สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 87 ท่าไม้ตายปะทะท่าไม้ตาย
บนส่วนยอดของสายน้ำตก เปลวไฟปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน
เปลวเพลิงขุมนี้ไม่มีใดสะดุดตา เลือนรางอย่างยิ่ง โปร่งใสจนแทบมองไม่เห็น เพียง
ลุกไหม้อย่างเงียบงัน อย่างไรก็ตาม มันราวกับไฟร่วงลงไปในน้ำมัน หาใช่น้ำธรรมดาไม่
เปลวเพลิงจึงลุกลามแผ่กว้างไปทั่วยอดน้ำตกอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา ครึ่งบนของสายน้ำตก เห็นเปลวไฟเย็นลุกโชติช่วง ประกายไฟแลบ
ลั่นประดุจลิ้นไฟโปร่งใสตวัดออกมา
ฉับพลันนั้นตลอดทั้งน้ำตกลุกโชนด้วยเปลวไฟเย็น ปราณกระบี่เสมือนน้ำแต่ละเล่ม
ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยเปลวไฟอีกชั้นหนึ่ง
เพลิงธาราเริ่มจากน้ำ กลายเป็นเสมือนไฟ บุปผาเพลิงเบ่งบานในสายธารดอกแล้ว
ดอกเล่า จากนั้นทยอยสาดเทลงมา
ปราณกระบี่ที่ห่อหุ้มด้วยไฟเล่มแรก พุ่งลงไปในลำน้ำมังกรโดยไร้เสียง
บูม!
เสียงระเบิดดังสนั่น! มังกรน้ำส่วนใหญ่ถูกทำลายจนยับเยิน สายน้ำสาดพุ่งไปทุก
แห่งหน
บูม!บูม!บูม!บูม!บูม!บูม!
เสียงระเบิดดังต่อเนื่องตามกันประดุจเทศกาลดอกไม้ไฟ สะเทือนเลื่อนลั่นไม่ขาดหู
เหวินเฟยสีหน้าแปรเปลี่ยน กระบวนท่ากระบี่อันใดกัน? วิชาของอีกฝั่ายไม่ใช่เพลง
กระบี่ธาตุน้ำหรอกหรือ? ไฉนมีไฟโผล่ออกมา? แต่ในเวลานี้ มันหาได้มีเวลามาขบคิด
เรื่องนี้ พริบตาดุจประกายไฟ มังกรน้ำหยาบหนาถูกระเบิดทำลายจนหลงเหลือเพียงไม่
ถึงครึ่งเล็กๆ ปราณกระบี่ของฝั่ายตรงข้ามดุดันอำมหิตขึ้นอย่างฉับพลัน ทั้งหมดนี้เป็น
เพราะเปลวไฟโปร่งใสที่ดูคล้ายไม่เป็นอันตรายเหล่านั้น
สะกดกลั้นความหวาดหวั่นในใจ ความดูแคลนเศษเสี้ยวสุดท้ายในหัวใจของมันหาย
วับไป ยามนี้ในสายตามัน เห็นจั่วม่อเป็นคู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา
เหวินเฟยขบฟันแน่น โคจรพลังปราณในร่างอย่างเกรี้ยวกราด พัดเทียนเหอรวบปิด
ดังพรึบ ปลายพัดจ่อจี้ใส่จั่วม่ออย่างนุ่มนวล
คุกวารีฟั้า!
ประกายแสงสีน้ำเงินสดพวยพุ่งออกจากปลายพัด ล่องลอยเข้าหาจั่วม่ออย่าง
เชื่องช้า
จั่วม่อในใจบังเกิดสังหรณ์อันตรายพลุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน แสงสีน้ำเงินขุมนี้ถึงกับ
สร้างแรงกดดันให้แก่มันมากกว่าทุกกระบวนท่าก่อนหน้านี้ มันไม่กล้าละเลย เคลื่อน
จิตสำนึก มวลน้ำตกเย็นเยือกที่ลอยค้างกลางอากาศพลันตอบสนอง กระโจนเข้าใส่กลุ่ม
แสงสีน้ำเงิน
ในสายน้ำตกประกอบด้วยลูกไฟโปร่งใสเล็กๆ มากมายสุดประมาณ ในลูกไฟเป็น
เจตจำนงกระบี่ซึ่งแต่ละเล่มอ่อนโยนเสมือนน้ำ
ห่าฝนลูกไฟสาดพุ่งออกจากสายน้ำตก ตรงเข้าล้อมกรอบกลุ่มแสงสีน้ำเงิน
ทันใดนั้น เหวินเฟยสะบัดคลี่พัดเทียนเหอกางออกดังพรึบ ตวาดเสียงเหี้ยมเกรียม
“เปิด!”
