สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 325 โลกแห่งวรยุทธ์
เทือกเขาหลงซาน
ด้านนอกพระราชวังหลงซาน
เหล่าสมาชิกตระกูลหลงซานจำนวนมาก ก็กำลังเฝ้าดูท้องฟ้าทีมืดมิดเช่น
กัน
ในอดีตที่นั่นคือที่ตั้งของอาณาจักรเทพนิรันดร์ของเหล่าเทพเป็นที่เคารพ
ของสรรพสิ่ง
“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าท่านผู้นำตระกูลยังมีชีวิตอยู่? สายเลือดยังคงอยู่?”
สมาชิกหลักคนหนึ่งของตระกูลหลงซานอดไม่ได้ที่จะพูด
ในโลกนี้ วิธีการฝึกฝนอัศวิน และวิธีการฝึกฝนวรยุทธ์ของหลินหยวน ล้วน
มีศูนย์กลางอยู่ที่สายเลือด
โดยพื้นฐานแล้ว คือการขุดค้นศักยภาพสูงสุดของสายเลือดอย่างต่อเนื่อง
ในสถานการณ์ที่อายุขัยลดลงอย่างมาก การเข้าใจกฎของโลกภายนอก?
ประสิทธิภาพช้าเกินไป
มีเพียงการพึ่งพาศักยภาพของสายเลือดของตนเอง จึงมีหวังที่จะจุด
ประกายศักดิ์สิทธิ์ก่อนพันปี ขึ้นเป็นกึ่งเทพระดับ 7 แล้วจึงวางแผนสร้าง
อาณาจักรเทพ
ดังนั้น
ผู้แข็งแกร่งในโลกนี้มีความรู้สึกไวต่อสายเลือดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งต่อญาติที่มีสายเลือดเดียวกัน
ที่
หลินหยวนในฐานะผู้นำตระกูลหลงซาน ผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งสูงสุด แม้ว่า
เหล่าสมาชิกตระกูลหลงซานจะไม่สามารถรับรู้สายเลือดของหลินหยวนได้
อย่างชัดเจน
แต่เมื่อบุคคลเช่นนี้สิ้นชีพ สายเลือดสลายไป เหล่าสมาชิกตระกูลหลงซาน
ทั้งหมดจะรับรู้ได้ จะมีความโศกเศร้ามาจากส่วนลึกของสายเลือด
แต่จนถึงตอนนี้ เหล่าสมาชิกตระกูลหลงซานทั้งหมดไม่มีความรู้สึกเช่นนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่ของผู้นำตระกูล คือหลงซานฟางและภรรยา
ก็ไม่รู้สึกถึงความตายของลูกชายเช่นกัน
“ท่านผู้นำตระกูลยังไม่ตาย?”
สมาชิกตระกูลหลงซานหลายคนเบิกตากว้าง ทำอะไรไม่ถูก
พวกเขาเห็นกับตาว่าผู้นำตระกูลเข้าไปในมหาสมุทรแห่งแสงสว่าง ตอนนี้
เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในที่พำนักของเหล่าเทพ เหล่าเทพก็ตายหมดแล้ว ผู้นำตระกูล
ของพวกเขายังมีชีวิตอยู่?
ไม่ใช่ว่าทุกคนหวังให้ผู้นำตระกูลตาย แต่เหล่าเทพก็ตายไปเกือบหมดแล้ว
เทพสูงสุดใกล้จะตายหมดแล้ว ผู้นำตระกูลอยู่ในมหาสมุทรแห่งแสงสว่าง จะ
เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น?
แม้ว่าเหล่าสมาชิกตระกูลหลงซานจะมีความเชื่อมั่นในผู้นำตระกูลอย่างไม่
ลืมหูลืมตา แต่ก็ไม่เคยจินตนาการว่าพลังของผู้นำตระกูลจะแข็งแกร่งกว่าเหล่า
เทพและเทพสูงสุดรวมกัน
“เว้นแต่…”
ผู้อาวุโสส่วนน้อยของตระกูลหลงซานมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยพวกเขามี
การคาดเดาที่น่ากลัวในใจ
การคาดเดานี้น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะ
มีเพียงการคาดเดาที่น่าเหลือเชื่อนี้เท่านั้นที่สามารถอธิบายได้?
