สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 374 20 ปี
ขอเปลี่ยนจากหมอผีเป็นวิญญาณนะครับ
ระดับ วิญญาณ ราชาวิญญาณ จักรพรรดิวิญญาณ บรรพบุรุษวิญญาณ
หมอผีมันดูแหม่งๆไปหน่อย 55555555555
…………..
“มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถไปถึง ‘ประตูสวรรค์’ ได้?”
หลินหยวนถาม
“ใช่”
รองเจ้าหอน่าหลันพยักหน้ายืนยัน
ข้อมูลที่เขาได้รับคือ ทุกครั้งที่ประตูสวรรค์เปิดออก จะเป็นช่วงเวลาที่นอง
เลือดที่สุดของทวีป
ในเวลานั้น ผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่จะล้มตายเหมือน
สายฝน ทุกคนต่างปรารถนาที่จะเข้าไปในประตูสวรรค์
ส่วนบรรพบุรุษวิญญาณ?
ไม่ใช่ทุกยุคสมัยที่จะมีบรรพบุรุษวิญญาณเกิดขึ้น
แต่ตราบใดที่ยังมีบรรพบุรุษวิญญาณอยู่ในช่วงเวลาที่ประตูสวรรค์เปิด
ออก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนสุดท้ายที่ยืนอยู่หน้าประตูสวรรค์ต้องเป็น
บรรพบุรุษวิญญาณอย่างแน่นอน
ก่อนที่ผู้แข็งแกร่งจากจักรวาลหลักจะลงมาสู่โลกสองมิติ บรรพบุรุษ
วิญญาณถือว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป
รั้
ที่
มื่
“ครั้งล่าสุดที่ประตูสวรรค์เปิดออกคือเมื่อไหร่ครับ?”
หลินหยวนถามทันที
“9,800 ปีก่อน”
รองเจ้าหอน่าหลันตอบ หลังจากได้ยินเรื่อง ‘ประตูสวรรค์’ เขาก็ให้ความ
สนใจกับข้อมูลประเภทนี้เป็นพิเศษ และได้สืบหาจนชัดเจนแล้ว
“หมายความว่า ครั้งต่อไปที่ประตูสวรรค์จะเปิดออกคืออีก 200 ปีข้าง
หน้า?”
หลินหยวนขมวดคิ้ว
นี่ไม่ใช่ข่าวดี
หากไม่มีผู้แข็งแกร่งคนอื่นจากจักรวาลหลัก หลินหยวนก็มั่นใจว่าตัวเองจะ
ยืนอยู่หน้าประตูสวรรค์ได้ในที่สุด
แต่ในความเป็นจริง ตอนนี้ในโลกสองมิตินั้น มีผู้แข็งแกร่งระดับ 11 จาก
จักรวาลหลักมากกว่า 300 คน
ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 มี ‘ความเร็วในการคิด’ ที่น่ากลัวมาก แม้ว่าความ
เข้าใจจะไม่เท่าหลินหยวน แต่ในเวลาเพียง 200 ปี…
หลินหยวนไม่มั่นใจว่าจะสามารถกวาดล้างผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ทั้งหมดได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งมีชีวิตระดับ 11 ขั้นสูงสุดที่อยู่ในช่วงที่ 6 พวกเขา
สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตสูงสุดได้ทุกเมื่อ ทุกด้านของพวกเขาสมบูรณ์แบบ
แล้ว
ความเข้าใจยิ่งใช้เวลานานเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น
และจากเวลาที่ประตูสวรรค์เปิดออก ครั้งต่อไปที่ประตูสวรรค์จะเปิดออก
คืออีก 10,200 ปีข้างหน้า
ในโลกสองมิติ ไม่สามารถเข้าใจกฎเกณฑ์ ไม่สามารถเปิดโลกภายใน
ร่างกายได้ ซึ่งหมายความว่าอายุขัยมีจำกัดมาก
หลินหยวนไม่มั่นใจว่าตัวเองจะอยู่ได้ถึง 10,200 ปี
และหากตายในโลกสองมิติ ไม่ว่าจะถูกฆ่าหรือตายเพราะหมดอายุขัย นั่น
จะทำให้เขาสูญเสียรากฐานของจิตสำนึกและเจตจำนงที่สำคัญ
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดรู้เรื่องนี้ไหมครับ?”