กลุ่มแสงสีฟั้าขยายพรวดอย่างกะทันหัน กลายเป็นตาข่ายแสงมหึมา ครอบใส่จั่ว
ม่อตรงๆ จั่วม่อไหนเลยจะมีปัญญาหลบพ้น ถูกตาข่ายกลืนเข้าไปในฉับพลัน
จั่วม่อรู้สึกเพียงแสงสีฟั้าจู่ๆ ก็โถมทับมัน เพียงชั่วพริบตา คลื่นน้ำก็ท่วมเต็มใน
ครรลองสายตา รอบข้างพร่าเลือน บริเวณกว้างใหญ่ล้วนเต็มไปด้วยน้ำ!
จั่วม่อคล้ายคุ้นเคยกับฉากนี้มาก! มันเคยฝึกกระบี่ในแม่น้ำ เป็นธรรมดาที่จะคุ้นตา
กับภาพนี้ เวลานี้มันถูกขังอยู่ในฟองอากาศ ผู้ใดจะคาดคิดว่าจุดแสงสีน้ำเงินเล็กจ้อย
เท่านั้น จะอัดแน่นไปด้วยพลังงานน้ำอันหนักหน่วงถึงเพียงนี้? จั่วม่อบังคับลูกไฟพุ่ง
ออกไป เปลวไฟโปร่งใสพอกระทบมวลน้ำ ก็ระเบิดดังกระหึ่ม แต่คุกวารีทรงพลังมาก
เกินไป ปราณกระบี่เพลิงธาราโปร่งใสเล็กๆ เหล่านี้แทบไม่อาจสะกิดผิวมัน กลับส่งผล
กระทบกระแทกสะท้อนต่อจั่วม่อแทน แรงกดดันบดทับมาจากทุกทิศทุกทาง
ฟองอากาศบีบแคบลงทีละน้อยๆ
จั่วม่อสูดลมหายใจลึก จิตใจเคร่งขรึมจริงจัง นี่สมควรเป็นท่าไม้ตายของคู่ต่อสู้!
พริบตานั้น จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ระเบิดออกมา มันอาจไม่สามารถเทียบกับศิษย์
พี่เหวยเสิ้งได้ แต่ไม่ใช่ลูกพลับสุกที่คนเหล่านี้สามารถบีบขยี้ได้ตามอำเภอใจ
จั่วม่อไม่ได้สังเกตเห็น ว่าตั้งแต่ที่มันฝึกปรือกระบี่ จากจุดเริ่มต้นที่หวาดกลัวการ
ต่อสู้ กลายเป็นไม่หวาดหวั่นต่อการต่อสู้อย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำความกระหายการต่อสู้
ถึงกับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เวลานี้มันก็เป็นเช่นนั้น จั่วม่อยิ่งต่อสู้มากเท่าใด ก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเท่านั้น เรื่องราว
มาถึงขั้นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเห็นท่าไม้ตายของเหวินเฟย จิตวิญญาณแห่งการ
ต่อสู้ของมันก็ทะยานขึ้นไปถึงระดับสูงสุด!
มาเถอะ!
มันเบิกตากว้าง คำรามในใจโดยไร้เสียง!
สายน้ำตกเพลิงธาราที่เดือดดาลหายวับไป กระบี่หยดน้ำเปลี่ยนเป็นลำแสง พุ่งกลับ
สู่มือของจั่วม่อ
กระบี่หยดน้ำราวกับรับรู้ความกระหายการต่อสู้ของจั่วม่อ ใบกระบี่สั่นสะเทือน
อย่างรุนแรงดุจระลอกกระเพื่อมในน้ำ เสียงกระหึ่มสดใสของกระบี่คล้ายตอบรับมัน
บันดาลให้จั่วม่อยิ่งตื่นเต้นเร้าใจกว่าเดิม มันหลับตาลง ลูบไล้กระบี่ราวกับกำลังลูบไล้
เรือนกายของคนรัก
เมื่อปราศจากการปั้องกันของสายน้ำตก มวลน้ำของคุกวารี ก็บีบเค้นเข้ามาจากทุก
ทิศทางโดยไร้แรงต้านทาน เข้าถึงตัวอย่างฉับพลัน ฟองอากาศแตกระเบิด จั่วม่อถูก
กวาดลงไปในมวลน้ำมหึมาทันที
เหวินเฟยอดเผยสีหน้ายินดีไม่ได้! เจ้าเมื่ออยู่ในน้ำ ก็ไม่ใช่ว่ากลายเป็นปลารอรับการ
เชือดเฉือนหรอกหรือ?