อื่
หลงซานหลิงและผู้ติดตามคนสนิทของผู้นำตระกูลคนอื่นๆ มองหน้ากัน
พวกเขาก็มีความคิดเห็นเดียวกัน
นั่นคือฉากที่น่ากลัวของยามเย็นแห่งเหล่าเทพในตอนนี้เกี่ยวข้องกับผู้นำ
ตระกูลของพวกเขาหรือไม่?
หรือพูดให้ถูก คือผู้นำตระกูลของพวกเขาเป็นคนทำ
การคาดเดานี้ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานสองประการ
หนึ่งคือเหล่าเทพเริ่มล้มตายอย่างรวดเร็ว เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้นำตระกูล
เข้าไปในมหาสมุทรแห่งแสงสว่าง
เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์เช่นนี้ ผู้นำตระกูลเพิ่งเข้าไปก็
เกิดขึ้นแล้ว?
ถ้ามีเพียงเท่านี้ ทุกคนก็คงไม่สงสัยอะไรมากนัก อย่างมากก็แค่คิดว่าผู้นำ
ตระกูลของตัวเองโชคร้าย
แต่จนถึงตอนนี้ สายเลือดของผู้นำตระกูลยังไม่หายไป ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งขัด
แย้งกับท้องฟ้าที่มืดมิด
“เป็นผู้นำตระกูล ที่กำลังสังหารเหล่าเทพ?”
หลงซานหลิงและผู้ติดตามคนสนิทรู้สึกหวาดกลัวในจิตวิญญาณ พวกเขา
หลายคนเฝ้าดูหลินหยวนเติบโตมา
หลายร้อยปีที่ผ่านมา หลินหยวนสร้างตำนานมามากมายนับไม่ถ้วน แม้แต่
พันธนาการทางสายเลือดของไวเคานต์แห่งหลงซานรุ่นแรกก็ถูกทำลายได้อย่าง
ง่ายดาย กลายเป็นกึ่งเทพระดับ 7 คนแรกในประวัติศาสตร์ของตระกูลหลงซาน
แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่สามารถโค่นล้มเหล่าเทพได้ด้วยตัวคนเดียวใช่หรือ
ไม่?
“รอให้ท่านผู้นำตระกูลกลับมา แล้วเราค่อยถาม”
ทั้
หลงซานหลิงสูดหายใจเข้าลึกๆ แม้ว่าจะตัดความเป็นไปได้ทั้งหมดออกไป
แล้ว
ความเป็นไปได้ที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะเหลือเชื่อเพียงใด ก็คือความจริง
แต่ถ้าไม่ได้รับการยืนยันจากปากของผู้นำตระกูล พวกเขาก็ยังไม่กล้าเชื่อ
ในชั้นมิติที่ลึกนับไม่ถ้วน
หลินหยวนเดินอย่างสบายๆ ลดระยะห่างระหว่างชั้นมิติกับร่างทีกำลัง
หลบหนีอย่างบ้าคลั่งข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“เทพแห่งแสงสว่าง”
หลินหยวนมองไปที่เทพสูงสุดคนสุดท้ายที่เหลืออยู่
นั่นคือเทพสูงสุดคนแรกที่ถือกำเนิดในโลกนี้ และยังเป็นเทพสูงสุดที่
แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเทพสูงสุด 24 องค์
ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน เทพแห่งความมืดต่อสู้กับเขา ส่วนใหญ่แพ้
มากกว่าชนะ
“ผู้นำตระกูลหลงซาน เจ้าไม่ใช่ผู้สร้าง เจ้าไม่ใช่ผู้สร้างแน่นอน”
เทพแห่งแสงสว่างสิ้นหวังในใจ ทะลวงชั้นมิติหลายชั้น ต้องการเข้าไปยัง
ส่วนที่ลึกที่สุดของโลกนี้
“ข้าเป็นผู้สร้างหรือไม่ ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเจ้าจะมีชีวิตรอดหรือไม่?”
หลินหยวนมีสีหน้าสงบ
ก่อนหน้านี้เทพแห่งแสงสว่างรวบรวมเทพสูงสุดอีก 23 องค์และเทพ
มากมาย ต้องการปราบปรามหลินหยวน แย่งชิงโอกาสที่เรียกว่าโอกาสของผู้
สร้าง ไม่ได้มีความเมตตาเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินหยวนมีความแข็งแกร่งเพียงพอ ในช่วงระดับ 7 และ 8
เมื่อเผชิญกับการปิดล้อมของเทพแห่งแสงสว่าง ตอนนี้คนทีหนีเอาชีวิตรอดก็
คงเป็นตัวเขาเอง
ในการจัดการกับศัตรู หลินหยวนมักจะกำจัดให้สิ้นซาก ส่วนผู้บริสุทธิ์?