หลินหยวนถามทันที
“ข้าได้บอกผู้แข็งแกร่งสูงสุดแล้ว”
รองเจ้าหอน่าหลันพยักหน้า
เรื่องประตูสวรรค์ไม่ใช่ความลับ แม้ว่ารองเจ้าหอน่าหลันจะไม่ได้พูดออก
มา หลินหยวนย่อมต้องรู้เรื่องนี้ในไม่ช้า
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดต้องการให้เราพยายามอย่างเต็มที่”
รองเจ้าหอน่าหลันกล่าว
หลินหยวนเงียบ
เพียงไม่กี่คำ เขาก็สัมผัสได้ถึงการแข่งขันที่โหดร้าย
คู่ต่อสู้ของผู้วิวัฒนาการอารยธรรมมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตพิเศษเหล่านั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งมีชีวิตระดับ 11 ขั้นสูงสุดที่อยู่ในช่วงที่ 6 ในฐานะสิ่ง
มีชีวิตพิเศษ พวกมันมีพรสวรรค์และคุณสมบัติที่น่ากลัวอยู่แล้ว ภายใต้เงื่อนไข
เริ่มต้นเดียวกัน สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ยากที่จะแข่งขันได้
ภายในโลกกระดาษเปล่า
วิธีการฝึกฝนที่รองเจ้าหอน่าหลันส่งให้เขาผุดขึ้นมาในหัวของหลินหยวน
ทั้
ที่
ที่
“มีวิธีการฝึกฝนทั้งหมด 13 ชุด ชุดที่มีศักยภาพมากที่สุดมี 6 ชุด สามารถ
ฝึกฝนได้ถึงระดับจักรพรรดิวิญญาณ ส่วนอีก 7 ชุดสามารถฝึกฝนได้ถึงระดับ
ราชาวิญญาณ”
หลินหยวนอ่านอย่างละเอียด
แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในระดับราชาวิญญาณแล้ว แต่วิธีการฝึกฝนที่เขา
ฝึกฝนนั้นสร้างขึ้นชั่วคราวตามร่างกายด้วยความเข้าใจท้าทายสวรรค์
เมื่อเทียบกับวิธีการฝึกฝนที่สืบทอดกันมานับหมื่นนับแสนปี ย่อมมีข้อ
บกพร่องอยู่บ้าง
ไม่ใช่ว่าวิธีการฝึกฝนที่หลินหยวนสร้างขึ้นชั่วคราวนั้นด้อยกว่าวิธีการ
ฝึกฝนที่สืบทอดกันมานับหมื่นนับแสนปี
แต่เป็นเพราะไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบในรายละเอียดปลีกย่อย
กร๊อบ
แกร๊บ
ขณะที่อ่านวิธีการฝึกฝนทั้ง 13 ชุด ร่างกายของหลินหยวนก็เริ่มสั่น
สะเทือนอย่างรุนแรง และทำการปรับเปลี่ยนบางส่วนในร่างกายตามวิธีการ
ฝึกฝนทั้ง 13 ชุด
“ผู้แข็งแกร่งระดับราชาวิญญาณสามารถแยกภูเขาและผ่าปฐพีได้ ผู้
แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิวิญญาณสามารถทำลายภูเขาด้วยหมัดเดียว ผู้
แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่สามารถฉีกพื้นดินได้หลายร้อยลี้
ด้วยเท้าเดียว ส่วนผู้แข็งแกร่งระดับบรรพบุรุษวิญญาณ ปัจจุบันยังไม่มีบันทึกที่
ชัดเจนเกี่ยวกับผู้แข็งแกร่งระดับบรรพบุรุษวิญญาณ”
“เพราะผู้แข็งแกร่งระดับบรรพบุรุษวิญญาณไม่เคยลงมืออย่างเต็มที่”
หลินหยวนครุ่นคิดถึงระบบการฝึกฝนของโลกนี้ไปพร้อมกับการเข้าใจวิธี
การฝึกฝน
นั้