มันตวาด “ขึ้น!”
เห็นกลุ่มก้อนมวลน้ำที่กักขังจั่วม่อไว้ภายใน ค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องนภา ทรงกลมน้ำ
ใหญ่โตมโหฬาร เปรียบได้กับทะเลสาบขนาดเล็กแห่งหนึ่ง
จั่วม่อเป็นสัตว์ร้ายที่ถูกขังกรง ไม่ว่าจะต่อสู้ดิ้นรนสักเท่าใด ก็ไม่อาจหลุดรอดเป็น
อิสระได้ เหวินเฟยรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมาก คุกวารีแห่งนี้ยังแข็งแกร่งมั่นคงยิ่งกว่าทำ
จากเหล็กกล้าเสียอีก
เหล่าศิษย์ฝั่ายนอกของสำนักกระบี่สุญตาใบหน้าซีดเผือด จ้องมองอย่างสยดสยอง
ไปยังเงาน้ำใหญ่โตบนท้องฟั้า คุกวารีทรงกลมลอยสูงขึ้น สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง เงา
ร่างของจั่วม่อที่อยู่ภายในกลับกลายเป็นเลือนรางกว่าเดิม แทบจะมองไม่เห็นอีกต่อไป
ไม่ต้องกล่าวถึงอื่นใด เพียงร่วงฟาดลงมาจากระดับความสูงเช่นนี้ คงไม่แคล้วต้อง
บาดเจ็บภายในเป็นแรมเดือนอย่างแน่นอน!
ใบหน้าซีดเผือดของเสี่ยวกั่วทันใดนั้นก็ปรากฏความเด็ดเดี่ยว นางพลันถลันออก
จากกลุ่มคน ทะยานเข้าหาเหวินเฟย
“น้องสาวตัวน้อย เจ้าคิดทำอะไร?” เรือนร่างชดช้อยขยับเข้าขวางเส้นทางของเสี่ยว
กั่ว เห็นเถาซูเอ๋อร์แย้มยิ้มอ่อนหวาน ขณะทอดตามองนาง
“หลีกไป!” เสี่ยวกั่วทั้งแตกตื่นทั้งเดือดดาล ทว่าโทสะของนางกลับมองแล้วไม่ต่าง
อันใดจากลูกแมวน้อยกำลังขู่คำรามสลายกงเล็บ นอกจากคำว่าน่ารักน่าเอ็นดูแล้วก็ไม่
ทราบจะกล่าวว่ากระไรดี
“ฮะ” หมิงเต้าจิตใจที่เขม็งเกลียวเพิ่งจะผ่อนคลายลง เห็นเสี่ยวกั่วที่ไร้เดียงดา
ดวงตาพลันสาดประกายวาบ “เด็กหญิงนี้ไม่เลว เจ้าเรียกว่าอะไร?”
“หลีกไปให้พ้น!” เสี่ยวกั่วแทบร่ำไห้
เหวินเฟยดวงตาทอแววอำมหิต มองไปยังคุกวารีกลางเวหา มันยิ้มหยันอย่าง
เย่อหยิ่งถือดี “ลองลิ้มรสชาติคุกวารีฟั้าของข้าดู” กล่าวจบคำ มันเหยียดมือซ้าย ค่อยๆ
เล็งไปยังกรงน้ำบนท้องฟั้า
ทรงกลมน้ำกลางเวหาพลันแปรสภาพ ภายในคุกน้ำ ปรากฏหัตถ์มหึมาข้างหนึ่งพุ่ง
เข้าขยุ้มจับจั่วม่อ เจ้าผู้นี้ทำให้มันอับอายขายหน้า เหวินเฟยย่อมไม่ปล่อยไปอย่าง
ง่ายดาย เล่นเป็นแมวหยอกเย้ามุสิก น่าสนุกสนานถึงเพียงไหน!