ตราบใดที่เป็นเทพ ล้วนเหยียบย่ำศพของมนุษย์นับไม่ถ้วนเพื่อขึ้นมา เพื่อ
รวบรวมความศรัทธา พวกเขาทำเรื่องเลวร้ายอะไรบ้าง?
เทพีแห่งตัณหาสร้างศาสนจักรตัณหา ใช้ความสุขทางกามารมณ์มาล่อลวง
ขุนนางและผู้มีอำนาจ แต่หญิงสาวสวยที่ถูกล่อลวงเหล่านั้น พวกเธอสมควรได้
รับหรือ?
ในสายตาของเทพและเทพสูงสุด สรรพสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเสบียงที่ยก
พวกเขาให้สูงขึ้น เป็นมดปลวก เป็นฝุ่นผง ตราบใดที่ไม่ฆ่าพวกมันมากเกินไป
ในครั้งเดียว ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้ความศรัทธา ซึ่งพวกเขาก็ไม่ลังเลเลย
ตอนนี้หลินหยวนมองว่าเทพและเทพสูงสุดเป็นมดปลวก ไม่ได้มีอะไรไม่
เหมาะสม
“ผู้นำตระกูลหลงซาน ขอเพียงเจ้าปล่อยข้าไป ข้ามีความลับของผู้สร้างจะ
บอก”
เทพแห่งแสงสว่างรู้สึกถึงหลินหยวนที่เข้ามาใกล้มากขึ้น รีบพูดเสียงดัง
เขาเป็นเทพสูงสุดองค์แรกที่ถือกำเนิดในโลกนี้ รู้ความลับมากมาย ว่ากัน
ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเคยเห็นผู้สร้าง แต่เทพแห่งแสงสว่างรู้ความลับที่เกี่ยวข้องกับ
ผู้สร้างจริงๆ
“เจ้าหมายถึงพระราชวังในส่วนที่ลึกที่สุดของมิติ?”
หลินหยวนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ตั้งแต่ครอบครองชั้นมิติจำนวนมากอย่างรวดเร็ว หลินหยวนก็รับรู้ได้อย่าง
เลือนรางว่า ในส่วนที่ลึกที่สุดของมิติของโลกนี้มีสวรรค์อีกแห่ง นั่นคือ
พระราชวังโบราณ
เพียงแต่หลินหยวนกำลังยุ่งอยู่กับการไล่ล่าเทพสูงสุดที่เหลืออยู่จึงไม่ได้
ตรวจสอบทันที วางแผนที่จะสำรวจหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้ทิศทางที่เทพแห่งแสงสว่างหลบหนีไป ก็คือพระราชวังโบราณใน
ส่วนที่ลึกที่สุดของมิตินั่นเอง
“เจ้ารู้?”
เทพแห่งแสงสว่างไม่อยากจะเชื่อ เขาเป็นคนแรกที่ค้นพบพระราชวัง
ลึกลับแห่งนั้น คาดเดาว่าเกี่ยวข้องกับผู้สร้าง แต่ก็ไม่เคยค้นพบข้อมูลที่เป็น
ประโยชน์มากกว่านี้
“เจ้าอ่อนแอเกินไป”
“ในขอบเขตของข้า โลกนี้แทบจะไม่มีความลับแล้ว”
หลินหยวนส่ายหัวเล็กน้อย ลดระยะห่างระหว่างชั้นมิติลงอีกครั้ง
ตอนนี้หลินหยวนได้สร้างชั้นมิติ 120 ล้านชั้นแล้ว และจำนวนชั้นมิติของ
โลกนี้ ก็อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านล้านชั้น
กล่าวคือ ตราบใดที่หลินหยวนต้องการ ด้วยจำนวนชั้นมิติของตัวเอง ใช้
เวลาสักพักก็สามารถสำรวจชั้นมิติทั้งหมดของโลกนี้ได้อย่างสมบูรณ์
ความลับต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในชั้นมิติมากมาย สำหรับหลินหยวนแล้วไม่ใช่
ความลับอีกต่อไป
“ตายซะ”
หลินหยวนเข้าใกล้เทพแห่งแสงสว่างอย่างไม่สิ้นสุด
“นี่คือความรู้สึกของความตายหรือ?”
เทพแห่งแสงสว่างหยุดลงกะทันหัน ร่างกายและจิตวิญญาณสลายไป
ทั้งหมด
“เทพสัญลักษณ์แห่งแสงสว่าง?”