“ไม่รู้ว่าผู้แข็งแกร่งระดับ 11 เหล่านั้นเป็นยังไงบ้าง”
หลินหยวนเงยหน้ามองไปไกลๆ คิดในใจอย่างเงียบๆ
ในป่าดึกดำบรรพ์
ร่างสูงสามเมตรยืนอยู่บนยอดไม้ พลังที่แผ่ออกมาทำให้สัตว์อสูรในรัศมี
หลายสิบลี้ตัวสั่น
“ในที่สุดก็ฝึกฝนจนถึงระดับราชาวิญญาณ”
ร่างสูงสามเมตรมีสายตาเย็นชา
“ข้าคือเทพโบราณระดับ 11 ผู้แข็งแกร่ง ในอนาคตต้องก้าวสู่ขอบเขต
สูงสุด”
“หากร่างแยกนี้ตายที่นี่ จิตสำนึกและเจตจำนงจะได้รับความเสียหายอย่าง
รุนแรง ส่งผลให้เวลาสำหรับการก้าวเข้าสู่ขอบเขตสูงสุดถูกเลื่อนออกไปอย่าง
ไม่มีกำหนด”
ร่างสูงสามเมตรไม่เต็มใจที่จะยอมรับผลลัพธ์เช่นนี้
“ประตูสวรรค์จะเปิดออกในอีก 200 ปีข้างหน้า? สุดท้ายจะมีเพียงคน
เดียวเท่านั้นที่สามารถยืนอยู่หน้าประตูสวรรค์และออกจากโลกนี้ได้?”
ร่างสูงสามเมตรหรี่ตาเล็กน้อย
“200 ปี ใน 200 ปีข้างหน้า จิตสำนึกทั้งหมดของข้าจะหล่อหลอมอยู่ใน
โลกนี้ ใช้ทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากที่สุด”
ในพริบตา
ร่างสูงสามเมตรก็หายไปในระยะไกล
ในที่ตั้งถิ่นฐานธรรมดาแห่งหนึ่ง
เทพโบราณถัวป๋าปลอมตัวเป็นมนุษย์ธรรมดา เดินอยู่บนถนน
“ข้าไม่น่าตกลงกับเผ่าพันธุ์แมลงเลย”
เทพโบราณถัวป๋ารู้สึกเสียใจเล็กน้อย
เขาพบว่าหลังจากที่เขาทำให้เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกขุ่นเคือง
หลังจากนั้นโชคของเขาก็ไม่ดีนัก ก่อนอื่นก็คือการเป็นศัตรูกับอารยธรรมมนุษย์
อย่างโดยสมบูรณ์
ตอนนี้ยังตกลงมาในโลกสองมิตินี้อีก
หากไม่ใช่เพื่อพิจารณาทางหนีทีไล่ เขาจะตกลงตามคำเชิญของเผ่าพันธุ์
แมลงและมาที่สมรภูมิรบได้อย่างไร?
หากไม่ได้อยู่ที่สมรภูมิรบ เขาคงไม่ถูกดูดเข้ามาในโลกสองมิตินี้
“ตอนนี้เสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ การเพิ่มความแข็งแกร่งให้ถึงขีดสุดก่อนที่
ประตูสวรรค์จะเปิดออกในอีก 200 ปีข้างหน้า”
เทพโบราณถัวป๋าตั้งสติ คิดในใจ
เดิมทีเขาวางแผนที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตสูงสุดภายใน 10 ล้านปีหากในช่วง
เวลานี้ เขาตายในโลกสองมิติ นั่นย่อมทำให้จิตสำนึกและเจตจำนงของเขายิ่ง
ตกต่ำลง
นั่นทำให้เขาไม่สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตสูงสุดได้ เพราะไม่มีทางทำสำเร็จ
ได้อย่างแน่นอน
“อีกนิดเดียวก็จะเลื่อนระดับเป็นจักรพรรดิวิญญาณแล้ว”
บนพื้นผิวทะเลที่สงบ ชายสี่แขนยืนอยู่ที่นั่น พลังในร่างกายของเขาเหมือน
เหวลึก แผ่กระจายไปทุกทิศทุกทาง
รื่
ที่
นี้
“แม้แต่ผู้แข็งแกร่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฆ่าข้า ข้าจะมาตายในโลกสองมิตินี้
ได้อย่างไร?”