เหล่าศิษย์สำนักสุญตาอดไม่ได้ต้องหอบหายใจอย่างแตกตื่น ไม่อาจทนมองอีกต่อไป
เสี่ยวกั่วใบหน้าทอแววสิ้นหวัง นางทราบดีว่านางไม่ใช่คู่มือของคนทั้งสอง แต่…
แววตาชุ่มฉ่ำของนางสาดประกายความมุ่งมั่นที่หาได้ยากชนิดหนึ่ง
ในเวลานี้เอง ภายในคุกวารี ปลายดาบชี้ลงต่ำ ดวงตาที่ปิดสนิทของจั่วม่อทันใดนั้นก็
เปิดขึ้น
ด้วยเหตุผลบางประการ มันหวนนึกถึงวันที่บรรลุเจตจำนงกระบี่เพลิงธารา เห็น
หัตถ์น้ำมหึมาพุ่งเข้าตะปบร่างมัน จากมุมสายตา มันยังสามารถมองเห็นเงาร่างบน
พื้นดิน ทั้งยังสามารถจินตนาการถึงความภาคภูมิใจของคู่ต่อสู้ในขณะนี้ และคาดเดาได้
ว่าเจ้าผู้นั้นกำลังตื่นเต้นดีใจเพียงใด
แต่เคล็ดวิชากระบี่ของข้า…
คือเพลงกระบี่เพลิงธารา!
จั่วม่อดวงตาสว่างวาบ คนคล้ายอารมณ์ความรู้สึกเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอย่าง
ฉับพลัน เย็นเยียบเฉกเช่นเปลวไฟโปร่งใส จับกระบี่หยดน้ำชูขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง โถม
ฟันเฉียงลงโดยไม่ออมรั้ง ปลดปล่อยคลื่นปราณกระบี่ ฟันใส่กระแสน้ำอย่างหักโหม!
เพลิงธาราผลาญฟั้า!
หัตถ์วารียักษ์ระเบิดกระจายในบัดดล!
เหวินเฟยที่ด้านล่างพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง! เป็นไปได้อย่างไร? ถูกขังอยู่
ในคุกวารีจะลงมือตอบโต้ได้อย่างไร!
มันขบกรามแน่น รีบผนึกมุทราหมายเปลี่ยนกระบวนท่า แต่ทันใดนั้นกลับหน้าซีด
เผือดไร้สีเลือด มันพบว่ามันสูญเสียการควบคุมกรงวารีฟั้าอย่างสิ้นเชิง!
เป็นไปไม่ได้!
ในเวลาเดียวกัน เหล่าผู้คนที่ด้านล่างก็ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงบนท้องฟั้า พา
กันเงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว
คุกวารีทรงกลมยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีหลุมลึกไร้ก้นบึ้งอยู่ข้างในตัวมัน
เอง
และเมื่อร่างของจั่วม่อเปิดเผยออกมา ทุกผู้คนล้วนสูดหายใจอย่างหนาวเหน็บ เห็น
กลางอากาศ คุกวารีฟั้าอันตรธานหายไป เหลือเพียงจั่วม่อผู้ถือกระบี่อยู่ในมือ
หมิงเต้ากับเถาซูเอ๋อร์ใบหน้าแตกตื่นสุดระงับ พวกมันมองไปยังกระบี่ในมือจั่วม่ออ
ย่างไม่เชื่อสายตา
รอบๆ กระบี่ยาวสามฉื่อ ห่อหุ้มไว้ด้วยใบมีดเพลิงสีน้ำเงินยาวสิบฉื่อ ซึ่งกำลังลุกไหม้
อย่างแช่มช้าและไร้สุ้มเสียง เปลวไฟสีน้ำเงินนี้ประกอบด้วยน้ำทั้งหมด สวรรค์! มัน
ดูดกลืนคุกวารีฟั้าของศิษย์พี่เหวินเฟยจนเกลี้ยงฉาด แล้วเปลี่ยนเป็นอาวุธของตัวเอง!
ในโลกนี้ มีสิ่งที่น่าอัศจรรย์ปานนี้อยู่ด้วยหรือ?
เจ้าผู้นี้เป็นเพียงซิวเจ่อด่านจู้จีจริงๆ?