หลินหยวนคว้าด้วยมือขวา เทพสัญลักษณ์ที่เปล่งประกายแสงสว่างไร้ที่สิ้น
สุดปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
“หืม?”
“มีแสงสว่างไร้ที่สิ้นสุดและแก่นแท้ของเวลาบางส่วน?”
หลินหยวนขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ
เทพแห่งแสงสว่างสมกับเป็นเทพสูงสุดคนแรก มีพลังแข็งแกร่งสูงสุดใน
บรรดาเทพสูงสุด 24 องค์อย่างไม่ต้องสงสัย เทพสัญลักษณ์ของเขามีแก่นแท้
ของกฎสองชนิด
แม้ว่าจะเทียบไม่ได้กับแก่นแท้ของกฎเจ็ดชนิดของเทพมังกรรุ้งแต่ไม่ว่าจะ
เป็นแสงสว่างไร้ที่สิ้นสุดหรือเวลา ล้วนเป็นแก่นแท้ของกฎที่มีพลังอย่างยิ่ง
“แต่ตอนที่หนีไป เทพแห่งแสงสว่างไม่ได้ใช้วิธีใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับแก่นแท้
ของเวลา”
หลินหยวนคิดเพียงครู่เดียวก็คิดออกถึงสาเหตุ
กฎแห่งเวลา แม้จะลึกซึ้งและลึกลับ แต่ก็ต้องพิจารณาถึงความแข็งแกร่ง
ของทั้งสองฝ่าย
เช่น วิธีการหยุดเวลาขั้นพื้นฐานที่สุด ในสถานการณ์ที่ความแข็งแกร่งใกล้
เคียงกัน ก็มีประโยชน์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้หรือการหลบหนี ล้วนเป็น
“ทักษะเทพ”
แต่ในสถานการณ์ที่ความแข็งแกร่งและแก่นแท้ของชีวิตแตกต่างกันอย่าง
มาก ก็ไม่มีประโยชน์
การใช้โดยไม่คิดอาจส่งผลเสียได้
ถ้าเปรียบเวลากับแม่น้ำสายยาว การหยุดเวลาก็เหมือนกับการวาง
“ตาข่าย” ไว้ในช่วงหนึ่ง
กักขังสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ไปมาตามแม่น้ำ ทำให้หยุดลง
แต่ถ้าสิ่งมีชีวิตที่ต้องการกักขังเป็นวาฬขนาดใหญ่ เกินขีดจำกัดที่ “ตาข่าย”
จะรับได้
ผลลัพธ์เดียวก็คือ ตาข่ายขาด วาฬยังคงเคลื่อนที่ต่อไป
เทพแห่งแสงสว่างน่าจะรับรู้ได้ถึงแก่นแท้ของชีวิตที่แข็งแกร่งเกินไปของ
หลินหยวน แม้กระทั่งตอนใกล้ตาย ก็ไม่ได้ใช้วิธีใดๆ ทีเกี่ยวข้องกับเวลา
เพราะไม่มีความหมาย
ไม่ใช่แค่กฎแห่งเวลาเท่านั้น กฎ ความสามารถ พรสวรรค์ หรือแม้แต่ทักษะ
ใดๆ เมื่อความแข็งแกร่งแตกต่างกันถึงระดับหนึ่ง ก็แทบจะไม่มีประโยชน์
เช่นหลินหยวนในตอนนี้ ไม่ต้องใช้วิธีใดๆ เพียงแค่โลกภายในทีสร้างชั้นมิติ
120 ล้านชั้น ก็เพียงพอที่จะบดขยี้สิ่งมีสิ่งมีชีวิตระดับ 9 ได้ทั้งหมด
แม้แต่สิ่งมีชีวิตพิเศษที่มีพรสวรรค์ที่น่ากลัวและไม่เหมือนใคร ก็ไม่มีทาง
ต้านทานหลินหยวนได้
ภายใต้พลังที่ไร้เทียมทาน วิธีใดๆ ก็ไร้ประโยชน์
“ในเมื่อมาแล้ว”
หลินหยวนเก็บเทพสัญลักษณ์แห่งแสงสว่าง มองไปที่พระราชวังโบราณใน
ส่วนที่ลึกที่สุดของมิติ
เดิมทีหลินหยวนวางแผนที่จะสำรวจหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย
แล้ว แต่ในเมื่อมาแล้ว ก็เข้าไปดูสักหน่อยก็ได้
วูบ
ร่างแยกสุริยะปรากฏตัวข้างๆ
หลังจากที่หลินหยวนย้ายเทพสัญลักษณ์ทั้งหมดในโลกภายในไปยังโลก
ภายในของร่างแยกสุริยะ เขาก็ก้าวเข้าไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของมิติ
แม้ว่าหลินหยวนจะคิดว่าตัวเองไร้เทียมทานในโลกนี้ แต่จะยังคงระวังตัว
มีร่างแยกสองร่างอยู่ข้างนอก และยังทิ้งเลือดไว้มากมาย แม้ว่าหลินหยวน
จะเสียชีวิตในพระราชวังลึกลับ ก็จะไม่มีการสูญเสียใดๆ
วู่ม
พระราชวังลึกลับยิ่งใหญ่ตระการตา มีแรงกดดันที่น่ากลัวแผ่ออกมาอย่าง
เลือนราง แม้แต่เทพสูงสุดก็ยังยากที่จะต้านทานแรงกดดันนี้
นี่คือเหตุผลที่เทพแห่งแสงสว่างคิดว่าพระราชวังแห่งนี้เกี่ยวข้องกับผู้สร้าง
นอกจากผู้สร้างแล้ว ใครกันที่จะสร้างพระราชวังในระดับนีได้?
