั้นลูบผมนางอย่าง
อ่อนโยน
ดวงตาว่างเปล่าของอากุ่ยคล้ายนุ่มนวลลง
“ไป ลองไปดูด้วยกัน” จั่วม่อจูงมืออากุ่ยก้าวตรงเข้าไปยังมุมห้องด้าน
หนึ่ง มุมห้องที่ว่างเปล่านั้นพลันเปล่งแสงเจิดจ้า จั่วม่อกับอากุ่ยหายวับไป
ในแสงสว่างกลุ่มนั้น
จากนั้นจั่วม่อกลับอากุ่ยปรากฏตัวในห้องลับแห่งหนึ่ง
ในห้องลับนี้เก็บรักษาหลายสิ่งหลายอย่างเอาไว้ สิ่งของหลายชิ้นมีริ้ว
รอยเสียหาย บ้างเป็นรอยไหม้ บ้างเป็นรอยอาวุธ ล้วนแต่เก่าแก่คร่าคร่า
ที่ด้านในสุดของห้อง จัดวางไว้ด้วยหมวกเกราะใบหนึ่ง
หมวกเกราะหม่นมัวไร้ประกาย เห็นชิ้นหนามกระดูกเรียวบางหลาย
สิบชิ้นแผ่เรียงรายอยู่ด้านหลังของหมวกเกราะ ที่ด้านบนสุดของหมวก
เกราะ เป็นใบมีดรูปจันทร์เสี้ยวบางเฉียบคล้ายงอกออกจากกลางหน้าผาก
โค้งมนตามรูปหมวกเกราะ ยืดขยายไปจนถึงส่วนด้านหลัง
นี่เป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่งของยุทธภัณฑ์เทพซึ่งบิดาของมันหลอมสร้างขึ้น
ของชิ้นนี้ถูกวางไว้ในหอสมบัติพุทธะของวัดเสวียนคง สุดท้ายตกอยู่ในมือ
ของจั่วม่อ สิ่งของในห้องลับแห่งนี้ล้วนเป็นสิ่งที่วัดเสวียนคงนำไปจากบ้าน
ของมันในครั้งนั้น
เมื่อจั่วม่อเดินเข้าไปใกล้ หมวกเกราะที่เดิมทีไร้ประกายพลันสว่าง
เรืองรองด้วยแสงอันนุ่มนวล
จั่วม่องงงันวูบ แล้วพลันฉุกใจคิด รีบนำชิ้นส่วนยุทธภัณฑ์เทพที่คล้าย
กับกิ่งไม้ออกมาในบัดดล
หมวกเกราะสั่นไหวโดยพลัน ชิ้นหนามหลายสิบชิ้นสั่นระรัว เปล่งแสง
ร้อนแรงออกมา
ทันใดนั้นจั่วม่อรู้สึกมือข้างนั้นเจ็บแปลบ ต้องคลายมือออกตาม
สัญชาตญาณ
กิ่งไม้เปลี่ยนเป็นลำแสงสายหนึ่ง ประหนึ่งวิหคหวนคืนรัง พุ่งตรงเข้า
หาหมวกเกราะซึ่งเปล่งแสงเจิดจรัสราวกับทนรอไม่ไหวอีกต่อไป