มองลงไปยังเสี่ยวกั่ว เถาซูเอ๋อร์ และหมิงเต้าที่ด้านล่าง จั่วม่อเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไร
ขึ้น ประกายโทสะวาบขึ้นในดวงตา
สองมือชูกระบี่ขึ้นเหนือศีรษะ เพลิงธาราบนกระบี่ราวกับบุปผาขนาดยักษ์ เบ่งบาน
ทะยานฟั้าโดยไร้เสียง
“ตาย!”
เสียงตวาดด้วยโทสะดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ผิดอันใดกับฟั้าผ่ากลางแจ้ง
ด้วยโทสะทั้งหมด จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ทั้งหมด พลังปราณทั้งหมด จั่วม่อดุจ
ลำแสงสายหนึ่ง โถมฟันลงมาอย่างดุดัน!
ลำแสงสีน้ำเงินตรงแน่วกวาดวาบลงจากฟั้าสวรรค์ สว่างเจิดจ้าจนผู้คนไม่อาจมอง
ตรงๆ
เหวินเฟยกับพวกทั้งสามที่ด้านล่างสีหน้าซีดจนเขียว เจ้าผู้นี้บ้าไปแล้ว!
สภาวะกระบี่ท่านี้เกรี้ยวกราดถึงที่สุด ครอบคลุมใส่พวกมันทั้งสามโดยพร้อมเพรียง!
ทั้งสามในเวลานี้ไหนเลยจะมีเวลาสนใจผู้อื่น พวกมันรีบงัดไม้ตายก้นหีบออกมา
ปั้องกันตนเอง
ม่านน้ำปรากฏขึ้นรอบกายเหวินเฟย ยังหนากว่าครั้งก่อนเสียอีก เถาซูเอ๋อร์เกราะ
ปราณดอกท้อบนร่างนางเปล่งแสงสีชมพูเจิดจ้า กลุ่มดอกท้อหมุนคว้างอยู่กลางอากาศ
ปกปั้องนางไว้ตรงใจกลาง หมิงเต้ากระชากระฆังสัมฤทธิ์ออกมาอย่างขุ่นแค้น ระฆัง
ขยายใหญ่ขึ้นในพริบตา ครอบปิดตัวมันไว้ภายในอย่างแน่นหนา
จั่วม่อในเวลานี้ลืมสิ้นทุกอย่าง ในสายตามันมีเพียงสามคนด้านล่างเท่านั้น สิ่งเดียวที่
มันกระทำในยามนี้ คือเร่งเร้าพลังปราณอย่างดุเดือด แล้วผลักดันลงไปอย่างบ้าคลั่ง!
แสงสีน้ำเงินเย็นเยียบพุ่งตรงลงมาจากฟากฟั้า พลังสภาวะสะท้านฟั้าสะเทือนดิน
หวดฟาดใส่ทั้งสามอย่างแม่นยำ
การโจมตีกระบี่ที่ใช้มากที่สุดคือทิ่มแทงและกวาดฟัน กระทั่งการสับยังไม่ค่อยใช้กัน
ผู้ใดจะคาดคิดได้ ว่ากระบี่ยังสามารถหวดฟาดใส่ผู้คน สิ่งที่จั่วม่อใช้ออกยามนี้คือหวด
ฟาดลงมาตรงๆ ราวกับอาวุธที่มันถือไม่ใช่กระบี่บิน แต่เป็นค้อนยักษ์อันหนักหน่วงด้าม
หนึ่ง!
บูม!
แสงสีน้ำเงินสว่างวาบท่วมฟั้า กลืนกินทั้งสามคนบนพื้นในบัดดล
หลังจากเสียงระเบิดสนั่นลั่นโลกแทบหูดับ ก็เป็นความเงียบกริบดุจปั่าช้า
จั่วม่อขาอ่อนยวบ ทรุดนั่งลงบนพื้น หอบหายใจสุดชีวิต
เพลิงธาราผลาญฟั้ารุนแรงเกินไปสำหรับมัน หลังจากใช้ท่าไม้ตายนี้ออกมา มันแทบ
ไม่หลงเหลือแม้แต่พลังต่อสู้ขั้นพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม…
จั่วม่อกัดฟัน ใช้กระบี่หยดน้ำพยุงตัวลุกขึ้น เหม่อมองไปยังหลุมลึกกว่าสามสิบจั้ง
ในใจมันมีเพียงคำเดียว…สุดยอด!