“ผู้สร้าง?”
หลินหยวนเดินไปตามทางเดินหลักของพระราชวังอย่างช้าๆจริงๆ แล้วใน
ใจก็ระแวดระวังเล็กน้อย
ด้วยพลังของเขา สามารถเพิกเฉยต่อแรงกดดันเหล่านั้นได้ แต่มิติแห่งนี้
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ฝีมือของผู้สร้าง ถ้ามีผู้สร้างอยู่จริง ก็อาจเป็นฝีมือของอีกฝ่าย
ก็ได้
ครึ่งวันต่อมา
หลินหยวนเดินสำรวจพระราชวังแห่งนี้เกือบหมดแล้ว
“เป็นแค่พระราชวัง?”
ทั่
ชั้
ที่
หลินหยวนสังเกตอย่างละเอียด แม้กระทั่งแทรกซึมเข้าไปในชั้นมิติที่ลึก
กว่า ก็ยังไม่พบอะไร
“ไม่มีค่าอะไรสำหรับเรา”
หลินหยวนส่ายหัวเล็กน้อย เขาสำรวจพระราชวังมาครึ่งวันแล้วก็ไม่ได้รับ
ความเข้าใจอะไรเลย สู้เทพสัญลักษณ์ไม่ได้
“บางทีพระราชวังแห่งนี้อาจมาจากอดีตอันไกลโพ้น”
หลินหยวนคิดในใจ
ยุคแห่งเทพ มีต้นกำเนิดมาจากเทพแห่งแสงสว่าง แล้วก่อนเทพแห่งแสง
สว่างล่ะ?
นานเกินไปแล้ว
ส่วนผู้สร้าง?
ด้วยระดับของหลินหยวนในตอนนี้ เขาได้เห็นขีดจำกัดของโลกนี้แล้ว
นั่นคือระดับ 9
ส่วนผู้สร้าง คือสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าระดับ 9 ที่เหล่าเทพยอมรับ
แม้ว่าพลังของหลินหยวนจะเหนือกว่าผู้สร้าง แก่นแท้ของชีวิตก็มากมาย
อย่างน่ากลัว แต่ก็ยังอยู่ในระดับ 9 ยังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับ 10
การที่จะเหนือกว่าระดับ 9 ได้ คาดว่ามีเพียงจิตสำนึกของโลกนีเท่านั้นที่
ทำได้
สำหรับจิตสำนึกของโลก หลินหยวนไม่ใช่คนแปลกหน้า เป็นสัญชาตญาณ
ที่ไร้ตัวตนที่เกิดจากโลกเอง
หรือที่เรียกว่า “สวรรค์”
รั้
ในการเดินทางข้ามมิติครั้งก่อนๆ หลินหยวนเคยสัมผัสกับจิตสำนึกของ
โลกหลายครั้ง
ตั้งแต่ยุคแห่งเทพ จิตสำนึกของโลกนี้ได้ชี้นำสถานการณ์อย่างคลุมเครือ
หลินหยวนไม่ได้หวาดกลัวจิตสำนึกของโลก เพราะจิตสำนึกของโลกไม่ใช่
สิ่งมีชีวิต ไม่มีอารมณ์ที่เฉพาะเจาะจง
ตราบใดที่หลินหยวนไม่คิดจะทำลายโลก จิตสำนึกของโลกก็จะไม่มุ่งเป้า
มาที่เขา
ในการเดินทางข้ามมิติครั้งที่ 4 โลกห้าเขต เมื่อหลินหยวนกลายเป็นจอม
มารเซี่ยโหวหยวน ก็ถูกจิตสำนึกของโลกจับตามองแต่ก็แค่จับตามองเท่านั้น
ไม่ได้ลงมือทำอะไรโดยตรง
“กลับเถอะ”
หลินหยวนมองพระราชวังเป็นครั้งสุดท้าย หันหลังกลับ
วูบ
หลินหยวนกลับสู่โลกมนุษย์