ชายสี่แขนมีดวงตาเป็นประกาย เขาคือสิ่งมีชีวิตพิเศษทีแข็งแกร่งพอๆ กับ
‘มารดาแห่งโลกต้นไม้’
เขาบรรลุเงื่อนไขทั้งหมดสำหรับการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดมานานแล้ว หาก
ไม่ใช่เพราะกังวลว่าการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดจะล้มเหลว เขาคงเริ่มลงมือไป
นานแล้ว
“โลกสองมิตินี้อาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับข้า หากข้าสามารถออกไปได้
อย่างราบรื่นในที่สุด ข้ามีความรู้สึกว่าจิตใจของข้าจะได้รับการยกระดับอย่าง
มาก”
ชายสี่แขนคิดในใจอย่างเงียบๆ
แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกกดดันอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นมากนัก
ที่ตั้งถิ่นฐานลั่วชวน
หลินหยวนและปาโดะเข้าสู่ที่ตั้งถิ่นฐานขนาดใหญ่นี้
หลินหยวนเห็นผู้คนมากมายเดินไปมา บางคนยังแผ่พลังของวิญญาณออก
มา
แต่ราชาวิญญาณยังคงหายาก อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ นอกจากราชา
วิญญาณที่ซ่อนตัวอยู่ในส่วนลึกของที่ตั้งถิ่นฐาน หลินหยวนยังไม่พบราชา
วิญญาณคนที่สอง
“ปาโดะ ข้าจะออกไปสักพัก”
หลินหยวนกล่าวลาปาโดะ
เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว หลินหยวนก็ไม่คิดที่จะกลับไปที่บ้านของปาโดะอีก
ตั้
ถิ่
ที่ตั้
ถิ่
การตั้งถิ่นฐานในที่ตั้งถิ่นฐานมีประโยชน์อย่างมากสำหรับหลินหยวน
อย่างน้อยทรัพยากรการฝึกฝนต่างๆ ที่จำเป็นในยามปกติก็หาได้ง่าย
และในที่ตั้งถิ่นฐานแบบนี้ ข่าวมักจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่
หลินหยวนต้องการมาก
ส่วนราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการตั้งถิ่นฐาน?
สำหรับหลินหยวนที่ตอนนี้เป็นราชาวิญญาณแล้ว ย่อมง่ายมาก
“ตกลง”
ปาโดะพยักหน้า
พวกเขามาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรที่ได้รับ และซื้อของใช้ในชีวิต
ประจำวันกลับไป
หลังจากแยกทางกับปาโดะ
หลินหยวนก็รีบไปที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง
“นายท่านเจ้าค่ะ”
หญิงสาวที่มีเสน่ห์เดินเข้ามาต้อนรับ
แม้ว่าการแต่งกายของหลินหยวนจะเรียบง่าย แต่ก็แผ่รัศมีที่ไม่อาจมอง
ข้ามได้
“ข้าอยากขายของบางอย่าง”
หลินหยวนพูดอย่างใจเย็น
“นายท่าน ร้านของเรารับซื้อในราคาที่ยุติธรรมมาก โปรดวางใจเจ้าค่ะ”
หญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวนกล่าวทันที
“อืม”
หลินหยวนพยักหน้า จากนั้นก็หยิบขนสีขาวนุ่มฟูออกมา
“นี่คือ?”
สีหน้าของหญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ขนของจิ้งจอกขาว? แถมยังเป็นขนจากส่วนที่ล้ำค่าที่สุด?”
หัวใจของหญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวนสั่นสะท้าน
จิ้งจอกขาวเป็นสัตว์อสูรระดับวิญญาณ มีความเร็วสูงมาก แม้แต่ราชา
วิญญาณก็ยังจับได้ยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจับเป็นๆ แล้วถลกหนัง
ขนของจิ้งจอกขาวเป็นที่นิยมในเมืองใหญ่ๆ ไม่เพียงแต่นุ่มและอบอุ่น
เท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติช่วยบำรุงร่างกายสำหรับผู้หญิงอีกด้วยด้วย
“ราคาเท่าไหร่?”