ภายในหลุมใหญ่ เหวินเฟยกับพวกทั้งสามนอนหมดสติจากแรงระเบิด เสื้อผ้าของเห
วินเฟยฉีกขาดเหมือนผ้าขี้ริ้ว เถาซูเอ๋อร์เกราะปราณแตกร้าวไปทั้งร่าง ส่วนระฆังของห
มิงเต้า ระเบิดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน
จั่วม่อทอดถอนชมเชย เพลิงธาราผลาญฟั้ากระบี่นี้ ที่ทรงพลังน่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้
ต้องยกความดีความชอบให้กับคุกวารีฟั้าของเหวินเฟย หากไม่มีน้ำมากมายปานนั้น
กระบี่นี้คงไม่บรรลุผลลัพธ์อันน่าแตกตื่นสะท้านใจถึงขั้นนี้ มวลน้ำซึ่งประมาณน้ำหนัก
ไม่ได้นี้ เพียงแค่ทิ้งลงมาสุ่มๆ อย่างฉับพลัน ยังคงน่าสะพรึงกลัวไม่น้อยจริงๆ
ถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลแห่งชัยชนะแล้ว จั่วม่อตื่นเต้นขึ้นมาทันที โดยไม่คำนึงถึง
มารยาทอันใด มันราวกับแมวได้กลิ่นปลา โขยกเขยกพลางกระโดดโลดเต้นลงไปในหลุม
ลึก
เอี้ยนหมิงจื่อกับหูซานหวาดกลัวจนร่างแข็งทื่อ อย่าว่าแต่จะหาทางหยุดจั่วม่อ
จั่วม่อไม่มายุ่งกับพวกมัน พวกมันก็ขอบคุณฟั้าดินแล้ว
กลุ่มคนที่ร่ำรวยจริงๆ อ้า! จั่วม่อทอดถอนชมเชยอยู่ในใจ นี่ไม่ใช่ว่าจะเลือกได้ง่ายๆ
เลยแม้แต่น้อย
จั่วม่อริบแหวนสีน้ำเงินจากมือของเหวินเฟย อันที่จริงสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในตัวเหวิน
เฟยคือพัดเทียนเหอ อย่างไรก็ตาม จั่วม่อฝึกปรือกระบี่บิน พัดเทียนเหอแม้ดีมาก แต่ไม่
เหมาะสมกับมัน แหวนวงนี้ก็ไม่ใช่ธรรมดาสามัญ แน่นอนว่าเป็นระดับสามชั้นยอด
สมควรช่วยเพิ่มพูนความสามารถในการควบคุมน้ำ อย่างไรก็ตาม มันยังคงต้องทดสอบ
เพื่อหาผลลัพธ์อันเฉพาะเจาะจงดูอีกที
จากนั้นริบปินไม้ท้อพันปีจากศีรษะของเถาซูเอ๋อร์ จุ๊จุ๊ ไม่เลว มีสามค่ายกลสลักไว้
บนปินไม้ ค่ายกลขจัดใจมาร ค่ายกลหล่อเลี้ยง และค่ายกลจิตจดจ่อ สิ่งของที่ดี สิ่งของที่
ดีจริงๆ !
บนร่างของหมิงเต้า จั่วม่อก็ไม่เกรงอกเกรงใจ ถอดรองเท้าเชวียจื่อ*คู่นั้นออกมา
รองเท้าท่องลม ระดับสาม จั่วม่อรอบรู้ไม่น้อย บนรองเท้าเป็นค่ายกลท่องลมกับค่ายกล
เดินหน ล้วนเป็นค่ายกลที่เปียมล้นด้วยประโยชน์ใช้สอยอย่างแท้จริง
(*รองเท้าบู๊ท)
“โหดเหี้ยม!” เอี้ยนหมิงจื่อพอเห็นของสามชิ้นที่จั่วม่อริบไป มันอดไม่ได้ต้องสูดลม
หายใจอย่างหนาวเหน็บ ทั้งเจ็บปวดใจ ทั้งนับถือเลื่อมใส
หูซานตัวแข็งประดุจหุ่นปัน เมื่อจู่ๆ มันเห็นสายตาดุจหมาปั่าโลภของจั่วม่อกวาด
มองมาที่มัน ก็สะดุ้งสุดตัว เย็นวาบไปถึงไขสันหลัง
หูซานตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวในวินาทีนั้น ว่ามันไม่ต้องการจี้หยกอีกต่อไปแล้ว!