“ยังคงต้องเก็บซ่อนพลัง…”
หลินหยวนเริ่มเก็บซ่อนพลัง ด้วยระดับชีวิตของเขา เพียงแค่ปล่อยพลัง
ออกมาเพียงเล็กน้อย ก็สามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งรอบข้าง แม้กระทั่งเปลี่ยน
ทุกอย่างให้กลายเป็น “อาณาเขต” ของตัวเอง
นอกจากนี้ มิติของโลกมนุษย์ทำให้หลินหยวนรู้สึกอึดอัดราวกับวาฬเกย
ตื้น
จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่หลินหยวน เหล่าเทพ แม้แต่เทพระดับล่าง ก็มีความ
รู้สึกเช่นนี้
ทำไมเทพถึงอาศัยอยู่ในมหาสมุทรแห่งแสงสว่างหรือห้วงลึกแห่งความ
มืด?
นอกจากจะกังวลว่าการปล่อยพลังโดยไม่ตั้งใจจะทำให้สรรพสิ่ง
“กลายพันธุ์” แล้ว ก็เป็นเพราะโลกมนุษย์จะจำกัดพวกเขา
ในทางตรงกันข้าม มหาสมุทรแห่งแสงสว่างและห้วงลึกแห่งความมืดไม่มี
ข้อจำกัดเช่นนี้ ด้วยชั้นมิติมากมาย แม้แต่เทพสูงสุดก็สามารถลงมือได้อย่างเต็ม
ที่
“ดูเหมือนว่าเราก็ต้องสร้างชั้นมิติของตัวเอง?”
หลินหยวนมีความคิด แม้ว่าเขาจะสามารถระงับและเก็บซ่อนพลังได้ แต่
ในเมื่อไร้เทียมทานแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องระงับและเก็บซ่อนเหมือนเมื่อก่อน
กังวลว่าจะดึงดูดความสนใจของเหล่าเทพ
“สร้างชั้นมิติ”
หลินหยวนเงยหน้าขึ้น เทพแห่งแสงสว่างสามารถสร้างมหาสมุทรแห่งแสง
สว่าง เทพแห่งความมืดสามารถสร้างห้วงลึกแห่งความมืดเขาเองก็สามารถ
สร้างโลกที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน
พูดให้ถูก คือไม่ใช่การสร้าง แต่เป็นการเสริมและปรับเปลี่ยนบนพื้นฐาน
ของชั้นมิติเดิม
ถ้าต้องการสร้างโลกที่สมบูรณ์และเป็นอิสระจริงๆ อย่างน้อยก็ต้องเข้าใจ
กฎแห่งมิติและเวลาอย่างสมบูรณ์
โลกภายในของผู้แข็งแกร่งระดับ 8 ในโลกหลัก ล้วนอาศัยโลกหลัก ไม่นับ
เป็นโลกที่เป็นอิสระ
“โลกที่เราสร้าง จะตั้งชื่อว่าอะไรดี…”
หลินหยวนครุ่นคิด ในใจก็ได้คำตอบทันที
ตั้
ชื่
“ตั้งชื่อว่าโลกแห่งวรยุทธ์ก็แล้วกัน”
…….
(จบตอน)
…….
เจอกันใหม่พรุ่งนี้น้าาา ไม่ไหวแล้วค้าบบบ พรุ่งนี้จะรีบมาเช้าๆเลยยย
ขอบพระคุณสำหรับทุกๆการสนับสนุนจากผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านนะครับ
บบ รับชมให้สนุกและฝันดีนะค้าบบบบ
พรุ่งนี้วันเสาร์ จะมาให้ไวและเยอะที่สุดครับบบ กู๊ดไนท์ค้าบบบบบ