หลินหยวนถามตรงๆ
“นายท่าน เรื่องนี้ข้าตัดสินใจเองไม่ได้เจ้าค่ะ ข้าต้องไปเชิญเจ้าของร้าน
มา”
หญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวนกล่าวอย่างระมัดระวัง
“เชิญ”
หลินหยวนพูดอย่างใจเย็น ราชาวิญญาณทั่วไปจับจิ้งจอกขาวไม่ได้ แต่
หลินหยวนไม่ใช่ราชาวิญญาณทั่วไป
ไม่นาน
ชายมีหนวดเคราก็รีบเดินเข้ามา
ที่
“นายท่านที่เคารพ”
“ขนจิ้งจอกขาวนี้ ร้านของเราเต็มใจรับซื้อในราคา 30,000 ผลึกวิญญาณ”
ชายมีหนวดเคราครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว
“ได้”
หลินหยวนพยักหน้า
30,000 ผลึกวิญญาณถือเป็นทรัพย์สมบัติจำนวนไม่น้อย และสอดคล้อง
กับราคาซื้อขายปกติของขนจิ้งจอกขาว
ทั้งสองฝ่ายทำการซื้อขายเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว
ชายมีหนวดเครามองหลินหยวนจากไป
“ท่านเจ้าของร้าน ทำไมท่านถึงไม่กดราคาลงหน่อยเจ้าค่ะ?”
หญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวนข้างๆ สงสัยเล็กน้อย
เธอเห็นว่าหลินหยวนรีบขายขนจิ้งจอกขาว ช่วงเวลานี้สำคัญที่สุดในการ
กดราคา
“กดราคารึ?”
เจ้าของร้านมีหนวดเคราเหลือบมองหญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวน
“เจ้าคิดว่าราชาวิญญาณที่สามารถจับจิ้งจอกขาวเป็นๆ และถลกหนังได้
เป็นคนที่เราจะกดราคาได้หรือ?”
“ราชาวิญญาณ?”
หญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวนตกใจ
ชายหนุ่มคนนั้นอยู่ในขอบเขตราชาวิญญาณ?
ที่
ที่
ที่ตั้
ถิ่
ลั่
ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในที่ตั้งถิ่นฐานลั่วชวนยังเป็นเพียงราชาวิญญาณ
“ข้าก็ไม่รู้”
เจ้าของร้านมีหนวดเคราส่ายหัว
“ในเมื่อเขาสามารถหยิบส่วนขนที่สำคัญของจิ้งจอกขาวออกมาได้ ข้าก็
ถือว่าเขาเป็นราชาวิญญาณแล้ว”
หลังจากออกจากร้านค้านี้
หลินหยวนก็เข้าไปในร้านค้าอื่นๆ อีกหลายร้าน
ขายทรัพยากรที่เขาได้รับจากการล่าสัตว์อสูรในช่วงนี้ไปเกือบหมด
ได้รับผลึกวิญญาณเพิ่มอีก 23,000 ก้อน
“ปาโดะ ข้าจะไม่กลับไปแล้ว”
“ต่อไปถ้าเจ้ามีเรื่องอะไร ก็สามารถมาหาข้าที่นี่ได้ตลอด”
หลินหยวนยังคงพบกับปาโดะอีกครั้ง
หลังจากกล่าวลาปาโดะ
หลินหยวนก็ไปยังที่พักที่เขาซื้อ
ที่นี่คือคฤหาสน์แห่งหนึ่ง หลินหยวนใช้ผลึกวิญญาณมากกว่า 20,000 ก้อน
เพื่อซื้อมันมา
การมีอสังหาริมทรัพย์(สิ่งก่อสร้าง)เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำหรับการตั้ง
ถิ่นฐานในที่ตั้งถิ่นฐาน
“ต่อไปก็ฝึกฝนอย่างช้าๆ”
หลินหยวนทะนุถนอมทุกนาทีทุกวินาที เขารู้ดีว่าหลังจากข่าวการเปิด
ประตูสวรรค์แพร่ออกไป ผู้แข็งแกร่งจากจักรวาลหลักทั้งหมดที่ลงมาสู่โลกสอง
มิตินี้จะพยายามเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองอย่างไม่ลดละ
หากประตูสวรรค์เปิดออกในอีก 2,000 ปีข้างหน้า หลินหยวนมั่นใจว่าเขา
สามารถกวาดล้างผู้แข็งแกร่งจากจักรวาลหลักทั้งหมดได้
แต่มีเวลาเพียง 200 ปี…
น้อยเกินไป
ในไม่ช้า
20 ปีก็ผ่านไปในพริบตา